PODCAST · health
1 สมการชีวิต
by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
371
บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย [6920-1u]
Q1: การฆ่าตัวตายในทางพระพุทธศาสนาA: การฆ่าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือสัตว์อื่น ไม่ดีทั้งนั้น เพราะเป็นการทำชีวิตของบุคคลหรือสัตว์ให้ตกล่วงลงไป เว้นแต่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ก่อนและไม่หลังจากการตาย - การฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองหรือทางจิต โดยไม่ได้มีเจตนาทำบาปทำกรรมนั้น ถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังไงก็เป็นเจตนา Q2: กิจของสงฆ์กับงานก่อสร้าง A: พระพุทธเจ้าตั้งชื่องานก่อสร้างของพระสงฆ์ไว้ว่า “นวกรรม” - งานก่อสร้างบางอย่างจำเป็น แต่ทรงเตือนว่าอย่าทำให้มาก อย่ายุ่งวุ่นวายกับมันเยอะ เพราะจะเป็น “เครื่องเนิ่นช้า” เป็นเหตุให้ 1. พระวินัยหย่อนยาน 2. ตั้งสติปัฏฐาน 4 ได้ยาก 3. เพื่อนไม่รัก Q3: บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วยA: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ถ้าคนจะสำเร็จอะไรได้ทุกอย่างเพียงการอ้อนวอนแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” ถ้าลำพังการสวดมนต์แล้วทำให้หายเจ็บป่วยได้ โลกนี้ก็จะไม่มีใครตาย - การสวดมนต์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การพูดกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนไว้หรือสัชฌายะ (Recitation) ไม่ใช่การสวดเพื่อขอพร (Pray) - การที่เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็เพราะมีกายนี้ เมื่อมีกายก็ย่อมมีเวทนาที่เกิดขึ้นในกาย พอมีเวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องอย่าเกิด - การเข้าใจเรื่องโพชฌงค์ 7 สติปัฏฐาน 4 หรือสัญญา 10 ประการ จะทำให้เรากำจัดความเกิดได้ ถ้ากำจัดความเกิดได้ ก็จะกำจัดความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ รวมถึงกำจัดความตายได้ นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของบทสวดมนต์นั้น Q4: บาปกับการทานเนื้อสัตว์ A: การฆ่ามี 3 ระดับ 1. ฆ่าเอง (ผิดศีล) 2. ใช้ให้เขาไปฆ่า (ผิดศีล) 3. ชักชวนให้คนอื่นทำ (ไม่ผิดศีล แต่ได้รับบาป) - การทานเนื้อสัตว์ มีทั้งรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมการฆ่าสัตว์และไม่เป็น - ถ้ายังต้องประกอบอาชีพค้าขายสัตว์เป็นหรือเนื้อสัตว์อยู่ ก็ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะเปลี่ยนอาชีพต่อไป Q5: การพูดซ้ำเติมผู้อื่นA: “ใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น” - เราจะดีจะชั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา ให้ทำตามศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8 - เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค 8 แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา แต่ให้มั่นใจว่าทำดีต้องได้ดี แม้สุขเวทนาอาจจะยังไม่ให้ผลในตอนนั้นก็ตาม การได้ทำความดี นั่นคือดีแล้ว ให้มั่นใจว่า ความดีนั้นจะอยู่กับเรา ความดีนั้นจะรักษาผู้ที่ปฏิบัติดี ธรรมะจะคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ ไม่มีใครที่จะทำอันตรายผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย ให้มั่นใจในข้อนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
370
ประสบการณ์เฉียดตาย [6919-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ประสบการณ์เฉียดตาย- คุณหญิง เคยประสบเหตุการณ์เฉียดตาย เกิดเจ็บป่วยเฉียบพลัน ในช่วงเวลานั้น ได้เกิดความเข้าใจว่าการฝึกสมาธิมาทั้งหมดก็เพื่อนำมาใช้เวลานี้ จึงน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตรทั้งหลาย เมื่อรอดตายจึงนำมาเล่าให้ฟังช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ประสบการณ์เฉียดตาย- ตาย, มรณะ, จุติ = การหมดไปของอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)- หากเราเข้าใจความตาย เราจะเห็นคุณค่าของการมีชีวิต- หากเราไม่เข้าใจความตาย เราจะใช้ชีวิตด้วยความกลัว และจะหาสิ่งอื่นทำเพื่อชดเชยความกลัวนั้น ทำให้คุณค่าแห่งชีวิตลดลงไปทัศนคติที่เป็นประโยชน์ในเรื่องความตาย(1) ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีอยู่ตลอดเวลา ทั้งกายและใจ = หากเข้าใจ ก็จะไม่กลัว - ทางร่างกาย = เซลล์ต่าง ๆ เกิด-ตาย อยู่ตลอด เป็นความตายที่ซ่อนอยู่ในความมีชีวิต- ทางใจ = ความคิด ความสุข ความทุกข์ ก็เกิด-ดับ อยู่ตลอดเวลา(2) ตายแล้วไปไหน = ถ้ามีเหตุปัจจัยให้เกิด ก็จะไปเกิดอีก- ทางร่างกาย = กลับคืนสู่ดิน น้ำ ไฟ ลม- ทางใจ = สัญญา สังขาร จะทิ้งคราบไว้เป็นอาสวะฝังอยู่ในจิต(3) จิตสุดท้าย = ต้องรักษาให้จิตเป็นกุศล ตายแล้วเกิด VS ตายแล้วสูญ- เป็นมุมมองที่สุดโต่งทั้งสองข้าง - ถ้ามองว่าตายแล้วต้องเกิด = ก็จะไม่ทำความเพียร- ถ้ามองว่าตายแล้วสูญ = จิตจะน้อมไปในทางทำความชั่ว ไม่เกรงกลัวบาป- มุมมองในทางพระพุทธศาสนา = ความเกิดและความตาย เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัย ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความเกิดและความตายก็ดับมรณานุสติ- มรณานุสติ เป็น 1 ในกรรมฐาน 40 กอง และเป็น 1 ในอนุสติ 10- การเจริญมรณานุสติ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เหลืออยู่- มรณานุสติ แบ่งเป็น 2 ส่วน(1) เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก = เราอยู่ใกล้ความตายนิดเดียว(2) พิจารณาว่ามีบาปอกุศลธรรมใดที่ยังละไม่ได้ หากตายไปเดี๋ยวนี้จะทำให้ไปไม่ดี = ให้รีบละบาปอกุศลธรรมนั้น และให้จิตตั้งอยู่ในกุศลธรรมให้ได้ในตอนนี้ ให้เหมือนกับไฟไหม้ผมหรือเสื้อผ้า โดยการตั้งสติ ทำความเพียร ตั้งจิตไว้กับความสงบในภายในให้ได้ ไม่ใส่ใจในเรื่องไม่ดี ให้เพ่งระลึกถึงความดีของตน เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การช่วยเหลือผู้อื่น การมีปิยวาจา เป็นต้น จิตก็จะตั้งอยู่ในกุศลธรรม จิตจะมีปีติปราโมทย์ด้วยธรรม ก็จะไม่กลัวความตาย ไม่ใช่เพราะประมาท แต่เพราะมีกุศลธรรมรักษาจิตไว้แล้วคำแนะนำสำหรับผู้ใกล้ถึงความตาย- สิ่งที่ไม่ควรทำ = ร่ำไห้คร่ำครวญ พูดเรื่องกวนใจให้คิดไปในทางกามหรืออกุศล - สิ่งที่ควรทำ = พูดเรื่องที่ทำให้เกิดกุศลธรรม ให้เกิดปีติสุข จะทำให้ไม่กลัวความตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
369
เด็กติดเกมส์ [6917-1u]
สมการชีวิต “เด็กติดเกมส์”- จิตไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่- การติดเกมส์ เป็นเรื่องของผัสสะ เป็นเรื่องวัตถุกาม= ได้ยินเสียงผ่านทางหู เห็นรูปผ่านทางตา - กิเลสกามในจิตใจ ความคลั่งไคล้ หลงใหล เพลิดเพลินจนควบคุมตัวเองไม่ได้= ทำให้ติดเกมส์ ติดงาน ติดพนัน ฯลฯ วิธีแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์(1) ติดในระดับที่ควบคุมได้ = เลือกเกมส์ที่เป็นประโยชน์ ฝึกทักษะสมองด้านที่ไม่ค่อยได้ใช้ ผ่อนคลายความเครียด (2) ติดในระดับที่เล่นเพลินจนเสียบุคลิก นิสัยที่ดีลดลง = ต้องหยุด ต้องจำกัดเวลา เพื่อให้นิสัยที่ดีกลับมา พ่อแม่ต้องเข้ามาควบคุมเพื่อให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ให้มีสติมากขึ้น(3) ติดในระดับที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ สร้างปัญหาอื่น ทำร้ายผู้อื่น = นอกจากต้องแก้ปัญหาติดเกมส์แล้ว ก็ต้องตามแก้ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นมาด้วย ต้องห้ามลูกจากบาป ให้ลูกตั้งอยู่ในความดี โดยไม่ใช้เครื่องมือของมาร เช่น ต่อว่า ทุบตี แต่ให้ใช้วิธีตามข้อ (2) ด้วยความพยายามที่มากขึ้น การดูแลเอาใจใส่ยิ่งขึ้น ใช้วิธีที่แยบคาย และเลือกเวลาที่เหมาะสมห้ามเสียจากบาป ให้ตั้งอยู่ในความดี(1) เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ = เป็นผู้อุปการะให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป(2) ใคร่ครวญหาช่องทาง = คนนะไม่ใช่ควาย ควายต้องลงโทษสั่งสอนทันทีเมื่อทำไม่ถูกต้อง แต่คนต้องดูเวลาที่เหมาะสมที่จะสั่งสอนเขาได้ ด้วยวิธีที่เหมาะสม ละเอียดรอบคอบ ด้วยความเมตตากรุณา ปรารถนาให้เข้าพ้นจากความทุกข์(3) ไม่ใช่ด้วยเครื่องมือของมาร เช่น อาชญา/ศาสตรา = การทุบตี การต่อว่า(4) ให้เพิ่มพูนสติ ใช้ความดีแทรกซึมเข้าไป ใส่กุศลธรรมมากขึ้น ความดีก็จะเสริมสร้างความดี ก็จะดีวันดีคืนได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
