EPISODE · Oct 8, 2023 · 24 MIN
เจนนี้คือฉัน เดอะ ซีรีส์ EP. 14: เจนนี่
from เจนนี้คือฉัน เดอะ ซีรีส์ · host Thai PBS Podcast
เจนนี่ คนรุ่นใหม่วัยยี่สิบห้าปี แม้เพศกำเนิดจะเป็นชาย แต่เธอมีเพศวิถีเป็นผู้หญิง หรือเรียกว่าคนในสังคมเรียกว่าสาวข้ามเพศ เจนนี่มีความฝันอยากบรรจุเป็นข้าราชการครู แต่สอบไม่ผ่านสักที เธอจึงสมัครเป็นนักการภารโรงประจำโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของเธอสมัยเรียนมัธยมศึกษา เพื่อหารายได้ระหว่างเตรียมสอบบรรจุไปพลางๆ อาชีพภารโรงต้องคอยดูแลความสะอาดเรียบร้อยของโรงเรียน เปิดและปิดโรงเรียนตามกะเวลา และดูแลซ่อมแซ่มครุภัณฑ์ เช่น เก้าอี้หรือโต๊ะเรียนในโรงเรียน ซึ่งถือว่าไม่ใช่งานหนักสำหรับวัยรุ่นมีพละกำลังเหลือเฟืออย่างเจนนี่ ทั้งยังได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมโรงเรียน เด็กนักเรียน และได้สังเกตุการสอนของเหล่าคุณครูในโรงเรียนอีกด้วย เจนนี่เข้ามาทำงานภารโรงได้จากการพิจารณาจากผอ.คนเก่าที่เห็นเจนนี่มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่นี่และไม่มีข้อกังขาใดๆต่ออัตลักษณ์ทางเพศของเจนนี่.เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของเดือนพฤษภาคม เจนนี่กำลังหมกมุ่นกับการเตรียมชุดไปเดินขบวนเทศกาลไพรด์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อเป็นการสนับสนุนและผลักดันสิทธิเสรีภาพของกลุ่มหลากหลายทางเพศในประเทศและทั่วโลก โดยกลุ่มคนหลากหลายทางเพศจะแต่งตัว จัดขบวนพาเหรดเพื่อแสดงออกถึงข้อเรียกร้องต่างๆที่ไม่เท่าเทียมทางเพศ รวมถึงมีผู้คนทั่วไปมาร่วมโบกธงสีรุ้งเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศด้วย เจนนี่จึงมาปรึกษาจิรเจน คุณครูหมวดภาษาต่างประเทศซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับเจนนี่ที่เคยเรียนที่นี่ด้วยกันสมัยมัธยม แต่ดันสอบบรรจุได้ก่อนเจนนี่ ระหว่างปรึกษาเรื่องชุดกัน จิรเจนก็ชวนเจนนี่คุยเรื่องผอ.คนใหม่ที่กำลังจะย้ายเข้ามาในสัปดาห์นี้.งานต้อนรับ ผอ.คนใหม่ ขณะที่เจนนี่กำลังจัดเตรียมสถานที่บนเวทีในห้องโถงของโรงเรียน เจนนี่ก็พบผอ.คนใหม่ที่พึ่งเดินเข้ามาหลังเวที เจนนี่ทำการทักทายสวัสดี แต่ผอ.ไม่ยินดีกับภารโรงอย่างเจนนี่นัก เนื่องจากแต่งตัวเครื่องแบบพนักงานชายแต่ไว้ผมยาวและแต่งหน้าเป็นผู้หญิง ที่ยังพูดคะขา แทนตัวเองว่าหนู เจนนี่รู้สึกผิดหวังที่ผอ.คนใหม่กังขาใน อัตลักษณ์ทางเพศของตนและโกรธในใจที่รู้สึกถูกกีดกันทางสังคม.เจนนี่นำเรื่องนี้ไปเล่าให้จิรเจนฟัง และจิรเจนเองก็ได้พบสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน จากการพบปะผอ.คนใหม่ โดยผอ.ตำหนิจิรเจนที่มีผมยาวและแต่งหน้าแบบครูผู้หญิง แม้แต่งกายด้วยเครื่องแบบข้าราชการครูชาย แต่จิรเจนกลับใส่รองเท้าคัชชูแบบผู้หญิง เจนนี่ได้ฟังเรื่องราวจากจิรเจน ผสมกับความรู้สึกที่ตนพบเจอกับผอ.