PODCAST · health
1 สมการชีวิต
by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
375
ถวายที่ดินให้วัด [6936-1u]
Q1: ถวายที่ดินให้วัดA: ในบรรดาทานทั้งหลาย การถวายเสนาสนะ (สถานที่) ให้ผลมากที่สุด แม้เมื่อตายไปแล้ว ถ้ายังมีผู้ใช้ประโยชน์จากที่ดินหรืออาคารนั้นอยู่ ก็ยังได้บุญต่อไป- การให้ เป็นไปเพื่อกำจัดความตระหนี่- เจตนาของผู้ให้ เมื่อได้ถวายแล้ว ได้บุญเต็มแล้ว ถ้าลูกหลานอนุโมทนา ก็ได้บุญส่วนนี้ต่อไป- กฎหมายไทย คุ้มครองการถวายที่ดินให้สงฆ์ ให้อยู่ต่อเนื่องไปเป็นของหมู่สงฆ์ - ควรจัดการเรื่องเอกสารการยกที่ดินให้วัดให้เรียบร้อยก่อนเสียชีวิต จะได้ไม่มีข้อพิพาทกับทายาทในภายหลังQ2: ทำบุญหวังผลA: การทำบุญต้องหวังผล โดยผลที่หวังต้องประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือ เพื่อกำจัดความตระหนี่ ไปสวรรค์ ไปนิพพาน - เมื่อนึกถึงบุญที่เคยทำไว้ ก็ได้บุญอีกQ3: อานิสงส์ของบุญจากการให้A: อานิสงส์มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ 2 ส่วน1. ผู้ให้ = มีศรัทธาน้อยหรือมาก (ก่อน ระหว่าง และหลังให้) ของที่จะให้ได้มาโดยถูกต้องบริสุทธิ์น้อยหรือมาก2. ผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ น้อยหรือมาก- ศรัทธา จะปรากฏออกมาในรูปเสียงในหัว ความคิดริตรึกก็จะน้อมจิตไปในทางนั้น ถ้าขณะนั้นศรัทธาต่อบุคคลใดมาก ก็ให้ของกับบุคคลนั้น เพราะผู้ให้มีศรัทธามากในขณะนั้น- เสียงของมารในความคิด อาจออกมาขัดขวาง ก็ต้องระวังQ4: การแต่งรูป เป็นมุสาวาทหรือไม่A: มุสาวาท = จงใจทำให้ผิดต่อโลก (รูป เสียง กลิ่น รส ธัมมารมณ์)- การแต่งหน้าให้ดูดีขึ้น เป็นเรื่องของกาม ถ้าไม่ได้ถือศีล 8 ก็ทำได้- การแต่งรูปก็เหมือนการแต่งหน้า- แต่ถ้าแต่งรูปแบบตัดต่อให้เป็นคนละอย่าง อันนี้ผิด ถือเป็นมุสาวาทQ5: ชีวิตถูกชะตากรรมกำหนดแล้วA: ชีวิตถูกชะตากรรมกำหนดไว้แล้วโดยส่วนเดียว = เป็นความคิดไม่ถูกต้อง ทำให้จิตมีแนวโน้มในการไม่ทำอะไร ไม่สร้างความดี- เรื่องชะตากรรมถูกกำหนดหรือพรหมลิขิต มีส่วนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่โดยส่วนเดียวทั้งหมด เพราะมีส่วนที่ชีวิตเรากำหนดได้ด้วยการกระทำของเรา- ความคิดที่ถูกต้อง คือ กรรมคือการกระทำ กระทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับผลแห่งการกระทำนั้น เรามีกรรมเป็นที่พึ่ง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แนวโน้มจิตจะไปในทางที่ให้เกิดความขยันในการสร้างกรรมดีขึ้นมา เพื่อให้ได้รับผลที่ดีQ6: ทำความดีเห็นผลช้าA: การทำดี จะให้ผลในเวลาที่เหมาะสม ต้องอาศัยความอดทน ความเมตตา อุเบกขา ทำความดีนั้นไปเรื่อย ๆ Q7: เวลาและรูปแบบการตาย เกิดจากเวรกรรมหรือไม่A: มีทั้ง 2 กรณี1. เกิดจากเวรกรรม เช่น พระพุทธเจ้า กรรมจากการทำทุกรกิริยา พระมหาโมคคัลลานะ โดนรุมทำร้าย2. ไม่ได้เกิดจากเวรกรรม เช่น พระสารีบุตร เกิดจากโรคภัยที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น- กรรมที่เกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่สร้างกรรมใหม่ที่เป็นกรรมดีในปัจจุบันได้Q8: ความตายทำให้หลุดพ้นA: ให้มองความตายด้วยปัญญา ความตายเกิดขึ้นดับไป สุขทุกข์เกิดขึ้นดับไป ก็จะไม่กลัวตาย ไม่กลัวสุข ไม่กลัวทุกข์ จิตก็จะอยู่เหนือกว่าได้ ไปพรหมโลกหรือนิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
374
Mindset ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข [6935-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ความทุกข์ต่อเนื่องผู้ฟังท่านนี้ ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ประสบความทุกข์มาก ทั้งเรื่องเงินทอง คนในครอบครัวเสียชีวิตหลายคน โควิด หน้าที่การงาน สุขภาพร่างกาย เจอบททดสอบหลายอย่าง เครียดมาก บางครั้งไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี ถ้าไม่มีธรรมะ ก็อาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่ผู้ฟังท่านนี้ มีสติคอยดึงไว้ ไม่ทำผิดศีลหรือเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ปรุงแต่งให้จิตใจหดหู่ลง นึกถึงธรรมะความไม่เที่ยง มีสติสัมปชัญญะอดกลั้นเวทนาไว้ รักษาจิตให้มีความสงบ หาความสุขในปัจจุบัน เร่งทำความดี ฟังธรรม มีกัลยาณมิตร เดินตามทางมรรค ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: Mindset ที่ทำให้ชีวิตมีความสุขกฎเกณฑ์ที่เราตั้งในชีวิต ทำให้เราทุกข์โดยไม่จำเป็น ก็ควรจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ใหม่ กฎเกณฑ์ความสุขของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน เจอผัสสะมาไม่เหมือนกัน มีความเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง “รักสุข เกลียดทุกข์” ถูกผลักดันด้วยเวทนา หากเราตั้งกฎเกณฑ์ว่าทุกอย่างจะต้องราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไร เราถึงจะมีความสุขนั้น รอไปเถอะ เราจะทุกข์โดยไม่จำเป็นทิฏฐิ (Mindset) เกิดจากผัสสะ หล่อหลอมตกตะกอนจนทำให้เป็นกฎเกณฑ์ในชีวิต ในโลกปัจจุบันมีทิฏฐิว่า “ต้องมีเงิน ถึงจะมีความสุข” ทำให้เกิดความเพียรในการหาเงิน ความเพียรเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าความเพียรนั้นทำให้ผิดศีล อย่างนี้ไม่ดี พระพุทธเจ้ามีกฎเกณฑ์ที่ทำให้ทุกข์ลดลง มีสุขเพิ่มขึ้น คือ มรรค 8 ถ้าเราเปลี่ยนกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขในชีวิตให้น้อยลงหรือให้เป็นไปตามเงื่อนไขความจริงของอริยสัจ คือ ทุกอย่างเกิดขึ้นตามเหตุ ตามปัจจัย มีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา ถือว่าเป็นผู้ที่มาตามกระแสแห่งการพ้นทุกข์แล้ว เราจะมีความทุกข์ลดลงมาก ความสุขชนิดที่เหนือกว่าสุขเวทนาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัญหาในชีวิตประจำวันจะลดลงมาก ให้มี “สติ” พิจารณาว่าเราทุกข์เรื่องอะไร แล้วให้เราเอากฎเกณฑ์ของเรานั้นมาตั้งขึ้น แล้วท้าทายมันด้วยความจริง (อริยสัจ) ว่าจริงๆ มันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ กฎเกณฑ์ที่ไม่เข้าท่าของเรานั้นก็จะตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องมีสติตั้งอยู่ในความจริง (อริยสัจ) เป็น “สัมมาทิฎฐิ” ซึ่งเป็นตัวกำจัด “มิจฉาทิฏฐิ” ได้ ให้ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต ถ้าเรามีกฎเกณฑ์ความสุขในชีวิตมากเท่าไร เป็นไปตามกระแสของโลกมากเท่าไร ความทุกข์ของเราก็จะมากตามกระแสของโลกนั้น คือมีตัณหามาก ความทุกข์ก็มาก แต่ถ้าเรามีกฎเกณฑ์ความสุขในชีวิตน้อย คือ ไม่ต้องตามกระแสของตัณหา ความทุกข์ก็น้อย แต่ความสุขจะมีมาก ความสุขเกิดจากภายใน ไม่ใช่จากปัจจัยภายนอก เรามีความสุขได้ทันที ด้วยการตั้งจิตของเราใหม่ ให้มาตามทางมรรค 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
373
ความตาย VS การหลุดพ้น [6934-1u]
Q1: เหตุการณ์นักเรียนกราดยิงA: มีมุมมอง 2 กรณี(1) ต่อบุคคลในเหตุการณ์ = ต้องมีพรหมวิหาร 4 เวลาเห็นใครมีทุกข์ ต้องเห็นอกเห็นใจเขา นั่นคือ “กรุณา” จะระงับความคิดเบียดเบียดได้ ต้องมี “เมตตา” จะระงับความคิดอาฆาตได้ และต้องมี “อุเบกขา” จะระงับความเศร้าใจได้(2) ต่อสังคม = อย่าเหมารวมว่าเป็นเพราะเด็ก Gen Z แต่ให้แยกแยะว่าเป็นเพราะกระแสของกิเลสตัณหาทำให้ทำเรื่องผิดศีล ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะช่วยทวนกระแสของกิเลสตัณหาได้ เช่น การสำรวมอินทรีย์ Q2: พูดอวยฝ่ายหนึ่งแต่กระทบอีกฝ่ายหนึ่งA: ให้ยกย่องหรือติเตียนคนที่ควรและในเวลาที่ควร- คนพาล เป็นคนไม่ฉลาด มีการเพ่งโทษเป็นกำลัง - บัณฑิต เป็นคนฉลาดในการรู้สิ่งใดดีหรือไม่ดี มีการชี้โทษบอกทั้งข้อดีและข้อเสียของบุคคลนั้น ทำให้เกิดการพัฒนาได้- ในเวลาที่ควร = ถ้าจะติเตียนเพื่อให้เกิดการพัฒนา ให้พูดกับบุคคลนั้นต่อหน้าเพียงคนเดียว ถ้าจะชม ให้ดูสถานการณ์ว่าจะชมต่อหน้าหรือลับหลัง เป็นการส่วนตัวหรือต่อหน้าคนหมู่มากQ3: เชิญเฉพาะญาติไปงานมงคล งานอวมงคลA: เกิด แก่ เจ็บ ตาย บวช เป็นเทวทูต การจัดงานเหล่านี้เพื่อให้บุคคลร่วมกันอนุโมทนา ให้บุคคลได้ระลึกได้ว่าเห็นเทวทูตแล้วอยากสร้างบุญหรือทำความดี - ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพว่าจะเชิญใครบ้าง อาจแจ้งให้ทราบว่าไม่อยากรบกวนบุคคลอื่น ขอให้ร่วมอนุโมทนาทางออนไลน์ก็ได้Q4: ความตาย VS การหลุดพ้นA: ผู้ที่ไม่กลัวความตาย เพราะนึกถึงความดีของตนได้- ถ้าเห็นได้ว่าชีวิตนี้คือกองทุกข์ ความตายทำให้หลุดพ้นจากกองทุกข์นี้ เป็นปัญญา ไปดี- ถ้ายังยึดถือในครอบครัวหรือทรัพย์สิน ยังไม่เห็นว่านั่นคือกองทุกข์ ยังไม่มีปัญญา ไปไม่ดี- มรณสติ = ความตายเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้ายังมีบาปอกุศลใด ให้รีบละ ถ้ามีความดีใด ให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรมนั้นและรักษาไว้ให้ดีQ5: ฆ่าตัวตาย VS ตายโดยธรรมชาติA: “การตาย” (มรณะ) ไม่เหมือนกับ “การดับทุกข์” (นิโรธ) - คนเราสามารถดับทุกข์ได้แม้ว่ายังไม่ตาย และการตายไม่ได้หมายความว่าจะดับทุกข์ได้- เมื่อตายไปแล้ว หากยังมีเหตุแห่งการเกิด ก็ต้องมาเกิดอีก และเมื่อเกิดแล้ว ก็ต้องเจอความทุกข์อีกและต้องตายอีก ไม่มีจบ - ความตายจึงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา- สำคัญคือ ก่อนตาย สามารถดับทุกข์หรือพ้นทุกข์ได้แล้วหรือไม่ ซึ่งวิธีการและหนทางมีอยู่แล้ว คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ- ต้องดึงคนที่คิดจะฆ่าตัวตายไปทำอย่างอื่น เพื่อให้ความคิดนั้นอ่อนกำลังลง- ถ้าทุกข์กาย อย่าให้จิตมีความทุกข์ไปตามกายที่มีความทุกข์นั้น ต้องแยกกายกับจิตให้ได้ โดยการฝึกจิตตามแนวศีล สมาธิ ปัญญาQ6: นิยามของบุญA: บุญ = ความสุข เกิดได้ทั้งจากการกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจประชาสัมพันธ์งานวันบูรพาจารย์ - จัดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.69 - รายละเอียดเพิ่มเติม www.panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
372
เปลี่ยนความเครียด ให้เป็นประโยชน์ [6933-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เห็นทุกข์ เห็นธรรม- เมื่อเจอเหตุการณ์เสี่ยงตาย เช่น โรคภัยไข้เจ็บ จึงกลับมาใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เช่น เลิกสูบบุหรี่ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ - จิตใจต้องมีอินทรีย์ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ที่มีความแก่กล้า- ถ้ามีอินทรีย์ 5 แก่กล้ามาก ก็จะบรรลุธรรมได้เร็ว- การบ่มอินทรีย์ให้แก่กล้า ต้องฝึกบ่อย ๆ- เห็นทุกข์ จึงเห็นธรรม เพราะทุกข์เป็นฐานที่ตั้งของศรัทธา ซึ่งเป็นที่ตั้งแรกของอินทรีย์ 5 และจะเข้าใจทุกข์ได้ ต้องมีปัญญา - ทุกข์ จึงเป็นตัวเชื่อมวงจรของอินทรีย์ 5 คือ ศรัทธาถึงปัญญา - ถ้ามองทุกข์ให้ดี จะทำให้เกิดการพัฒนาอินทรีย์ 5 ได้ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “เปลี่ยนความเครียด ให้เป็นประโยชน์”(1) รู้ตัวก่อนว่าเครียด = สังเกตตัวเอง เช่น ไปหาความสุขอย่างอื่นมาแทน เกิดความคิดฟุ้งซ่าน มีอารมณ์โกรธ ร่างกายเกร็งหรือผิดปกติ(2) มีความเครียดแต่พอดี = มีความเพียรที่ไม่ยิ่งไม่หย่อนที่พอเสมอกัน (3) บูรณาการข้อ (1) และ (2) (3.1) อยู่กับปัจจุบัน = ต้องมีสติ สังเกตความคิดและอารมณ์ ไม่เพลินไปในอดีตหรืออนาคต โดยใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือให้เกิดสติ เมื่อมีสติมาก ๆ ก็จะพัฒนาเป็นสมาธิ (3.2) ปรับสมดุลในจิต = สมาธิเป็นตัวปรับสมดุลในจิตใจได้ โดยใช้ปัญญาและศรัทธา พิจารณาทุกข์ที่เกิดขึ้น เห็นด้วยปัญญาว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เที่ยง เป็นธรรมดา เมื่อเข้าใจแล้วก็จะเกิดศรัทธา วงจรของการพัฒนาอินทรีย์ 5 ก็จะเกิดขึ้น วนไป ๆ ทำให้อินทรีย์ 5 แก่กล้าขึ้นเรื่อย ๆ โดยสรุป:- อินทรีย์ 5 เป็นตัวบูรณาการให้เกิดการคลายเครียด เอาความเครียดมาใช้ให้เกิดการพัฒนาชีวิต ให้เห็นทุกข์ด้วยปัญญา พัฒนาอินทรีย์ให้มีความแก่กล้า ก็จะคลายเครียดไปในตัว เป็นการอยู่กับความเครียดแล้วได้ประโยชน์ ทั้งกับตนเองและผู้อื่น เป็นประโยชน์ทั้งในเวลาปัจจุบันและเวลาต่อ ๆ ไป เป็นประโยชน์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
371
เร่งความเพียร ช่วงเข้าพรรษา [6932-1u]
Q1: การจำพรรษาในช่วงเข้าพรรษาA: การจำพรรษา = ในช่วงฤดูฝน 3 เดือน พระสงฆ์ต้องอยู่เป็นที่ ในบริเวณที่กำหนดเอาไว้ เช่น กำแพงวัด - เดินทางออกนอกบริเวณได้ แต่ต้องกลับมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ธุระจำเป็น สามารถไปได้ไม่เกิน 7 วัน- ถ้าไม่แสวงหาที่จำพรรษาในช่วงเข้าพรรษา เป็นอาบัติ- ถ้าเข้า 6 กรณีนี้ เปลี่ยนที่จำพรรษาได้ แม้พรรษาขาดแต่ไม่เป็นอาบัติ ได้แก่ ถูกสัตว์ร้าย/โจรเบียดเบียน เสนาสนะถูกไฟไหม้/น้ำท่วม เกิดทุพภิกขภัย ขัดสนด้วยอาหาร มีหญิงเกลี่ยกล่อมให้สึก อาวาสนั้นสงฆ์จะแตกกัน - สถานที่ห้ามจำพรรษา เช่น ในตุ่ม โพรงไม้ กลางแจ้ง กลด บนกิ่งไม้ ไม่มีเสนาสนะ - สถานที่จำพรรษาได้ เช่น ในเรือ กองเกวียน คอกสัตว์- อานิสงส์ของการจำพรรษา เช่น สามารถเที่ยวจาริกไปได้โดยไม่ต้องบอกลา รับกฐินได้- ระหว่างจำพรรษา พระสงฆ์จะมีการทำความเพียรเพิ่มขึ้นมา เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ เพิ่มขึ้น- ในช่วงเข้าพรรษานี้ ให้ท่านผู้ฟังมีข้อปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อเร่งทำความเพียร เช่น งดเหล้า ฝึกสวดมนต์ นั่งสมาธิ พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งมากขึ้นQ2: พระสงฆ์อยู่กุฏิเดียวกันA: อยู่ในกุฏิเดียวกัน 2-3 รูปได้ - แต่ต้องระวังเรื่องการรักษาผ้าครอง (ผ้าสำรับ 3 ผืน ที่ได้มาในวันบวช ได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ) ต้องรักษาเอาไว้ในช่วงที่จะได้อรุณ (ตี4 ถึง 6 โมงเช้า) ผ้า 3 ผืนนั้นต้องอยู่ใกล้ตัวที่มือเอื้อมถึงQ3: สวดมนต์เพื่ออะไรA: การสวดมนต์ คือ การสาธยาย (สัชฌายะ) ท่องให้เหมือนต้นฉบับ นำคำของพระพุทธเจ้าที่เคยตรัสไว้มาพูดซ้ำ (Recitation) ไม่ใช่การอ้อนวอนขอร้อง (Pray)- การสวดมนต์ทำให้พระสัทธรรมตั้งอยู่ได้นาน - ถ้าเข้าใจความหมาย แล้วตรึกตรองพิจารณาและปฏิบัติตาม จะเกิดผลให้จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ ได้ลิ้มรสของธรรมะด้วยตนเองQ4: คนรุ่นใหม่ไม่นับถือศาสนาA: “ศาสนา” ในทางพระพุทธศาสนา = “คำสอน” ให้เอาเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่ให้ยึดเป็นของตน (อุปาทาน) - ในชาตินี้ หากทำความดีตามศีล 5 ได้ ไปดีแน่นอน ตัวเราหรือคนอื่นติเตียนไม่ได้ เกิดความสบายใจ - แต่ถ้าไม่รักษาศีล 5 จะมีโทษ ตนเบียดเบียนตน คนอื่นติเตียน ถูกลงโทษ ตายแล้วตกนรก ชาติหน้าไปไม่ดีQ5: วิธีออกกำลังกายของพระA: ตามพระวินัย การเดินเป็นการออกกำลังกาย - ถ้ามีญาติโยมปวารณาเครื่องออกกำลังกายให้พระสงฆ์ ก็ไม่ผิด - ออกกำลังกายเพื่อคลายเวทนาของร่างกาย ไม่ให้ร่างกายเจ็บไข้ ป้องกันโรคภัย อันนี้ทำได้ และต้องมีสติสัมปชัญญะ ไม่ให้เพลิดเพลินลุ่มหลงไปกับสิ่งที่กำลังทำอยู่- แต่ถ้าออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายสวยงาม อันนี้ไม่ถูก Q6: ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลA: การเล่นพนัน เป็นอบายมุข แม้ไม่ผิดศีล แต่เป็นที่ตั้งของความประมาท เช่น ทำให้เป็นหนี้สิน ตามมาด้วยการโกหก ขโมยของ อกุศลธรรมหลายอย่างจะตามมา- การเล่นหวย เป็นการพนัน (อบายมุข) Q7: สมาทานศีลแล้ว แต่เผลอทำผิดศีล A: เป็นบาปน้อยกว่าการทำผิดศีลด้วยความจงใจ - ช่วงที่รักษาศีลได้ เป็นบุญ แต่ช่วงที่เผลอเพลิน ขาดสติสัมปชัญญะทำผิดศีล เป็นบาป- การผิดศีลทำให้เกิดความร้อนใจ ความรู้สึกผิดนี้เป็นหิริโอตัปปะ ละอายในบาปที่ทำลงไป ร้อนใจตอนนี้ ยังดีกว่าร้อนใจในภายหลัง และดีกว่าทำชั่วแล้วไม่ร้อนใจอะไรเลย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
370
พึ่งตน พึ่งธรรม ด้วยปัญญา [6931-1u]
ช่วงไต่ตามทาง:- ผู้ฟังท่านนี้ เมื่อตอนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคณะวิศวะ มีรุ่นน้องคนหนึ่งสัญญากับแม่ไว้ว่าจะไม่ดื่มเหล้า แต่ถูกรุ่นพี่บอกให้ดื่มเหล้าเพื่อเป็นการให้เกียรติรุ่นพี่ รุ่นน้องคนนี้มีหิริโอตัปปะ ละอายต่อแม่ จึงเอาตัวรอดโดยการต่อรองขอเป็นคนชงเหล้าให้รุ่นพี่และดื่มเครื่องดื่มอื่นที่ไม่ใช่เหล้าแทน เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี รุ่นน้องก็อยู่ในสังคมได้ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:- ตัวอย่างสมัยพุทธกาล กรณีโพธิราชกุมาร อยากมีบุตร นายจุลกาลและนายมหากาล ถูกใส่ความ นายฆฏิการะ ช่างปั้นหม้อ และพ่อของนางอุตตรา ยากจน - ทำกรรมอย่างไร ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ซึ่งจะให้ผลเป็นสุขหรือทุกข์ - การทำดีโดยอยากได้ความดีตอบ เป็น “ความอยาก” - การทำความดีโดยไม่ได้หวังสุขเวทนา แต่ทำไปเพื่อกำจัดความอยาก ความตระหนี่ อันนี้เป็น “ปัญญา” - คำสอนของพระพุทธเจ้า ประกอบด้วย “ปัญญา” ต้องพิจารณาโดยแยบคาย ใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง ดังนี้(1) พิจารณาให้ได้ว่าการทำอะไรก็ตาม ให้หวังเอา “ปัญญา” ไม่ใช่หวังเอา “เวทนา” = การทำอะไรก็ตาม อย่าไปหวังให้สุขเวทนาเกิด ไม่อยากให้ทุกขเวทนาเกิด เพราะเป็นตัณหา (ความอยาก) ส่วนการทำอะไรแล้วได้ปัญญา ปัญญาจะเป็นตัวตัดความตระหนี่และความเข้าใจผิด ๆ ว่าทำอะไรแล้วจะต้องได้รับสุขเวทนา(2) พิจารณาให้ได้ระหว่าง “ตัณหา” (ความอยาก) กับ “ฉันทะ” (ความพอใจ) = การทำอะไรด้วยความอยากเป็นสิ่งไม่ดี แต่การทำด้วยความเพียร ด้วยฉันทะ ความพอใจ ตั้งจิตไว้อย่างแน่วแน่ เป็นหนึ่งในองค์ของอิทธิบาทสี่ ธรรมะแห่งความสำเร็จ(3) พิจารณาให้ได้ว่า การเอาความดีมาอ้างเพื่อทำความชั่ว เป็นสิ่งไม่ดี = เช่น พระเทวทัต ทำความดีเพื่อหวังลาภสักการะ, การพูดความจริงแต่เป็นการเสียดสีผู้อื่นทำให้เขาเสียใจ เป็นต้น หรือ บางคนไม่มีความดีบังหน้าแต่มีความดีซ่อนเอาไว้ เช่น พระปิลินทวัจฉะ ชอบเรียกคนอื่นว่าคนถ่อย แต่จริงแล้วท่านเป็นพระอรหันต์ที่มีเทวดารัก(4) พิจารณาไปตลอด ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง = เพราะดีกลับเป็นไม่ดีได้ และไม่ดีอาจกลับเป็นดีในตอนหลังได้โดยสรุป:การใช้ปัญญาพิจารณาโดยแยบคาย ใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง ไม่มองผิวเผิน และไม่มองเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่ดูไปตลอด เป็นไปเพื่อไม่ให้อาสวะเกิดขึ้นที่จิตของเรา ให้พิจารณามาที่ตัวเราว่า ตัวเรามีกิจอะไรที่ต้องทำ ที่ต้องละ ต้องทำกิจของมรรค 8 ละสิ่งที่เป็นอกุศล ทำสิ่งที่เป็นกุศล เราจะดีหรือไม่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของใคร แต่อยู่ที่ตัวเรา เราจึงต้องพึ่งตน พึ่งธรรม โดยใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญโดยแยบคายในลักษณะที่ไม่ให้อาสวะเกิดขึ้น ด้วยการฟังธรรม การศึกษาธรรม ปัญญาก็จะแจ่มแจ้งขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