368
ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็น [6916-1u]
Q1: ปีใหม่ไทย ชะล้างใจให้ชุ่มเย็นA: บทกรวดน้ำที่พระสวดเวลาไปทำบุญ เป็นอุปมา เปรียบกับน้ำที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า บุญก็เช่นกัน (ความสุข อายุ วรรณะ สุขะ พละ) จะทำให้จิตใจเราอยู่เป็นสุขได้ - บุญ ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา จะเป็นตัวชะล้างจิตใจให้สะอาด- การภาวนา ได้บุญมากที่สุดQ2: วิธีกตัญญูต่อบุพการีA: มี 3 ช่องทาง(1) ทางกาย = ให้เงิน, สิ่งของ ทำเองหรือจัดให้มีการทำให้(2) ทางวาจา = ปิยวาจา อยากฟังสิ่งไหนก็ให้ฟังสิ่งนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้ฟังธรรม(3) ทางใจ = ต้องอดทนQ3: แก้ปมในใจ ทุกข์จากคนไม่รักษาสัญญาA: ปมในจิตใจ คือ อาสวะ ซึ่งจะดึงให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อีก- การให้อภัยและเมตตา นำมาทดแทนสิ่งที่เป็นปมในใจ ไม่ยึดถือในสิ่งที่ผูกเวร จะแก้ปมในใจนั้นได้- อุปาทานที่ผูกไว้กับคำสัญญาของคนอื่นทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้น ก็อย่ามีอุปาทาน- อย่าตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอุปาทาน (ความยึดถือ) แต่ให้ตั้งความหวังกับสิ่งที่เป็นอิทธิบาท 4Q4: ทุกข์เพราะรักA: ตัณหา มีคุณสมบัติ 3 อย่าง (1) มีความกำหนัดด้วยอำนาจของความเพลิน(2) ทำให้เกิดตัวตน (สภาวะ)(3) มีการเกิดใหม่ = เช่น ความเป็นสามี-ภรรยา- ตัณหา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ แม้ทุกข์ยังไม่ปรากฏตอนนี้ แต่ทุกข์จะปรากฏแน่นอน เปรียบเหมือนการถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ตอนโดยยิงยังไม่รู้สึกเจ็บเพราะรู้สึกชาอยู่ ยาพิษเปรียบเหมือนอวิชชา (ความไม่รู้) เมื่อแล่นสู่เข้าสู่จิตใจจึงจะรู้ว่าทุกข์- วิธีแก้อุปมา = ต้องตรวจสอบก่อนว่าถูกแทงตรงไหน แล้วเอามีดปาด/ดึงหัวลูกศรออกมา แล้วขูดหนองและเลือดเสียออกให้หมด แล้วใส่ยาลงไป ปิดปากแผล กินยาอย่างต่อเนื่อง ไม่กินของแสลง อย่าให้แผลโดยฝน ลม แดด อุปไมย = เปรียบตัวเราเป็นหมอ เริ่มจากใช้สติตรวจสอบว่าเรายึดติดตรงไหน แล้วเอาปัญญากรีด/ตัดในสิ่งที่ยึดถือนั้น แม้จะเจ็บก็ต้องอดทนและใช้ความเพียร โดยพิจารณาให้เห็นความจริงว่า สิ่งนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพื่อบีบ/ขูดเอาความยึดถือนั้นออกไป ถ้าอินทรีย์มีกำลังมาก (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ก็จะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้น ก็ใช้มรรค 8 รักษาใจต่อไป และอย่าคบเพื่อนชั่ว ไม่สำรวมอินทรีย์ ฯลฯ เพราะจะทำให้เกิดทุกข์ได้อีก - เมื่อเข้าใจพรหมวิหาร 4 และกำจัดอวิชชาในความรักออกไปได้ทั้งหมดแล้ว ราคะ โมหะ โทสะ ในจิตใจไม่กลับกำเริบแล้ว ก็ดำเนินชีวิตปกติได้ เป็นสุขที่เกษมQ5: ธรรมะกับโรคซึมเศร้าA: กระบวนการรักษาโรคซึมเศร้าในปัจจุบัน เริ่มจาก “สติ” ตระหนักรู้ว่าเราคิดอะไร- สติ คือ การระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูด แม้นานได้ มีเครื่องมือหลายอย่าง เช่น อาณาปาณสติ เป็นต้น- คนเป็นโรคซึมเศร้า คือ เพลินไปตามอารมณ์ จึงต้องเริ่มจากการ “สังเกต” ให้เห็นอารมณ์นั้น- การเจริญสติ สามารถใช้เป็นกระบวนการร่วมในการรักษาโรคซึมเศร้าได้พระอาจารย์ฝากข้อคิดเนื่องในวันสงกรานต์- ในช่วงสงกรานต์ ให้ท่านทั้งหลาย นำบุญที่เกิดจากให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาชำระล้างจิตใจของเรา ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างให้ประกอบด้วยเมตตาและปัญญา จะทำให้ชีวิตของเราและสังคมมีความสุข เป็นผู้อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ และพ้นทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
367
เตรียมตัวรับภัยสงคราม [6915-1u]
ลักษณะปัญหาเมื่อเกิดสงคราม- ทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้งไม่ว่าจะในครัวเรือนหรือระดับโลก ล้วนเกิดจาก “ตัณหา” เพราะมีผู้เข้าไปยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แล้วเกิดการแก่งแย่งกันหรือเบียดเบียนกัน ทำให้เกิดปัญหาขึ้น- เมื่อเกิดภัยสงคราม ที่ใดปลอดภัยหรือสะดวกด้วยปัจจัยสี่ 1. คนจะย้ายถิ่นฐานไปรวมกันในที่ปลอดภัย2. เมื่อคนอยู่รวมกัน คลุกคลีกันมาก การจะทำในใจให้สงบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจะทำได้โดยลำบากพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ไตร่ตรองว่า “อะไรเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้ถึง ทำให้แจ้ง ทำให้บรรลุ ที่เมื่อเราถึงแล้ว จะทำให้เราเป็นผู้อยู่ผาสุกได้ แม้ในคราวที่เกิดโจรภัย”มิติที่ 1 ปัญหาด้านปัจจัยสี่ (เศรษฐกิจ)(1) ให้สันโดษในบริขารแห่งชีวิต = อยู่ง่าย กินง่าย(2) มีเงินเก็บสะสมให้อยู่ได้อย่างน้อย 1 ปี = ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย, เลือกรูปแบบการเก็บ ป้องกันเงินเฟ้อ(3) ถ้ามีเงินเหลือ เตรียมสถานที่อพยพเผื่อเกิดน้ำท่วม, สิ่งของที่ต้องเอาไปด้วยมิติที่ 2 ปัญหาด้านการรับรู้ข่าวสาร(1) ต้องพิจารณาข่าวสารให้เหมาะสม = ใช้หลักเรื่อง “วิมังสา” โดยจิตต้องเป็นสมาธิ โฟกัสไปที่ปัจจัยสี่และความปลอดภัย(2) ไม่ตื่นตูมในกระแสข่าว แต่ก็ไม่ประมาทในเตรียมการล่วงหน้า มิติที่ 3 ปัญหาด้านการทหาร(1) ให้เตรียมตัวทำจิตใจภายในให้มี “สติ” และ “ปัญญา” = หากได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต, ไม่ได้เตรียมปัจจัยสี่, ถูกข่าวสารลวง(2) ให้ระลึกถึง “มรณานุสติ”, นึกถึง “กุศลธรรม” ที่เคยทำ, ละ “อกุศลธรรม” ที่มี(3) สติที่ประกอบด้วยปัญญา= แม้มีทุกขเวทนา ก็ยังอยู่ผาสุกได้ หรือถ้าเสียชีวิต ก็จะไปดี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
366
ดูแลพ่อแม่ในยุคดิจิทัล [6914-1u]
Q1: ดูแลพ่อแม่ในยุคดิจิทัลA: การดูแลพ่อแม่ มี 2 ส่วน คือ ภายนอกและภายใน1. ดูแลภายนอก = สอดส่องในอุบาย = ทำเองหรือจัดให้กระทำก็ได้ เช่น โอนเงิน ดูผ่านกล้องวงจรปิด จัดให้มีคนดูแล2. ดูแลภายใน = ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ก็ควรประดิษฐานให้ท่านมีสิ่งเหล่านี้ เพราะจะทำให้ท่านอยู่ผาสุกได้ แม้ความสุขจากร่างกายจะลดลง - ถ้าไม่มีลูกหรือมีลูกแต่ลูกไม่ดูแล ก็ต้องพึ่งตน พึ่งธรรม ด้วยศรัทธา สติ สมาธิ และปัญญา จะทำให้อยู่ผาสุกได้ Q2: ร่างกายถดถอย ควรฝึกจิตอย่างไรA: ให้แยกตัวเราออกมาจากอารมณ์ที่กำลังเพลินอยู่ ให้เหมือนเราเป็นคนฉายหนัง แล้วมองให้เห็นตัวเองว่ากำลังคิด/เพลินไปกับสิ่งไหนอยู่ ความเผลอเพลินไปตามอารมณ์นั้นจะลดลง นี่คือ “ปัญญา” การรู้สึกตัวนี้ คือ “สติ” และให้เห็นด้วยปัญญาต่อไปว่า “สิ่งนั้นไม่เที่ยง”Q3: สมาชิกในบ้านต่างคนต่างอยู่A: ต้องตั้งกติกาในบ้าน เช่น ตอนทานอาหารไม่ให้ใช้โทรศัพท์- เมื่อเจอกัน ควรใช้ปิยวาจาต่อกันQ4: ตัวช่วยในการตัดสินใจA: วิจิกิจฉา = ความลังเล สงสัย เคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่มั่นใจ ทำให้จิตไม่เป็นสมาธิ ส่งผลให้ตัดสินใจไม่ได้- แก้ได้โดยใช้ “สมาธิ” โดยให้มีสติเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดสมาธิ แล้วค่อยตัดสินใจ- อย่าเอาสุขหรือทุกข์เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ แต่ให้เอาความสงบในจิตใจ (กุศลธรรม) เป็นเกณฑ์ เพราะไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขก็จะอยู่ได้ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ - คนที่ตัดสินใจไม่ได้ กำลังเดินถอยหลัง แต่ถ้าตัดสินใจได้ จะเดินไปข้างหน้าQ5: วิธีกำจัดความขี้เกียจA: ความขี้เกียจ เป็นความประมาท ทำให้ไม่เกิดความก้าวหน้า- วิธีกำจัดความขี้เกียจ1. มีเพื่อนดี = ชวนกันไปทำสิ่งที่ดี2. มีปัญญา = พิจารณาให้เห็นว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น3. มีสติสัมปชัญญะ = แยกตัวออกมาจากอารมณ์ที่เพลินอยู่ ให้เห็นตัวเราว่ากำลังคิด/เพลินไปตามสิ่งไหน ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้Q6: ความสุขที่ยั่งยืนA: ความสุขจากในภายใน = เกิดจากศรัทธา สมาธิ สติ ปัญญา ไม่จำเป็นต้องพึ่งสิ่งภายนอก- ลดความสุขจากภายนอก มาเสพความสุขจากในภายในดีกว่าQ7: แก้ปมในอดีตA: รูปแบบการคิด มี 5 แบบ แต่จะพูดแค่ 2 แบบ1. ความดำริ (สังกัปปะ) = ความคิดที่โผล่ขึ้นมาเอง อาจเป็นกุศล/อกุศล2. ความวิตก = ความนึกน้อมไปคิด ต้องใช้พลังในการคิด- ถ้ามีความดำริที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น แก้ได้ด้วยการเอาความวิตกในทางกุศลเข้าไป เหมือนเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย อาสวะจะหลุดออกไป ต้องทำบ่อย ๆ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
365
วิธีเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร [6913-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: อดทน คือ ทุกสิ่ง- ผู้ฟังจากกทม.-เป็นเด็กกำพร้า ถูกกระทำและถูกต่อว่ามาตั้งแต่เด็ก แต่ก็อดทนผ่านมาได้ จึงเข้าใจดีว่า ความอดทนเป็นทุกสิ่ง และการไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะความอดทน ซึ่งเป็นปัญญา แยกสิ่งดี-สิ่งไม่ดี สิ่งควรทำ-ไม่ควรทำ กุศล-อกุศล ปัจจุบันมีชีวิตที่มีความสุข ประสบความสำเร็จ - ผู้ฟังจากฉะเชิงเทรา-การอดทน ไม่ใช่เรื่องโง่ แต่เป็นชัยชนะที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้ การรบที่ยอดเยี่ยมที่สุด คือ การชนะกิเลสในจิตใจตนเอง เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องออกรบ - ผู้ฟังจากชัยนาท–เมื่อเจอบททดสอบ ก็จะอดทนเพื่อสอบให้ผ่าน ไม่เช่นนั้นจะต้องกลับมาสอบใหม่ ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ความอิจฉาในที่ทำงานความเกี่ยวข้องกันของอารมณ์ 3 ประเภท - ได้แก่ 1. อิจฉาริษยา 2. เย่อหยิ่งจองหอง 3. ความตระหนี่หวงกั้น - เช่น เมื่อเราได้ดีกว่าคนอื่น จะมีความเย่อหยิ่งเกิดขึ้น ส่วนเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ ก็จะมีความอิจฉาริษยาเราขึ้นมา - เช่น เรามีรถ ส่วนเพื่อนไม่มี ต่อมาเพื่อนมีรถ เราเกิดความไม่พอใจ ทั้งที่เราไม่ได้มีน้อยลง แต่ไม่อยากให้เขามี อย่างนี้เป็นความตระหนี่ความดีต่อความดีได้ ความชั่วต่อความชั่วได้ - มิตรดี (กัลยาณมิตร) เมื่อต่อความดีกัน ความดีก็จะต่อกันไปอีกเรื่อย ๆ มากขึ้น สว่างขึ้น - มิตรไม่ดี (ปาปมิตร) จะส่งต่อความไม่ดีมาให้ แม้ว่าตัวเราจะมีแสงสว่าง แต่ถ้ารอบ ๆ ไม่ดี มีแต่ความมืด ความมืดนั้นก็โดนเราบ้าง เราก็ได้รับการเบียดเบียนบ้าง- มงคลสูตรข้อแรก คือ การไม่คบคนพาล ข้อที่สอง คือ การคบบัณฑิต ให้คบกัลยาณมิตร มีความฉลาด มีความรอบรู้ มีปัญญาเห็นตามความจริง ทำสิ่งที่เป็นกุศล ละสิ่งที่เป็นอกุศล - ไม่ว่าเขาจะดีหรือไม่ดีกับเราก็ตาม ให้มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่ ไม่มองใครโดยความเป็นศัตรูเลย - หากเรามองใครว่าเป็นศัตรู การผูกเวรจะเกิดขึ้นทันที เป็นข้าศึกต่อกุศลธรรมเพื่อนร่วมงานที่มีอกุศลธรรม กับ พรหมวิหาร 4- ให้ตั้งจิตเป็นข้าศึกศัตรูกับสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม ไม่ใช่ตัวบุคคล แล้วพิจารณาบุคคลนั้นว่า สิ่งไม่ดีนั้น ถ้าเขาทำต่อไปก็จะมีอกุศลธรรมเกิดขึ้นกับเขามากขึ้น ถ้าเราไม่ลำบาก ก็ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาให้เขาคลายความอิจฉาลง (เมตตากรุณา) แต่ถ้าทำแล้ว เขาไม่พอใจมากขึ้น ให้พิจารณาต่อไปว่า ความขัดเคืองใจที่เกิดขึ้นนั้นมันเล็กน้อย ถ้าเขารู้ความจริง เข้าใจธรรมะในส่วนนี้ เขาจะออกจากอกุศลธรรมเหล่านั้นได้ ประโยชน์ของการดำรงอยู่ในกุศลธรรมความดีมันสำคัญกว่า เป็นเรื่องใหญ่กว่า ให้ทำความเข้าใจกับเขาอย่างนี้ (มุทิตา) ถ้าเขายังเปลี่ยนไม่ได้อีก เราก็ต้องตั้งจิตไว้ในอุเบกขา - เมื่อความอิจฉา อยู่ในวงจรของกาม (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) สิ่งที่เหนือกว่ากาม จิตใจต้องเป็นแบบพรหม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) พรหมวิหาร 4 จะทำให้เราจะชนะทั้งจิตใจตนเอง และจิตใจของผู้อื่นได้มิตรที่ควรคบ 7 แบบ - ได้แก่ ทำสิ่งที่ทำได้ยาก ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก อดทนถ้อยคำที่อดทนได้ยาก เปิดเผยความลับแก่เพื่อน ปิดความลับของเพื่อน ไม่ทอดทิ้งในยามอันตราย เมื่อเพื่อนสิ้นโภคทรัพย์ก็ไม่ดูหมิ่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
364
ทัวร์ลงในโลกโซเซียล [6912-1u]
Q1: การรักษาสัจจะA: สัจจะ อธิษฐาน และศีล มีความเกี่ยวเนื่องกัน(1) สัจจะ = มี 2 นัยยะ คือ ความจริงที่เป็นข้อเท็จจริง (เปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุปัจจัย) กับความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ4 อนิจจัง อนัตตา) เน้นความตรงไปตรงมา ไม่กลับกลอก เอาความจริงในการกระทำเป็นหลัก(2) อธิษฐาน = การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เน้นเป้าหมายเป็นหลัก เอาความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นเป็นหลัก(3) ศีล = เน้นความเป็นปกติ จิตใจที่สะอาด- วิธีเพิ่มนิสัยรักษาสัจจะ = เพิ่มบารมีอื่น เช่น อธิษฐานบารมี ศีลบารมี - การตั้งสัจจะอยู่เสมอ สั่งสมบ่อย ๆ จะช่วยเพิ่มสัจจบารมีได้ จึงต้องสร้างสถานการณ์ให้เกิดสัจจบารมี เช่น ตั้งคำมั่นสัญญาที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากสิ่งนั้นทำได้ยากและต้องใช้ความพยายามมาก บารมีก็จะยิ่งสูง Q2: เห็นชีวิตดีดีในโลกโซเซียลA: มีเครื่องมือ 3 อย่าง(1) พรหมวิหาร 4 = มุทิตา+อุเบกขา จะกำจัดความอิจฉาริษยาและไม่ให้ยินดีจนเกินเลย(2) การสำรวมอินทรีย์ = เมื่อเห็นสิ่งสวยงาม จิตถูกดึงไปตามสิ่งที่เห็น ให้สำรวมอินทรีย์ไม่ให้อกุศลธรรมในใจเกิดขึ้น ตัดตรงนั้น อย่าให้เกิดความคิดปรุงแต่งต่อเนื่องไป จะสำรวมอินทรีย์ได้ต้องมีสติสัมปชัญญะ (3) อิทธิบาท 4 = ตั้งเป้าหมายในชีวิต แล้วสนใจเป้าหมายนั้น จะเกิดสมาธิ มุ่งไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จ การสนใจเรื่องอื่นก็จะลดลง Q3: ทัวร์ลงในโลกโซเซียลA: การพิมพ์ข้อความลงในโลกโซเซียล ถือเป็นวจีกรรม จึงต้องไตร่ตรองให้ดีว่าถ้อยคำนั้น เป็นการเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่ายหรือไม่ มีสุขเป็นผลหรือไม่ ถ้าใช่ก็เป็น “สัมมาวาจา” ให้ทำให้มาก ๆ แต่ถ้าเป็นถ้อยคำที่เบียดเบียนหรือมีทุกข์เป็นผลเป็นวิบาก ก็เป็น “มิจฉาวาจา” ไม่ควรทำ- กรณีไปร่วมทัวร์ลง ให้พิจารณาว่า วาจานั้นเป็นสัมมาวาจาหรือมิจฉาวาจา เช่น พูดความจริง ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงได้ ก็ได้บุญสองต่อ แต่ถ้าพูดด้วยอารมณ์ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน แล้วด่าไป ก็ได้บาป แบ่งบาปที่เขาทำไม่ดีมาด้วย แม้เป็นคำจริงแต่ถ้าพูดส่อเสียดก็เป็นบาปเพราะทำให้จิตเขาสะเทือนออกจากสมาธิ จิตเขายิ่งเตลิดไปไม่ดี ถ้าเป็นคนไกลตัว+กล่าวไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงก็อย่ากล่าวเลยดีกว่า คิดว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใช้อุเบกขา - กรณีถูกทัวร์ลง ให้พิจารณาว่า ถ้าเราทำความดี แม้ทัวร์ลงก็ไม่ทำให้ความดีนั้นลดลง ความดีของเราไม่ได้อยู่ที่ปากใคร ให้ดูตัวอย่างพระพุทธเจ้ากับพระเทวทัต ถ้าเราทำความชั่วแล้วมีทัวร์มาลง ก็ต้องแก้ไข Q4: AI ทำงานแทนมนุษย์A: มนุษย์มีวิญญาณ (การรับรู้, การรู้แจ้ง) ซึ่งเป็นนาม แต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องยนต์ software จะไม่มีวิญญาณ แต่เป็นรูป - วิญญาณเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างนามและรูป ถ้ามีแต่รูป แต่ไม่มีนาม ก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต- มนุษย์ เลือกทำในสิ่งที่เป็นกุศลได้ เลือกใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำความดีได้ Q5: โอนเงินทำบุญA: บุญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินหรือกาลเวลา ถ้าตั้งจิตถูกก็ได้บุญเหมือนกัน Q6: ฟังธรรมออนไลน์A: ธรรมะของพระพุทธเจ้า มาได้หลายรูปแบบ ทั้งพระพุทธเจ้าทรงสอนเอง หรือคนอื่นสอน หรือเป็นตัวหนังสือ หรือในรูปอิเล็กทรอนิกส์- จุดสำคัญ คือ เมื่อธรรมะเข้ามาสู่จิตใจแล้ว เกิดปีติ สุข ความสงบ เห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา ได้หรือไม่ ถ้าได้ก็บรรลุธรรมได้ Q7: ใส่บาตรเวลาใดA: ไม่มีในธรรมวินัย แต่มหาเถรสมาคมให้แนวทางไว้ว่า การบิณฑบาตในที่สาธารณะไม่ควรเกิน 9 โมง แต่ถ้าใส่บาตรในวัดไม่เป็นไร แต่ต้องไม่เกินเที่ยง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