คนใหม่ จึงต้องการต่อสู้เพื่อสิทธิการแต่งตัวและการถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมของบุคคลหลากหลายทางเพศที่รับข้าราชการ จิรเจนคิดไอเดียการแต่งตัวเดินขบวนงานเทศกาลไพรด์ในเดือนหน้าได้แล้ว.ที่งานเทศกาลไพรด์เจนนี่แต่งกายในชุดข้าราชการครูผู้หญิงถืออุปกรณ์ทำความสะอาดของภารโรง ร่วมเดินขบวน และชูป้ายเรียกร้อง “พนักงานข้าราชการต้องได้สิทธิแต่งกายตามเพศสภาพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย” เจนนี่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมเดินขบวนและนักข่าวที่มาทำข่าว จนถูกถ่ายทำและให้สัมภาษณ์เรื่องราวของตนแบบสั้นๆ ออกรายการข่าวหิ้วกระแส รายการข่าวช่วงเย็นที่มักตีประเด็นข่าวนำเสนอจนเข้าสู่กระแสสังคมและมีผู้ชมเป็นจำนวนมากทั้งจากระบบฟรีทีวีและโลกออนไลน์.หลังจากข่าวเจนนี่แพร่กระจายและได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศ คุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้ประกาศให้ครูและพนักงานข้าราชการสามารถแต่งกายตาม "เพศวิถี" ได้เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อีกทั้งทางโรงเรียนมัธยมศึกษาหลายแห่งในประเทศก็ได้ประกาศให้นักเรียนที่มีเพศวิถีเป็นหญิง สามารถไว้ผมยาวรวบผมแบบได้ด้วย ครูจิรเจนเพื่อนของเจนนี่สามารถแต่งกายด้วยเครื่องแบบครูผู้หญิงไปสอนได้ และผอ.ของโรงเรียนก็ได้อนุญาติให้นักเรียนเพศชายที่มีเพศวิถีเป็นหญิงที่โรงเรียนสามารถไว้ผมยาวได้แบบนักเรียนหญิงเช่นกัน
What this episode covers
เจนนี่ คนรุ่นใหม่วัยยี่สิบห้าปี แม้เพศกำเนิดจะเป็นชาย แต่เธอมีเพศวิถีเป็นผู้หญิง หรือเรียกว่าคนในสังคมเรียกว่าสาวข้ามเพศ เจนนี่มีความฝันอยากบรรจุเป็นข้าราชการครู แต่สอบไม่ผ่านสักที เธอจึงสมัครเป็นนักการภารโรงประจำโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งย่านชานเมือง ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของเธอสมัยเรียนมัธยมศึกษา เพื่อหารายได้ระหว่างเตรียมสอบบรรจุไปพลางๆ อาชีพภารโรงต้องคอยดูแลความสะอาดเรียบร้อยของโรงเรียน เปิดและปิดโรงเรียนตามกะเวลา และดูแลซ่อมแซ่มครุภัณฑ์ เช่น เก้าอี้หรือโต๊ะเรียนในโรงเรียน ซึ่งถือว่าไม่ใช่งานหนักสำหรับวัยรุ่นมีพละกำลังเหลือเฟืออย่างเจนนี่ ทั้งยังได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมโรงเรียน เด็กนักเรียน และได้สังเกตุการสอนของเหล่าคุณครูในโรงเรียนอีกด้วย เจนนี่เข้ามาทำงานภารโรงได้จากการพิจารณาจากผอ.คนเก่าที่เห็นเจนนี่มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่นี่และไม่มีข้อกังขาใดๆต่ออัตลักษณ์ทางเพศของเจนนี่.เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของเดือนพฤษภาคม เจนนี่กำลังหมกมุ่นกับการเตรียมชุดไปเดินขบวนเทศกาลไพรด์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อเป็นการสนับสนุนและผลักดันสิทธิเสรีภาพของกลุ่มหลากหลายทางเพศในประเทศและทั่วโลก โดยกลุ่มคนหลากหลายทางเพศจะแต่งตัว จัดขบวนพาเหรดเพื่อแสดงออกถึงข้อเรียกร้องต่างๆที่ไม่เท่าเทียมทางเพศ รวมถึงมีผู้คนทั่วไปมาร่วมโบกธงสีรุ้งเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศด้วย เจนนี่จึงมาปรึกษาจิรเจน คุณครูหมวดภาษาต่างประเทศซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับเจนนี่ที่เคยเรียนที่นี่ด้วยกันสมัยมัธยม แต่ดันสอบบรรจุได้ก่อนเจนนี่ ระหว่างปรึกษาเรื่องชุดกัน จิรเจนก็ชวนเจนนี่คุยเรื่องผอ.