369
บาปกรรม ของการขับรถชนพระ/ทุจริตสอบ/เจ้ามือการพนัน [6930-1u]
Q1: ทุจริตสอบA: การทุจริตสอบ = โกหก = ผิดศีล 5- ถ้ากิเลสลดลง ความคิดที่จะโกง ก็จะไม่มี- เมื่อเห็นคนอื่นทำไม่ดี อย่าไปทำตามเขา แต่ให้เราทำความดี ความดีที่เราทำ จะมีอิทธิพลให้คนอื่นเกิดความละอายใจและเกรงกลัวต่อบาปได้- ระดับความละอายใจ (1) ตนเตือนตน (2) คนใกล้ชิดเตือน (3) มหาชนเตือน (4) ติดคุก (5) ตกนรก- ให้มองการณ์ไกล อย่ามองแต่ความสุขเฉพาะหน้า ก่อนคิดทำความชั่ว ให้กลัวผลที่จะได้รับทั้งในปัจจุบันและอนาคต แม้ไม่มีใครรู้ แต่จะเป็นตราบาปในใจ- หิริโอตัปปะ เป็นธรรมคุ้มครองโลก- คนฉลาดจะแยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้วเลือกทำสิ่งที่ดี คนชั่วต่างหากที่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้ว ยังเลือกทำสิ่งที่ชั่ว นั่นคือคนพาล Q2: ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ขนยาเสพติดA: ถ้าไม่มีเจตนา บาปในใจ จะไม่มี- มงคลสูตรข้อแรก คือ ไม่คบคนพาล - ต้องพัฒนาปัญญาของตนเอง ให้แยกแยะคนดีคนชั่วได้Q3: เด็กพิเศษขับรถชนพระA: บาปมากน้อย ขึ้นอยู่กับแรงของเจตนาและคุณของผู้ที่ถูกประทุษร้าย- แรงของเจตนา = เปรียบกับความหนักของรอยกรีดบนน้ำ บนทราย บนหิน - คุณของผู้ที่ถูกประทุษร้าย = ถ้ามีคุณต่อตนมาก ก็บาปมาก ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ ก็บาปมาก ถ้าเป็นผู้มีศีล สมาธิ ปัญญามาก ก็บาปมาก- ให้ตั้งตนไว้ในความไม่ประมาท ความตายอยู่ใกล้มาก ให้รีบทำความดี จะได้อยู่ผาสุกได้Q4: พระไทยไม่เรียนวิทยายุทธเหมือนพระจีน A: พุทธศาสนามี 3 นิกาย (1) เถรวาท (ไทย พม่า ศรีลังกา) = เน้นตามพระไตรปิฎก หมายเอาท่านพระเถระมหากัสสปะ ตอนที่อยู่ในถ้ำสัตตบรรณคูหา ที่ไม่แก้สิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นหลัก(2) มหายาน (จีน เวียดนาม ไต้หวัน) = ในยุคก่อนต้องมีการปรับตัว จึงต้องเรียนวิทยายุทธ(3) วชิรญาณ (ธิเบต ภูฏาน) = มีคาถามนตรา- นักวิชาการเป็นคนแยกแยะนิกาย โดยดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น - การแก้สิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความต่างกัน- โจรที่แท้จริง คือ กิเลส - การปฏิบัติธรรมตามมรรค 8 และการฝึกพลังจิต พลังสมาธิ พลังปัญญา เป็นวิทยายุทธภายใน ป้องกันโจรในภายในได้Q5: เจ้ามือการพนัน ให้เช่าที่ขายลอตเตอรี่A: เงิน เปรียบเหมือนงูพิษ ไม่ว่าจะเป็นเงินขาว เงินเทา เงินดำ ถ้าไม่ระวังจะตกเป็นทาสของเงิน- ดวงอยู่ที่การกระทำ ถ้าทำดี ดวงแข็ง ถ้าทำไม่ดี ดวงอ่อน- การพนัน เป็น 1 ในอบายมุข 6 เจ้ามือการพนัน จึงดวงตกทุกวัน - บัญชีบุญ-บัญชีบาป แยกกัน- ความดีช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ เปรียบเหมือนเกลือ (ความชั่ว) น้ำ (ความดี) และความเค็มของน้ำ (ผลของบาป) แต่ลบล้างความดีความชั่วกันไม่ได้Q6: ทำตามที่สาบานไม่ได้A: สาบาน = สัญญา - ให้ไปต่อรองข้อสัญญาใหม่เป็นอย่างอื่น ที่คิดว่าจะชดเชยกันได้ เพื่อความสบายใจของเรา - เปลี่ยนการบน/สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนจากเรา แล้วตั้งจิตอธิษฐาน คือ การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าในการจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ด้วยการสร้างเหตุตามเงื่อนไขปัจจัยให้สมบูรณ์ ในช่วงเวลาหนึ่งQ7: พูดไม่จริงแต่ไม่เดือดร้อนใครA: เป็นโมหะ เพราะไม่รู้ตัวว่าตนเป็นในสิ่งที่ตรงข้ามกับที่พูด- โมหะ (ทางใจ) การพูดไม่จริง (ทางวาจา) การกระทำที่แสดงออกมา (ทางกาย) เป็นบาป- ต้องมีกัลยาณมิตรมาชี้โทษ = ผู้ชี้ขุมทรัพย์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
368
เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยสันโดษ [6929-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เล่นโทรศัพท์มากเกินไปA: ผู้ฟังท่านนี้ใช้เวลาไปกับการเล่นโทรศัพท์มากเกินไป จึงแก้ไขด้วยการแบ่งเวลาทำงานกับการเล่นโทรศัพท์ให้ชัดเจน หรือปิดโทรศัพท์แล้วไปทำอย่างอื่น เช่น ไปหลีกเร้นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยสันโดษวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน มีดังนี้1. ทำความเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้อง- “สันโดษ” หมายถึง ความพอใจ ความยินดีตามมีตามได้ในสิ่งที่เรามี - พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้มีทั้งสันโดษและไม่สันโดษ ให้สันโดษ (รู้จักอิ่มจักพอ) = ในปัจจัยสี่ สิ่งของภายนอก กาม ไม่สันโดษ (ไม่รู้จักอิ่มจักพอ) = ในกุศลธรรมทั้งหลาย เช่น อิทธิบาท 4- เมื่อมีความเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้องแล้ว จะสามารถแยกแยะเรื่องอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้2. เจริญอิทธิบาท 4 (1) ฉันทะ = มีความพอใจในการทำงาน (2) วิริยะ = ความเพียร ความอุตสาหะ (3) จิตตะ = ความเอาใจใส่ จดจ่อ (4) วิมังสา = การไตร่ตรองพิจารณาทดลองค้นคว้า- ประสิทธิภาพในงานจะเกิดขึ้นตรงที่มีสมาธิจดจ่อ การเจริญอิทธิบาท 4 ข้อใดข้อหนึ่ง สามารถเป็นฐานให้เกิดสมาธิได้ เมื่อจิตเกิดสมาธิแล้วก็จะสามารถทำงานนั้นให้สำเร็จได้ 3. ความคงไว้ซึ่งสมาธิ - สมาธิเป็นจุดสำคัญ ในการจะทำอะไรก็ตามให้เกิดความสำเร็จ สมาธิไม่จำเป็นต้องอยู่ในอิริยาบถนั่งหลับตา- “สติ” เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดสมาธิ จึงต้องทำให้สติมีกำลัง เพื่อให้สมาธิไม่เสื่อม- “นิวรณ์ 5” เป็นเครื่องกั้น เครื่องขวาง การมุ่งหน้าไปสู่ความสำเร็จ นิวรณ์ 5 เกิดขึ้นตรงไหน สมาธิตรงนั้นจะเสื่อมทันที ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จึงต้องละนิวรณ์ 5 อันได้แก่ (1) กามฉันทะ = ความพอใจในกาม สิ่งของภายนอก (2) พยาบาท = ความคิดอาฆาต ปองร้าย ให้เขาได้ไม่ดี (3) ถีนมิทธะ = ความง่วงซึม ความหดหู่ ท้อแท้ท้อถอย (4) อุทธัจจกุกกุจจะ = ความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ วิตกวิจารณ์ (5) วิจิกิจฉา = ความเคลือบแคลง ไม่ลงใจ4. ลดความเครียดในการทำงาน - วิธีสังเกตว่ามีความเครียดในการทำงาน คือ มีนิวรณ์ 5 เกิดขึ้น- วิธีคลายความเครียด เช่น เปลี่ยนอิริยาบถ พักผ่อนสายตา ออกกำลังกาย สวดมนต์ นอน เดิน - วิธีที่ไม่ใช่การคลายความเครียด คือ ไปหากาม เช่น การเล่นโทรศัพท์ - “การเจริญฉันทะเพื่อละฉันทะ” คือ การนำธรรมฉันทะมาเพื่อละกามฉันทะ - เราต้องมีวิธีการลด ละความเครียดในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยสรุป: “ทุกคนมีศักยภาพในการทำงานให้สำเร็จและสามารถดึงศักยภาพนั้นออกมาใช้ได้ โดยต้องเข้าใจเรื่องสันโดษที่ถูกต้อง เจริญอิทธิบาท 4 คงไว้ซึ่งสมาธิ และลดความเครียดในการทำงาน ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
367
ดื่มเหล้า ไม่เดือดร้อน [6928-1u]
Q1: ดื่มเหล้า แบบไม่สร้างความเดือดร้อนA: การดื่มเหล้า เป็นโทษทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย และเป็นโทษทั้งในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา และในเวลาต่อ ๆ มา- โทษของความเป็นนักเลงสุรา = เป็นบ่อเกิดของโรค ทอนกำลังปัญญา เสื่อมทรัพย์ เกิดทะเลาะวิวาท ไม่รู้จักละอาย ทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียง- ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท = ปัญหาจะเกิดขึ้น เมื่อดื่มสุรา เล่นพนัน คบเพื่อนชั่ว- ถ้าต้องดื่มสุราจริง ๆ ก็รักษาศีลอีก 4 ข้อให้ดี + เพิ่มสัมมาวาจา (ไม่พูดยุยงให้แตกกัน ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ) ก็จะมีโทษน้อยลงหน่อย อาจจะยังไม่เกินเส้นของความประมาทได้- เปลี่ยนวิธีฉลองจากดื่มสุรา เป็นการทำความดี เช่น ให้ทาน ช่วยเหลือคนอื่น ปฏิบัติธรรมQ2: หนี้สิน = บ่วงA: กับดัก = บ่วง = ความยึดถือ- ระบบเศรษฐกิจของโลก เป็นบ่วงของมนุษย์ ทำให้ทุกคนต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน ดอกเบี้ยเป็นตัวบังคับไม่ให้เงินฝืดหรือเงินเฟ้อจนเกินไป - เมื่อติดบ่วงแล้ว ก็อาจนำไปสู่การทำชั่วได้- หนี้ มี 3 ระดับ แต่ละระดับมีทั้งติดบ่วงและไม่ติดบ่วง1) หนี้จากความฟุ่มเฟือย = เกิดจากความยึดถือในสถานะทางสังคม จึงต้องมีรถ มีบ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศ ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ 2) หนี้จากความจำเป็น = เกิดจากความยึดถือในความจำเป็นนั้น ยิ่งกิเลสมากก็จะเห็นสิ่งที่ไม่จำเป็น กลายเป็นสิ่งจำเป็นได้มาก 3) ไม่มีหนี้ - วิธีแก้บ่วงของมนุษย์ = ให้ละความยึดถือความสุขในโลก (โลกธรรม 8) ไม่ยินดี ในสุข ลาภ ยศ สรรเสริญ และไม่ยินร้าย ในทุกข์ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทาถ้าตอนนี้ยินร้ายเพราะหนี้ ก็เนื่องจากยินดีในเงินที่ยังไม่มี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไว้- มรรค 8 เป็นทางออกของทางหลุดออกจากบ่วง Q3: ความสุขระหว่างวันA: ความสุขระหว่างวันอยู่ที่ปลายจมูก ให้ตั้งสติดูลมหายใจ - ไม่ลืมลมหายใจ = ไม่เผลอ = ไม่เพลิน- ตอนที่มีสติอยู่กับลมหายใจ ก็ยังรับรู้สิ่งรอบตัวไปพร้อมกันได้ แต่จะไม่เผลอ ไม่เพลินไปกับสิ่งนั้น- การตั้งสติ เป็นจุดเริ่มของการหาความสุขที่นี่ เดี๋ยวนี้ - อย่ามองข้ามจมูกของเรา พอเรานึกถึงลมหายใจ ความระลึกได้นั้นคือ “สติ” นึกได้คือไม่ลืม ไม่ลืมคือไม่เผลอ ไม่เผลอคือไม่เพลิน ไม่เพลินไปตามเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็น จิตจะรับรู้ว่านี่คือสุขหรือทุกข์ แต่จะไม่แกว่งไม่เพลินไปตามนั้นQ4: พักผ่อนน้อย แต่ต้องการปฏิบัติธรรมA: ถ้าพักผ่อนไม่พอ ต้องนอนให้หลับ โดยให้แผ่เมตตาก่อนนอนและเมื่อตื่นนอนQ5: เหตุที่คนเข้าวัดเยอะขึ้น A: คนเข้าวัด อาจเพราะมีทุกข์มากขึ้น หรืออาจมีปัญญามากขึ้นก็ได้Q6: ทำผิดด้วยความจำเป็นA: กรรม = การกระทำ- ทุกคนเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร - แม้มีสัมมาทิฏฐิ รู้ว่าอะไรดีหรือชั่ว แต่ที่ยังทำดีไม่ได้ เพราะมีมิจฉาวายามะ (การลงมือทำจริง แน่วแน่จริง) หรือมีมิจฉาสติ (ระลึกถึงความดี) ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้ไปทางมิจฉาทิฏฐิมากขึ้น ทำให้สัมมาทิฏฐิที่เคยมีหายไป เช่น เคยทำชั่วแล้ว ก็จะทำชั่วครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น- ต้องปรับกาย วาจา ใจ ให้ตรงกัน ให้ไปทางพูดดี คิดดี ทำดีQ7: พูดไม่ตรงกับใจA: คนเราต้องดัดจริตที่ไม่ดี ถ้าเราคิดไม่ดี เราต้องดัดความคิดของเราให้ดี ไม่ใช่ดัดวาจาให้เป็นไปตามความคิดที่ไม่ดีนั้น- ทางสายกลาง = ต้องมีปิยวาจา พูดดี ไม่กระแนะกระแหน ไม่ประจบประแจง แล้วปรับจิตปรับใจ ให้ตรงกับวาจาที่ดี ให้ตรงกับกายที่มีศีล สัมมาทิฏฐิของเราก็จะเจริญขึ้นQ8: ทำบุญวันพระA: ฤกษ์งามยามดี คือ เวลาที่สะดวกและมีจิตที่เป็นกุศล วันไหนก็ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
366
กับดักของมาร [6927-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: กับดักเงินกู้- เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ต่อมา คิดเพิ่มมูลค่าให้บริษัทด้วยการรับงานใหญ่ขึ้น จึงกู้เงิน แต่เกิดปัญหา มีข้อผิดพลาดในงานมากขึ้น รายจ่ายเพิ่มขึ้น สภาพคล่องทางการเงินเริ่มมีปัญหา ก็กู้เงินเพิ่มขึ้นอีกจนไปถึง 70 ล้านบาท ตอนนี้เครียดมาก- ดอกเบี้ยจากการกู้เงินเป็นกับดัก เป็นบ่วงที่ล็อคไว้ ทำให้ออกมาได้ยาก ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: กับดักของมาร- กับดัก คือ บ่วง- ลิงโง่จะเห็นว่า เหยื่อเป็นอาหาร แต่จริง ๆ แล้วเป็นกับดัก เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่กามเป็นกับดักของมาร- กามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ล้วนเป็นกับดักที่มารวางไว้ในโลกนี้ ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงของทิพย์บ่วง/กับดักของมนุษย์- สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นว่าดี จริง ๆ แล้วเป็นกับดักของมนุษย์- การกู้เงิน เหมือนว่าจะดี แต่จริง ๆ แล้ว มีกับดักคือ ดอกเบี้ย เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ ทำให้เกิดโทษคือ ความไม่มีอิสระทางการเงิน อาจนำไปสู่การกระทำใดที่เป็นอกุศลธรรมได้บ่วง/กับดักอันเป็นของทิพย์- บ่วงที่เป็นของทิพย์ คือ ความยึดถือ- แม้แต่คนที่ไม่ได้กู้เงิน ก็มีบ่วงที่เกิดจากความยึดถือในลาภ (สินทรัพย์ เงินทอง ครอบครัว ยศ ตำแหน่ง คำสรรเสริญ ความสุขทั้งหลาย) ซึ่งมีอันตรายซ่อนอยู่เช่นกัน ถ้าเผลอ มัวเมา ประมาท เสพสิ่งเหล่านั้นอยู่ ซึ่งเป็นของไม่เที่ยง เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดเปลี่ยนแปลงไป ก็จะเกิดทุกข์วิธีหลุดจากบ่วงของมาร- บุคคลที่เห็นโทษของกามหรือโทษของการครองเรือน แล้วออกบวช อาจติดบ่วงที่เป็นทิพย์ได้ ถ้ามีมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการบรรลุพระนิพพาน)- แต่บุคคลที่หลีกออกจากกามแล้ว ทำความเพียรในการปฏิบัติแล้วโดยไม่ติดบ่วงของมิจฉาทิฏฐิ ปฏิบัติแล้วได้ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิขั้นที่ 1-4 - ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิ เป็นความสุขที่มารจะมองไม่เห็น มารจะตามไปไม่ได้ - เราจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมารได้ ก็ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ให้หาความสุขจากในภายใน อย่าหาความสุขจากภายนอก คือ กาม ที่จะเป็นกับดัก เป็นบ่วงของมาร ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงที่เป็นของทิพย์ เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่ในนั้นโลกธรรม 8 - โลกธรรม 8 ได้แก่ ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ - โลกธรรม 8 เป็นสิ่งธรรมดาของโลก- ผู้ที่ติดอยู่ในโลก = ติดในโลกธรรม 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
365
แม่ฟ้องลูก [6926-1u]
Q1: แม่ฟ้องลูกประพฤติเนรคุณA: ถ้าเรารักษาทิศทั้ง 6 ให้ดี ก็จะไม่มีภัยจากทิศนั้น - ทิศเบื้องหน้าคือ พ่อแม่ ทิศเบื้องหลังคือ ลูก - ถ้าพ่อแม่ลูกมีปัญหากันแสดงว่า ลูกทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหน้าไม่ดี และ/หรือ พ่อแม่ทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหลังไม่ดี- ต้องตั้งจิตให้ดีว่า เราทำหน้าที่ของเราต่อทิศนั้น ๆ ดีแล้วหรือไม่- ถ้าเราทำหน้าที่ของเราในทิศทั้ง 6 ให้ดีแล้ว ความสบายใจ ความไม่เป็นพิษเป็นภัยจากทิศนั้น จะเกิดขึ้นกับเรา จะไม่ถูกบีบคั้น - ถ้าเราปฏิบัติตามธรรม ธรรมจะคุ้มครองเรา ให้เรามีจิตใจที่สบายอยู่ได้ - ลำดับความสำคัญของแต่ละทิศ เป็นความบีบคั้นของผู้ครองเรือนที่ต้องดูแลทิศทั้ง 6 ไปพร้อมกัน แต่มีแนวทางให้เกิดความลงตัวได้ ถ้าบริหารจัดการใน 3 เรื่อง ดังนี้(1) เรื่องเงิน = รายรับต้องท่วมรายจ่าย และแบ่งใช้ใน 4 หน้าที่ คือ เลี้ยงดูคนในครอบครัว เก็บ ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำบุญให้ทานในเนื้อนาบุญ (2) เรื่องเวลา = แบ่งเวลาให้แต่ละทิศ(3) เรื่องความคิด = คิดในการจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น เงินช่วยเหลือผู้ชรา สิทธิรักษาพยาบาล- การดูแลพ่อแม่ สามารถดูแลเองก็ได้ หรือจัดการให้ผู้อื่นกระทำก็ได้- หิริโอตัปปะ เป็นธรรมะเครื่องคุ้มครองโลก- สังคหวัตถุ 4 - การออกบวช ทำให้หลุดออกจากความบีบคั้นของผู้ครองเรือนในทิศทั้ง 6 ได้ Q2: ช่างมัน VS ปล่อยวางA: ถ้ามีโมหะ ก็ไม่ใช่การปล่อยวาง อาจจะเป็นการเก็บกดด้วยซ้ำ- ลำดับนำไปสู่การปล่อยวาง คือ (1) มีสติ(2) จิตสงบเป็นสมาธิ(3) เห็นตามความเป็นจริงซ้ำ ๆ (4) เบื่อหน่าย (นิพพิทา) = เบื่อหน่ายเกิดจากปัญญา ไม่ใช่การเบื่อเซ็งที่จะไปยึดถือสิ่งอื่นต่อไป(5) คลายกำหนัด (6) ปล่องวาง - ถ้าอินทรีย์แก่กล้าก็จะปล่อยวางได้เร็ว- อินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาQ3: ปฏิบัติธรรมมานานแต่ติเตียนผู้อื่นA: เมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว เห็นธรรมะข้อใดข้อหนึ่ง จะเกิดความรู้สึกว่า ยิ่งบอกธรรมะต่อยิ่งดี อยากให้คนอื่นเข้ามาพิสูจน์รู้ธรรมไปด้วย- การเผยแผ่ธรรมะด้วยการติเตียนผู้อื่น ไม่ดี - การเผยแผ่ธรรมะ มีลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ (1) ไม่เทศน์กระทบตนหรือผู้อื่น(2) พูดไปตามลำดับ ไม่ลัดให้ขัดความ(3) แสดงธรรมไปตามตัวบทQ4: รู้ธรรมะ แต่ปฏิบัติตามได้ยากA: ในขณะที่เจอความวุ่นวาย ต้องรักษาจิตของเราก่อน ให้ปิดการรับรู้เรื่องภายนอกก่อน เมื่อรักษาจิตของเราได้แล้ว ค่อยเปิดการรับรู้เรื่องภายนอก - ให้รักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว รักษากัลยาณมิตร และตั้งสติไว้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
364
วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข [6925-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: พ่อติดเหล้า ติดบุหรี่- พ่อชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ลูกก็คอยเตือนจนกลายเป็นการจับผิด ต่อมา ลูกไปสอบถามผู้รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอได้คำตอบก็เอามาบอกพ่อ เมื่อพ่อรู้ ก็เกิดหิริโอตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) จึงเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น ไม่มีการจับผิด - พึงระวังพฤติกรรมไม่ดีกลับมา เพราะกิเลสอยู่ในใจอาจกลับมาได้ทุกเมื่อช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข”ประการที่หนึ่ง ชำนาญในอารมณ์ความรู้สึกของตน- ถ้าโกรธ ก็ให้ใจเย็นมีเมตตา ถ้ากลัว ก็ให้มีความกล้า ถ้ามีความอยากในสิ่งใด ก็ให้เห็นตามความเป็นจริงว่าสิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นสิ่งปฏิกูล ถ้าถูกอิจฉา ก็ให้มีความกรุณา ถ้าถูกต่อว่า ก็ให้มีเมตตา ถ้าริษยาผู้อื่น ก็ให้มีมุทิตา- เมื่ออารมณ์เสีย ต้องรู้จักวิธีระบายอารมณ์ ถ้ายังปรับเปลี่ยนทำใจให้ดีในทันทีไม่ได้ ก็ต้องหาคนรับฟังที่รับอารมณ์ของตนได้ประการที่สอง เก่งในการงานและการเงิน- ทำงานอย่าหวังเอาเงิน แต่ให้หวังเอางาน เพราะถ้าหวังเอาเงิน เงินจะใช้เราทันที จะตกเป็นทาสของเงิน กิเลสจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา- ความสำเร็จเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขของเงิน- เงินที่ได้มาต้องหามาอย่างถูกต้องตามธรรม- อย่าตกเป็นทาสของเงิน อย่าตระหนี่- ต้องละอบายมุข เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหล- ให้แบ่งจ่ายทรัพย์ออกเป็น 4 หน้าที่(1) เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว(2) เก็บรักษาหรือนำไปลงทุน(3) เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น บริจาค(4) เพื่อหวังเอาบุญ – ทำบุญในเนื้อนาบุญ- ในเรื่องการงาน ต้องทำการงานให้ดีที่สุด จนเขาเก็บเราไว้ในตำแหน่งนั้นไม่ได้ ต้องเลื่อนตำแหน่งให้ ถ้าเจ้านายหรือบริษัทนี้ไม่เห็น ก็ต้องมีคนเห็น ให้ย้ายไปได้- ความเพียรในงาน ไม่ใช่ความเครียดประการที่สาม เก่งในเรื่องคนรอบตัว- ให้ปฏิบัติตามทิศ 6 (1 บิดามารดา = ถ้ายังอยู่ ให้เลี้ยงท่านตอบ ช่วยกิจการงาน ปฏิบัติตัวให้ดี ดำรงวงศ์สกุลให้ดี(2) ครูอาจารย์ = เข้าไปปรนนิบัติ ศึกษาศิลปวิทยา โดยความเคารพ นอบน้อม แม้จะไม่เห็นครูอาจารย์ก็ตาม(3) สามี ภรรยา ลูก = หน้าที่สามีต่อภรรยา คือ พูดจาดี ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่นอกใจ ให้เครื่องประดับหน้าที่ภรรยาต่อสามี คือ ปฏิบัติต่อคนรอบข้างของสามีให้ดี รักษาทรัพย์ ใช้จ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง ไม่เกียจคร้านหน้าที่ต่อลูก คือ ให้ตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป ให้ศึกษาศิลปวิทยา ให้มีคู่ครองที่สมควร มอบมรดกให้ตามเวลา(4) เพื่อน = ไม่พูดให้แตกกัน ไม่พูดให้เสียใจ แบ่งปันกัน(5) เจ้านายลูกน้อง = หน้าที่ต่อเจ้านาย คือ ขยันทำงาน ร่ำลือความดีของเจ้านาย ไม่ขโมยหน้าที่ต่อลูกน้อง คือ ให้อิสระตามสมัย ให้ค่ารักษาพยาบาล ให้ค่าจ้างรางวัล(6) พระสงฆ์ = ฟังธรรม เข้าไปสอบถามปัญหา โดยสรุป: การมีธรรมะอยู่ในครอบครัว จะทำให้การครองเรือนราบรื่นอยู่เป็นสุข นำความผาสุกให้เกิดในชีวิตของเราได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
363
ความสุขง่าย ๆ ในทุกวัน [6924-1u]
Q1: อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์A: “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ระดับในการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ท่านเปรียบกับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึก 4 ระดับ (1) สังเกตปฏักแล้วทำตามคำสั่ง = ดูข่าวแล้วเห็นความไม่แน่นอน(2) ทำตามเมื่อถูกปฏักสะกิด = เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า(3) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มหนัง = ผู้เสียชีวิตเป็นคนรู้จัก (4) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มลึกถึงกระตูก = เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุนั้นเอง แต่บาดเจ็บรอดมาได้- ทำวันนี้ให้ดีที่สุด = ต้องฝึกสติให้มีกำลัง คิดถึงความดีของตน อย่าคิดถึงความไม่ดีQ2: ลำดับความสำคัญในชีวิตA: ถ้าเป็นพระ = ศีล- ถ้าเป็นฆราวาส = ศีล + ศรัทธา + ทิศ 6 + อิทธิบาท 4 + พรหมวิหาร 4Q3: วิธีทำใจกับความผิดหวังA: ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ คือ (1) พุทโธ = ทางออกของปัญหาต้องมี(2) ธัมโม = เส้นทางในการแก้ปัญหา(3) สังโฆ = ถ้าปฏิบัติตามเส้นทางนั้น ปัญหาจะถูกแก้ไข- ผลของความทุกข์มี 2 แบบ คือ จมอยู่ในกองทุกข์ หรือหาทางออกของความทุกข์นั้นQ4: การยุ่งเรื่องคนอื่นมากA: ความสุขทางกาย เช่น กินอิ่ม นอนหลับ เป็นเรื่องจำเป็น แต่อย่าเอาเป็นหลัก- ให้เอาความสุขทางใจ เป็นหลัก- การยุ่งเรื่องคนอื่นมาก รวมถึงการเล่นโซเซียล จะทำให้ความสุขทางใจลดลงQ5: ความสุขง่าย ๆ ในทุกวันA: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น เช่น อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ- โดยใช้เครื่องมือให้เกิดสติ เช่น ดูลมหายใจ ภาวนาพุทโธ พรหมวิหาร 4 Q6: สวดงานศพกี่วันA: พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้- งานศพ จัดเพื่อคนเป็น ไม่ใช่คนตาย- จำนวนวัน กำหนดโดยคนที่อยู่ ตามความสบายใจ การได้เห็นสมณะ ฟังธรรม ให้ทาน เป็นบุญ ทำให้จิตใจสงบQ7: เวลาน้อยแต่ต้องการปฏิบัติธรรมA: ให้การปฏิบัติธรรมอยู่ในกิจวัตรประจำวันได้ ให้มีสติอยู่ในทุกอิริยาบท โดยไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบการนั่งสมาธิQ8: กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์A: “ศรัทธา” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง = เอาสิ่งนั้นเป็นที่พึ่ง- “ที่พึ่งที่ช่วยให้พ้นทุกข์” = พระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (มรรค 8) พระสงฆ์ (ผู้ที่ทำได้แล้ว) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
362
วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก [6923-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ผู้ชายเคยให้ผู้หญิงไปทำแท้ง- ชายท่านหนึ่งอายุ 39 ปี ในชีวิตประจำวัน มีความวุ่นวายใจ ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว อารมณ์ขึ้นลง ไม่มีความสงบ- ช่วงวัยรุ่นเคยทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้ง ผิดศีลไปแล้ว ทำให้เกิดความร้อนใจ- จึงพยายามแก้ไขด้วยการตั้งจิตขึ้นใหม่ สมาทานศีล ตั้งใจว่าทุกวันจากนี้จะรักษาศีลให้ดี แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เคยเบียดเบียน ทั้งหญิงคนนั้น เด็กที่เสียไป ผู้เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง และให้ทานทุกวัน พอครบวันเกิดก็เอาไปทำบุญในเนื้อนาบุญ- ชายคนนี้ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นเวลาปีกว่า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใจเย็นลง มีความผาสุกมากขึ้น ปัญหายังมีแต่อารมณ์ไม่แปรปรวนเหมือนก่อน- ดังนั้น ทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างน้อยจิตใจจะมีความผาสุกได้อย่างแน่นอนช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก”- ตรงไหนไม่ผาสุก แสดงว่าตรงนั้นไม่มีธรรมะ ต้องใส่ธรรมะลงไปในจุดที่เป็นปัญหา จึงต้องรู้จักสังเกตเครื่องหมายหรือนิมิตในเรื่องนั้น ๆ- การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไม่ว่าจะในวัด บริษัท องค์กรใด ๆ หรือครอบครัว ต้องปรับจิตปรับใจเข้าหากัน ตั้งทิฏฐิความเข้าใจไว้ให้ถูกต้อง- “ธรรมวินัย” เป็นเบ้าหลอมจิตใจที่มีความแตกต่างกัน ให้มารวมกันได้ “การให้ธรรมะ” ไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือคำพูด เพียงแค่ปฏิบัติตามธรรม ก็ชื่อว่าให้ธรรมะแล้ว(1) เมตตา = ให้มองด้วยสายตาของคนที่รักกัน มีเจตนาที่ดีต่อกัน (2) กรุณา(3) อุเบกขา(4) ถ้าทำ 3 ข้อข้างต้นไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปคิดถึงเขา ให้คิดเรื่องอื่น มองให้เห็นข้อดีของผู้อื่นพระสารีบุตรบอกไว้ว่า เมื่อเห็นข้อไม่ดีของผู้อื่น ให้หาข้อดีของเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ เพื่อพัฒนาจิตของเรา อย่าไปอาฆาตพยาบาทหรือไม่พอใจเขา แต่ให้ตั้งไว้ด้วยความเมตตา ถ้าเขาไปมืดแล้ว เราอย่าไปมืดตามเขา ให้จิตใจเราไปในทางสว่าง “สาราณียธรรม 6” (1) เมตตาทางกาย(2) เมตตาทางวาจา(3) เมตตาทางใจ(4) แบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน(5) มีศีลเสมอกัน(6) มีทิฏฐิเสมอกันชนะใจตนเอง- เอาชนะจิตใจตัวเอง อย่าโกรธ อย่าอาฆาตพยาบาท อย่ามีโมหะ - ความคิดมีความสำคัญ คิดผิด=สัตว์นรก คิดร้าย = สัตว์เดรัจฉานคิดเพ่งในของคนอื่นที่เราไม่มี = เปรต คิดกลัวความชั่วของตัวเอง = อสูรกาย คิดรับผิดชอบในการกระทำของตน = มนุษย์คิดดี = เทวดาคิดเมตตากรุณา = พรหมคิดรู้เท่าทันและปล่อยวางได้ เย็นเฉพาะตน = นิพพานชั่วขณะ ถ้าทำบ่อย ๆ ก็เป็นนิพพานจริง ๆ ได้ หลุดพ้นความทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
361
ตัดแม่ตัดลูก [6922-1u]
Q1: ชอบทำบุญ แต่ไม่ชอบเสียภาษีA: การแบ่งจ่ายเงินที่ถูกต้อง มีลำดับดังนี้ (1) ใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ(2) จ่ายภาษี(3) ช่วยเหลือคนอื่นทั่วไป(4) ให้ทาน- คนไม่จ่ายภาษีแต่มีเงินทำบุญ มี 2 สาเหตุ (1) รายได้น้อย (2) รายได้มาก มีเงินทำบุญ แต่ไม่จ่ายภาษี เพราะเป็นสายมูเตลู จ่ายเงินหวังผล คิดว่าการเสียภาษีไม่ได้อะไรกลับมา มีแต่เสียออกไป- ควรปรับความคิดเป็นว่า การจ่ายภาษีไม่ใช่การเสีย แต่เป็นการให้ การจ่ายภาษีของเราเป็นไปเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ในขณะที่คนอื่นไม่ให้ แต่เราเป็นผู้ให้ ก็จะเกิดความสุขในจิตใจในขณะที่จ่ายภาษีได้ เป็นการสั่งสมบารมี- ระบบราชการ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า นำเงินภาษีไปใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจเห็นว่าได้รับประโยชน์จากเงินภาษีที่จ่ายไปQ2: พญานาคกับพระพุทธศาสนาA: หากนึกถึงพญานาค ให้นึกถึงศีล คุณงามความดี- ให้อธิษฐานสร้างเหตุที่จะขอ ไม่ใช่ขอผลที่อยากจะได้ โดยการขอให้ตั้งมั่นในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ขอตั้งมั่นในการมีจิตเมตตาอยู่เสมอQ3: โอกาสเจอกันชาติหน้าA: ถ้าคนที่ตายไปเป็นอรหันต์ ก็จะไม่เจอกันอีก เพราะจะไม่เกิดอีกแล้ว- ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาชาตินี้เลย ให้นึกถึงความดีของคนนั้น ก็จะได้เจอคนนั้นแล้วQ4: วิธีแก้แค้นที่ดีที่สุดA: การกระทำตอบด้วยความสะใจ ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการเพิ่มความแค้น ผูกเวรกันมากขึ้น ถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบชีวิตได้- การแผ่เมตตาและการให้อภัย จะเป็นการคลายปม แก้ความแค้นในจิตใจของเราได้Q5: ทิ้งความเครียดไว้ที่ทำงานA: ต้องตั้งสติก่อนออกจากที่ทำงาน แยกแยะอันไหนทำเสร็จแล้ว อันไหนยังไม่เสร็จค่อยมาทำพรุ่งนี้ - สติ เป็นตัวช่วยในการปล่อยวางได้ดี ลดความเครียดได้Q6: ตัดแม่ตัดลูกA: พ่อแม่ลูกตัดกันไม่ขาด ยังไงก็ต้องคิดถึงกัน- ต้องมีสติมาก ๆ ไม่ให้จิตไหลไปตามกระแสที่เป็นอกุศล จนถูกบีบคั้น ทำในสิ่งที่ผิดพลาดไป- ถ้ายังไม่เป็นอนันตริยกรรม ก็สามารถแก้ไขได้ ให้เริ่มจากจิตที่ยังตัดกันไม่ขาดนั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
360
ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข [6921-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ดูแลคนป่วย- คุณศรี เป็นพยาบาล ออกจากงานมาดูแลคุณพ่อป่วยโรคไต มีความกังวลมาก ใจเป็นทุกข์ หลายปีต่อมา ได้ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคตับ ด้วยจิตใจที่มีธรรมะจึงยอมรับและเข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ความกังวลใจลดลง ไม่ทุกข์ใจเหมือนช่วงดูแลคุณพ่อ หลังจากนั้น คุณศรีป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วงรักษามีทุกขเวทนาทางกายมาก แต่ด้วยธรรมะ ทำให้จิตตั้งอยู่เหนือเวทนานั้นได้ จนหายจากโรคมะเร็งและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข”- สภาวะจิตใจของคนป่วย ได้แก่ ตกใจ ปฏิเสธความจริง กังวลใจ สับสน ต่อรอง มีเงื่อนไข เสียใจ หมดหวัง ไม่มีกำลังใจ ยอมรับความจริง กลับไปกลับมา- การยอมรับความจริงได้เร็ว = การรอบรู้เรื่องทุกข์ = ต้องมีสติ จึงจะมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง นำไปสู่การยอมรับความจริงได้วิธีละความยึดถือ - รวบรวมสติสัมปชัญญะขึ้น หายใจลึกๆ สังเกตร่างกาย ระลึกว่าเหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก ให้รีบละอกุศลธรรม ละสิ่งที่ยึดถือต่าง ๆ ยึดถือตรงไหน ให้ใส่ความเข้าใจลงไปตรงนั้น ก็จะคลายความกังวลใจได้ และให้นึกถึงความดีของตน เช่น ศีล - ศีล สติ สมาธิ ปัญญา จะทำให้ยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว- ให้เจริญพรหมวิหาร 4 โดยเฉพาะข้อกรุณา ให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่นวิธีอยู่กับความเจ็บป่วย(1) สัปปายะ = ทำความสบายแก่โรคนั้น ๆ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ถูกกับโรค(2) รู้ประมาณในความสบายนั้น(3) กินยา (4) บอกอาการไข้ตามความเป็นจริง(5) อดทนในทุกขเวทนาทางกายพิจารณาระดับการรักษา(1) แนวทางของโรคนั้น(2) อายุของผู้ป่วย(3) สภาพสิ่งแวดล้อม = การเงิน สถานที่รักษา คนดูแลหน้าที่ของผู้ดูแลคนป่วย(1) จัดยาให้ถูกต้อง(2) รู้จักของแสลง-ไม่แสลง(3) ดูแลผู้ป่วยด้วยจิตเมตตา ไม่ใช่มุ่งแก่อามิส(4) ไม่รังเกียจสิ่งปฏิกูลของผู้ป่วย (5) พูดให้ผู้ป่วยตั้งอยู่ในธรรมะ รื่นเริง ยอมรับความจริง ตามเวลาที่เหมาะสมโดยสรุป:โรคภัยไข้เจ็บ เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา สิ่งที่เกิด-ดับ คือ ทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์แล้ว ให้เห็นธรรมะด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
359
บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย [6920-1u]
Q1: การฆ่าตัวตายในทางพระพุทธศาสนาA: การฆ่าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือสัตว์อื่น ไม่ดีทั้งนั้น เพราะเป็นการทำชีวิตของบุคคลหรือสัตว์ให้ตกล่วงลงไป เว้นแต่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ก่อนและไม่หลังจากการตาย - การฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองหรือทางจิต โดยไม่ได้มีเจตนาทำบาปทำกรรมนั้น ถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังไงก็เป็นเจตนา Q2: กิจของสงฆ์กับงานก่อสร้าง A: พระพุทธเจ้าตั้งชื่องานก่อสร้างของพระสงฆ์ไว้ว่า “นวกรรม” - งานก่อสร้างบางอย่างจำเป็น แต่ทรงเตือนว่าอย่าทำให้มาก อย่ายุ่งวุ่นวายกับมันเยอะ เพราะจะเป็น “เครื่องเนิ่นช้า” เป็นเหตุให้ 1. พระวินัยหย่อนยาน 2. ตั้งสติปัฏฐาน 4 ได้ยาก 3. เพื่อนไม่รัก Q3: บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วยA: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ถ้าคนจะสำเร็จอะไรได้ทุกอย่างเพียงการอ้อนวอนแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” ถ้าลำพังการสวดมนต์แล้วทำให้หายเจ็บป่วยได้ โลกนี้ก็จะไม่มีใครตาย - การสวดมนต์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การพูดกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนไว้หรือสัชฌายะ (Recitation) ไม่ใช่การสวดเพื่อขอพร (Pray) - การที่เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็เพราะมีกายนี้ เมื่อมีกายก็ย่อมมีเวทนาที่เกิดขึ้นในกาย พอมีเวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องอย่าเกิด - การเข้าใจเรื่องโพชฌงค์ 7 สติปัฏฐาน 4 หรือสัญญา 10 ประการ จะทำให้เรากำจัดความเกิดได้ ถ้ากำจัดความเกิดได้ ก็จะกำจัดความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ รวมถึงกำจัดความตายได้ นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของบทสวดมนต์นั้น Q4: บาปกับการทานเนื้อสัตว์ A: การฆ่ามี 3 ระดับ 1. ฆ่าเอง (ผิดศีล) 2. ใช้ให้เขาไปฆ่า (ผิดศีล) 3. ชักชวนให้คนอื่นทำ (ไม่ผิดศีล แต่ได้รับบาป) - การทานเนื้อสัตว์ มีทั้งรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมการฆ่าสัตว์และไม่เป็น - ถ้ายังต้องประกอบอาชีพค้าขายสัตว์เป็นหรือเนื้อสัตว์อยู่ ก็ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะเปลี่ยนอาชีพต่อไป Q5: การพูดซ้ำเติมผู้อื่นA: “ใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น” - เราจะดีจะชั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา ให้ทำตามศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8 - เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค 8 แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา แต่ให้มั่นใจว่าทำดีต้องได้ดี แม้สุขเวทนาอาจจะยังไม่ให้ผลในตอนนั้นก็ตาม การได้ทำความดี นั่นคือดีแล้ว ให้มั่นใจว่า ความดีนั้นจะอยู่กับเรา ความดีนั้นจะรักษาผู้ที่ปฏิบัติดี ธรรมะจะคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ ไม่มีใครที่จะทำอันตรายผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย ให้มั่นใจในข้อนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
358
ประสบการณ์เฉียดตาย [6919-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ประสบการณ์เฉียดตาย- คุณหญิง เคยประสบเหตุการณ์เฉียดตาย เกิดเจ็บป่วยเฉียบพลัน ในช่วงเวลานั้น ได้เกิดความเข้าใจว่าการฝึกสมาธิมาทั้งหมดก็เพื่อนำมาใช้เวลานี้ จึงน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตรทั้งหลาย เมื่อรอดตายจึงนำมาเล่าให้ฟังช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ประสบการณ์เฉียดตาย- ตาย, มรณะ, จุติ = การหมดไปของอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)- หากเราเข้าใจความตาย เราจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิต- หากเราไม่เข้าใจความตาย เราจะใช้ชีวิตด้วยความกลัว และจะหาสิ่งอื่นทำเพื่อชดเชยความกลัวนั้น ทำให้คุณค่าแห่งชีวิตลดลงไปทัศนคติที่เป็นประโยชน์ในเรื่องความตาย(1) ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีอยู่ตลอดเวลา ทั้งกายและใจ = หากเข้าใจ ก็จะไม่กลัว - ทางร่างกาย = เซลล์ต่าง ๆ เกิด-ตาย อยู่ตลอด เป็นความตายที่ซ่อนอยู่ในความมีชีวิต- ทางใจ = ความคิด ความสุข ความทุกข์ ก็เกิด-ดับ อยู่ตลอดเวลา(2) ตายแล้วไปไหน = ถ้ามีเหตุปัจจัยให้เกิด ก็จะไปเกิดอีก- ทางร่างกาย = กลับคืนสู่ดิน น้ำ ไฟ ลม- ทางใจ = สัญญา สังขาร จะทิ้งคราบไว้เป็นอาสวะฝังอยู่ในจิต(3) จิตสุดท้าย = ต้องรักษาให้จิตเป็นกุศล ตายแล้วเกิด VS ตายแล้วสูญ- เป็นมุมมองที่สุดโต่งทั้งสองข้าง - ถ้ามองว่าตายแล้วต้องเกิด = ก็จะไม่ทำความเพียร- ถ้ามองว่าตายแล้วสูญ = จิตจะน้อมไปในทางทำความชั่ว ไม่เกรงกลัวบาป- มุมมองในทางพระพุทธศาสนา = ความเกิดและความตาย เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัย ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความเกิดและความตายก็ดับมรณานุสติ- มรณานุสติ เป็น 1 ในกรรมฐาน 40 กอง และเป็น 1 ในอนุสติ 10- การเจริญมรณานุสติ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เหลืออยู่- มรณานุสติ แบ่งเป็น 2 ส่วน(1) เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก = เราอยู่ใกล้ความตายนิดเดียว(2) พิจารณาว่ามีบาปอกุศลธรรมใดที่ยังละไม่ได้ หากตายไปเดี๋ยวนี้จะทำให้ไปไม่ดี = ให้รีบละบาปอกุศลธรรมนั้น และให้จิตตั้งอยู่ในกุศลธรรมให้ได้ในตอนนี้ ให้เหมือนกับไฟไหม้ผมหรือเสื้อผ้า โดยการตั้งสติ ทำความเพียร ตั้งจิตไว้กับความสงบในภายในให้ได้ ไม่ใส่ใจในเรื่องไม่ดี ให้เพ่งระลึกถึงความดีของตน เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การช่วยเหลือผู้อื่น การมีปิยวาจา เป็นต้น จิตก็จะตั้งอยู่ในกุศลธรรม จิตจะมีปีติปราโมทย์ด้วยธรรม ก็จะไม่กลัวความตาย ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะมีกุศลธรรมรักษาจิตไว้แล้วคำแนะนำสำหรับผู้ใกล้ถึงความตาย- สิ่งที่ไม่ควรทำ = ร่ำไห้คร่ำครวญ พูดเรื่องกวนใจให้คิดไปในทางกามหรืออกุศล - สิ่งที่ควรทำ = พูดเรื่องที่ทำให้เกิดกุศลธรรม ให้เกิดปีติสุข จะทำให้ไม่กลัวความตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