363
เรียนรู้ "สุข-ทุกข์" จาก "พยับแดด" [6911-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: - คุณปฐวี หลังจากได้ฟังธรรมะ เมื่อเจอเรื่องร้าย ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร ปัญหาที่เคยรู้สึกว่าหนัก ก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เบาขึ้น มีแสงสว่างเกิดขึ้นในจิตใจ มีความร่าเริงแจ่มใสขึ้น เพราะสติที่ตั้งขึ้นไว้ได้ ทำให้จิตไม่ได้ไหลไปตามอารมณ์ความรู้สึกจิตใจตั้งมั่นอยู่ได้อย่างดี- การมองโลกในแง่ดีในทางพระพุทธศาสนา คือ การไม่คิดไปในทางที่เป็นอกุศล ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ประมาท ไม่เผลอเพลิน มีความระมัดระวังอย่างสูงไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:- เมื่อเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าเอาแต่รักสุขเกลียดทุกข์ แต่ต้องเข้าใจสุขทุกข์ ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พยับแดด” พยับแดด ไม่ใช่ “ของจริง” แค่ “ดูเหมือนว่าจริง” คือ แม้เราจะเห็นแต่ไกลว่าข้างหน้าเหมือนมีน้ำอยู่บนถนน แต่เมื่อขับรถไปถึงจุดนั้นแล้วกลับไม่มีน้ำ มันไม่ใช่ของจริง การปรุงแต่งมองเห็นพยับแดดว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนนั้น เปรียบเหมือนกับทุกข์ที่เราปรุงแต่งไปก่อนหน้า ซึ่งเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ณ วินาทีนั้นแล้ว ทำให้ทุกข์ไม่ได้ลดลงและสุขไม่ได้มากขึ้น - เราจะมาหาของจริง ในสิ่งที่ไม่ใช่ของจริงจะไปเจอได้อย่างไร ในพยับแดดมีแต่แสงแต่ไม่มีตัวตน “เราจะไปหาสุข ในสิ่งที่เป็นความทุกข์ ก็จะหาไม่เจอ เปรียบเหมือนกับการไปหาน้ำในตัวพยับแดด เราจะไม่เจอน้ำ สิ่งที่เจอจะมีเพียงความว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน”- ผู้ที่เข้าใจเรื่องพยับแดด จะไม่ไปตามหาสุขในสิ่งที่เป็นทุกข์ อย่าไปคาดหวังจากพยับแดดที่จริง ๆ แล้ว มันไม่มีอะไร ก็จะไม่ทุกข์ นั่นคือ “การยอมรับ” พระพุทธเจ้าใช้คำว่า “ปริญญา” คือ ความรอบรู้เรื่องทุกข์ - เมื่อเข้าใจทุกข์ ก็จะไม่ทุกข์ จะได้ “ความสุขที่เหนือกว่าสุขเวทนา” คือ สุขที่เหนือกว่ากามสุข เป็นสุขที่เกิดจากความรู้ยิ่ง รู้พร้อม เย็น คือ นิพพาน เป็นความสุขที่เกิดจากปัญญาที่เหนือกว่าสุขเวทนาทั่วไป เป็นเวทนาที่ละเอียดลงไป พ้นจากทุกข์ที่เกิดจากตัณหา- ผู้ป่วยที่เกิดทุกขเวทนา ความเจ็บปวดนั้นก็เหมือนพยับแดด ไม่สามารถที่จะเป็นตัวตน ไม่สามารถทำให้จิตใจเราหวั่นไหวได้ แม้แต่ความตายก็ไม่ใช่การสิ้นสุดจริง ๆ เพราะตายแล้วก็มีการเกิดใหม่ ไม่ว่าจะวิ่งหนีพยับแดด (ความเจ็บป่วย) หรือวิ่งเข้าหาพยับแดด (สิ่งปรุงแต่ง) ก็คืออันเดียวกัน อยู่ที่ว่ามองจากมุมไหนเพราะมันคือสิ่งที่ไม่มีตัวตน มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นธรรมดาบทสรุป: ปรากฏการณ์พยับแดด มีอยู่ทุกขณะในชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่คนรักสุข เกลียดทุกข์ ต้องเข้าใจ จะทำให้มีสุขที่เหนือกว่าสุขเวทนา พ้นจากความทุกข์ที่เกิดจากตัณหา ได้ความสุขที่เกิดจากปัญญาอย่างแน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
362
หลวงพ่อกลักฝิ่น [6910-1u]
Q1: หลวงพ่อกลักฝิ่น วัดสุทัศน์ A: ระดับที่พึ่งทางใจ มี 3 แบบ(1) ไม่มีที่พึ่งเลย = ไม่กลัวกรรม ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ(2) มีที่พึ่ง แต่ยังไม่ถูกต้อง = อ้อนวอนขอร้องให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ มีที่พึ่งแบบนี้ยังดีกว่าไม่มีที่พึ่งเลย(3) มีที่พึ่ง ที่ถูกต้อง = คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เข้าใจเรื่องกรรม- การบูชา คนที่ควรบูชา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง- บูชาหลวงพ่อกลักฝิ่น ด้วยเครื่องบูชา 5 อย่าง แทนขันธ์ 5 หรือศีล 5- การขอขมา เป็นอริยประเพณี เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนให้ทำ ถ้าเราเห็นโทษโดยความเป็นโทษ แล้วกระทำคืนตามธรรม นั่นจะเป็นความเจริญของผู้นั้นในธรรมวินัยนี้ = เป็นสัมมาทิฏฐิ- การสำเร็จอะไร ด้วยลำพังเพียงการอ้อนวอนขอร้อง = เป็นมิจฉาทิฏฐิ- โลกธรรม 8 มีทั้งสุขและทุกข์ ไม่ใช่ว่ามีทุกข์ หรือสุขเพียงอย่างเดียว ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะช่วยให้อยู่ผาสุกอยู่ได้ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดQ2: พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีเสริมดวง A: คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เกี่ยวข้องได้ คือ เรื่อง มรณานุสติ นึกถึงความตาย- เหตุปัจจัยแห่งความตายมีมาก บาปอกุศลธรรมต้องรีบละให้ได้ นึกถึงความดีของตนให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไปไม่ดีQ3: วันมาฆบูชา กับ การเวียนเทียนออนไลน์A: วันมาฆบูชา ปีนี้มาช้า เพราะเป็นปีที่มีเดือน 8 สองหน- การเวียนเทียน 3 รอบ คตินี้มาจาก การกระทำประทักษิณ เดินเวียนขวา (วัตถุที่บูชาอยู่ด้านขวา) 3 รอบ- การเวียนเทียนออนไลน์ ถ้านึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรืออริยสัจสี่ (รอบ 3 อาการ 12) ก็ได้เหมือนกัน- คำสอนของพระพุทธเจ้า เน้นเรื่องการปฏิบัติบูชาและการกระทำทางใจ หากทำถูกต้องแล้ว เรื่องอามิสบูชา การกระทำทางกายหรือทางวาจา ก็เป็นเรื่องรองลงมา Q4: ปัจจุบันความสุขหาได้ยากA: โลกมนุษย์สุขทุกข์จะพอกัน สวรรค์สุขมากกว่าทุกข์ นรกทุกข์มากกว่าสุข- ระดับความสุข 1) สุขทางกาม = เป็นความสุขอย่างหยาบ มีทุกข์ตามมามาก2) สุขที่ละเอียด = ความสุขที่เกิดจากความสงบ การรักษาศีล สมาธิหลายระดับ ความทุกข์ที่ตามมาก็จะน้อยลง- ควรยินดีกับความสุขที่ละเอียด ฝึกตั้งสติ เริ่มจากการรักษาศีล คบเพื่อนดี เสพสื่อในทางดี ก็จะปรับจิตใจได้Q5: งานที่เคร่งเครียดเป็นการปฏิบัติธรรมA: ธรรมะ ต้องเข้าไปอยู่ในทุกอิริยาบถ- ความเพียร เป็นสัมมาวายามะ แต่ถ้ามีความเพียรมากไปก็ไม่ดี เพราะจะฟุ้งซ่าน ปัญหาที่เกิดจากความฟุ้งซ่านจะตามมา แต่ถ้ามีน้อยไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เกียจคร้าน ดังนั้น การปรารภความเพียร ให้มีความพอดี อย่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ซึ่งสติจะเป็นตัวกำกับว่ามีความเพียรพอดี มากไป หรือน้อยไปQ6: อยากรวยA: ทรัพย์สมบัติมีได้- ถ้ารักสุข เกลียดทุกข์ ก็อย่าสร้างเหตุของทุกข์ แต่ให้สร้างเหตุของสุข นั่นคือ ทาน ศีล ภาวนา- ถ้าอยากมีทรัพย์สมบัติมาก ก็ต้องให้ทานมาก- ความร่ำรวยในทางพระพุทธศาสนา มี 3 นัยยะ(1) มูลค่าทรัพย์สินต่าง ๆ (2) การจัดการทรัพย์สิน- สัดส่วนระหว่างรายรับกับรายจ่าย(3) อริยทรัพย์ – เจริญอิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 สติปัฏฐาน 4 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
361