คนใหม่ที่กำลังจะย้ายเข้ามาในสัปดาห์นี้.งานต้อนรับ ผอ.คนใหม่ ขณะที่เจนนี่กำลังจัดเตรียมสถานที่บนเวทีในห้องโถงของโรงเรียน เจนนี่ก็พบผอ.คนใหม่ที่พึ่งเดินเข้ามาหลังเวที เจนนี่ทำการทักทายสวัสดี แต่ผอ.ไม่ยินดีกับภารโรงอย่างเจนนี่นัก เนื่องจากแต่งตัวเครื่องแบบพนักงานชายแต่ไว้ผมยาวและแต่งหน้าเป็นผู้หญิง ที่ยังพูดคะขา แทนตัวเองว่าหนู เจนนี่รู้สึกผิดหวังที่ผอ.คนใหม่กังขาใน อัตลักษณ์ทางเพศของตนและโกรธในใจที่รู้สึกถูกกีดกันทางสังคม.เจนนี่นำเรื่องนี้ไปเล่าให้จิรเจนฟัง และจิรเจนเองก็ได้พบสถานการณ์แบบนี้เช่นกัน จากการพบปะผอ.คนใหม่ โดยผอ.ตำหนิจิรเจนที่มีผมยาวและแต่งหน้าแบบครูผู้หญิง แม้แต่งกายด้วยเครื่องแบบข้าราชการครูชาย แต่จิรเจนกลับใส่รองเท้าคัชชูแบบผู้หญิง เจนนี่ได้ฟังเรื่องราวจากจิรเจน ผสมกับความรู้สึกที่ตนพบเจอกับผอ.คนใหม่ จึงต้องการต่อสู้เพื่อสิทธิการแต่งตัวและการถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมของบุคคลหลากหลายทางเพศที่รับข้าราชการ จิรเจนคิดไอเดียการแต่งตัวเดินขบวนงานเทศกาลไพรด์ในเดือนหน้าได้แล้ว.ที่งานเทศกาลไพรด์เจนนี่แต่งกายในชุดข้าราชการครูผู้หญิงถืออุปกรณ์ทำความสะอาดของภารโรง ร่วมเดินขบวน และชูป้ายเรียกร้อง “พนักงานข้าราชการต้องได้สิทธิแต่งกายตามเพศสภาพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย” เจนนี่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมเดินขบวนและนักข่าวที่มาทำข่าว จนถูกถ่ายทำและให้สัมภาษณ์เรื่องราวของตนแบบสั้นๆ ออกรายการข่าวหิ้วกระแส รายการข่าวช่วงเย็นที่มักตีประเด็นข่าวนำเสนอจนเข้าสู่กระแสสังคมและมีผู้ชมเป็นจำนวนมากทั้งจากระบบฟรีทีวีและโลกออนไลน์.หลังจากข่าวเจนนี่แพร่กระจายและได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศ คุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้ประกาศให้ครูและพนักงานข้าราชการสามารถแต่งกายตาม "เพศวิถี" ได้เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อีกทั้งทางโรงเรียนมัธยมศึกษาหลายแห่งในประเทศก็ได้ประกาศให้นักเรียนที่มีเพศวิถีเป็นหญิง สามารถไว้ผมยาวรวบผมแบบได้ด้วย ครูจิรเจนเพื่อนของเจนนี่สามารถแต่งกายด้วยเครื่องแบบครูผู้หญิงไปสอนได้ และผอ.ของโรงเรียนก็ได้อนุญาติให้นักเรียนเพศชายที่มีเพศวิถีเป็นหญิงที่โรงเรียนสามารถไว้ผมยาวได้แบบนักเรียนหญิงเช่นกัน
NOW PLAYING
เจนนี้คือฉัน เดอะ ซีรีส์ EP. 14: เจนนี่
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
Jun 7, 2026 ·157m
May 20, 2026 ·159m
May 4, 2026 ·146m
Apr 19, 2026 ·139m
Apr 19, 2026 ·120m
Apr 18, 2026 ·134m