357
เด็กติดเกมส์ [6917-1u]
สมการชีวิต “เด็กติดเกมส์”- จิตไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่- การติดเกมส์ เป็นเรื่องของผัสสะ เป็นเรื่องวัตถุกาม= ได้ยินเสียงผ่านทางหู เห็นรูปผ่านทางตา - กิเลสกามในจิตใจ ความคลั่งไคล้ หลงใหล เพลิดเพลินจนควบคุมตัวเองไม่ได้= ทำให้ติดเกมส์ ติดงาน ติดพนัน ฯลฯ วิธีแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์(1) ติดในระดับที่ควบคุมได้ = เลือกเกมส์ที่เป็นประโยชน์ ฝึกทักษะสมองด้านที่ไม่ค่อยได้ใช้ ผ่อนคลายความเครียด (2) ติดในระดับที่เล่นเพลินจนเสียบุคลิก นิสัยที่ดีลดลง = ต้องหยุด ต้องจำกัดเวลา เพื่อให้นิสัยที่ดีกลับมา พ่อแม่ต้องเข้ามาควบคุมเพื่อให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ให้มีสติมากขึ้น(3) ติดในระดับที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ สร้างปัญหาอื่น ทำร้ายผู้อื่น = นอกจากต้องแก้ปัญหาติดเกมส์แล้ว ก็ต้องตามแก้ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นมาด้วย ต้องห้ามลูกจากบาป ให้ลูกตั้งอยู่ในความดี โดยไม่ใช้เครื่องมือของมาร เช่น ต่อว่า ทุบตี แต่ให้ใช้วิธีตามข้อ (2) ด้วยความพยายามที่มากขึ้น การดูแลเอาใจใส่ยิ่งขึ้น ใช้วิธีที่แยบคาย และเลือกเวลาที่เหมาะสมห้ามเสียจากบาป ให้ตั้งอยู่ในความดี(1) เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ = เป็นผู้อุปการะให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป(2) ใคร่ครวญหาช่องทาง = คนนะไม่ใช่ควาย ควายต้องลงโทษสั่งสอนทันทีเมื่อทำไม่ถูกต้อง แต่คนต้องดูเวลาที่เหมาะสมที่จะสั่งสอนเขาได้ ด้วยวิธีที่เหมาะสม ละเอียดรอบคอบ ด้วยความเมตตากรุณา ปรารถนาให้เข้าพ้นจากความทุกข์(3) ไม่ใช่ด้วยเครื่องมือของมาร เช่น อาชญา/ศาสตรา = การทุบตี การต่อว่า(4) ให้เพิ่มพูนสติ ใช้ความดีแทรกซึมเข้าไป ใส่กุศลธรรมมากขึ้น ความดีก็จะเสริมสร้างความดี ก็จะดีวันดีคืนได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
356
ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็น [6916-1u]
Q1: ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็นA: บทกรวดน้ำที่พระสวดเวลาไปทำบุญ เป็นอุปมา เปรียบกับน้ำที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า บุญก็เช่นกัน (ความสุข อายุ วรรณะ สุขะ พละ) จะทำให้จิตใจเราอยู่เป็นสุขได้ - บุญ ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา จะเป็นตัวชะล้างจิตใจให้สะอาด- การภาวนา ได้บุญมากที่สุดQ2: วิธีกตัญญูต่อบุพการีA: มี 3 ช่องทาง(1) ทางกาย = ให้เงิน, สิ่งของ ทำเองหรือจัดให้มีการทำให้(2) ทางวาจา = ปิยวาจา อยากฟังสิ่งไหนก็ให้ฟังสิ่งนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้ฟังธรรม(3) ทางใจ = ต้องอดทนQ3: แก้ปมในใจ ทุกข์จากคนไม่รักษาสัญญาA: ปมในจิตใจ คือ อาสวะ ซึ่งจะดึงให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อีก- การให้อภัยและเมตตา นำมาทดแทนสิ่งที่เป็นปมในใจ ไม่ยึดถือในสิ่งที่ผูกเวร จะแก้ปมในใจนั้นได้- อุปาทานที่ผูกไว้กับคำสัญญาของคนอื่นทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้น ก็อย่ามีอุปาทาน- อย่าตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอุปาทาน (ความยึดถือ) แต่ให้ตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอิทธิบาท 4Q4: ทุกข์เพราะรักA: ตัณหา มีคุณสมบัติ 3 อย่าง (1) มีความกำหนัดด้วยอำนาจของความเพลิน(2) ทำให้เกิดตัวตน (สภาวะ)(3) มีการเกิดใหม่ = เช่น ความเป็นสามี-ภรรยา- ตัณหา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ แม้ทุกข์ยังไม่ปรากฏตอนนี้ แต่ทุกข์จะปรากฏแน่นอน เปรียบเหมือนการถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ตอนโดยยิงยังไม่รู้สึกเจ็บเพราะรู้สึกชาอยู่ ยาพิษเปรียบเหมือนอวิชชา (ความไม่รู้) เมื่อแล่นสู่เข้าสู่จิตใจจึงจะรู้ว่าทุกข์- วิธีแก้อุปมา = ต้องตรวจสอบก่อนว่าถูกแทงตรงไหน แล้วเอามีดปาด/ดึงหัวลูกศรออกมา แล้วขูดหนองและเลือดเสียออกให้หมด แล้วใส่ยาลงไป ปิดปากแผล กินยาอย่างต่อเนื่อง ไม่กินของแสลง อย่าให้แผลโดยฝน ลม แดด อุปไมย = เปรียบตัวเราเป็นหมอ เริ่มจากใช้สติตรวจสอบว่าเรายึดติดตรงไหน แล้วเอาปัญญากรีด/ตัดในสิ่งที่ยึดถือนั้น แม้จะเจ็บก็ต้องอดทนและใช้ความเพียร โดยพิจารณาให้เห็นความจริงว่า สิ่งนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพื่อบีบ/ขูดเอาความยึดถือนั้นออกไป ถ้าอินทรีย์มีกำลังมาก (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ก็จะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้น ก็ใช้มรรค 8 รักษาใจต่อไป และอย่าคบเพื่อนชั่ว ไม่สำรวมอินทรีย์ ฯลฯ เพราะจะทำให้เกิดทุกข์ได้อีก - เมื่อเข้าใจพรหมวิหาร 4 และกำจัดอวิชชาในความรักออกไปได้ทั้งหมดแล้ว ราคะ โมหะ โทสะ ในจิตใจไม่กลับกำเริบแล้ว ก็ดำเนินชีวิตปกติได้ เป็นสุขที่เกษมQ5: ธรรมะกับโรคซึมเศร้าA: กระบวนการรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน เริ่มจาก “สติ” ตระหนักรู้ว่าเราคิดอะไร- สติ คือ การระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูด แม้นานได้ มีเครื่องมือหลายอย่าง เช่น อาณาปาณสติ เป็นต้น- คนเป็นโรคซึมเศร้า คือ เพลินไปตามอารมณ์ จึงต้องเริ่มจากการ “สังเกต” ให้เห็นอารมณ์นั้น- การเจริญสติ สามารถใช้เป็นกระบวนการร่วมในการรักษาโรคซึมเศร้าได้พระอาจารย์ฝากข้อคิดเนื่องในวันสงกรานต์- ในช่วงสงกรานต์ ให้ท่านทั้งหลาย นำบุญที่เกิดจากให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาชำระล้างจิตใจของเรา ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างให้ประกอบด้วยเมตตาและปัญญา จะทำให้ชีวิตของเราและสังคมมีความสุข เป็นผู้อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ และพ้นทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
355
เตรียมตัวรับภัยสงคราม [6915-1u]
ลักษณะปัญหาเมื่อเกิดสงคราม- ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งไม่ว่าจะในครัวเรือนหรือระดับโลก ล้วนเกิดจาก “ตัณหา” เพราะมีผู้เข้าไปยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แล้วเกิดการแก่งแย่งกันหรือเบียดเบียนกัน ทำให้เกิดปัญหาขึ้น- เมื่อเกิดภัยสงคราม ที่ใดปลอดภัยหรือสะดวกด้วยปัจจัยสี่ 1. คนจะย้ายถิ่นฐานไปรวมกันในที่ปลอดภัย2. เมื่อคนอยู่รวมกัน คลุกคลีกันมาก การจะทำในใจให้สงบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจะทำได้โดยลำบากพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ไตร่ตรองว่า “อะไรเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้ถึง ทำให้แจ้ง ทำให้บรรลุ ที่เมื่อเราถึงแล้ว จะทำให้เราเป็นผู้อยู่ผาสุกได้ แม้ในคราวที่เกิดโจรภัย”มิติที่ 1 ปัญหาด้านปัจจัยสี่ (เศรษฐกิจ)(1) ให้สันโดษในบริขารแห่งชีวิต = อยู่ง่าย กินง่าย(2) มีเงินเก็บสะสมให้อยู่ได้อย่างน้อย 1 ปี = ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย, เลือกรูปแบบการเก็บ ป้องกันเงินเฟ้อ(3) ถ้ามีเงินเหลือ เตรียมสถานที่อพยพเผื่อเกิดน้ำท่วม, สิ่งของที่ต้องเอาไปด้วยมิติที่ 2 ปัญหาด้านการรับรู้ข่าวสาร(1) ต้องพิจารณาข่าวสารให้เหมาะสม = ใช้หลักเรื่อง “วิมังสา” โดยจิตต้องเป็นสมาธิ โฟกัสไปที่ปัจจัยสี่และความปลอดภัย(2) ไม่ตื่นตูมในกระแสข่าว แต่ก็ไม่ประมาทในเตรียมการล่วงหน้า มิติที่ 3 ปัญหาด้านการทหาร(1) ให้เตรียมตัวทำจิตใจภายในให้มี “สติ” และ “ปัญญา” = หากได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต, ไม่ได้เตรียมปัจจัยสี่, ถูกข่าวสารลวง(2) ให้ระลึกถึง “มรณานุสติ”, นึกถึง “กุศลธรรม” ที่เคยทำ, ละ “อกุศลธรรม” ที่มี(3) สติที่ประกอบด้วยปัญญา= แม้มีทุกขเวทนา ก็ยังอยู่ผาสุกได้ หรือถ้าเสียชีวิต ก็จะไปดี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
354
ดูแลพ่อแม่ในยุคดิจิทัล [6914-1u]
Q1: ดูแลพ่อแม่ในยุคดิจิทัลA: การดูแลพ่อแม่ มี 2 ส่วน คือ ภายนอกและภายใน1. ดูแลภายนอก = สอดส่องในอุบาย = ทำเองหรือจัดให้กระทำก็ได้ เช่น โอนเงิน ดูผ่านกล้องวงจรปิด จัดให้มีคนดูแล2. ดูแลภายใน = ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ก็ควรประดิษฐานให้ท่านมีสิ่งเหล่านี้ เพราะจะทำให้ท่านอยู่ผาสุกได้ แม้ความสุขจากร่างกายจะลดลง - ถ้าไม่มีลูกหรือมีลูกแต่ลูกไม่ดูแล ก็ต้องพึ่งตน พึ่งธรรม ด้วยศรัทธา สติ สมาธิ และปัญญา จะทำให้อยู่ผาสุกได้ Q2: ร่างกายถดถอย ควรฝึกจิตอย่างไรA: ให้แยกตัวเราออกมาจากอารมณ์ที่กำลังเพลินอยู่ ให้เหมือนเราเป็นคนฉายหนัง แล้วมองให้เห็นตัวเองว่ากำลังคิด/เพลินไปกับสิ่งไหนอยู่ ความเผลอเพลินไปตามอารมณ์นั้นจะลดลง นี่คือ “ปัญญา” การรู้สึกตัวนี้ คือ “สติ” และให้เห็นด้วยปัญญาต่อไปว่า “สิ่งนั้นไม่เที่ยง”Q3: สมาชิกในบ้านต่างคนต่างอยู่A: ต้องตั้งกติกาในบ้าน เช่น ตอนทานอาหารไม่ให้ใช้โทรศัพท์- เมื่อเจอกัน ควรใช้ปิยวาจาต่อกันQ4: ตัวช่วยในการตัดสินใจA: วิจิกิจฉา = ความลังเล สงสัย เคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่มั่นใจ ทำให้จิตไม่เป็นสมาธิ ส่งผลให้ตัดสินใจไม่ได้- แก้ได้โดยใช้ “สมาธิ” โดยให้มีสติเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดสมาธิ แล้วค่อยตัดสินใจ- อย่าเอาสุขหรือทุกข์เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ แต่ให้เอาความสงบในจิตใจ (กุศลธรรม) เป็นเกณฑ์ เพราะไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขก็จะอยู่ได้ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ - คนที่ตัดสินใจไม่ได้ กำลังเดินถอยหลัง แต่ถ้าตัดสินใจได้ จะเดินไปข้างหน้าQ5: วิธีกำจัดความขี้เกียจA: ความขี้เกียจ เป็นความประมาท ทำให้ไม่เกิดความก้าวหน้า- วิธีกำจัดความขี้เกียจ1. มีเพื่อนดี = ชวนกันไปทำสิ่งที่ดี2. มีปัญญา = พิจารณาให้เห็นว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น3. มีสติสัมปชัญญะ = แยกตัวออกมาจากอารมณ์ที่เพลินอยู่ ให้เห็นตัวเราว่ากำลังคิด/เพลินไปตามสิ่งไหน ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้Q6: ความสุขที่ยั่งยืนA: ความสุขจากในภายใน = เกิดจากศรัทธา สมาธิ สติ ปัญญา ไม่จำเป็นต้องพึ่งสิ่งภายนอก- ลดความสุขจากภายนอก มาเสพความสุขจากในภายในดีกว่าQ7: แก้ปมในอดีตA: รูปแบบการคิด มี 5 แบบ แต่จะพูดแค่ 2 แบบ1. ความดำริ (สังกัปปะ) = ความคิดที่โผล่ขึ้นมาเอง อาจเป็นกุศล/อกุศล2. ความวิตก = ความนึกน้อมไปคิด ต้องใช้พลังในการคิด- ถ้ามีความดำริที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น แก้ได้ด้วยการเอาความวิตกในทางกุศลเข้าไป เหมือนเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย อาสวะจะหลุดออกไป ต้องทำบ่อย ๆ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
353
วิธีเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร [6913-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: อดทน คือ ทุกสิ่ง- ผู้ฟังจากกทม.-เป็นเด็กกำพร้า ถูกกระทำและถูกต่อว่ามาตั้งแต่เด็ก แต่ก็อดทนผ่านมาได้ จึงเข้าใจดีว่า ความอดทนเป็นทุกสิ่ง และการไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะความอดทน ซึ่งเป็นปัญญา แยกสิ่งดี-สิ่งไม่ดี สิ่งควรทำ-ไม่ควรทำ กุศล-อกุศล ปัจจุบันมีชีวิตที่มีความสุข ประสบความสำเร็จ - ผู้ฟังจากฉะเชิงเทรา-การอดทน ไม่ใช่เรื่องโง่ แต่เป็นชัยชนะที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้ การรบที่ยอดเยี่ยมที่สุด คือ การชนะกิเลสในจิตใจตนเอง เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องออกรบ - ผู้ฟังจากชัยนาท–เมื่อเจอบททดสอบ ก็จะอดทนเพื่อสอบให้ผ่าน ไม่เช่นนั้นจะต้องกลับมาสอบใหม่ ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ความอิจฉาในที่ทำงานความเกี่ยวข้องกันของอารมณ์ 3 ประเภท - ได้แก่ 1. อิจฉาริษยา 2. เย่อหยิ่งจองหอง 3. ความตระหนี่หวงกั้น - เช่น เมื่อเราได้ดีกว่าคนอื่น จะมีความเย่อหยิ่งเกิดขึ้น ส่วนเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ ก็จะมีความอิจฉาริษยาเราขึ้นมา - เช่น เรามีรถ ส่วนเพื่อนไม่มี ต่อมาเพื่อนมีรถ เราเกิดความไม่พอใจ ทั้งที่เราไม่ได้มีน้อยลง แต่ไม่อยากให้เขามี อย่างนี้เป็นความตระหนี่ความดีต่อความดีได้ ความชั่วต่อความชั่วได้ - มิตรดี (กัลยาณมิตร) เมื่อต่อความดีกัน ความดีก็จะต่อกันไปอีกเรื่อย ๆ มากขึ้น สว่างขึ้น - มิตรไม่ดี (ปาปมิตร) จะส่งต่อความไม่ดีมาให้ แม้ว่าตัวเราจะมีแสงสว่าง แต่ถ้ารอบ ๆ ไม่ดี มีแต่ความมืด ความมืดนั้นก็โดนเราบ้าง เราก็ได้รับการเบียดเบียนบ้าง- มงคลสูตรข้อแรก คือ การไม่คบคนพาล ข้อที่สอง คือ การคบบัณฑิต ให้คบกัลยาณมิตร มีความฉลาด มีความรอบรู้ มีปัญญาเห็นตามความจริง ทำสิ่งที่เป็นกุศล ละสิ่งที่เป็นอกุศล - ไม่ว่าเขาจะดีหรือไม่ดีกับเราก็ตาม ให้มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่ ไม่มองใครโดยความเป็นศัตรูเลย - หากเรามองใครว่าเป็นศัตรู การผูกเวรจะเกิดขึ้นทันที เป็นข้าศึกต่อกุศลธรรมเพื่อนร่วมงานที่มีอกุศลธรรม กับ พรหมวิหาร 4- ให้ตั้งจิตเป็นข้าศึกศัตรูกับสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม ไม่ใช่ตัวบุคคล แล้วพิจารณาบุคคลนั้นว่า สิ่งไม่ดีนั้น ถ้าเขาทำต่อไปก็จะมีอกุศลธรรมเกิดขึ้นกับเขามากขึ้น ถ้าเราไม่ลำบาก ก็ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาให้เขาคลายความอิจฉาลง (เมตตากรุณา) แต่ถ้าทำแล้ว เขาไม่พอใจมากขึ้น ให้พิจารณาต่อไปว่า ความขัดเคืองใจที่เกิดขึ้นนั้นมันเล็กน้อย ถ้าเขารู้ความจริง เข้าใจธรรมะในส่วนนี้ เขาจะออกจากอกุศลธรรมเหล่านั้นได้ ประโยชน์ของการดำรงอยู่ในกุศลธรรมความดีมันสำคัญกว่า เป็นเรื่องใหญ่กว่า ให้ทำความเข้าใจกับเขาอย่างนี้ (มุทิตา) ถ้าเขายังเปลี่ยนไม่ได้อีก เราก็ต้องตั้งจิตไว้ในอุเบกขา - เมื่อความอิจฉา อยู่ในวงจรของกาม (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) สิ่งที่เหนือกว่ากาม จิตใจต้องเป็นแบบพรหม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) พรหมวิหาร 4 จะทำให้เราจะชนะทั้งจิตใจตนเอง และจิตใจของผู้อื่นได้มิตรที่ควรคบ 7 แบบ - ได้แก่ ทำสิ่งที่ทำได้ยาก ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก อดทนถ้อยคำที่อดทนได้ยาก เปิดเผยความลับแก่เพื่อน ปิดความลับของเพื่อน ไม่ทอดทิ้งในยามอันตราย เมื่อเพื่อนสิ้นโภคทรัพย์ก็ไม่ดูหมิ่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
352
ทัวร์ลงในโลกโซเซียล [6912-1u]
Q1: การรักษาสัจจะA: สัจจะ อธิษฐาน และศีล มีความเกี่ยวเนื่องกัน(1) สัจจะ = มี 2 นัยยะ คือ ความจริงที่เป็นข้อเท็จจริง (เปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุปัจจัย) กับความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ4 อนิจจัง อนัตตา) เน้นความตรงไปตรงมา ไม่กลับกลอก เอาความจริงในการกระทำเป็นหลัก(2) อธิษฐาน = การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เน้นเป้าหมายเป็นหลัก เอาความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นเป็นหลัก(3) ศีล = เน้นความเป็นปกติ จิตใจที่สะอาด- วิธีเพิ่มนิสัยรักษาสัจจะ = เพิ่มบารมีอื่น เช่น อธิษฐานบารมี ศีลบารมี - การตั้งสัจจะอยู่เสมอ สั่งสมบ่อย ๆ จะช่วยเพิ่มสัจจบารมีได้ จึงต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดสัจจบารมี เช่น ตั้งคำมั่นสัญญาที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากสิ่งนั้นทำได้ยากและต้องใช้ความพยายามมาก บารมีก็จะยิ่งสูง Q2: เห็นชีวิตดีดีในโลกโซเซียลA: มีเครื่องมือ 3 อย่าง(1) พรหมวิหาร 4 = มุทิตา+อุเบกขา จะกำจัดความอิจฉาริษยาและไม่ให้ยินดีจนเกินเลย(2) การสำรวมอินทรีย์ = เมื่อเห็นสิ่งสวยงาม จิตถูกดึงไปตามสิ่งที่เห็น ให้สำรวมอินทรีย์ไม่ให้อกุศลธรรมในใจเกิดขึ้น ตัดตรงนั้น อย่าให้เกิดความคิดปรุงแต่งต่อเนื่องไป จะสำรวมอินทรีย์ได้ต้องมีสติสัมปชัญญะ (3) อิทธิบาท 4 = ตั้งเป้าหมายในชีวิต แล้วสนใจเป้าหมายนั้น จะเกิดสมาธิ มุ่งไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ การสนใจเรื่องอื่นก็จะลดลง Q3: ทัวร์ลงในโลกโซเซียลA: การพิมพ์ข้อความลงในโลกโซเซียล ถือเป็นวจีกรรม จึงต้องไตร่ตรองให้ดีว่าถ้อยคำนั้น เป็นการเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่ายหรือไม่ มีสุขเป็นผลหรือไม่ ถ้าใช่ก็เป็น “สัมมาวาจา” ให้ทำให้มาก ๆ แต่ถ้าเป็นถ้อยคำที่เบียดเบียนหรือมีทุกข์เป็นผลเป็นวิบาก ก็เป็น “มิจฉาวาจา” ไม่ควรทำ- กรณีไปร่วมทัวร์ลง ให้พิจารณาว่า วาจานั้นเป็นสัมมาวาจาหรือมิจฉาวาจา เช่น พูดความจริง ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงได้ ก็ได้บุญสองต่อ แต่ถ้าพูดด้วยอารมณ์ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน แล้วด่าไป ก็ได้บาป แบ่งบาปที่เขาทำไม่ดีมาด้วย แม้เป็นคำจริงแต่ถ้าพูดส่อเสียดก็เป็นบาปเพราะทำให้จิตเขาสะเทือนออกจากสมาธิ จิตเขายิ่งเตลิดไปไม่ดี ถ้าเป็นคนไกลตัว+กล่าวไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงก็อย่ากล่าวเลยดีกว่า คิดว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใช้อุเบกขา - กรณีถูกทัวร์ลง ให้พิจารณาว่า ถ้าเราทำความดี แม้ทัวร์ลงก็ไม่ทำให้ความดีนั้นลดลง ความดีของเราไม่ได้อยู่ที่ปากใคร ให้ดูตัวอย่างพระพุทธเจ้ากับพระเทวทัต ถ้าเราทำความชั่วแล้วมีทัวร์มาลง ก็ต้องแก้ไข Q4: AI ทำงานแทนมนุษย์A: มนุษย์มีวิญญาณ (การรับรู้, การรู้แจ้ง) ซึ่งเป็นนาม แต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องยนต์ software จะไม่มีวิญญาณ แต่เป็นรูป - วิญญาณเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างนามและรูป ถ้ามีแต่รูป แต่ไม่มีนาม ก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต- มนุษย์ เลือกทำในสิ่งที่เป็นกุศลได้ เลือกใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำความดีได้ Q5: โอนเงินทำบุญA: บุญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินหรือกาลเวลา ถ้าตั้งจิตถูกก็ได้บุญเหมือนกัน Q6: ฟังธรรมออนไลน์A: ธรรมะของพระพุทธเจ้า มาได้หลายรูปแบบ ทั้งพระพุทธเจ้าทรงสอนเอง หรือคนอื่นสอน หรือเป็นตัวหนังสือ หรือในรูปอิเล็กทรอนิกส์- จุดสำคัญ คือ เมื่อธรรมะเข้ามาสู่จิตใจแล้ว เกิดปีติ สุข ความสงบ เห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา ได้หรือไม่ ถ้าได้ก็บรรลุธรรมได้ Q7: ใส่บาตรเวลาใดA: ไม่มีในธรรมวินัย แต่มหาเถรสมาคมให้แนวทางไว้ว่า การบิณฑบาตในที่สาธารณะไม่ควรเกิน 9 โมง แต่ถ้าใส่บาตรในวัดไม่เป็นไร แต่ต้องไม่เกินเที่ยง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