มองโลกแง่ดี แง่ร้าย และทางสายกลาง [6909-1u]
ลักษณะการมองโลกแง่ดี - แง่ร้ายคนมองโลกในแง่ร้าย ไม่เหมือนคนรอบคอบคนมองโลกในแง่ดี ไม่เหมือนคนใจดีมีเมตตาหากแยกแยะไม่ได้ ก็จะกลายเป็นสุดโต่ง 2 ข้าง- เช่น ความรอบคอบ ที่เจือด้วยความเคลือบแคลง เห็นแย้ง ไม่พอใจ (โทสะ) ไม่ลงใจ (วิจิกิจฉา) ความรอบคอบนั้น จะเกิดความคิดอกุศลขึ้นมา กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย โดยไม่รู้ตัว- เช่น ความใจดีมีเมตตา ที่เจือด้วยความฉันทาคติ โมหาคติ ความประมาท ความเพลิน ไม่ตรวจสอบ ไม่เข้าใจเงื่อนไขของโลก ไม่ทันคน ก็จะกลายเป็นคนโลกสวย มองโลกในแง่ดีเกินไป ถูกหลอกได้ทางสายกลาง- คนรอบคอบ จะไม่คิดอกุศล- คนใจดีมีเมตตา จะไม่โลกสวย แต่มีความระมัดระวัง ไม่ประมาทเลินเล่อ- รักษาจิตให้อยู่ในมรรค 8 ให้ได้- อย่ามองโลกในแง่ร้ายอย่างเดียว เพราะจะทำให้จิตใจหยาบกระด้าง- อย่ามองโลกในแง่ดีอย่างเดียว เพราะจะทำให้กลายเป็นคนโลกสวย ไม่รอบคอบ- ต้องมี “ปัญญา” ตัดเอาความคิดที่เป็นอกุศลออกไปจากการมองโลกในแง่ร้าย ความรอบคอบก็จะเกิดขึ้นมา ซึ่งเรียนรู้ได้จากสถานการณ์ องค์ความรู้ต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ อีกมุมหนึ่ง ตัดเอาความประมาท ไม่รอบคอบ ไม่ตรวจสอบ ความเพลิน ความลำเอียงเพราะชอบ/หลง ออกไป ก็จะกลายเป็นคนรอบคอบด้วย มีความใจดีมีเมตตา มีความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยเหตุให้เกิด “ปัญญา” - ได้แก่ สติ ศรัทธา สมาธิ ความเพียร ความทำจริงแน่วแน่จริง ศีล- ทุกข์ เป็นที่ตั้งของศรัทธา ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นความทุกข์เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของทุกขเวทนาหรือสุขเวทนา ทุกข์นี่แหละ เป็นที่ตั้งของศรัทธาได้ทั้งสิ้น- กัลยาณมิตรที่ดี จะช่วยแนะนำให้เกิดกัลยาณธรรมได้ ทำให้เกิดปัญญาขึ้นในจิตใจได้ - จิตของเรามีความเป็นประภัสสร แต่เศร้าหมองด้วยกิเลสที่จรมา ทำให้มีพฤติกรรมออกมาเป็นคนมองโลกในแง่ดีบ้าง แง่ร้ายบ้าง แต่จริง ๆ แล้ว ส่วนดีเรายังมีอยู่ ต้องอาศัย “ปัญญา” ปาดเอาส่วนที่ไม่ดีออกไป ให้รักษาและพัฒนากุศลธรรมที่เรามีอยู่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
360
การผูกเวร VS การอโหสิกรรม [6908-1u]
Q1: อโหสิกรรม A: อโหสิ = ได้กระทำแล้ว- การกระทำของเรา คือ การให้อภัย- ทุกการกระทำ จะได้รับผลของการกระทำนั้น (วิบาก)- แม้จะได้รับการให้อภัย แต่คนที่ทำกรรมไม่ดี ก็ยังต้องได้รับผลของกรรมของเขาอยู่- การให้อภัย ความดีเกิดขึ้นที่ผู้ให้อภัย- การผูกเวร เป็นอกุศลกรรม - วิธีตัดเวรตัดกรรม คือ ปฏิบัติตามมรรค 8 ให้ถึงพระนิพพาน Q2: ทำบุญให้คนที่ทำให้ตายโดยไม่ตั้งใจA: บุญเกิดที่คนทำแล้ว- ถ้าผู้รับ อนุโมทนาด้วย จิตใจเขาก็จะนุ่มนวลลง อ่อนลง- ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีของเราต่อไป เพื่อกำจัดความกังวลใจออก ไม่เฉพาะการให้ทาน แต่รวมถึงการรักษาศีลและภาวนา ด้วย Q3: พี่สาวป่วยอัลไซเมอร์อยู่คนเดียวA: สามี ภรรยา ลูก = เปรียบเหมือนเสื้อผ้า พี่น้อง = เปรียบเหมือนแขนขา- พี่น้องมีใหม่ไม่ได้- แนะนำให้พี่น้องช่วยกันดูแลพี่สาวที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ทำแล้วได้บุญ- มีสถานพักฟื้นผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยเฉพาะ Q4: ลูกคิดว่าพ่อทวงบุญคุณA: พ่อต้องทำใจให้เป็นกุศล อย่าให้คิดไปทางอกุศล อย่าสาปแช่งลูก ลูกเลี้ยงได้แต่ตัว- ให้เอายาใจใส่ลงไป เช่น เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สติ สัมปชัญญะ Q5: ดูแลแม่ที่อยู่ห่างกันA: ดูแลเอง หรือ จัดให้มีผู้ดูแลท่านก็ได้ - ส่งเงินให้ โทรศัพท์คุยกันได้ Q6: ทะเลาะกับน้องทั้งที่ไม่ผิดA: ผิด-ถูก ไม่เหมือนกับ สัมมา-มิจฉา- ถูก อาจเป็นมิจฉา และผิด อาจเป็นสัมมา ก็ได้- การถือตัวว่าตนถูก เป็นมิจฉา ผูกเวร- ให้แผ่เมตตาโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
359
มนุษยสมบัติ เทวสมบัติ และนิพพานสมบัติ [6907-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ผู้สูงอายุกับความกังวลใจ- คุณแม่สมบูรณ์ อายุ 80 ปี กว่า แม้ป่วยทางกาย แต่ลูกหลานก็จัดคนดูแลตลอดเวลา แต่ทางใจนั้น มีความร้อนใจ กังวลใจ เรื่องลูกหลาน- “ธรรมะ อันเป็นเครื่องป้องกันความขลาด”(1) ให้สมาทานพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก (2) ให้สมาทานศีล เมื่อระลึกถึงพระรัตนตรัยและศีลแล้ว ก็จะไม่ร้อนใจ(3) ฝึกสติและสมาธิ = ศีล + ปัญญา ทำให้เกิดสมาธิได้ เช่น คอยเตือนให้บริกรรมพุทโธ เป็นระยะ ๆ (4) ให้เจริญพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา- ค่อย ๆ คลายเรื่องที่กังวล/ความผูกพัน ทีละเรื่อง ให้แทนที่ด้วยปัญญา โดยมองว่าทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง บุคคลมีกรรมเป็นของของตน แม้แต่กายของตนก็เป็นของไม่เที่ยง อย่าไปยึดถือกังวล ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สมบัติ 3 ระดับ- ทรัพย์สินแบ่งได้ 2 แบบ คือ 1) ทรัพย์สินทางกาม 2) ทรัพย์สินทางอื่น - สมบัติมี 3 ระดับ(1) มนุษย์สมบัติ = สูงสุด คือ รัตนะ 7 ประการ และฤทธิ์ 4 อย่าง แม้มีความสุข ก็ยังเป็นความสุขทางกาม(2) เทวสมบัติ (ทิพยสมบัติ, สวรรค์สมบัติ) = มีความเสื่อมได้ ตามบุญที่ทำไว้(3) นิพพานสมบัติ = มีคุณค่ามาก- อริยทรัพย์ 7 ประการ ได้แก่ (1) ศรัทธา (2) ศีล (3) หิริ (4) โอตตัปปะ (5) พาหุสัจจะ (6) จาคะ (7) ปัญญา- อริยทรัพย์ จะนำมาซึ่งเทวสมบัติ และนิพพานสมบัติ- ให้รักษาอริยทรัพย์นี้ไว้ อย่าให้เสื่อม- ทานสมบัติ / เขตสมบัติ คือ (1) ผู้รับทาน = มีคุณธรรม (เนื้อนาบุญ) (2) สิ่งของที่ให้ = บริสุทธิ์ (3) ผู้ให้ = มีจิตใจถึงพร้อมด้วยความตั้งใจที่จะให้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
358
"สติ" กับ "การเลือกตั้ง" [6906-1u]
Q1: การกระทบกระทั่งในที่ทำงานA: ขันติ (ความอดทน) จะมากับผัสสะที่ไม่น่าพอใจ หากมีปัญญา อดทน ไม่โต้ตอบ ไม่ทำร้ายตอบ ไม่ผูกเวรกัน เกิดเป็นความดีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้เป็นเพื่อนกันได้ในเวลาถัดมา- การปล่อยความโกรธทิ้งไปด้วยสติสัมปชัญญะ ขันติ จะมีพลัง Q2: การเลือกตั้งA: ควรมอบอำนาจของเราให้ “คนดี” ให้เอาความดีเป็นหลักพิจารณาก่อน “ความเก่ง” - อย่าเอาความชอบ-ไม่ชอบ เป็นเกณฑ์ เพราะเป็นกิเลส แต่ให้เอาความดีเป็นเกณฑ์- มาตรฐานของคนดี ตามพาลบัณฑิตสูตร คือ(1) มีศีล - กุศลกรรมบถ 10(2) มีสัมมาวาจา(3) ไม่มีความคิดพยาบาท- หากผลการเลือกตั้งไม่เป็นดั่งหวัง ก็ต้องเข้าใจว่าบางทีมีแพ้มีชนะ แต่อย่าให้การคิดดี พูดดี ทำดี ของเราเสียไป - อย่างไรก็ตาม อำนาจที่แท้จริง คือ การมีสติสัมปชัญญะในการตัดสินใจของเราต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในการคิดดี พูดดี ทำดี โดยไม่หวังพึ่งคนอื่นก่อน ซึ่งอำนาจนี้มีอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่ได้มีเฉพาะช่วงการเลือกตั้ง Q3: วิธีอยู่กับปัจจุบันA: ต้องมีสติ - บางคนเพลินอยู่กับปัจจุบันก็มี เพลินกับสมาธิก็มี- ถ้าเรามีสติ ก็สามารถคิดเรื่องอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ได้ทั้งหมด- เครื่องมือให้เกิดสติ มี 10 วิธี เช่น อานาปานสติ (ดูลมหายใจ) พุทธานุสติ สีลานุสติ จาคานุสติ เทวตานุสติ สังฆานุสติ มรณานุสติ เป็นต้น- เมื่อมีสติ จิตก็จะไม่เพลินไปตามผัสสะที่มากระทบ Q4: บุญที่ทำแล้วแรงที่สุดA: อนันตริยกรรมฝ่ายบวก มี 8 อย่าง ได้แก่ สมาธิขั้นที่ 1-8 นั่นเอง Q5: บุญที่ทำแล้วลบกรรมได้มากที่สุดA: ต้องเอาสมาธิ รวมกับปัญญา จะกลายเป็นมรรค 8 ให้ผลคือ ความสิ้นกรรม- โดยสมาธิและปัญญา ต้องมีศีลเป็นพื้นฐาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
357
สมชีวิตา [6905-1u]