351
เรียนรู้ "สุข-ทุกข์" จาก "พยับแดด" [6911-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: - คุณปฐวี หลังจากได้ฟังธรรมะ เมื่อเจอเรื่องร้าย ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร ปัญหาที่เคยรู้สึกว่าหนัก ก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เบาขึ้น มีแสงสว่างเกิดขึ้นในจิตใจ มีความร่าเริงแจ่มใสขึ้น เพราะสติที่ตั้งขึ้นไว้ได้ ทำให้จิตไม่ได้ไหลไปตามอารมณ์ความรู้สึกจิตใจตั้งมั่นอยู่ได้อย่างดี- การมองโลกในแง่ดีในทางพระพุทธศาสนา คือ การไม่คิดไปในทางที่เป็นอกุศล ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ประมาท ไม่เผลอเพลิน มีความระมัดระวังอย่างสูงไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:- เมื่อเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าเอาแต่รักสุขเกลียดทุกข์ แต่ต้องเข้าใจสุขทุกข์ ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พยับแดด” พยับแดด ไม่ใช่ “ของจริง” แค่ “ดูเหมือนว่าจริง” คือ แม้เราจะเห็นแต่ไกลว่าข้างหน้าเหมือนมีน้ำอยู่บนถนน แต่เมื่อขับรถไปถึงจุดนั้นแล้วกลับไม่มีน้ำ มันไม่ใช่ของจริง การปรุงแต่งมองเห็นพยับแดดว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนนั้น เปรียบเหมือนกับทุกข์ที่เราปรุงแต่งไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ณ วินาทีนั้นแล้ว ทำให้ทุกข์ไม่ได้ลดลงและสุขไม่ได้มากขึ้น - เราจะมาหาของจริง ในสิ่งที่ไม่ใช่ของจริงจะไปเจอได้อย่างไร ในพยับแดดมีแต่แสงแต่ไม่มีตัวตน “เราจะไปหาสุข ในสิ่งที่เป็นความทุกข์ ก็จะหาไม่เจอ เปรียบเหมือนกับการไปหาน้ำในตัวพยับแดด เราจะไม่เจอน้ำ สิ่งที่เจอจะมีเพียงความว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน”- ผู้ที่เข้าใจเรื่องพยับแดด จะไม่ไปตามหาสุขในสิ่งที่เป็นทุกข์ อย่าไปคาดหวังจากพยับแดดที่จริง ๆ แล้ว มันไม่มีอะไร ก็จะไม่ทุกข์ นั่นคือ “การยอมรับ” พระพุทธเจ้าใช้คำว่า “ปริญญา” คือ ความรอบรู้เรื่องทุกข์ - เมื่อเข้าใจทุกข์ ก็จะไม่ทุกข์ จะได้ “ความสุขที่เหนือกว่าสุขเวทนา” คือ สุขที่เหนือกว่ากามสุข เป็นสุขที่เกิดจากความรู้ยิ่ง รู้พร้อม เย็น คือ นิพพาน เป็นความสุขที่เกิดจากปัญญาที่เหนือกว่าสุขเวทนาทั่วไป เป็นเวทนาที่ละเอียดลงไป พ้นจากทุกข์ที่เกิดจากตัณหา- ผู้ป่วยที่เกิดทุกขเวทนา ความเจ็บปวดนั้นก็เหมือนพยับแดด ไม่สามารถที่จะเป็นตัวตน ไม่สามารถทำให้จิตใจเราหวั่นไหวได้ แม้แต่ความตายก็ไม่ใช่การสิ้นสุดจริง ๆ เพราะตายแล้วก็มีการเกิดใหม่ ไม่ว่าจะวิ่งหนีพยับแดด (ความเจ็บป่วย) หรือวิ่งเข้าหาพยับแดด (สิ่งปรุงแต่ง) ก็คืออันเดียวกัน อยู่ที่ว่ามองจากมุมไหนเพราะมันคือสิ่งที่ไม่มีตัวตน มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นธรรมดาบทสรุป: ปรากฏการณ์พยับแดด มีอยู่ทุกขณะในชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่คนรักสุข เกลียดทุกข์ ต้องเข้าใจ จะทำให้มีสุขที่เหนือกว่าสุขเวทนา พ้นจากความทุกข์ที่เกิดจากตัณหา ได้ความสุขที่เกิดจากปัญญาอย่างแน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
350
หลวงพ่อกลักฝิ่น [6910-1u]
Q1: หลวงพ่อกลักฝิ่น วัดสุทัศน์ A: ระดับที่พึ่งทางใจ มี 3 แบบ(1) ไม่มีที่พึ่งเลย = ไม่กลัวกรรม ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ(2) มีที่พึ่ง แต่ยังไม่ถูกต้อง = อ้อนวอนขอร้องให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ มีที่พึ่งแบบนี้ยังดีกว่าไม่มีที่พึ่งเลย(3) มีที่พึ่ง ที่ถูกต้อง = คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เข้าใจเรื่องกรรม- การบูชา คนที่ควรบูชา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง- บูชาหลวงพ่อกลักฝิ่น ด้วยเครื่องบูชา 5 อย่าง แทนขันธ์ 5 หรือศีล 5- การขอขมา เป็นอริยประเพณี เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนให้ทำ ถ้าเราเห็นโทษโดยความเป็นโทษ แล้วกระทำคืนตามธรรม นั่นจะเป็นความเจริญของผู้นั้นในธรรมวินัยนี้ = เป็นสัมมาทิฏฐิ- การสำเร็จอะไร ด้วยลำพังเพียงการอ้อนวอนขอร้อง = เป็นมิจฉาทิฏฐิ- โลกธรรม 8 มีทั้งสุขและทุกข์ ไม่ใช่ว่ามีทุกข์ หรือสุขเพียงอย่างเดียว ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะช่วยให้อยู่ผาสุกอยู่ได้ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดQ2: พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีเสริมดวง A: คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เกี่ยวข้องได้ คือ เรื่อง มรณานุสติ นึกถึงความตาย- เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก บาปอกุศลธรรมต้องรีบละให้ได้ นึกถึงความดีของตนให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไปไม่ดีQ3: วันมาฆบูชา กับ การเวียนเทียนออนไลน์A: วันมาฆบูชา ปีนี้มาช้า เพราะเป็นปีที่มีเดือน 8 สองหน- การเวียนเทียน 3 รอบ คตินี้มาจาก การกระทำประทักษิณ เดินเวียนขวา (วัตถุที่บูชาอยู่ด้านขวา) 3 รอบ- การเวียนเทียนออนไลน์ ถ้านึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรืออริยสัจสี่ (รอบ 3 อาการ 12) ก็ได้เหมือนกัน- คำสอนของพระพุทธเจ้า เน้นเรื่องการปฏิบัติบูชาและการกระทำทางใจ หากทำถูกต้องแล้ว เรื่องอามิสบูชา การกระทำทางกายหรือทางวาจา ก็เป็นเรื่องรองลงมา Q4: ปัจจุบันความสุขหาได้ยากA: โลกมนุษย์สุขทุกข์จะพอกัน สวรรค์สุขมากกว่าทุกข์ นรกทุกข์มากกว่าสุข- ระดับความสุข 1) สุขทางกาม = เป็นความสุขอย่างหยาบ มีทุกข์ตามมามาก2) สุขที่ละเอียด = ความสุขที่เกิดจากความสงบ การรักษาศีล สมาธิหลายระดับ ความทุกข์ที่ตามมาก็จะน้อยลง- ควรยินดีกับความสุขที่ละเอียด ฝึกตั้งสติ เริ่มจากการรักษาศีล คบเพื่อนดี เสพสื่อในทางดี ก็จะปรับจิตใจได้Q5: งานที่เคร่งเครียดเป็นการปฏิบัติธรรมA: ธรรมะ ต้องเข้าไปอยู่ในทุกอิริยาบถ- ความเพียร เป็นสัมมาวายามะ แต่ถ้ามีความเพียรมากไปก็ไม่ดี เพราะจะฟุ้งซ่าน ปัญหาที่เกิดจากความฟุ้งซ่านจะตามมา แต่ถ้ามีน้อยไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เกียจคร้าน ดังนั้น การปรารภความเพียร ให้มีความพอดี อย่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ซึ่งสติจะเป็นตัวกำกับว่ามีความเพียรพอดี มากไป หรือน้อยไปQ6: อยากรวยA: ทรัพย์สมบัติมีได้- ถ้ารักสุข เกลียดทุกข์ ก็อย่าสร้างเหตุของทุกข์ แต่ให้สร้างเหตุของสุข นั่นคือ ทาน ศีล ภาวนา- ถ้าอยากมีทรัพย์สมบัติมาก ก็ต้องให้ทานมาก- ความร่ำรวยในทางพระพุทธศาสนา มี 3 นัยยะ(1) มูลค่าทรัพย์สินต่าง ๆ (2) การจัดการทรัพย์สิน- สัดส่วนระหว่างรายรับกับรายจ่าย(3) อริยทรัพย์ – เจริญอิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 สติปัฏฐาน 4 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
349
มองโลกแง่ดี แง่ร้าย และทางสายกลาง [6909-1u]
ลักษณะการมองโลกแง่ดี - แง่ร้ายคนมองโลกในแง่ร้าย ไม่เหมือนคนรอบคอบคนมองโลกในแง่ดี ไม่เหมือนคนใจดีมีเมตตาหากแยกแยะไม่ได้ ก็จะกลายเป็นสุดโต่ง 2 ข้าง- เช่น ความรอบคอบ ที่เจือด้วยความเคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่พอใจ (โทสะ) ไม่ลงใจ (วิจิกิจฉา) ความรอบคอบนั้น จะเกิดความคิดอกุศลขึ้นมา กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย โดยไม่รู้ตัว- เช่น ความใจดีมีเมตตา ที่เจือด้วยความฉันทาคติ โมหาคติ ความประมาท ความเพลิน ไม่ตรวจสอบ ไม่เข้าใจเงื่อนไขของโลก ไม่ทันคน ก็จะกลายเป็นคนโลกสวย มองโลกในแง่ดีเกินไป ถูกหลอกได้ทางสายกลาง- คนรอบคอบ จะไม่คิดอกุศล- คนใจดีมีเมตตา จะไม่โลกสวย แต่มีความระมัดระวัง ไม่ประมาทเลินเล่อ- รักษาจิตให้อยู่ในมรรค 8 ให้ได้- อย่ามองโลกในแง่ร้ายอย่างเดียว เพราะจะทำให้จิตใจหยาบกระด้าง- อย่ามองโลกในแง่ดีอย่างเดียว เพราะจะทำให้กลายเป็นคนโลกสวย ไม่รอบคอบ- ต้องมี “ปัญญา” ตัดเอาความคิดที่เป็นอกุศลออกไปจากการมองโลกในแง่ร้าย ความรอบคอบก็จะเกิดขึ้นมา ซึ่งเรียนรู้ได้จากสถานการณ์ องค์ความรู้ต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ อีกมุมหนึ่ง ตัดเอาความประมาท ไม่รอบคอบ ไม่ตรวจสอบ ความเพลิน ความลำเอียงเพราะชอบ/หลง ออกไป ก็จะกลายเป็นคนรอบคอบด้วย มีความใจดีมีเมตตา มีความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยเหตุให้เกิด “ปัญญา” - ได้แก่ สติ ศรัทธา สมาธิ ความเพียร ความทำจริงแน่วแน่จริง ศีล- ทุกข์ เป็นที่ตั้งของศรัทธา ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นความทุกข์เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของทุกขเวทนาหรือสุขเวทนา ทุกข์นี่แหละ เป็นที่ตั้งของศรัทธาได้ทั้งสิ้น- กัลยาณมิตรที่ดี จะช่วยแนะนำให้เกิดกัลยาณธรรมได้ ทำให้เกิดปัญญาขึ้นในจิตใจได้ - จิตของเรามีความเป็นประภัสสร แต่เศร้าหมองด้วยกิเลสที่จรมา ทำให้มีพฤติกรรมออกมาเป็นคนมองโลกในแง่ดีบ้าง แง่ร้ายบ้าง แต่จริง ๆ แล้ว ส่วนดีเรายังมีอยู่ ต้องอาศัย “ปัญญา” ปาดเอาส่วนที่ไม่ดีออกไป ให้รักษาและพัฒนากุศลธรรมที่เรามีอยู่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
348
การผูกเวร VS การอโหสิกรรม [6908-1u]
Q1: อโหสิกรรม A: อโหสิ = ได้กระทำแล้ว- การกระทำของเรา คือ การให้อภัย- ทุกการกระทำ จะได้รับผลของการกระทำนั้น (วิบาก)- แม้จะได้รับการให้อภัย แต่คนที่ทำกรรมไม่ดี ก็ยังต้องได้รับผลของกรรมของเขาอยู่- การให้อภัย ความดีเกิดขึ้นที่ผู้ให้อภัย- การผูกเวร เป็นอกุศลกรรม - วิธีตัดเวรตัดกรรม คือ ปฏิบัติตามมรรค 8 ให้ถึงพระนิพพาน Q2: ทำบุญให้คนที่ทำให้ตายโดยไม่ตั้งใจA: บุญเกิดที่คนทำแล้ว- ถ้าผู้รับ อนุโมทนาด้วย จิตใจเขาก็จะนุ่มนวลลง อ่อนลง- ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีของเราต่อไป เพื่อกำจัดความกังวลใจออก ไม่เฉพาะการให้ทาน แต่รวมถึงการรักษาศีลและภาวนา ด้วย Q3: พี่สาวป่วยอัลไซเมอร์อยู่คนเดียวA: สามี ภรรยา ลูก = เปรียบเหมือนเสื้อผ้า พี่น้อง = เปรียบเหมือนแขนขา- พี่น้องมีใหม่ไม่ได้- แนะนำให้พี่น้องช่วยกันดูแลพี่สาวที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ทำแล้วได้บุญ- มีสถานพักฟื้นผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ Q4: ลูกคิดว่าพ่อทวงบุญคุณA: พ่อต้องทำใจให้เป็นกุศล อย่าให้คิดไปทางอกุศล อย่าสาปแช่งลูก ลูกเลี้ยงได้แต่ตัว- ให้เอายาใจใส่ลงไป เช่น เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สติ สัมปชัญญะ Q5: ดูแลแม่ที่อยู่ห่างกันA: ดูแลเอง หรือ จัดให้มีผู้ดูแลท่านก็ได้ - ส่งเงินให้ โทรศัพท์คุยกันได้ Q6: ทะเลาะกับน้องทั้งที่ไม่ผิดA: ผิด-ถูก ไม่เหมือนกับ สัมมา-มิจฉา- ถูก อาจเป็นมิจฉา และผิด อาจเป็นสัมมา ก็ได้- การถือตัวว่าตนถูก เป็นมิจฉา ผูกเวร- ให้แผ่เมตตาโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
347
มนุษยสมบัติ เทวสมบัติ และนิพพานสมบัติ [6907-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ผู้สูงอายุกับความกังวลใจ- คุณแม่สมบูรณ์ อายุ 80 ปี กว่า แม้ป่วยทางกาย แต่ลูกหลานก็จัดคนดูแลตลอดเวลา แต่ทางใจนั้น มีความร้อนใจ กังวลใจ เรื่องลูกหลาน- “ธรรมะ อันเป็นเครื่องป้องกันความขลาด”(1) ให้สมาทานพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก (2) ให้สมาทานศีล เมื่อระลึกถึงพระรัตนตรัยและศีลแล้ว ก็จะไม่ร้อนใจ(3) ฝึกสติและสมาธิ = ศีล + ปัญญา ทำให้เกิดสมาธิได้ เช่น คอยเตือนให้บริกรรมพุทโธ เป็นระยะ ๆ (4) ให้เจริญพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา- ค่อย ๆ คลายเรื่องที่กังวล/ความผูกพัน ทีละเรื่อง ให้แทนที่ด้วยปัญญา โดยมองว่าทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง บุคคลมีกรรมเป็นของของตน แม้แต่กายของตนก็เป็นของไม่เที่ยง อย่าไปยึดถือกังวล ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สมบัติ 3 ระดับ- ทรัพย์สินแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1) ทรัพย์สินทางกาม 2) ทรัพย์สินทางอื่น - สมบัติมี 3 ระดับ(1) มนุษย์สมบัติ = สูงสุด คือ รัตนะ 7 ประการ และฤทธิ์ 4 อย่าง แม้มีความสุข ก็ยังเป็นความสุขทางกาม(2) เทวสมบัติ (ทิพยสมบัติ, สวรรค์สมบัติ) = มีความเสื่อมได้ ตามบุญที่ทำไว้(3) นิพพานสมบัติ = มีคุณค่ามาก- อริยทรัพย์ 7 ประการ ได้แก่ (1) ศรัทธา (2) ศีล (3) หิริ (4) โอตตัปปะ (5) พาหุสัจจะ (6) จาคะ (7) ปัญญา- อริยทรัพย์ จะนำมาซึ่งเทวสมบัติ และนิพพานสมบัติ- ให้รักษาอริยทรัพย์นี้ไว้ อย่าให้เสื่อม- ทานสมบัติ / เขตสมบัติ คือ (1) ผู้รับทาน = มีคุณธรรม (เนื้อนาบุญ) (2) สิ่งของที่ให้ = บริสุทธิ์ (3) ผู้ให้ = มีจิตใจถึงพร้อมด้วยความตั้งใจที่จะให้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
346
"สติ" กับ "การเลือกตั้ง" [6906-1u]
Q1: การกระทบกระทั่งในที่ทำงานA: ขันติ (ความอดทน) จะมากับผัสสะที่ไม่น่าพอใจ หากมีปัญญา อดทน ไม่โต้ตอบ ไม่ทำร้ายตอบ ไม่ผูกเวรกัน เกิดเป็นความดีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้เป็นเพื่อนกันได้ในเวลาถัดมา- การปล่อยความโกรธทิ้งไปด้วยสติสัมปชัญญะ ขันติ จะมีพลัง Q2: การเลือกตั้งA: ควรมอบอำนาจของเราให้ “คนดี” ให้เอาความดีเป็นหลักพิจารณาก่อน “ความเก่ง” - อย่าเอาความชอบ-ไม่ชอบ เป็นเกณฑ์ เพราะเป็นกิเลส แต่ให้เอาความดีเป็นเกณฑ์- มาตรฐานของคนดี ตามพาลบัณฑิตสูตร คือ(1) มีศีล - กุศลกรรมบถ 10(2) มีสัมมาวาจา(3) ไม่มีความคิดพยาบาท- หากผลการเลือกตั้งไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเข้าใจว่าบางทีมีแพ้มีชนะ แต่อย่าให้การคิดดี พูดดี ทำดี ของเราเสียไป - อย่างไรก็ตาม อำนาจที่แท้จริง คือ การมีสติสัมปชัญญะในการตัดสินใจของเราต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในการคิดดี พูดดี ทำดี โดยไม่หวังพึ่งคนอื่นก่อน ซึ่งอำนาจนี้มีอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่ได้มีเฉพาะช่วงการเลือกตั้ง Q3: วิธีอยู่กับปัจจุบันA: ต้องมีสติ - บางคนเพลินอยู่กับปัจจุบันก็มี เพลินกับสมาธิก็มี- ถ้าเรามีสติ ก็สามารถคิดเรื่องอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ได้ทั้งหมด- เครื่องมือให้เกิดสติ มี 10 วิธี เช่น อานาปานสติ (ดูลมหายใจ) พุทธานุสติ สีลานุสติ จาคานุสติ เทวตานุสติ สังฆานุสติ มรณานุสติ เป็นต้น- เมื่อมีสติ จิตก็จะไม่เพลินไปตามผัสสะที่มากระทบ Q4: บุญที่ทำแล้วแรงที่สุดA: อนันตริยกรรมฝ่ายบวก มี 8 อย่าง ได้แก่ สมาธิขั้นที่ 1-8 นั่นเอง Q5: บุญที่ทำแล้วลบกรรมได้มากที่สุดA: ต้องเอาสมาธิ รวมกับปัญญา จะกลายเป็นมรรค 8 ให้ผลคือ ความสิ้นกรรม- โดยสมาธิและปัญญา ต้องมีศีลเป็นพื้นฐาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
345
สมชีวิตา [6905-1u]
ช่วงไต่ตามทางผู้ฟังท่านนี้เป็นนักธุรกิจ เคยเดินสายบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มามาก ต่อมา หันมานึกถึงพระรัตนตรัย เอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงเท่านั้น ยังบูชาเทพเจ้าบ้าง แต่เป็นการบูชาด้วยคุณความดีเกิดการเปลี่ยนแปลง มีความสบายใจ โล่งใจ ทำให้การกระทำทางกายดีขึ้น วาจาดีขึ้น สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ขายดีขึ้น ลูกน้องดี เจอลูกค้าดี ดึงดูดสิ่งดีดีเข้ามาช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สมชีวิตาสมชีวิตา การใช้จ่ายเงินที่ถูกต้อง1. รายรับต้องท่วมรายจ่าย อย่าให้รายจ่ายท่วมรายรับ2. ใช้จ่ายเพื่อ 4 หน้าที่ คือ(1) ใช้จ่ายเพื่อตนและครอบครัว(2) ใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือรักษาทรัพย์เก็บไว้(3) ให้เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น(4) ให้เพื่อหวังเอาบุญ- การใช้จ่ายเงิน แบ่งคนได้ 3 ประเภท(1) คนเข็ญใจ = คนที่มีรายรับไม่ท่วมรายจ่าย(2) คนจน = คนที่มีรายรับพอๆ กับรายจ่าย(3) อิสรชน = คนที่มีรายรับท่วมรายจ่าย- รายรับ แบ่งคนได้ 3 ประเภท(1) กุฎุมพี = คนมีเงิน(2) เศรษฐี = คนมีเงินท่วมรายจ่าย(3) มหาเศรษฐี = คนมีเงินท่วมรายจ่าย หลายๆ ส่วน- การแบ่งจ่ายทรัพย์ที่ถูกต้อง ทำให้มีกำลังใจสูง มีบุญที่จะเกิดจากการจ่ายทรัพย์ที่ถูกต้อง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
344
ธรรมะสำหรับเด็ก Gen-Alpha [6904-1u]
Q1: ธรรมะสำหรับเด็ก Gen-AlphaA: เด็ก Gen alpha (เกิดในช่วงปี 2553-2567) เติบโตมาในช่วงที่มี AI แล้ว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญแล้ว ทำให้มีสื่อที่ดึงทางตา ทางหู อย่างมาก ทำให้ไม่เชื่อเรื่องที่ลึกซึ้ง - ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีหลายเรื่อง ไม่ได้มีแค่เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น - ธรรมะเรื่องอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก Gen-Alpha เช่น ขันธ์ 5 อิทธิบาท 4 มรรค 8 ความเพียร วิธีการสอนธรรมให้เด็ก Gen-Alpha - ต้องใช้ทางสายกลาง คือ เรื่องไหนที่เด็กยังไม่ยอมรับหรือยังไม่เข้าใจ ก็ให้ยกไว้ก่อน อย่าเพิ่งพูด ให้พูดเรื่องที่เป็นหลัก Common Sense หลักสามัญสำนึกพื้นฐาน แล้วค่อยเชื่อมโยงต่อไปว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักวิทยาศาสตร์ เพราะท่านทดสอบมาแล้ว จึงบอกกระบวนการขั้นตอนมาแล้ว ไม่ได้เกิดจากการฟังตามกันมาอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งรูปและนาม- ถ้าจิตยังไม่ละเอียดพอ ก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นนาม แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี- หลักในการตามค้นหาซึ่งความจริง คือ “อย่าปักใจลงไปอย่างเดียวว่า นี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า เพราะนั่นเป็นมิจฉาทิฏฐิ”Q2: วิธีการแผ่เมตตาA: ถ้านึกถึงความรักความเมตตาของแม่ไม่ได้ ก็ให้นึกถึงความเมตตาของพระพุทธเจ้า หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือบุคคลใดก็ได้ที่มีเมตตา หรือนึกถึงตัวเราเองตอนที่มีเมตตาก็ได้ แล้วเอาเมตตานั้นมาเป็นอารมณ์ ส่งไปยังบุคคลที่เราไม่ชอบ ให้เหมือนเขาเป็นเสาอากาศในการส่งแผ่ความเมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย- ต้องตั้งจิตของเราให้ดี ให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 มีเมตตา จิตก็จะมีพลัง ต้องฝึกทำบ่อย ๆ สัก 6 เดือน ก็จะดีขึ้นQ3: โกรธจนนอนไม่หลับA: ใช้อุเบกขา วางใจต่อคำชมและคำด่า และใช้ขันติในการอดทน เพื่อจัดการความโกรธ - นึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นตัวอย่าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