ช่วงไต่ตามทางผู้ฟังท่านนี้เป็นนักธุรกิจ เคยเดินสายบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มามาก ต่อมา หันมานึกถึงพระรัตนตรัย เอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงเท่านั้น ยังบูชาเทพเจ้าบ้าง แต่เป็นการบูชาด้วยคุณความดีเกิดการเปลี่ยนแปลง มีความสบายใจ โล่งใจ ทำให้การกระทำทางกายดีขึ้น วาจาดีขึ้น สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ขายดีขึ้น ลูกน้องดี เจอลูกค้าดี ดึงดูดสิ่งดีดีเข้ามาช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สมชีวิตาสมชีวิตา การใช้จ่ายเงินที่ถูกต้อง1. รายรับต้องท่วมรายจ่าย อย่าให้รายจ่ายท่วมรายรับ2. ใช้จ่ายเพื่อ 4 หน้าที่ คือ(1) ใช้จ่ายเพื่อตนและครอบครัว(2) ใช้จ่ายเพื่อการลงทุนหรือรักษาทรัพย์เก็บไว้(3) ให้เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น(4) ให้เพื่อหวังเอาบุญ- การใช้จ่ายเงิน แบ่งคนได้ 3 ประเภท(1) คนเข็ญใจ = คนที่มีรายรับไม่ท่วมรายจ่าย(2) คนจน = คนที่มีรายรับพอๆ กับรายจ่าย(3) อิสรชน = คนที่มีรายรับท่วมรายจ่าย- รายรับ แบ่งคนได้ 3 ประเภท(1) กุฎุมพี = คนมีเงิน(2) เศรษฐี = คนมีเงินท่วมรายจ่าย(3) มหาเศรษฐี = คนมีเงินท่วมรายจ่าย หลายๆ ส่วน- การแบ่งจ่ายทรัพย์ที่ถูกต้อง ทำให้มีกำลังใจสูง มีบุญที่จะเกิดจากการจ่ายทรัพย์ที่ถูกต้อง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
356
ธรรมะสำหรับเด็ก Gen-Alpha [6904-1u]
Q1: ธรรมะสำหรับเด็ก Gen-AlphaA: เด็ก Gen alpha (เกิดในช่วงปี 2553-2567) เติบโตมาในช่วงที่มี AI แล้ว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจริญแล้ว ทำให้มีสื่อที่ดึงทางตา ทางหู อย่างมาก ทำให้ไม่เชื่อเรื่องที่ลึกซึ้ง - ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีหลายเรื่อง ไม่ได้มีแค่เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น - ธรรมะเรื่องอื่นที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก Gen-Alpha เช่น ขันธ์ 5 อิทธิบาท 4 มรรค 8 ความเพียร วิธีการสอนธรรมให้เด็ก Gen-Alpha - ต้องใช้ทางสายกลาง คือ เรื่องไหนที่เด็กยังไม่ยอมรับหรือยังไม่เข้าใจ ก็ให้ยกไว้ก่อน อย่าเพิ่งพูด ให้พูดเรื่องที่เป็นหลัก Common Sense หลักสามัญสำนึกพื้นฐาน แล้วค่อยเชื่อมโยงต่อไปว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักวิทยาศาสตร์ เพราะท่านทดสอบมาแล้ว จึงบอกกระบวนการขั้นตอนมาแล้ว ไม่ได้เกิดจากการฟังตามกันมาอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งรูปและนาม- ถ้าจิตยังไม่ละเอียดพอ ก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นนาม แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี- หลักในการตามค้นหาซึ่งความจริง คือ “อย่าปักใจลงไปอย่างเดียวว่า นี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า เพราะนั่นเป็นมิจฉาทิฏฐิ”Q2: วิธีการแผ่เมตตาA: ถ้านึกถึงความรักความเมตตาของแม่ไม่ได้ ก็ให้นึกถึงความเมตตาของพระพุทธเจ้า หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือบุคคลใดก็ได้ที่มีเมตตา หรือนึกถึงตัวเราเองตอนที่มีเมตตาก็ได้ แล้วเอาเมตตานั้นมาเป็นอารมณ์ ส่งไปยังบุคคลที่เราไม่ชอบ ให้เหมือนเขาเป็นเสาอากาศในการส่งแผ่ความเมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย- ต้องตั้งจิตของเราให้ดี ให้อยู่ในพรหมวิหาร 4 มีเมตตา จิตก็จะมีพลัง ต้องฝึกทำบ่อย ๆ สัก 6 เดือน ก็จะดีขึ้นQ3: โกรธจนนอนไม่หลับA: ใช้อุเบกขา วางใจต่อคำชมและคำด่า และใช้ขันติในการอดทน เพื่อจัดการความโกรธ - นึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นตัวอย่าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
355
"สิ่งที่ควรทำ & สิ่งที่ควรเว้น" เมื่อมีภัย []
ช่วงไต่ตามทาง: ข่าวน้ำท่วม- ผู้ฟังท่านนี้ดูข่าวในทีวีแล้ว รู้สึกสงสารผู้ประสบภัยน้ำท่วม รู้สึกเป็นทุกข์ - สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ควรเว้น เมื่อประสบภัยหรือถูกสถานการณ์บีบคั้น เป็นทุกข์ คืออะไร ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สิ่งที่ควรทำ & สิ่งที่ควรเว้น เมื่อมีภัย1. ทุพภิกขภัย– ความไม่ประมาท มีได้ 3 ช่วงเวลา คือ ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และภายหลังพ้นภัย - สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรเว้น ในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน(1) ก่อนน้ำท่วม = ควรคิดไว้ล่วงหน้า หากน้ำท่วมจะเอาสิ่งของทั้งหมดไปไม่ได้ ต้องตัดสินใจเลือกเอาเฉพาะสิ่งที่มีค่าไป เตรียมเก็บสิ่งของเหล่านั้นไว้(2) ระหว่างน้ำท่วม = หากได้เตรียมการก่อนน้ำท่วมไว้แล้ว สิ่งที่ต้องจัดการระหว่างน้ำท่วมก็จะมีไม่มาก(3) หลังน้ำท่วม = ทำความสะอาด เคลียร์สิ่งของที่ใช้ได้-ใช้ไม่ได้ เริ่มต้นใหม่ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้- กรณีไม่ได้เตรียมตัวก่อนเกิดภัย = สิ่งที่ต้องทำ คือ ต้องทำจิตให้มีสภาวะเป็นกุศล เพื่อเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้า เลือกทำสิ่งที่ต้องทำ, สิ่งที่ควรเว้น คือ ต้องไม่ทำจิตให้เป็นอกุศล เช่น คิดทางกาม พยาบาท เบียดเบียน พูดไม่ดี ทำไม่ดี- จิตที่ไม่ได้อยู่ในห้วงอกุศล เป็นจิตที่มีพลัง จะเห็นสิ่งที่ควรทำ และวิธีแก้ปัญหาได้- ไม่ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือภายหลัง สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรเว้น คือ การทำในสิ่งที่เป็นไปตามมรรค 8 ทั้งทางกาย วาจา และใจ 2. ภัยจากความเจ็บ ความแก่ และความตาย- เป็นภัยที่ใครก็ช่วยกันไม่ได้ เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าทุพภิกขภัย- สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ควรเว้น คือ การปฏิบัติตามมรรค 8 เช่นเดียวกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
354
"โภคทรัพย์" VS "อริยทรัพย์" [6902-1u]
Q1: ใช้เงินทำบุญไม่ตรงตามวัตถุประสงค์A: ต้องใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ - ถ้าระบุวัตถุประสงค์กว้าง ๆ ว่า "เพื่อปัจจัยสี่อันควรแก่สมณะจะบริโภค" โดยไม่เจาะจงว่าเป็นสิ่งใดบ้าง ก็นำไปใช้ได้หมดเพื่อปัจจัยสี่- ถ้าจะนำไปใช้เพื่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ปัจจัยสี่ เช่น สี่อธรรมะ ต้องพิจารณาว่า เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ (=ของที่ควร) ถ้านำไปใช้แล้วนำมาคืน ก็ไม่ขัดอะไร แต่ต้องมีการปรึกษากับหมู่คณะ มีมติเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้มีความตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้Q2: ฝึกจิตให้อยู่กับปัจจุบันA: “สัมปชัญญะ” = การรู้ตัวทั่วพร้อม - ให้เอา "สติ" ไปอยู่กับกิจวัตรประจำวัน เริ่มจาก “ฝึกสังเกต” = ทำทีละอย่าง แล้วสังเกตอิริยาบทในสิ่งที่ทำนั้น อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน ให้กำหนดเวลาเพื่อทำทีละอย่าง Q3: ใช้จ่ายเงินให้พอดีA: เงินที่ได้มา ต้อง “อย่าผิดศีล” อย่าโกหก- การบริโภคตามกระแสมาก ๆ อาจพลั้งพลาดทำผิดศีลได้- ความสุขทางกาม เปรียบเหมือนหม้อที่ไม่เห็นก้นหม้อ ให้ได้ไม่เต็ม ดังนั้น การหาจุดพอดีในกาม ย่อมไม่มี- แต่มีความสุขแบบอื่นที่มีโทษน้อยกว่า มีประโยชน์มากกว่าความสุขทางกาม คือ ความสุขจากในภายใน นี่คือจุดที่พอดี- ความสุขจากในภายใน เริ่มจาก อย่าทำผิดศีล สำรวมอินทรีย์ ฝึกสติสัมปชัญญะ ฝึกอยู่กับปัจจุบัน และหาที่อยู่ให้จิต (ไม่ให้ไปตามกระแสของกาม) เช่น สมาธิ ธรรมะ ฌาน อุเบกขา ปีติสุขQ4: บ้าน = ทรัพย์สินหรือหนี้สินA: ทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน เป็น “โภคทรัพย์” - ในมุมมองของอริยสัจสี่ โภคทรัพย์เหล่านี้ถือเป็นของสาธารณะ เช่น เงินอยู่ในกระเป๋าของใครก็เป็นของคนนั้น เปลี่ยนมือกันได้ ไม่ได้อยู่ซื่อสัตย์กับเจ้าของคนเดียว- “อริยทรัพย์” = ศรัทธา ศีล หิริโอตัปปะ ความเพียร ปัญญา ฯลฯ - ท่านให้แสวงหาอริยทรัพย์ เพราะเป็นของของตนเท่านั้น คนอื่นแย่งไปไม่ได้ ใช้แล้วไม่หมด ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม แม้ตายแล้วก็ยังตามติดไป- ถ้าเรามีอริยทรัพย์ เราจะอยู่ผาสุกได้ แม้เมื่อยากจนหรือเจ็บไข้ได้ป่วย อริยทรัพย์จึงประเสริฐกว่าโภคทรัพย์Q5: ความสุขแท้จริงของชีวิตA: ความสุขมีหลายระดับ 1. ความสุขทางกาม = ความสุขที่เกิดจากโภคทรัพย์ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ทั้งหลาย ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขที่มีโทษมาก มีประโยชน์น้อย2. ความสุขจากในภายใน = แบ่งเป็นหลายระดับ มีความละเอียดประณีตขึ้นไป เช่น ความสุขจากสมาธิ ก็แบ่งเป็นหลายระดับ- เป็นความสุขที่แท้จริง เป็นสิ่งที่เป็นที่พึ่งของเราได้ โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งภายนอก ไม่ต้องเบียดเบียนใคร- แม้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เพราะมีวิธีการ มีเส้นทาง และคนที่ทำได้แล้ว ก็มีอยู่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
353
สุขภาพกายใจที่ดี [6901-1u]
ช่วงไต่ตามทาง : โรคซึมเศร้าผู้ฟังท่านนี้ สุขภาพกายดี แต่สุขภาพใจเป็นโรคซึมเศร้า จิตใจหดหู่ อยากฆ่าตัวตาย แต่มีกัลยาณมิตรแนะนำให้ไปปฏิบัติธรรม รู้จักการฝึกสติอยู่กับตัวเอง ให้สังเกตรู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น (เศร้า โกรธ เหงา ขี้เกียจ) จดบันทึกไว้ ทำอยู่ประมาณ 6 – 12 เดือน เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อารมณ์เหล่านั้นอ่อนแรงลง ความซึมเศร้าลดลง มีการพัฒนาอุปนิสัยใหม่ มีกิจกรรมใหม่ในทางที่ดีขึ้น ฟื้นฟูจากโรคซึมเศร้า สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขจิตมีโรค คือ ราคะ โทสะ โมหะ แก้ด้วยธรรมโอสถ เริ่มจาก "สติ"“เมื่อเราตริตรึกไปทางไหน จิตเราจะน้อมไปทางนั้น จิตเราน้อมไปทางไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง หากเราไม่ตริตรึกไปทางไหน จิตเราก็จะไม่น้อมไปทางนั้น จิตเราไม่น้อมไปทางไหน สิ่งนั้นก็จะอ่อนกำลัง”ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ : สุขภาพดี“สุขภาพดี” ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ การเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคน้อย มีไฟธาตุสำหรับย่อยอาหารที่ย่อยได้อย่างสม่ำเสมอ พอปานกลาง ไม่ร้อนเกิน ไม่เย็นเกิน พอควรแก่การทำความเพียรหากมีโรคมาก ก็จะมีเวทนามาก ชีวิตก็จะไม่ยืนยาว เวทนานั้นปรับตามอาพาธ อาพาธปรับตามธาตุไฟ (ความร้อน ความเย็น การเผาไหม้ ในร่างกาย) ถ้าธาตุไฟไม่สมดุล ไม่สม่ำเสมอ ร้อนเกินไปบ้าง เย็นเกินไปบ้าง ก็เป็นอาพาธร่างกายต้องใช้ความร้อนในการย่อยอาซึ่งเป็นอันเดียวกับความร้อนที่ทำให้แก่ การกินมากไปทำให้แก่เร็วเพราะเกิดการเผาไหม้ในร่างกาย จึงต้องกินแต่พอดี ตามหลักธรรมเรื่อง “โภชเน มัตตัญญุตา” คือ กินพอประมาณ ให้มีธาตุไฟสม่ำเสมอ ให้มีเวทนาเบาบาง จะแก่ช้า ครองอายุได้ยืนนานสุขภาพกายดี ให้ผล 3 ประการ1. เป็น 1 ใน 5 ขององค์แห่งผู้สมควรประกอบความเพียร (ปธานิยังคะ)คนที่จะทำความเพียรให้เกิดผลสำเร็จได้ มีเหตุ 5 ประการ คือ(1) มีศรัทธา - มั่นใจในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า(2) มีอาพาธน้อย - มีธาตุไฟสม่ำเสมอ(3) ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา – เปิดเผยความผิดของตนแล้วแก้ไขปรับปรุง รับฟังคำเตือนด้วยความเคารพหนักแน่น(4) เป็นผู้ปรารภความเพียร - ไม่ทอดทิ้งธุระ ละสิ่งที่เป็นอกุศล เพิ่มสิ่งที่เป็นกุศล(5) มีปัญญา - เห็นความเกิดขึ้น ดับไป สังเกตสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ2. คลายความยึดถือในกายง่ายกว่าทางใจมนุษย์ประกอบด้วยกายและใจ กายคือรูป ใจคือนาม สิ่งที่เป็นนามทั้งหลาย มีธรรมชาติเกิดขึ้น ดับไป ดับไป เกิดขึ้น ตลอดวันตลอดคืน การเห็นความเสื่อมสลายไม่ชัดเจน ความเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจึงทำได้ยาก ส่วนกาย จะดำรงอยู่กี่ปี ก็เปลี่ยนแปลงไป เสื่อมถอย แตกสลายไป ซึ่งปรากฏให้เห็นได้ง่ายกว่าใจ การคลายความยึดถือในกายจึงทำได้ง่ายกว่าทางใจ3. เป็น 1 ในสติปัฏฐาน 4 - เห็นกายในกายการเห็นกายในกาย คือ พิจารณาให้เห็นกาย (ที่มีสุขภาพดี) นี้ โดยความเป็นของไม่สวยงาม เป็นของปฏิกูล เป็นอสุภะ หรือ พิจารณาลมเข้า-ออก หรือ พิจารณาอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน มีสติสัมปชัญญะ ความรู้ตัวทั่วพร้อมทุกขณะเราใช้ผลของการมีสุขภาพกายที่ดีเพื่อชนะกิเลส โดยพิจารณากายในกาย ตั้งสติปัฏฐาน 4 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
352
"เป้าหมายชีวิต" ของวัยหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ [6852-1u]
Q1: เป้าหมายชีวิตของวัยหนุ่มสาวA: ตัวเรา คือ คนที่บอกได้ดีที่สุดว่าต้องการหรือไม่ต้องการอะไรจิตที่มีพลังสมาธิ จะทำให้การตัดสินใจได้ดี แม้ตัดสินใจผิดจิตใจก็จะไม่เป็นอะไร จิตจะไม่มีปมจากความผิดพลาดนั้น แต่จะเรียนรู้ความผิดพลาดเป็นบทเรียน มีปัญญาเกิดขึ้นควรฝึกจิตให้มีสมาธิอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เกิดความคิดความเข้าใจบางประการในแต่ละเรื่องที่เผชิญอยู่Q2: เป้าหมายชีวิตของผู้สูงอายุA: วิธีสร้างคุณค่าของการมีชีวิตอยู่1. อิทธิบาท 4 = ใส่ความพอใจ ความตั้งใจในสิ่งที่ทำอยู่ให้เต็มที่ เช่น ดูแลต้นไม้ จัดบ้าน กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำในแต่ละวัน (สอดคล้องกับหลักอิคิไก ของญี่ปุ่น)2. กัลยาณมิตร3. กินพอประมาณ = 80% ของความอิ่มทั้งหมดQ3: ความดีทำยากA: การทำความดีง่ายหรือยาก ขึ้นอยู่กับความเคยชินของแต่ละคนความดี = คนดีทำได้ง่าย คนชั่วทำได้ยากความชั่ว = คนชั่วทำได้ง่าย คนดีทำได้ยากสิ่งที่เป็นความดี คือ ทำแล้วมีประโยชน์มาก ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย ทั้งในเวลานั้น ในเวลาต่อมา และในเวลาถึงที่สุด ได้แก่ พูดดี คิดดี ทำดี, ศีล สมาธิ ปัญญาต้องเปลี่ยนมุมมอง (ทิฏฐิ) ว่า อะไรจะเป็นประโยชน์มาก ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย อย่ามองว่าง่ายหรือยากQ4: ลดความขัดแย้งในที่ทำงานA: 1. ปรับศีลและทิฏฐิให้เสมอกัน2. ใช้หลักพรหมวิหาร 4 - คนที่ไม่สามัคคีกัน เพราะยังมีการผูกเวรกันอยู่ ต้องเจริญพรหมวิหาร 4 เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับกระแสแห่งความเมตตากรุณา ความพยาบาทของอีกฝ่ายก็จะลดลง3. อาศัยผู้ที่มีปัญญาเข้ามาในการพูดคุย – พูดกับคนที่พูดแล้วปรับทิฏฐิได้ง่ายที่สุดก่อน ก็จะละลายทิฏฐิให้พอเข้ากันได้Q5: ความเห็นต่างภายในศาสนาพุทธA: เป็นเพราะตัณหาและอุปาทาน ความยึดในจิตว่าส่วนนี้เพียงอย่างเดียวที่ใช่ ส่วนอื่นไม่ใช่ ซึ่งเป็นมิจฉาทิฏฐิ- ก็ต้องอาศัยหลัก 3 อย่าง ข้างต้น เพื่อทำลายมิจฉาทิฏฐิ ก็จะทำให้เกิดความเข้ากันได้Q6: การแข่งดีA: กิเลสมีหลายระดับ การเห็นว่าสิ่งนี้ดีกว่าสิ่งอื่น เรียกว่า “การแข่งดี” นั่นคือ กิเลส- แก้ได้ด้วย “มักน้อย” = ปรารถนาให้คนอื่นอย่ามารู้ว่าฉันทำดีอะไรQ7: ทะเลาะเสียงดัง A: “ฟังแล้วไม่เข้าใจ” = เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา ต้องตั้ง “สติ” รับฟัง อย่าเพลินไปตามอารมณ์ความโกรธ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
351