343
"สิ่งที่ควรทำ & สิ่งที่ควรเว้น" เมื่อมีภัย []
ช่วงไต่ตามทาง: ข่าวน้ำท่วม- ผู้ฟังท่านนี้ดูข่าวในทีวีแล้ว รู้สึกสงสารผู้ประสบภัยน้ำท่วม รู้สึกเป็นทุกข์ - สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ควรเว้น เมื่อประสบภัยหรือถูกสถานการณ์บีบคั้น เป็นทุกข์ คืออะไร ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สิ่งที่ควรทำ & สิ่งที่ควรเว้น เมื่อมีภัย1. ทุพภิกขภัย– ความไม่ประมาท มีได้ 3 ช่วงเวลา คือ ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และภายหลังพ้นภัย - สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรเว้น ในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน(1) ก่อนน้ำท่วม = ควรคิดไว้ล่วงหน้า หากน้ำท่วมจะเอาสิ่งของทั้งหมดไปไม่ได้ ต้องตัดสินใจเลือกเอาเฉพาะสิ่งที่มีค่าไป เตรียมเก็บสิ่งของเหล่านั้นไว้(2) ระหว่างน้ำท่วม = หากได้เตรียมการก่อนน้ำท่วมไว้แล้ว สิ่งที่ต้องจัดการระหว่างน้ำท่วมก็จะมีไม่มาก(3) หลังน้ำท่วม = ทำความสะอาด เคลียร์สิ่งของที่ใช้ได้-ใช้ไม่ได้ เริ่มต้นใหม่ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้- กรณีไม่ได้เตรียมตัวก่อนเกิดภัย = สิ่งที่ต้องทำ คือ ต้องทำจิตให้มีสภาวะเป็นกุศล เพื่อเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้า เลือกทำสิ่งที่ต้องทำ, สิ่งที่ควรเว้น คือ ต้องไม่ทำจิตให้เป็นอกุศล เช่น คิดทางกาม พยาบาท เบียดเบียน พูดไม่ดี ทำไม่ดี- จิตที่ไม่ได้อยู่ในห้วงอกุศล เป็นจิตที่มีพลัง จะเห็นสิ่งที่ควรทำ และวิธีแก้ปัญหาได้- ไม่ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือภายหลัง สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรเว้น คือ การทำในสิ่งที่เป็นไปตามมรรค 8 ทั้งทางกาย วาจา และใจ 2. ภัยจากความเจ็บ ความแก่ และความตาย- เป็นภัยที่ใครก็ช่วยกันไม่ได้ เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าทุพภิกขภัย- สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ควรเว้น คือ การปฏิบัติตามมรรค 8 เช่นเดียวกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
342
"โภคทรัพย์" VS "อริยทรัพย์" [6902-1u]
Q1: ใช้เงินทำบุญไม่ตรงตามวัตถุประสงค์A: ต้องใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ - ถ้าระบุวัตถุประสงค์กว้าง ๆ ว่า "เพื่อปัจจัยสี่อันควรแก่สมณะจะบริโภค" โดยไม่เจาะจงว่าเป็นสิ่งใดบ้าง ก็นำไปใช้ได้หมดเพื่อปัจจัยสี่- ถ้าจะนำไปใช้เพื่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ปัจจัยสี่ เช่น สี่อธรรมะ ต้องพิจารณาว่า เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ (=ของที่ควร) ถ้านำไปใช้แล้วนำมาคืน ก็ไม่ขัดอะไร แต่ต้องมีการปรึกษากับหมู่คณะ มีมติเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้มีความตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้Q2: ฝึกจิตให้อยู่กับปัจจุบันA: “สัมปชัญญะ” = การรู้ตัวทั่วพร้อม - ให้เอา "สติ" ไปอยู่กับกิจวัตรประจำวัน เริ่มจาก “ฝึกสังเกต” = ทำทีละอย่าง แล้วสังเกตอิริยาบทในสิ่งที่ทำนั้น อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน ให้กำหนดเวลาเพื่อทำทีละอย่าง Q3: ใช้จ่ายเงินให้พอดีA: เงินที่ได้มา ต้อง “อย่าผิดศีล” อย่าโกหก- การบริโภคตามกระแสมาก ๆ อาจพลั้งพลาดทำผิดศีลได้- ความสุขทางกาม เปรียบเหมือนหม้อที่ไม่เห็นก้นหม้อ ให้ได้ไม่เต็ม ดังนั้น การหาจุดพอดีในกาม ย่อมไม่มี- แต่มีความสุขแบบอื่นที่มีโทษน้อยกว่า มีประโยชน์มากกว่าความสุขทางกาม คือ ความสุขจากในภายใน นี่คือจุดที่พอดี- ความสุขจากในภายใน เริ่มจาก อย่าทำผิดศีล สำรวมอินทรีย์ ฝึกสติสัมปชัญญะ ฝึกอยู่กับปัจจุบัน และหาที่อยู่ให้จิต (ไม่ให้ไปตามกระแสของกาม) เช่น สมาธิ ธรรมะ ฌาน อุเบกขา ปีติสุขQ4: บ้าน = ทรัพย์สินหรือหนี้สินA: ทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน เป็น “โภคทรัพย์” - ในมุมมองของอริยสัจสี่ โภคทรัพย์เหล่านี้ถือเป็นของสาธารณะ เช่น เงินอยู่ในกระเป๋าของใครก็เป็นของคนนั้น เปลี่ยนมือกันได้ ไม่ได้อยู่ซื่อสัตย์กับเจ้าของคนเดียว- “อริยทรัพย์” = ศรัทธา ศีล หิริโอตัปปะ ความเพียร ปัญญา ฯลฯ - ท่านให้แสวงหาอริยทรัพย์ เพราะเป็นของของตนเท่านั้น คนอื่นแย่งไปไม่ได้ ใช้แล้วไม่หมด ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม แม้ตายแล้วก็ยังตามติดไป- ถ้าเรามีอริยทรัพย์ เราจะอยู่ผาสุกได้ แม้เมื่อยากจนหรือเจ็บไข้ได้ป่วย อริยทรัพย์จึงประเสริฐกว่าโภคทรัพย์Q5: ความสุขแท้จริงของชีวิตA: ความสุขมีหลายระดับ 1. ความสุขทางกาม = ความสุขที่เกิดจากโภคทรัพย์ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ทั้งหลาย ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขที่มีโทษมาก มีประโยชน์น้อย2. ความสุขจากในภายใน = แบ่งเป็นหลายระดับ มีความละเอียดประณีตขึ้นไป เช่น ความสุขจากสมาธิ ก็แบ่งเป็นหลายระดับ- เป็นความสุขที่แท้จริง เป็นสิ่งที่เป็นที่พึ่งของเราได้ โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งภายนอก ไม่ต้องเบียดเบียนใคร- แม้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เพราะมีวิธีการ มีเส้นทาง และคนที่ทำได้แล้ว ก็มีอยู่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
341
สุขภาพกายใจที่ดี [6901-1u]
ช่วงไต่ตามทาง : โรคซึมเศร้าผู้ฟังท่านนี้ สุขภาพกายดี แต่สุขภาพใจเป็นโรคซึมเศร้า จิตใจหดหู่ อยากฆ่าตัวตาย แต่มีกัลยาณมิตรแนะนำให้ไปปฏิบัติธรรม รู้จักการฝึกสติอยู่กับตัวเอง ให้สังเกตรู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น (เศร้า โกรธ เหงา ขี้เกียจ) จดบันทึกไว้ ทำอยู่ประมาณ 6 – 12 เดือน เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อารมณ์เหล่านั้นอ่อนแรงลง ความซึมเศร้าลดลง มีการพัฒนาอุปนิสัยใหม่ มีกิจกรรมใหม่ในทางที่ดีขึ้น ฟื้นฟูจากโรคซึมเศร้า สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขจิตมีโรค คือ ราคะ โทสะ โมหะ แก้ด้วยธรรมโอสถ เริ่มจาก "สติ"“เมื่อเราตริตรึกไปทางไหน จิตเราจะน้อมไปทางนั้น จิตเราน้อมไปทางไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง หากเราไม่ตริตรึกไปทางไหน จิตเราก็จะไม่น้อมไปทางนั้น จิตเราไม่น้อมไปทางไหน สิ่งนั้นก็จะอ่อนกำลัง”ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ : สุขภาพดี“สุขภาพดี” ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ การเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคน้อย มีไฟธาตุสำหรับย่อยอาหารที่ย่อยได้อย่างสม่ำเสมอ พอปานกลาง ไม่ร้อนเกิน ไม่เย็นเกิน พอควรแก่การทำความเพียรหากมีโรคมาก ก็จะมีเวทนามาก ชีวิตก็จะไม่ยืนยาว เวทนานั้นปรับตามอาพาธ อาพาธปรับตามธาตุไฟ (ความร้อน ความเย็น การเผาไหม้ ในร่างกาย) ถ้าธาตุไฟไม่สมดุล ไม่สม่ำเสมอ ร้อนเกินไปบ้าง เย็นเกินไปบ้าง ก็เป็นอาพาธร่างกายต้องใช้ความร้อนในการย่อยอาซึ่งเป็นอันเดียวกับความร้อนที่ทำให้แก่ การกินมากไปทำให้แก่เร็วเพราะเกิดการเผาไหม้ในร่างกาย จึงต้องกินแต่พอดี ตามหลักธรรมเรื่อง “โภชเน มัตตัญญุตา” คือ กินพอประมาณ ให้มีธาตุไฟสม่ำเสมอ ให้มีเวทนาเบาบาง จะแก่ช้า ครองอายุได้ยืนนานสุขภาพกายดี ให้ผล 3 ประการ1. เป็น 1 ใน 5 ขององค์แห่งผู้สมควรประกอบความเพียร (ปธานิยังคะ)คนที่จะทำความเพียรให้เกิดผลสำเร็จได้ มีเหตุ 5 ประการ คือ(1) มีศรัทธา - มั่นใจในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า(2) มีอาพาธน้อย - มีธาตุไฟสม่ำเสมอ(3) ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา – เปิดเผยความผิดของตนแล้วแก้ไขปรับปรุง รับฟังคำเตือนด้วยความเคารพหนักแน่น(4) เป็นผู้ปรารภความเพียร - ไม่ทอดทิ้งธุระ ละสิ่งที่เป็นอกุศล เพิ่มสิ่งที่เป็นกุศล(5) มีปัญญา - เห็นความเกิดขึ้น ดับไป สังเกตสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ2. คลายความยึดถือในกายง่ายกว่าทางใจมนุษย์ประกอบด้วยกายและใจ กายคือรูป ใจคือนาม สิ่งที่เป็นนามทั้งหลาย มีธรรมชาติเกิดขึ้น ดับไป ดับไป เกิดขึ้น ตลอดวันตลอดคืน การเห็นความเสื่อมสลายไม่ชัดเจน ความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจึงทำได้ยาก ส่วนกาย จะดำรงอยู่กี่ปี ก็เปลี่ยนแปลงไป เสื่อมถอย แตกสลายไป ซึ่งปรากฏให้เห็นได้ง่ายกว่าใจ การคลายความยึดถือในกายจึงทำได้ง่ายกว่าทางใจ3. เป็น 1 ในสติปัฏฐาน 4 - เห็นกายในกายการเห็นกายในกาย คือ พิจารณาให้เห็นกาย (ที่มีสุขภาพดี) นี้ โดยความเป็นของไม่สวยงาม เป็นของปฏิกูล เป็นอสุภะ หรือ พิจารณาลมเข้า-ออก หรือ พิจารณาอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน มีสติสัมปชัญญะ ความรู้ตัวทั่วพร้อมทุกขณะเราใช้ผลของการมีสุขภาพกายที่ดีเพื่อชนะกิเลส โดยพิจารณากายในกาย ตั้งสติปัฏฐาน 4 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
340
"เป้าหมายชีวิต" ของวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ [6852-1u]
Q1: เป้าหมายชีวิตของวัยหนุ่มสาวA: ตัวเรา คือ คนที่บอกได้ดีที่สุดว่าต้องการหรือไม่ต้องการอะไรจิตที่มีพลังสมาธิ จะทำให้การตัดสินใจได้ดี แม้ตัดสินใจผิดจิตใจก็จะไม่เป็นอะไร จิตจะไม่มีปมจากความผิดพลาดนั้น แต่จะเรียนรู้ความผิดพลาดเป็นบทเรียน มีปัญญาเกิดขึ้นควรฝึกจิตให้มีสมาธิอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เกิดความคิดความเข้าใจบางประการในแต่ละเรื่องที่เผชิญอยู่Q2: เป้าหมายชีวิตของผู้สูงอายุA: วิธีสร้างคุณค่าของการมีชีวิตอยู่1. อิทธิบาท 4 = ใส่ความพอใจ ความตั้งใจในสิ่งที่ทำอยู่ให้เต็มที่ เช่น ดูแลต้นไม้ จัดบ้าน กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำในแต่ละวัน (สอดคล้องกับหลักอิคิไก ของญี่ปุ่น)2. กัลยาณมิตร3. กินพอประมาณ = 80% ของความอิ่มทั้งหมดQ3: ความดีทำยากA: การทำความดีง่ายหรือยาก ขึ้นอยู่กับความเคยชินของแต่ละคนความดี = คนดีทำได้ง่าย คนชั่วทำได้ยากความชั่ว = คนชั่วทำได้ง่าย คนดีทำได้ยากสิ่งที่เป็นความดี คือ ทำแล้วมีประโยชน์มาก ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย ทั้งในเวลานั้น ในเวลาต่อมา และในเวลาถึงที่สุด ได้แก่ พูดดี คิดดี ทำดี, ศีล สมาธิ ปัญญาต้องเปลี่ยนมุมมอง (ทิฏฐิ) ว่า อะไรจะเป็นประโยชน์มาก ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย อย่ามองว่าง่ายหรือยากQ4: ลดความขัดแย้งในที่ทำงานA: 1. ปรับศีลและทิฏฐิให้เสมอกัน2. ใช้หลักพรหมวิหาร 4 - คนที่ไม่สามัคคีกัน เพราะยังมีการผูกเวรกันอยู่ ต้องเจริญพรหมวิหาร 4 เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับกระแสแห่งความเมตตากรุณา ความพยาบาทของอีกฝ่ายก็จะลดลง3. อาศัยผู้ที่มีปัญญาเข้ามาในการพูดคุย – พูดกับคนที่พูดแล้วปรับทิฏฐิได้ง่ายที่สุดก่อน ก็จะละลายทิฏฐิให้พอเข้ากันได้Q5: ความเห็นต่างภายในศาสนาพุทธA: เป็นเพราะตัณหาและอุปาทาน ความยึดในจิตว่าส่วนนี้เพียงอย่างเดียวที่ใช่ ส่วนอื่นไม่ใช่ ซึ่งเป็นมิจฉาทิฏฐิ- ก็ต้องอาศัยหลัก 3 อย่าง ข้างต้น เพื่อทำลายมิจฉาทิฏฐิ ก็จะทำให้เกิดความเข้ากันได้Q6: การแข่งดีA: กิเลสมีหลายระดับ การเห็นว่าสิ่งนี้ดีกว่าสิ่งอื่น เรียกว่า “การแข่งดี” นั่นคือ กิเลส- แก้ได้ด้วย “มักน้อย” = ปรารถนาให้คนอื่นอย่ามารู้ว่าฉันทำดีอะไรQ7: ทะเลาะเสียงดัง A: “ฟังแล้วไม่เข้าใจ” = เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา ต้องตั้ง “สติ” รับฟัง อย่าเพลินไปตามอารมณ์ความโกรธ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
339
การระวังความคิด [6851-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เห็นตนดีกว่าผู้อื่น- คุณแชมป์ ได้ฟังรายการธรรมะรับอรุณประมาณ 1 เดือน สังเกตเห็นทิฏฐิของตนว่า ชอบเพ่งโทษผู้อื่น เห็นว่าตนดีกว่าผู้อื่น พูดไม่รักษาน้ำใจผู้อื่น จิตใจแข็งกระด้าง- หลังจากได้ฟังธรรมะจากหลายช่องทาง หลายครูบาอาจารย์ ทำให้เกิดความเข้าใจ เกิดปัญญา จิตใจนุ่มนวลลง มีเมตตากรุณา มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น - การฟังธรรมะ ทำให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงภายในจิตของตนเองได้ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตน ผู้อื่น และทั้งสองฝ่ายช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “การระวังความคิด"- อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจาการระวังความคิด- แม้อยู่คนเดียวก็ต้องระวังความคิด- การยกข้ออ้าง สร้างเหตุผล ตำหนิคนรอบข้าง โทษทุกคนยกเว้นตัวเอง มีทัศนคติลบต่อสิ่งต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ระวังความคิด- การปรุงแต่งมี 3 ทาง คือ ทางกาย วาจา ใจการพัฒนา-อุปสรรค- การพัฒนามาคู่กับอุปสรรค- การพัฒนาอยู่ตรงไหน อุปสรรคอยู่ตรงนั้น เช่น มีบางสิ่งเข้ามาทำให้หลุดออกจากมรรค ทำให้รู้ว่าเดินตามมรรคอยู่หรือไม่- จะรู้ถึงความสุขได้ ต้องผ่านทุกข์มาก่อน ต้องเห็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน - จึงต้องมีการ “พัฒนาทักษะ” เพื่อให้เกิดความสำเร็จ (=ภาวนา) โดยดูวิธีการจากคนที่ทำสำเร็จมาก่อนแล้วเอามาใช้เป็นแผนในการพัฒนาของเรา (การกระทำโดยแยบคาย)ความคิดโดยแยบคาย- ความคิดโดยแยบคาย (โยนิโสนมนสิการ = การทำในใจด้วยปัญญาอันแยบคาย) - ทุกความคิดไม่ใช่ว่าดีหมดหรือเสียหมด - ความคิดที่ดี = ความคิดที่เกิดประโยชน์โดยแยบคาย- ความคิดไม่ดี = ความคิดที่บั่นทอนความแยบคาย ให้สูญเสียกำลังใจอิทธิบาท 4 กับ การระวังความคิดฉันทะ = ความคิดที่ทำให้เกิดความมั่นใจว่าต้องทำตามเป้าหมายนั้นได้วิริยะ = ความคิดที่ทำให้เกิดความเพียร กำจัดสิ่งที่เป็นอกุศลในการทำเป้าหมายนั้นจิตตะ = ความคิดใส่ใจในเป้าหมาย, เหนี่ยวนำความสำเร็จที่ต้องการให้เกิดขึ้นมาวิมังสา = ความคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงเป้าหมายให้ดีขึ้นโดยสรุป:- การระวังความคิด ต้องระวังทั้งสองด้าน ทั้งความคิดด้านลบและความคิดด้านบวก - ให้นำหลักอิทธิบาท 4 มาพัฒนาวิธีการอันแยบคายที่จะให้เป้าหมายเกิดความสำเร็จขึ้นมาและลงมือทำ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
338
ทำบุญโดยไม่เบียดเบียนตน [6850-1u]
Q1: ทำบุญโดยไม่เบียดเบียนตนA: การให้ทานต้องฉลาด 1. ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย- ไม่เบียดเบียนตนเอง = ตนเองต้องไม่อดอยาก ลำบาก, ต้องไม่สร้างอกุศล- ไม่เบียดเบียนผู้อื่น = กู้ยืม บังคับเอาเงินจากคนอื่นมา- ไม่เบียดเบียนทั้งสองฝ่าย = ตนเองไม่ได้รับการเบียดเบียน และไม่ทำอกุศล2. อย่าเอากิเลสเป็นตัวตั้ง – ให้มั่นใจในการทำความดี ไม่สั่นคลอนตามคำพูดคนอื่น3. แบ่งงบประมาณไว้สำหรับการช่วยเหลือผู้อื่นและการทำบุญกับเนื้อนาบุญQ2: ครอบครัวเห็นต่างในการทำบุญA: เกิดจากการที่มีศรัทธาไม่เสมอกันและทิฎฐิไม่ตรงกัน- ควรปรับศรัทธาและทิฏฐิของคนในครอบครัวให้เสมอกัน จึงจะอยู่กันได้อย่างเป็นสุข- โดยต้องใช้ปัญญา เวลา ข้อมูล ค่อย ๆ กล่อมเกลาQ3: จำนวนเงินทำบุญA: ถ้าศรัทธาเท่ากัน แต่ความปราณีตของทานไม่เท่ากัน บุญที่ได้รับจะเท่ากัน แต่ผลที่จะได้รับจะไม่เหมือนกัน แสงที่ปรากฏเมื่อเป็นเทวดาจะสว่างไม่เท่ากัน Q4: ใส่บาตรด้วยอาหารที่ทำเองกับอาหารที่ซื้อA: ถ้าศรัทธาเท่ากัน บุญที่ได้รับจะเท่ากัน แต่ผลของทานที่จะได้รับจะไม่เหมือนกัน ตามความปราณีตของทานQ5: การระบุความประสงค์ในใบปวารณาA: มีศรัทธาตรงไหนให้ทำตรงนั้น ถ้าไม่ศรัทธาตรงไหนก็อย่าไปทำตรงนั้น เพราะบุญที่เกิดจากการให้ทานจะน้อย- ให้ช่วยเหลือในจุดที่ถูกต้อง อาจสอบถามก่อน แล้วค่อยทำบุญสนับสนุนเพื่อการนั้น Q6: นรกสวรรค์มีจริงหรือไม่A: ลำพังความเชื่อแล้วจะเกิดปัญญามันไม่ได้ - ต้องใช้ปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึง โดยอาศัยความเพียร หาจุดสมดุล คือ สติและสมาธิ หากเข้าถึงจุดที่ฉันจะไม่ไปนรกแล้ว ก็จะรู้ว่านรกสวรรค์มีจริง เป็นการรู้ด้วยญาน ไม่ใช่ศรัทธา นั่นคือ โสดาบันQ7: ล้างบาปด้วยการบวชA: สิ้นกรรม ไม่เท่ากับ การล้างบาป- บุญมี กรรมดีมี กรรมชั่วมี ให้ผล (วิบาก) เป็นความสุขและความทุกข์ ให้ผลในหลายรูปแบบ สุขทุกข์จึงวนอยู่- การบวช = เป็นการทำกรรมดี สามารถนำไปสู่การสิ้นกรรมได้- การสิ้นกรรม = อยู่เหนือสุข เหนือทุกข์ Q8: เกิดใหม่ VS ไม่เกิดอีกA: ถ้าต้องเกิดใหม่ การเกิดในที่ดีย่อมดีกว่าการเกิดในที่ไม่ดี แต่การเกิดไม่ว่าที่ใด ก็ยังมีทุกข์อยู่- การไม่เกิดอีก (นิพพาน) จึงดีที่สุด เพราะอยู่เหนือสุข เหนือทุกข์Q9: สมาทานศีลA: การสมาทานศีล = ความตั้งใจที่จะกระทำความเป็นปกติ 5 ประการ- ตลอดชีวิต สมาทานศีลครั้งเดียวก็เพียงพอ- ศีล ไม่ต้องขอจากพระ แต่อยู่ที่การกระทำของเรา หากเรารักษาศีลได้ เราก็ได้ศีลเลย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
337
ธรรมชาติของความเจ็บป่วย 6 ประการ [6849-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: Party Girl กับ คนบ้างาน - ผู้ฟัง 2 ท่าน อายุ 27 ปี และ 35 ปี เป็นเพื่อนกัน คนหนึ่ง เคยชอบไปปาร์ตี้ งานเลี้ยงสังสรรค์ ร้องเพลง ดื่มเหล้า อีกคนหนึ่ง เป็นวิศวกร เงินเดือนหลักแสน สนใจแต่เรื่องงาน ต่อมา ได้ปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ เกิดความคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ทาง จึงเกิดปัญญา เปลี่ยนเป้าหมายในชีวิต คือ การบรรลุโสดาบันในชาตินี้- โสดาบัน = หมายถึง อริยบุคคลขั้นที่ 1ใน 4 ขั้น - โสดาบัน แปลว่า ผู้ถึงกระแส ไปตามกระแสของมรรค มีจุดหมาย คือ พระนิพพาน ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี - สุขภาพกาย (รูป) กับ สุขภาพใจ (นาม) ต้องไปด้วยกัน จะดูแลด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ ต้องดูแลทั้งสองส่วนควบคู่กันไป สุขภาพกายดี พระพุทธเจ้าทรงให้แนวทางไว้ดังนี้ 1) “อาหาร” = 1. กินพืชมากกว่าเนื้อสัตว์ 2. กินเป็นเวลา 3. กินพอประมาณ 2) “สถานที่อยู่” = ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วกิเลสที่ยังละไม่ได้ ก็ยังละไม่ได้เหมือนเดิม หรือที่ละได้แล้ว ดันกลับมาอีก ก็อยู่ที่นั่นไม่ดี 3) “น้ำดื่ม” = ต้องกรองน้ำก่อน ไม่ให้มีตัวสัตว์ ให้น้ำมีความสะอาดเพื่อจะดื่มได้สุขภาพใจดีถ้ากายยังไม่ป่วย ต้องรักษาจิตไม่ให้เป็นโรค- โรคของจิต คือ กิเลส = ราคะ โทสะ โมหะ - “ศีล” = การรักษากายและวาจา เป็นตัวบ่งบอกความไม่มีโรคของจิต ไม่ให้ราคะ โทสะ โมหะ ออกมา ถึงขนาดผิดศีล - “สมาธิ” = จะรักษาความสงบ และการไม่มีราคะโทสะโมหะให้มันดีอยู่ได้ เช่น ไม่โกรธถึงขนาดด่าคน จะมีสมาธิได้ต้องมีสติตั้งเอาไว้ - “สติ” = สร้างพลังให้จิตตั้งอยู่ในศีลและสมาธิได้ - วิธีฝึกสติ = “สติปัฏฐาน 4” (กาย เวทนา จิต ธรรม) หรือง่าย ๆ ก็ใช้ “อาณาปานสติ” ดูลมหายใจ เป็นหนึ่งในอนุสติ 10 ที่ทำให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ได้ การมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมในทุกอิริยาบถ เรียกว่า “สัมปชัญญะ” ก็จะทำให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ได้“ปัญญา” กับ “ธรรมชาติของความเจ็บป่วย”- ความเจ็บป่วยจะมาถึงอย่างแน่นอน ตอนที่ยังไม่ป่วย จึงต้องมีปัญญา ในการเข้าใจธรรมชาติของความเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้า เปรียบเหมือนทหารที่ต้องเตรียมตัวก่อนมีการประกาศสงคราม จึงจะสามารถรักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้ - ธรรมชาติของความเจ็บป่วยมี 6 ประการ ดังนี้1) เป็นภัยที่แม่ลูกช่วยกันไม่ได้ 2) เราไม่มีความเป็นใหญ่เฉพาะตนในสิ่งนั้น = เช่น สั่งให้แบ่งเวทนาจากความเจ็บป่วยให้ผู้อื่นไม่ได้ สั่งให้หมอรักษาตนให้หายไม่ได้ 3) เวทนาจากความเจ็บป่วยเป็นไปตามฐานะ = เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย อาจหายได้หรือระงับได้ ด้วยปีติอันเกิดจากการฟังธรรมะ เช่น กรณีพระคิลิมานนท์ พระวักกลิ พระอัสสชิ พระสารีบุตร เป็นต้น 4) เป็นโลกธรรม 8 = เป็นสุข เป็นทุกข์ ที่เกิดขึ้นได้ 5) ต้องมีจิตใจอยู่ด้วยการมีเป้าหมาย = อิทธิบาท 4 ทำให้อายุยืนได้ถึง 120 ปี (1 กัลป์), อิคิไก (ญี่ปุ่น) ความหมายของการมีชีวิตอยู่ ทำตนให้เป็นประโยชน์ 6) เวลาไปเยี่ยมผู้ป่วย ไม่ควรถามว่า ดีขึ้นหรือยัง แต่ควรถามว่า อดทนได้อยู่ไหม ไปให้กำลังใจ พูดคุยด้วย 5 อย่างข้างต้น ให้ผู้ป่วยเกิดความอาจหาญร่าเริงในธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
336
"งานด่วน" สำเร็จได้ด้วยอิทธิบาท 4 [6848-1u]
Q1: การทำหลายอย่างพร้อมกันให้สำเร็จA: ใช้หลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อาจใช้ข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ โดยแต่ละข้อจะต้องมีสมาธิ+ธรรมเครื่องปรุงแต่ง (งานที่จะต้องทำ) ประกอบอยู่ด้วย กล่าวคือ ต้องเชื่อมอิทธิบาท 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ด้วยสมาธิ เข้ากับงานนั้นๆการทำงานหลายอย่างที่เร่งรีบให้สำเร็จ ต้องมีจิตใจที่มั่นคง (=สมาธิ)ยิ่งเร่งรีบเท่าไร ก็ต้องใจเย็นมากขึ้นเท่านั้น และใจต้องนิ่งหากอารมณ์เสียหรือวุ่นวายใจ นั่นคือ สมาธิหลุดแล้ว ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติขึ้น สมาธิก็จะกลับมาดังนั้น ต้องฝึกสมาธิ จะกี่นาทีก็ได้ ที่ไหนก็ได้Q2: Social Media ขัดขวางสมาธิA: ต้องมีที่โคจรที่เหมาะสม = เช่น ปิดโทรศัพท์มือถือ, เอาไปไว้ห้องอื่น, เปิดโหมดห้ามรบกวน, ลบแอพQ3: วิธีปล่อยวางเมื่อถูกต่อว่าA: ต้องอดทน = แต่ไม่ใช่เก็บกดวิธีการปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่ดีที่เจอมาทั้งวัน ทำได้ด้วย“ทำสมาธิ” ให้จิตนุ่มนวลลง อ่อนเหมาะ เพื่อที่จะให้ความกังวลใจต่างๆที่มี จางคลายไป“เห็นความไม่เที่ยง” พิจารณาคำด่าว่าจริงหรือไม่, พิจารณาว่าคำด่า คือ เสียง คือ ธาตุลม“แผ่กรุณา”“เลือกเอาส่วนดีในคำด่ามาพัฒนา”Q4: ความสุขในงานที่ทำซ้ำๆ หรือไม่มีคนเห็นA: การทำงานซ้ำ ๆ เป็นวิริยะแล้ว ถ้ามีสมาธิใส่ลงไปในงานนั้นก็จะไม่เบื่อ จากนั้นให้พัฒนาฉันทะ (ความชอบ) และวิมังสา (ความไต่ตรองเพื่อพัฒนา) งานนั้นก็จะมีความท้าทายQ5: เข้าใจคนเห็นต่างA: ใช้พรหมวิหาร 4 โดยนึกถึงเรื่องราวที่มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ตั้งไว้ที่ใจเราก่อน แล้วรักษาอารมณ์นั้นไว้ด้วยสติ จากนั้นให้ส่งอารมณ์ที่ติดมากับการนึกถึงเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นั้น ส่งไปให้บุคคลนั้นQ6: การใช้จ่ายอย่างพอดีA: สมชีวิตา = รายรับต้องท่วมรายจ่าย, รายจ่ายอย่าท่วมรายรับการใช้จ่าย 4 อย่างเพื่อการบริโภคในครอบครัวเก็บไว้เผื่อวันฝนตก (ยามยาก), ลงทุนสงเคราะห์ผู้อื่นทำบุญQ7: ความสุขที่แท้จริงที่ไม่ใช่สิ่งของA: ความสุขทั่วไป มี 2 ประเภท คือ ความสุขทางกาม และความสุขจากในภายในความสุขทางกาม = มีคุณน้อย มีโทษมากความสุขจากในภายใน = มีคุณมาก มีโทษน้อย เกิดจากความปล่อยวาง ความสงบ สมาธิอย่างไรก็ตาม ความสุขทั่วไปสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ยั่งยืน ยังมีทุกข์แฝงอยู่ความสุขที่แท้จริง คือ “นิพพาน” อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์Q8: AI แทนที่วัด แทนที่พระA: AI อาจจะแทนที่ได้บางส่วน เช่น ข้อมูลแต่บางอย่าง AI ก็ทำไม่ได้ เช่น การเข้าใจอารมณ์หรือความรู้สึกของคนข้อดี ก็ให้เอามาใช้ ข้อเสีย ต้องระมัดระวังไม่ให้บานปลายแม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เราต้องมีเป้าหมายชีวิตในการพ้นทุกข์ (นิพพาน) ให้มีธรรมะในจิตใจ ปรับตัวตามเส้นทางของมรรค ไม่ประมาท ก็จะพ้นทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
335
"หมอนทองวิทยา" กับ "หลักธรรมสู่ความสำเร็จ" [6847-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: หมอนทองวิทยา- จากข่าวทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้มุมมอง 4 เรื่อง1. แม้ต้นทุนไม่เท่ากัน แต่ก็ประสบความสำเร็จได้ = ความเพียร ความพยายาม ความทุ่มเท ความมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม ความทุ่มเทของผู้ฝึกสอน ปรากฏผลออกมาเป็นความสำเร็จ เกือบคว้าแชมป์2. ชัยชนะแห่งความสำเร็จ ได้รับทีละน้อยตั้งแต่เริ่มตื่นนอนมาเพื่อฝึกซ้อม แข่งขันในทุกนัด3. กัลยาณมิตร = เพื่อนที่นำกัลยาธรรม (ความดี) มาสู่ทีม คือ โค้ช4. นี่คือเส้นทาง ยังไม่ใช่จุดหมาย = แต่ก็ได้เรียนรู้ระหว่างการเดินทาง ถ้าออกนอกเส้นทาง ก็จะไปไม่ถึงจุดหมาย ถ้าทำตามเส้นทาง ยังไงก็ไปถึงจุดหมายช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: หลักธรรมสู่ความสำเร็จ1. หลักอิทธิบาท 4 (1) ฉันทะ = ความชอบ ความพอใจ(2) วิริยะ = ความเพียร ความกล้า(3) จิตตะ = ความเอาใจใส่ ความจดจ่อ(4) วิมังสา = ความไตร่ตรอง ความใคร่ครวญ การปรับปรุงในสิ่งที่เป็นข้อผิดพลาด- เจริญข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าครบทำได้ทั้ง 4 ข้อ จะยิ่งดี พลังจะยิ่งมาก- แต่ละข้อต้องอาศัย “สมาธิ” เป็นตัวกำกับ ทำให้เรื่องที่ตั้งไว้สำเร็จได้2. หลักเสริมความสำเร็จ 9 ประการ(1) ต้องมีสมาธิ = อาศัยฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา จนได้เอกัคคตาจิต จากนั้นให้ประคับประคองให้จิตตั้งไว้ให้ดีในการไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น ทำกุศลธรรมให้เกิดขึ้น พัฒนากุศลธรรมที่มีอยู่(2) ต้องไม่ย่อหย่อนเกินไป = ไม่เกียจคร้าน(3) ไม่ประคับประคองเกินไป = ไม่กังวลใจ ไม่ฟุ้งซ่าน (4) ไม่หดหู่อยู่ในภายใน = ความง่วงซึม เหงาหงอย หดหู่ ท้อแท้(5) ไม่ฟุ้งซ่านออกไปในภายนอก = อย่าฟุ้งซ่านไปตามตา หู จมูก ลิ้น กาย (กามคุณ 5) เช่น อาหาร การละเล่น ชื่อเสียง การสรรเสริญเยินยอ(6) ให้ความสำคัญว่าเบื้องหน้าอย่างไร เบื้องหลังอย่างนั้น = ให้ทำดีอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง(7) ให้ความสำคัญว่าเบื้องบนอย่างไร เบื้องล่างอย่างนั้น = ไม่ส่งจิตออกไปในภายนอกในขณะที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แต่ให้ส่งจิตอยู่ในภายใน ให้จิตเจริญอยู่ในกาย เป็นการเจริญกายคตาสติ (8) ให้ความสำคัญว่ากลางวันอย่างไร กลางคืนอย่างนั้น = เจริญอิทธิบาท 4 โดยไม่เห็นแก่เวลาเลย(9) ทำจิตให้เปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ = รักษาจิตใจให้มีความสว่างสดใสโดยสรุป:- การเจริญอิทธิบาท 4 เป็นการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิต- การรักษาจิตให้สว่างสดใสและตั้งอิทธิบาท 4 ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อเอาจิตไปจดจ่อกับเรื่องใด ก็จะไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ท้อถอย หากทำไปเรื่อย ๆ ก็จะได้รับความสำเร็จตลอดเส้นทาง โดยที่ความสำเร็จนั้นไม่ได้อยู่ในรูปแบบของถ้วยรางวัล แต่เป็นการชนะใจตนเองและผู้อื่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
334
เส้นทางหลังความตาย [6846-1u]
Q1: ปฏิบัติธรรม-รักษาศีล ช่วงเข้าพรรษา A: ช่วงเข้าพรรษา พระสงฆ์มีข้อจำกัด เช่น งดการเดินทาง ฆราวาสจึงเอาคติข้อนี้มาใช้สร้างความเพียรอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น งดเหล้าเข้าพรรษา สวดมนต์ทุกวัน นั่งสมาธิทุกวัน- ให้โฟกัสความสุขในช่วงเวลาที่ทำความเพียรนั้นว่า ได้อยู่ใกล้ชิดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (อริยอุโบสถ)Q2: ทิศทางการตั้งพระพุทธรูปA: พระพุทธรูปมีมาในสมัยหลัง จึงเทียบเคียงกับการจัดเสนาสนะสำหรับพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาลที่มีการบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก- อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้านั่งเทศน์ นั่งสมาธิได้ทุกทิศ ดังนั้น ทิศทางการตั้งพระพุทธรูปจึงไม่ใช่สาระสำคัญ เท่ากับการตั้งใจปฏิบัติธรรมQ3: ตายแล้วไปไหนA: ความตาย เป็นไปตามเหตุและปัจจัย - คนเราจะเกิดได้ ต้องเคยตายมาก่อน และเมื่อเกิดแล้ว ก็ต้องตาย เพราะเหตุแห่งความตายคือความเกิด ได้ทำมาแล้ว- ซึ่งความตายสามารถดับไปได้ ถ้าเหตุและปัจจัยแห่งความตาย คือ ความเกิด นั้นหมดสิ้นไป- หากละตัณหาและกำจัดอวิชชาได้ ก็จะละเหตุแห่งการเกิดได้ ความตายก็จะดับไป (นิพพาน) ซึ่งทำได้ด้วยการปฏิบัติตามมรรค 8 ก็จะพ้นจากความทุกข์ได้- หากกลัวสูญเสียคนรัก ต้องเห็นด้วยปัญญาให้ได้ว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีเกิดก็ต้องมีตาย- ให้รักษาจิตของเราให้ดีตลอด จะได้ไปในที่ที่ดี Q4: สิ่งที่ระลึกได้ก่อนตายA: คนทำไม่ดีมาตลอด แต่จิตสุดท้ายคิดเรื่องดี ก็ไปดี - คนทำดีมาตลอด แต่จิตสุดท้ายคิดเรื่องไม่ดี ก็ไปไม่ดี- อย่างไรก็ตาม ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ย่อมให้ผลแน่นอน อาจเป็นในเวลาต่อไป Q5: เกิดมาเจอกันเพราะบุญบาปA: คนรักกันได้ เพราะความเกื้อกูลกันในปัจจุบันหรือในกาลก่อน- คนเกลียดกันได้ เพราะเหตุในปัจจุบันหรือในกาลก่อน- แต่ความรักความเกลียด สามารถเปลี่ยนแปลงได้ - ให้มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อดทน กรุณา รักษาศีลให้ดี ก็จะเปลี่ยนจากศัตรูเป็นมิตร เปลี่ยนคนเกลียดเป็นคนรักได้- อย่างไรก็ดี ควรทำจิตให้อยู่เหนือรักเกลียด เหนือดีชั่ว เหนือสุขทุกข์ ซึ่งทำได้โดยเริ่มต้นจากมาทางดี คือ มรรค 8 (ศีล สมาธิ ปัญญา) อันเป็นเส้นทางที่จะทำให้จิตของเราอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้นได้ ก็จะหลุดพ้นได้ Q6: ทำบุญขอหวยA: ทำบุญ = ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา- ถ้าทำบุญโดยไม่ปรารถนาอะไรตอบแทน = บุญบริสุทธิ์มากกว่า- ถ้าทำบุญโดยปรารถนาอะไรตอบแทน = บุญมีความเศร้าหมองเจือปน- การทำบุญโดยปรารถนาสิ่งตอบแทน ยังดีกว่าการไม่ทำบุญเลย- ให้อธิษฐานสร้างเหตุ อย่าขอเอาผล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
333
ปาฏิหาริย์ใน 4 เดือนสุดท้ายของปี (Miracle Month) [6845-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ครอบครัวฟังธรรม- ครอบครัวที่หนึ่ง พ่อเปิดธรรมะฟัง แม่และคนอื่น ๆ ในบ้านก็ได้ฟังด้วย ทำให้เกิดปัญญา เกิดการพัฒนา เกิดความก้าวหน้าในชีวิต ทั้งทางโลกและเหนือโลก- ครอบครัวที่สอง พ่อแม่เปิดธรรมะให้ลูกฟังก่อนนอน โดยเฉพาะรายการจิตตวิเวก ทำให้นอนหลับได้ดี- ครอบครัวที่สาม พ่อฟังธรรมะ แม่กับลูกก็ได้ฟังด้วย ช่วงแรกพ่อเกิดความสงสัย ต่อมาได้ความรู้เพิ่มขึ้น ก็หายสงสัย- การฟังธรรม ได้ประโยชน์แน่นอน ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ปาฏิหาริย์ใน 4 เดือนสุดท้ายของปี (Miracle Month)- เมื่อกำหนดเวลาสิ้นปีใกล้เข้ามา วิธีทำงานให้สำเร็จ มีดังนี้(1) กำจัดความกังวลใจ ความฟุ้งซ่าน = ให้หายใจเข้า-ออก ลึก ๆ สัก 2-3 ครั้ง จะคลายกังวลได้(2) อย่าคิดว่าตนเองสำคัญ ที่จะทำงานนั้นได้เพียงคนเดียว = ยังไงก็มีคนมาทำแทนได้(3) สร้างระเบียบวินัย = เป็นทางแห่งความสำเร็จ - ระเบียบ = ตั้งระบบที่ถูกต้องในงานที่ทำ (อิทธิบาท 4 - ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) - วินัย = ความสามารถที่จะลงมือทำ ในสิ่งที่ต้องทำ ในเวลาที่ต้องทำ ไม่ว่าจะอยากทำหรือไม่อยากทำก็ตามโดยสรุป: ในช่วงท้ายของปี ปาฏิหาริย์มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ สิ่งใดที่ปรารถนาก็ขอให้สำเร็จได้ด้วยอิทธิบาท 4 อันเป็นธรรมะแห่งความสำเร็จ การเจริญอิทธิบาท 4 ด้วยกาย วาจา ใจ จะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
332
AI สอนธรรมะ & Buddha Bot [6844-1u]
Q1: AI สอนธรรมะA: รูปแบบการส่งต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เริ่มจากจดจำธรรมะที่ได้ฟัง แล้วนำมาบอกต่อปากต่อปาก ต่อมา ได้บันทึกเป็นตัวหนังสือ (Text) ลงในใบลานหรือกระดาษ เมื่อมีเทคโนโลยี ก็ได้นำข้อมูล Text เข้าสู่ระบบอินเตอร์เนต จนปัจจุบันได้ให้ AI ประมวลผล แล้วพูดออกมา- จุดสำคัญ คือ คำสอนที่เป็น Text นั้น ต้องถูกต้อง เป็นสวากขาตธรรม (ธัมโม) เพื่อไม่ให้เกิดการส่งต่อข้อมูลที่ผิด ส่วนสื่อที่ใช้ในการรับข้อมูลจะเป็นรูปแบบใดก็ได้- การกำหนดบทพยัญชนะในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงเป็นเรื่องสำคัญ จึงมีการตรวจสอบอยู่เสมอในทุกยุคทุกสมัย ในปัจจุบัน การเรียนการสอนของคณะสงฆ์ จะเน้นเรื่องการทรงไว้เพื่อการรักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยศึกษาพระธรรม ทุกอักขระ ทุกบทพยัญชนะ ทุกคำ เช่น การเรียนภาษาบาลี- ข้อมูลจาก AI มีภาวะ AI hallucination ยังให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง จึงยังเชื่อไม่ได้ซะทีเดียว- วิธีตรวจสอบความถูกต้องของธรรมะ1. ต้อง “ปฏิบัติ”(1) ถ้าราคะ โทสะ โมหะ ลดลง = ธรรมะถูกต้อง(2) ถ้าข้อมูลถูก แต่ปฏิบัติยังไม่ถึง = ไม่บรรลุธรรม(3) ถ้าข้อมูลผิด = ไม่บรรลุธรรม2. เปรียบเทียบคำสอนจากแหล่งข้อมูลอื่น เช่น ใบลาน ตำรา คัมภีร์หนังสือ- โดยสรุป : ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ เช่น ใบลาน ตำรา คัมภีร์ หนังสือ เว็บไซต์ ข้อมูลจาก AI และหากปฏิบัติตามข้อมูลนั้นแล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ลดลง นั่นเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้าQ2: AI Buddha Bot A: มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น สร้าง AI Bhudda Bot ให้คุยกับพระพุทธเจ้าได้ตลอดเวลา โดยนำข้อมูลมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บันทึกไว้ - ความจำเป็นของสถานที่ (วัด) ก็จะลดลง เปลี่ยนรูปแบบเป็นออนไลน์ ทั้งการสอน การนั่งสมาธิ การสวดมนต์ - เป็นการเปลี่ยนแปลงใน “รูปแบบ/สื่อการสอนธรรมะ” ส่วน “ธรรมะคำสอน” ไม่ได้เปลี่ยนแปลงQ3: วิธีบริหารทรัพย์สินA: 1. เป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยถูกต้อง2. แบ่งจ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง 4 หน้าที่(1) ใช้ในครัวเรือน ใช้ส่วนตัว(2) เก็บไว้ใช้ในยามฝนตก, ลงทุน(3) ให้เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น(4) ให้เพื่อหวังเอาบุญQ4: Work-Life Integration A: “ธรรมะ” ต้องอยู่ในชีวิตประจำวัน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานต้องสัมพันธ์กัน หลักธรรมจะประสานให้ไปด้วยกันได้ทั้งหมดโดยไม่มีการแบ่งแยกQ5: การถูกต่อว่านินทาA: การถูกนินทา เป็น 1 ในโลกธรรม 8 เป็นเรื่องธรรมดาของโลก แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ถูกนินทา - ให้มองเห็นด้วย “ปัญญา” ของผู้ที่เป็นบัณทิต(1) มองเป็นธาตุ = เป็นเพียงลม เป็นแรงสั่นสะเทือนออกมาเสียง ไม่ได้มีความหมายใด ๆ (2) มองเป็นของไม่เที่ยง = เดี๋ยวก็ด่า เดี๋ยวก็ชม (3) มองว่าผู้ด่า คือ ผู้ชี้ขุมทรัพย์ = ให้เราพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่องให้ดีขึ้น Q6: ทำวิปัสสนา ระหว่างทำงานA: สามารถทำได้ เป็น Work-Life Integration เพราะจิตเรามีดวงเดียว ธรรมะอยู่ที่จิต- ต้องตั้งทัศนคติเอาไว้ให้ถูก โดยให้มีธรรมะทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ไม่แยกกัน- การรักษาอินทรีย์ 5 (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่วัด ย่อมดีQ7: ความรู้สึกผิดในอดีตA: พระพุทธเจ้าสอนว่า “อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย” - ควรรู้สึกผิดตั้งแต่ตอนที่ทำไม่ดีนั้น - แต่ถ้ามารู้สึกผิดทีหลัง ก็ยังดี เป็นการรู้สึกตัว ให้ตั้งใจว่าจะไม่ทำผิดอีก ก็จะหยุดความร้อนใจในภายหลังไว้เพียงเท่านี้ - สิ่งที่ทำผิดไปแล้ว มันล่วงไปแล้ว ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงการไม่ทำผิดซ้ำอีก นี่จะเป็นการให้อภัยตัวเองอย่างแท้จริง เป็นการปลดเปลื้องภาระทางใจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
331
"สุขในครอบครัว" เกิดได้ด้วย "ขันติ" [6843-1u]
ปัญหาชีวิตคู่- ปัญหาครอบครัว สามารถปรึกษาพระสงฆ์ได้ แต่จะผิดพระวินัย หากพระสงฆ์สนับสนุนให้คนแต่งงานกัน หรือแนะนำให้หย่าร้างกัน- ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่เมื่อแต่งงานแล้ว จะกลายเป็นเรื่องของสองครอบครัว ซึ่งแต่ละครอบครัวอาจมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน จึงเกิดปัญหาครอบครัวตามมา เช่น ปัญหาลูกสะใภ้กับแม่สามี ปัญหาสามีเข้ากับบ้านภรรยาไม่ได้ ปัญหาพฤติกรรมของลูก ปัญหาการเงินในครอบครัว ปัญหามือที่สาม ปัญหาการหย่าร้าง เป็นต้นวิธีแก้ปัญหาครอบครัว- ถ้าครอบครัวมีปัญหา ไม่รักกันเหมือนตอนแรก วิธีแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมะข้อเดียว นั่นคือ “ตบะ”- การจะรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ให้พิจารณา “ประโยชน์ 3 กาล” และ “ประโยชน์ 3 ที่”ประโยชน์ 3 กาล = ประโยชน์ในเวลาปัจจุบัน ประโยชน์ในเวลาต่อมา และประโยชน์ในเวลาต่อมาต่อมาอีกประโยชน์ 3 ที่ = ประโยชน์เกิดกับตนเอง ประโยชน์เกิดกับผู้อื่น และประโยชน์เกิดกับทั้งสองฝ่าย“ตบะ และ “ขันติ"- “ตบะ” หมายถึง ความอดทนในสิ่งที่อดทนได้ยาก (ขันติ) ซึ่งประกอบด้วยปัญญาในการกำจัดอกุศลธรรมออกไปจากจิตใจให้ได้- ความอดทน ก่อให้เกิดประโยชน์ 3 กาล และประโยชน์ 3 ที่- ความอดทน ก่อให้เกิดความเพียร นำไปสู่การบรรลุธรรมได้- จิตใจของคนที่มีขันติ จะไม่หวั่นไหวสะเทือนไปตามโลกธรรม 8 จะเห็นได้ว่าโลกธรรม 8 เป็นของไม่เที่ยง สุขก็มี ทุกข์ก็มี- คู่ครองที่มีความอดทน (ขันติ) ความอดทนจะค่อย ๆ บ่มเพาะคุณธรรมให้เกิดขึ้น จากนั้น คุณธรรมที่มี ความดีที่มี จะแผ่รัศมี ส่งอานิสงส์ให้คนที่อยู่รอบตัวปฏิบัติคุณธรรมเหล่านั้นได้เช่นกัน เปรียบดั่ง การเอาน้ำดี ไล่น้ำเสีย การเอาผ้าสะอาด เช็ดสิ่งที่สกปรก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
330
บัญชีพระ-บัญชีวัด [6842-1u]
Q1: บัญชีพระ บัญชีวัดA: ตามธรรมวินัย เงินทองไม่ควรแก่สมณะ - จึงให้มีไวยาวัจกร ผู้ที่ทำการแทนพระ ในการจัดการปัจจัยสี่อันควรแก่สมณะจะบริโภค- ถ้าโอนเข้าบัญชีพระรูปเดียว ก็ไม่เป็นไปตามธรรมวินัย- แต่ถ้าเป็นบัญชีวัด/มูลนิธิ ที่ไม่ได้เซ็นคนเดียว แต่ต้องเซ็นร่วมกันหลายคน อันนี้ได้- “การให้ทาน การสละออก เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามรูปแบบ รัดกุม ไม่หละหลวม ก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย”Q2: ข่าวพระมีผลต่อการทำบุญA: ความงมงาย = ตั้งศรัทธาไว้ไม่ถูก เช่น ตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล- ศรัทธาที่ไม่มั่นคง ทำให้เกิดความคลอนแคลน เคลือบแคลงใจ เป็นวิจิกิจฉา- ให้กลับมาตั้งศรัทธาให้ถูกต้องไว้ในพระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (คำสอน) พระสงฆ์ (การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ)Q3: การขอพรA: สุดโต่ง 2 ข้าง 1. ขอพรแล้ว แต่ไม่ทำอะไรเลย 2. ทุกอย่าง ฉันต้องทำเองทั้งหมด อะไรก็ช่วยไม่ได้- ทางสายกลาง = ศรัทธา+ปัญญา+อธิษฐาน+ลงมือทำ- ศรัทธาที่ประกอบด้วยความงมงาย จะไม่เกิดกำลังใจในการลงมือทำจริง- ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา จะรู้ว่าอะไรเป็นเหตุ เป็นผล- การตั้งจิตอธิษฐาน คือ การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง- เมื่อเจออุปสรรค ด้วยอำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้Q4: ทำนายฟัน ดูดวง ดูฤกษ์ยาม เสกคาถา เป่าร่ายมนต์A: หากทำเพื่อเลี้ยงชีพ ก็เป็นมิจฉาอาชีวะ- ศรัทธา มี 3 ระดับ1. ไม่มีศรัทธาเลย2. มีศรัทธา แต่ตั้งไว้ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่ไม่เป็นสัจจะความจริง3. มีศรัทธา และตั้งไว้ในเรื่องที่ถูกต้อง ที่เป็นสัจจะความจริง คือ อริยสัจสี่Q5: ไม่ได้โกหก แต่พูดไม่หมด A: มิจฉาวาจา ได้แก่ 1. พูดโกหก 2. พูดส่อเสียด พูดยุยงให้แตกกัน 3. พูดคำหยาบ 4. พูดเพ้อเจ้อ - ถ้ามีเจตนาพูดไม่หมด เพื่อให้คนอื่นเดือดร้อน แม้ไม่ได้โกหก ก็เป็นมิจฉาวาจาในข้ออื่นได้ และแม้ว่าจะไม่ผิดศีล ก็เป็นบาปทางใจได้Q6: พูดโกหก เพื่อให้รู้สึกดีA: วิธีให้รู้ความจริง อาจไม่ได้บอกในครั้งแรก แต่ต้องหาเวลาบอกในโอกาสต่อ ๆ ไป ในเวลาที่เหมาะสม ที่ผู้ฟังจะรับความจริงได้Q7: AI สอนนิพพานA: ใครก็ตามที่สอนตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ก็สามารถนำไปสู่การบรรลุพระนิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
329
วิธีออกแบบ "แผนของชีวิต" [6841-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เหตุแห่งความสำเร็จ- ผู้ฟังท่านนี้ ก่อนฟังธรรมะ ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายอย่าง เรียนเก่ง ทำงานดี ความสามารถสูง เดิมเข้าใจว่าความสำเร็จเหล่านี้เกิดเพราะความเก่งของตนเท่านั้น ต่อมา ได้ฟังธรรมะ จึงมีความเข้าใจใหม่ว่า ความสำเร็จเป็นเรื่องของการให้ผลของกรรมที่สะสมมาในชาติก่อน ทั้งบุญกิริยาวัตถุ 10 การให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา นอกจากนี้ ยังมีเหตุอันเกิดจากอุตุ เหตุแห่งการเตรียมตัวสม่ำเสมอ เหตุจากสุขภาพ ส่งผลให้เกิดสุขทุกข์ในปัจจุบัน- เมื่อเข้าใจในเหตุเงื่อนไขปัจจัย และความเป็นอนัตตา (ไม่มีตัวตน) แล้ว ทิฏฐิและความยึดถือในตน จึงลดลง - การฟังธรรมะ ทำให้กิเลสและความเศร้าหมองในจิตใจลดลง จิตใจมีความแจ่มใสมากขึ้น ความเครียดจึงลดลง สุขภาพดีขึ้น ผู้ฟังท่านนี้ก็มีจิตใจสบาย ไม่ถือตัว มีเหตุผล การงานก็ดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเกิดความคิดในงานดียิ่งขึ้นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: วิธีออกแบบ “แผนของชีวิต”- “ถ้าเราไม่มีแผนการดำเนินชีวิตของตัวเอง ก็จะต้องตกอยู่ในแผนการดำเนินชีวิตของผู้อื่น”- “การไม่มีแผน นั่นแหละคือ แผนแห่งความล้มเหลวหรือความผิดพลาดทันที”วิธีออกแบบ “แผนของชีวิต”- เราต้องรู้ให้ได้ว่า เราต้องการอะไร/จะทำอะไร ในชีวิตข้างหน้า 1 ปี 10 ปี 20 ปี ...- “ทางที่ใช่” จะรู้ได้ต่อเมื่อ “ลงมือทำ” โดย“ทำอย่างเต็มที่” จึงจะรู้ว่า “ชอบหรือไม่ชอบ” ในสิ่งนั้น(1) “ทำเต็มที่”- ต้องลงมือทำ = การลงมือทำ คือ ทางที่ใกล้ที่สุด เพื่อไปสู่จุดหมาย เช่น การว่ายน้ำ/ขี่จักรยาน ต้องลงมือทำจึงจะเกิดทักษะนั้น ไม่ใช่อ่านคู่มือ- การเจอปัญหา/อุปสรรค/ความผิดพลาด ไม่ใช่ความล้มเหลว ให้มี Mindset ว่า ปัญหานั้นจะนำไปสู่การพัฒนาและความก้าวหน้า- อย่าไปโฟกัสที่ความล้มเหลวว่าทำไม่ได้ เพราะจะเกิดความกลัวและคิดล้มเลิก แต่ให้โฟกัสจดจ่อในจุดที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะทำได้ สิ่งนั้นจะมีพลัง- ล้มแล้วอย่าเหลว ต้องล้มแล้วลุกให้ได้ นั่นคือ การพัฒนา เป็นความก้าวหน้า เช่น เด็กทารกฝึกเดินด้วยตนเอง- การทำเต็มที่ = ทำด้วยศรัทธา (กำลังใจ) มีความเพียร (ทำจริงแน่วแน่จริง) มีสติ ระลึกได้ จดจ่อในเป้าหมายที่เราต้องการ จะเกิดเป็นสมาธิในงานที่ทำ (อินทรีย์ 5+อิทธิบาท 4) และจะเกิดปัญญา เห็นทิศทางที่ต้องดำเนินต่อไป(2) “ความชอบหรือไม่ชอบ” - ความชอบหรือไม่ชอบในที่นี้ = ไม่ใช่ความพอใจ/ไม่พอใจ (ตัณหา) แต่หมายถึง เห็นด้วยปัญญา ว่าใช่หรือไม่ใช่ ทำให้จิตใจเราตั้งอยู่ได้หรือไม่(3) ขอคำแนะนำจากผู้รู้ - ผู้ที่เคยไปถึงเป้าหมายนั้นมาก่อน เช่น พระพุทธเจ้า บรรลุเป้าหมาย คือ นิพพานแล้ว โดยสรุป:- คนที่จะบอกได้ว่าชีวิตเราต้องการอะไร ไม่ใช่คนอื่น แต่คือตัวเราเอง เราต้องทำจิตใจให้สว่าง ด้วยการมีปัญญา ซึ่งต้องอาศัยสมาธิ และการลงมือทำจริง แน่วแน่จริง (ความเพียร) มีความมั่นใจ (ศรัทธา) มีสติ มีการพัฒนาจากข้อผิดพลาดต่าง ๆ - งานที่ทำเต็มที่ ด้วยหลักอินทรีย์ 5 ประกอบอิทธิบาท 4 จะเกิดปัญญา เห็นช่องทางไปต่อ ความแจ่มแจ้งในใจจะปรากฏขึ้นว่างานนั้น ใช่หรือไม่ใช่ เพียงแค่คิดอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องลงมือทำ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
328
ละความยึดติดในสิ่งสมมติทั้งหลาย [6840-1u]
Q1: ทำบุญแล้ว พระเอาไปใช้ในทางไม่ถูก จะได้บุญหรือไม่A: บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ1. ศรัทธาของผู้ให้ = ทั้งก่อน ในระหว่าง และหลังให้- ศรัทธานั้นไม่ได้ตั้งอยู่กับตัวบุคคล- ศรัทธานั้นไม่ใช่ความงมงาย2. ศีลของผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ มากหรือน้อยQ2: ทำบุญต้องหวังผลA: วิธีทำบุญมี 3 อย่าง คือ การให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา- ทำบุญต้องหวังผล หากผลที่หวังนั้น คือ นิพพานหรือการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ก็ต้องเลือก/พิจารณาการทำบุญนั้นให้ดี เช่น บุญจากการให้ทาน ต้องเลือกผู้รับที่เป็นเนื้อนาบุญ คือ มีราคะ โทสะ โมหะ น้อย โดยดูจากข้อวัตรปฏิบัติ ทางกาย วาจา ใจ ต้องใกล้ชิดและใช้เวลาดู - บุญจากการให้ทาน เกิดได้ 3 ช่วงเวลา คือ ก่อนให้ ระหว่างให้ และหลังให้ ถ้าก่อนให้และระหว่างให้ มีศรัทธา ก็ได้บุญ แต่หากต่อมามีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพระ แล้วเสื่อมศรัทธา บุญที่เกิดหลังให้ก็จะไม่ได้- จึงไม่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล แต่ให้ตั้งศรัทธาไว้ที่สถาบันสงฆ์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงบุคคล แต่คือ การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ- เมื่อตั้งศรัทธาไว้ที่การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อย่างไม่คลอนแคลนแล้ว บุญก็จะไม่ลด ดังนั้น อย่าเอาการที่คนอื่นทำไม่ดี มาตัดกระแสบุญของเราQ3: ตู้ชำระหนี้สงฆ์A: สมัยพุทธกาลไม่มี เพิ่งมีขึ้นในภายหลัง เริ่มจากประเพณีขนทรายเข้าวัด ที่มองว่าไปวัดแล้วเอาของวัดติดมาด้วย จึงต้องใช้หนี้วัดQ4: บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นในวัดA: สมัยก่อนไม่มีพระพุทธรูป การบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จึงทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปวัด แต่การไปวัด คือ การไปรวมตัวกันเพื่อฟังธรรมจากผู้รู้ ไปทำความสงบ - ถ้าจะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ต้องบูชาในคุณธรรม ความดี ไม่ใช่บูชาเพื่อขอผลQ5: เพาะพันธุ์แมวขายA: เป็นการค้าขายสัตว์เป็น- ให้ทำอาชีพอื่นที่ไม่เสี่ยงเป็นบาป และมีเวลาว่างในการปฏิบัติธรรมมากขึ้น จะดีกว่าQ6: ทีฆชาณุสูตรA: ทีฆชาณุสูตร = ประโยชน์ในปัจจุบัน 4 ประการ และประโยชน์ในอนาคต 4 ประการ- ประโยชน์ในอนาคต 4 ประการ คือ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา Q7: ถวายตั๋วรถไฟให้พระ A: โยมท่านหนึ่งเจอพระที่สถานีรถไฟ ตั้งใจจะถวายตั๋วรถไฟให้พระ แต่พระให้ถวายเป็นเงินแทน จึงไม่ได้ถวายให้- ที่โยมทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามธรรมวินัยแล้ว- การที่ไม่ได้ถวายเงินให้พระ เป็นสิ่งที่ถูกตามธรรมวินัยแล้ว เป็นการช่วยพระรักษาศีล ได้บุญQ8: บูชาบุคคลที่ควรบูชาA: บุคคลที่ควรบูชา ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระสงฆ์ (ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ) ผู้มีศีล มารดาบิดา (ผู้มีอุปการะก่อน) ผู้มีพรหมวิหาร 4 บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เทวดา (ผู้มีศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา)Q9: การยึดติดกับสิ่งสมมติA: การยึดถือ (อุปาทาน) เกิดจาก ความเพลิน ความพอใจ หากมีในสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน- ต้องมีสติ จึงจะไม่เพลิน ก็จะไม่ยึดถือในสิ่งที่สมมติเหล่านั้น- ต้องฝึกการมีสติอยู่เรื่อย ๆ ให้มีกำลังมากขึ้น ความเพลินก็จะค่อย ๆ ลดลง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
327
ปรับชีวิตคู่ ให้อยู่อย่างมีสุข [6839-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาชีวิตคู่- ผู้หญิงท่านหนึ่งแต่งงานเข้าบ้านสามี ไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ 2 ครอบครัว ต้องปรับตัวหลังแต่งงาน มีตัวแปรหลายอย่างเพิ่มขึ้น เช่น แม่สามี คนในครอบครัวสามี ลูก ปู่ย่าตายาย เกิดการกระทบกระทั่งกัน สามีลงไม้ลงมือ ไม่มีความสุขในครอบครัว - อำนาจของกิเลส ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:เรื่องเล่า “ใครน่ากลัวมากที่สุด”- ประชาชนกลัวพระราชา พระราชากลัวนักรบที่ทรยศ นักรบกลัวโจรที่ไม่มีระเบียบวินัย โจรกลัวภรรยาด่า ภรรยากลัวคนนิ่ง ไม่เถียงกลับ เรื่องเล่า “ครอบครัวอยู่เป็นสุข ด้วยน้ำมนต์คุณยาย”- สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทะเลาะกันมาก เถียงกันวันเว้นวัน เกิดความระอาใจ ต่างคนต่างไม่ยอมกัน คิดว่าอีกฝ่ายเป็นต้นเหตุของปัญหา ภรรยาไปปรึกษาคุณยายว่าทำอย่างไรถึงอยู่กับคุณตาได้อย่างสงบ คุณยายจึงให้น้ำมนต์มา และกำชับว่าเมื่อสามีเข้ามาในเขตบ้านเมื่อไร ให้ภรรยาอมน้ำมนต์ไว้ในปาก จนกว่าสามีจะกินข้าวเสร็จ จึงค่อยบ้วนทิ้ง ให้ทำติดต่อกันเจ็ดวัน - ผลปรากฏว่า สามีภรรยาไม่ได้ต่อคำซึ่งกันและกัน จึงไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกันอีกความนิ่ง- “ความนิ่ง” เป็นทางลัดที่จะนำไปสู่ความสงบ- “ความนิ่ง” เป็นการเอาชนะการโต้เถียงกัน- ชี้แจงได้ แต่ถ้าชี้แจงแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ให้นิ่งเสีย- ให้อดทน ยังไม่พูดขณะเกิดปัญหา รอให้อารมณ์เย็น บรรยากาศเหมาะสม จึงค่อยพูดคุยกัน- “การนิ่ง” เป็น 1 ใน 4 ของฆราวาสธรรม 4 ในเรื่อง “ขันติ” (ความอดทน)ฆราวาสธรรม 4 กับการใช้ชีวิตคู่ฆราวาสธรรม 4 เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงให้ไว้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคนคู่ หรือผู้ครองเรือน1. สัจจะ (ความจริง) = มีความไว้วางใจต่อกัน มีความจริงใจต่อกัน ทั้งทางกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง 2. ทมะ (การฝึกตน) = มีความข่มบังคับใจต่อผัสสะที่ไม่น่าพอใจ 3. ขันติ (ความอดทน) = มีความนิ่ง อดทนต่อสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม- ความอดทน (ละอกุศลธรรมด้วยสติและปัญญา) ไม่ใช่ ความเก็บกด (เก็บอกุศลธรรม ราคะ โทสะ โมหะ)4. จาคะ (ความเสียสละ) = ยอมให้กัน ลดทิฏฐิมานะ ลดความเอาแต่ใจ เสียสละทั้งสองฝ่าย ประนีประนอมกัน- การครองเรือนไม่ใช่งานง่าย ๆ มีภาระมาก ทุกข์ของผู้ครองเรือนมีมากกว่าการออกบวช- ปัญหาครอบครัว เกิดจากการขาดฆราวาสธรรม 4 ข้อใดข้อหนึ่ง- ยิ่งมีคนในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกันมากเท่าไร ยิ่งต้องเพิ่มฆราวาสธรรม 4 ให้มากขึ้นเท่านั้น - หากพยายามปรับตัวแล้ว ให้เวลาแล้ว ไม่ดีขึ้น ก็ลองแยกกันอยู่ ห่างกันสักพัก - ถ้าพิจารณาแล้วครอบครัวไม่มีฆราวาสธรรม 4 อยู่เลย และต้องเลิกกันจริง ๆ เพราะอยู่กับคนพาลไม่ดี ก็ให้เลิกกันด้วยดี ไม่คิดร้าย ไม่พยาบาท Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
326
วิธีทำบุญ ใส่บาตร และการนำของวัดไปใช้ [6838-1u]
Q1: นำของจากวัด มาใช้ส่วนตัว บาปหรือไม่A: ต้องแยกประเด็นก่อนว่าสิ่งของนั้น ถวายให้ “สงฆ์” (หมู่, วัด, ไม่เจาะจงบุคคล) หรือ “ภิกษุ” (เจาะจงบุคคล) - กฎของสงฆ์ = หากญาติโยมจะน้อมลาภปัจจัยอันใดอันหนึ่งถวายเพื่อหมู่สงฆ์ ถ้ามีภิกษุบอกให้ถวายแก่ท่านเพียงรูปเดียว ภิกษุรูปนั้นเป็นอาบัติ (ความผิดน้อมลาภของหมู่เข้าสู่ตัวเอง)- รูปแบบการแบ่งสิ่งของของสงฆ์ = ตักอาหารไล่จากภิกษุผู้มีพรรษามากไปหาน้อย, เก็บสิ่งของไว้ในคลังแล้วไปเบิกเมื่อต้องการใช้, จับสลาก- ดังนั้น หากเป็นสิ่งของของหมู่สงฆ์ ถ้าญาติโยมจะเอาไปใช้ ก็ต้องขออนุญาตหมู่สงฆ์ เช่น เจ้าอาวาสผู้ได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจแทนหมู่สงฆ์, หมู่สงฆ์เกิน 4 รูป ประชุมกันแล้ว ไม่ใช่ขออนุญาตภิกษุรูปเดียว เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว =ไม่เป็นการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ = ไม่บาป, ไม่ผิดศีลQ2: ใช้สิ่งของของคนตาย A: สิ่งของของคนตาย = ไม่มีเจ้าของ - คนตายไปแล้วไม่สามารถเรียกร้องว่าเป็นของตนได้อีกต่อไป ตัวอย่าง พระเจ้าปเสนทิโกศล ชี้ว่าสิ่งของนั้นเป็นของปู่ ของพ่อ ซึ่งตายไปแล้วแต่เอาไปไม่ได้ Q3: พระให้ถังสังฆทานA: สังฆทาน = ทานที่ให้แก่หมู่สงฆ์ ไม่ได้ให้เฉพาะเจาะจงบุคคล ไม่จำกัดรูปแบบว่าต้องเป็นถัง- ถ้าภิกษุนั้นได้รับมอบฉันทะจากหมู่สงฆ์ให้สละได้ เช่น เจ้าอาวาส ผู้ได้รับก็เอาไปใช้ได้ จะเอาไปให้ใครต่อก็ได้Q4: นำของที่ได้รับมาไปถวายต่อให้พระA: ทำได้ ผู้ให้ทอดแรกก็ได้บุญด้วยQ5: ใส่บาตร ไม่ใส่น้ำดื่มA: มีอะไรก็ใส่บาตรได้ ใส่เท่าที่มี - บาตร จะใส่ได้เฉพาะของที่กลืนล่วงลำคอเท่านั้น- ผู้ให้ทานแต่ละคน มีความละเอียดประณีตแตกต่างกัน Q6: ทำบุญไม่เกินตัวA: “คนฉลาดในการให้ทาน จะไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย”- ความบริสุทธิ์ของบุญจากการให้ทานมากน้อย ขึ้นอยู่กับ1. ผู้ให้ = มีศรัทธา มีศีล2. ผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ น้อย3. ของที่ให้ = ได้มาโดยบริสุทธิ์- จำนวนเงิน, สิ่งของ ที่ให้ทาน ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักว่าจะได้บุญมากหรือน้อย- การให้ทาน = เป็นไปเพื่อการสละออก ไม่ใช่เพื่อความยึดถือว่าต้องได้ผลของทาน- การสร้างบุญนอกจากการให้ทานแล้ว ยังมีบุญเหล่าอื่น ได้แก่ การรักษาศีล การภาวนา ได้บุญมากกว่าให้ทาน นำไปสู่การอยู่เหนือบุญ เหนือบาป ได้Q7: เรียนภาษาบาลีA: การเข้าใจรูปแบบของภาษาบาลี ทำให้ได้รู้ความคิดของผู้พูด- การเรียน = การฝึกฝนทักษะใหม่ - ถ้าเอื้อเฟื้อรับฟังคำตักเตือนของผู้สอน ด้วยความเคารพหนักแน่น ก็จะสามารถไปได้Q8: ทำงานที่ไม่ชอบ กับคนที่ไม่ชอบA: ต้องตั้งสติไว้ให้มาก เปรียบเหมือนเข้าป่าที่มีหนามเยอะ ต้องระมัดระวังอย่างมาก- ต้องตั้งสติไว้ให้ดี อย่าทำในสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม เพื่อตอบโต้สิ่งไม่ดีที่คนอื่นทำ- ตั้งสติโดยนึกถึงลมหายใจ, พุทโธ, กายคตาสติ เป็นต้น- ความชอบในงาน = ปรับจิตเราได้ = อย่าเพลินไปตามสิ่งที่ชอบใจ (ความสบาย) ก็จะสามารถปรับจิตเพื่อการทำงานทั้งที่ชอบและไม่ชอบได้- หลักธรรมที่ทำให้มีความสุขในการทำงาน คือ สังคหวัตถุ 4 1. ทาน = แบ่งปันสิ่งของให้กัน 2. ปิยวาจา = พูดจาดีต่อกัน3. อัตถจริยา = ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน4. สมานัตตตา = เสมอต้นเสมอปลาย ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่เอาเปรียบ เห็นประโยชน์ส่วนรวมQ9: Social Media กระทบกับการทำงานA: ปิดไปเลย, เอาโทรศัพท์ไปไว้อีกห้องหนึ่ง ให้เข้าถึงไม่ได้ในช่วงเวลานั้น- แบ่งเวลาใช้ Social Media ให้เหมาะสม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
We're indexing this podcast's transcripts for the first time — this can take a minute or two. We'll show results as soon as they're ready.
No matches for "" in this podcast's transcripts.
No topics indexed yet for this podcast.
Loading reviews...
ABOUT THIS SHOW
ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
HOSTED BY
ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
Loading similar podcasts...