การระวังความคิด [6851-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เห็นตนดีกว่าผู้อื่น- คุณแชมป์ ได้ฟังรายการธรรมะรับอรุณประมาณ 1 เดือน สังเกตเห็นทิฏฐิของตนว่า ชอบเพ่งโทษผู้อื่น เห็นว่าตนดีกว่าผู้อื่น พูดไม่รักษาน้ำใจผู้อื่น จิตใจแข็งกระด้าง- หลังจากได้ฟังธรรมะจากหลายช่องทาง หลายครูบาอาจารย์ ทำให้เกิดความเข้าใจ เกิดปัญญา จิตใจนุ่มนวลลง มีเมตตากรุณา มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น - การฟังธรรมะ ทำให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงภายในจิตของตนเองได้ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตน ผู้อื่น และทั้งสองฝ่ายช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “การระวังความคิด"- อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจาการระวังความคิด- แม้อยู่คนเดียวก็ต้องระวังความคิด- การยกข้ออ้าง สร้างเหตุผล ตำหนิคนรอบข้าง โทษทุกคนยกเว้นตัวเอง มีทัศนคติลบต่อสิ่งต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ระวังความคิด- การปรุงแต่งมี 3 ทาง คือ ทางกาย วาจา ใจการพัฒนา-อุปสรรค- การพัฒนามาคู่กับอุปสรรค- การพัฒนาอยู่ตรงไหน อุปสรรคอยู่ตรงนั้น เช่น มีบางสิ่งเข้ามาทำให้หลุดออกจากมรรค ทำให้รู้ว่าเดินตามมรรคอยู่หรือไม่- จะรู้ถึงความสุขได้ ต้องผ่านทุกข์มาก่อน ต้องเห็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน - จึงต้องมีการ “พัฒนาทักษะ” เพื่อให้เกิดความสำเร็จ (=ภาวนา) โดยดูวิธีการจากคนที่ทำสำเร็จมาก่อนแล้วเอามาใช้เป็นแผนในการพัฒนาของเรา (การกระทำโดยแยบคาย)ความคิดโดยแยบคาย- ความคิดโดยแยบคาย (โยนิโสนมนสิการ = การทำในใจด้วยปัญญาอันแยบคาย) - ทุกความคิดไม่ใช่ว่าดีหมดหรือเสียหมด - ความคิดที่ดี = ความคิดที่เกิดประโยชน์โดยแยบคาย- ความคิดไม่ดี = ความคิดที่บั่นทอนความแยบคาย ให้สูญเสียกำลังใจอิทธิบาท 4 กับ การระวังความคิดฉันทะ = ความคิดที่ทำให้เกิดความมั่นใจว่าต้องทำตามเป้าหมายนั้นได้วิริยะ = ความคิดที่ทำให้เกิดความเพียร กำจัดสิ่งที่เป็นอกุศลในการทำเป้าหมายนั้นจิตตะ = ความคิดใส่ใจในเป้าหมาย, เหนี่ยวนำความสำเร็จที่ต้องการให้เกิดขึ้นมาวิมังสา = ความคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงเป้าหมายให้ดีขึ้นโดยสรุป:- การระวังความคิด ต้องระวังทั้งสองด้าน ทั้งความคิดด้านลบและความคิดด้านบวก - ให้นำหลักอิทธิบาท 4 มาพัฒนาวิธีการอันแยบคายที่จะให้เป้าหมายเกิดความสำเร็จขึ้นมาและลงมือทำ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
350
ทำบุญโดยไม่เบียดเบียนตน [6850-1u]
Q1: ทำบุญโดยไม่เบียดเบียนตนA: การให้ทานต้องฉลาด 1. ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย- ไม่เบียดเบียนตนเอง = ตนเองต้องไม่อดอยาก ลำบาก, ต้องไม่สร้างอกุศล- ไม่เบียดเบียนผู้อื่น = กู้ยืม บังคับเอาเงินจากคนอื่นมา- ไม่เบียดเบียนทั้งสองฝ่าย = ตนเองไม่ได้รับการเบียดเบียน และไม่ทำอกุศล2. อย่าเอากิเลสเป็นตัวตั้ง – ให้มั่นใจในการทำความดี ไม่สั่นคลอนตามคำพูดคนอื่น3. แบ่งงบประมาณไว้สำหรับการช่วยเหลือผู้อื่นและการทำบุญกับเนื้อนาบุญQ2: ครอบครัวเห็นต่างในการทำบุญA: เกิดจากการที่มีศรัทธาไม่เสมอกันและทิฎฐิไม่ตรงกัน- ควรปรับศรัทธาและทิฏฐิของคนในครอบครัวให้เสมอกัน จึงจะอยู่กันได้อย่างเป็นสุข- โดยต้องใช้ปัญญา เวลา ข้อมูล ค่อย ๆ กล่อมเกลาQ3: จำนวนเงินทำบุญA: ถ้าศรัทธาเท่ากัน แต่ความปราณีตของทานไม่เท่ากัน บุญที่ได้รับจะเท่ากัน แต่ผลที่จะได้รับจะไม่เหมือนกัน แสงที่ปรากฏเมื่อเป็นเทวดาจะสว่างไม่เท่ากัน Q4: ใส่บาตรด้วยอาหารที่ทำเองกับอาหารที่ซื้อA: ถ้าศรัทธาเท่ากัน บุญที่ได้รับจะเท่ากัน แต่ผลของทานที่จะได้รับจะไม่เหมือนกัน ตามความปราณีตของทานQ5: การระบุความประสงค์ในใบปวารณาA: มีศรัทธาตรงไหนให้ทำตรงนั้น ถ้าไม่ศรัทธาตรงไหนก็อย่าไปทำตรงนั้น เพราะบุญที่เกิดจากการให้ทานจะน้อย- ให้ช่วยเหลือในจุดที่ถูกต้อง อาจสอบถามก่อน แล้วค่อยทำบุญสนับสนุนเพื่อการนั้น Q6: นรกสวรรค์มีจริงหรือไม่A: ลำพังความเชื่อแล้วจะเกิดปัญญามันไม่ได้ - ต้องใช้ปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึง โดยอาศัยความเพียร หาจุดสมดุล คือ สติและสมาธิ หากเข้าถึงจุดที่ฉันจะไม่ไปนรกแล้ว ก็จะรู้ว่านรกสวรรค์มีจริง เป็นการรู้ด้วยญาน ไม่ใช่ศรัทธา นั่นคือ โสดาบันQ7: ล้างบาปด้วยการบวชA: สิ้นกรรม ไม่เท่ากับ การล้างบาป- บุญมี กรรมดีมี กรรมชั่วมี ให้ผล (วิบาก) เป็นความสุขและความทุกข์ ให้ผลในหลายรูปแบบ สุขทุกข์จึงวนอยู่- การบวช = เป็นการทำกรรมดี สามารถนำไปสู่การสิ้นกรรมได้- การสิ้นกรรม = อยู่เหนือสุข เหนือทุกข์ Q8: เกิดใหม่ VS ไม่เกิดอีกA: ถ้าต้องเกิดใหม่ การเกิดในที่ดีย่อมดีกว่าการเกิดในที่ไม่ดี แต่การเกิดไม่ว่าที่ใด ก็ยังมีทุกข์อยู่- การไม่เกิดอีก (นิพพาน) จึงดีที่สุด เพราะอยู่เหนือสุข เหนือทุกข์Q9: สมาทานศีลA: การสมาทานศีล = ความตั้งใจที่จะกระทำความเป็นปกติ 5 ประการ- ตลอดชีวิต สมาทานศีลครั้งเดียวก็เพียงพอ- ศีล ไม่ต้องขอจากพระ แต่อยู่ที่การกระทำของเรา หากเรารักษาศีลได้ เราก็ได้ศีลเลย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
349
ธรรมชาติของความเจ็บป่วย 6 ประการ [6849-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: Party Girl กับ คนบ้างาน - ผู้ฟัง 2 ท่าน อายุ 27 ปี และ 35 ปี เป็นเพื่อนกัน คนหนึ่ง เคยชอบไปปาร์ตี้ งานเลี้ยงสังสรรค์ ร้องเพลง ดื่มเหล้า อีกคนหนึ่ง เป็นวิศวกร เงินเดือนหลักแสน สนใจแต่เรื่องงาน ต่อมา ได้ปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ เกิดความคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ทาง จึงเกิดปัญญา เปลี่ยนเป้าหมายในชีวิต คือ การบรรลุโสดาบันในชาตินี้- โสดาบัน = หมายถึง อริยบุคคลขั้นที่ 1ใน 4 ขั้น - โสดาบัน แปลว่า ผู้ถึงกระแส ไปตามกระแสของมรรค มีจุดหมาย คือ พระนิพพาน ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี - สุขภาพกาย (รูป) กับ สุขภาพใจ (นาม) ต้องไปด้วยกัน จะดูแลด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ ต้องดูแลทั้งสองส่วนควบคู่กันไป สุขภาพกายดี พระพุทธเจ้าทรงให้แนวทางไว้ดังนี้ 1) “อาหาร” = 1. กินพืชมากกว่าเนื้อสัตว์ 2. กินเป็นเวลา 3. กินพอประมาณ 2) “สถานที่อยู่” = ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วกิเลสที่ยังละไม่ได้ ก็ยังละไม่ได้เหมือนเดิม หรือที่ละได้แล้ว ดันกลับมาอีก ก็อยู่ที่นั่นไม่ดี 3) “น้ำดื่ม” = ต้องกรองน้ำก่อน ไม่ให้มีตัวสัตว์ ให้น้ำมีความสะอาดเพื่อจะดื่มได้สุขภาพใจดีถ้ากายยังไม่ป่วย ต้องรักษาจิตไม่ให้เป็นโรค- โรคของจิต คือ กิเลส = ราคะ โทสะ โมหะ - “ศีล” = การรักษากายและวาจา เป็นตัวบ่งบอกความไม่มีโรคของจิต ไม่ให้ราคะ โทสะ โมหะ ออกมา ถึงขนาดผิดศีล - “สมาธิ” = จะรักษาความสงบ และการไม่มีราคะโทสะโมหะให้มันดีอยู่ได้ เช่น ไม่โกรธถึงขนาดด่าคน จะมีสมาธิได้ต้องมีสติตั้งเอาไว้ - “สติ” = สร้างพลังให้จิตตั้งอยู่ในศีลและสมาธิได้ - วิธีฝึกสติ = “สติปัฏฐาน 4” (กาย เวทนา จิต ธรรม) หรือง่าย ๆ ก็ใช้ “อาณาปานสติ” ดูลมหายใจ เป็นหนึ่งในอนุสติ 10 ที่ทำให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ได้ การมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมในทุกอิริยาบถ เรียกว่า “สัมปชัญญะ” ก็จะทำให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ได้“ปัญญา” กับ “ธรรมชาติของความเจ็บป่วย”- ความเจ็บป่วยจะมาถึงอย่างแน่นอน ตอนที่ยังไม่ป่วย จึงต้องมีปัญญา ในการเข้าใจธรรมชาติของความเจ็บป่วยไว้ล่วงหน้า เปรียบเหมือนทหารที่ต้องเตรียมตัวก่อนมีการประกาศสงคราม จึงจะสามารถรักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้ - ธรรมชาติของความเจ็บป่วยมี 6 ประการ ดังนี้1) เป็นภัยที่แม่ลูกช่วยกันไม่ได้ 2) เราไม่มีความเป็นใหญ่เฉพาะตนในสิ่งนั้น = เช่น สั่งให้แบ่งเวทนาจากความเจ็บป่วยให้ผู้อื่นไม่ได้ สั่งให้หมอรักษาตนให้หายไม่ได้ 3) เวทนาจากความเจ็บป่วยเป็นไปตามฐานะ = เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย อาจหายได้หรือระงับได้ ด้วยปีติอันเกิดจากการฟังธรรมะ เช่น กรณีพระคิลิมานนท์ พระวักกลิ พระอัสสชิ พระสารีบุตร เป็นต้น 4) เป็นโลกธรรม 8 = เป็นสุข เป็นทุกข์ ที่เกิดขึ้นได้ 5) ต้องมีจิตใจอยู่ด้วยการมีเป้าหมาย = อิทธิบาท 4 ทำให้อายุยืนได้ถึง 120 ปี (1 กัลป์), อิคิไก (ญี่ปุ่น) ความหมายของการมีชีวิตอยู่ ทำตนให้เป็นประโยชน์ 6) เวลาไปเยี่ยมผู้ป่วย ไม่ควรถามว่า ดีขึ้นหรือยัง แต่ควรถามว่า อดทนได้อยู่ไหม ไปให้กำลังใจ พูดคุยด้วย 5 อย่างข้างต้น ให้ผู้ป่วยเกิดความอาจหาญร่าเริงในธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
348
"งานด่วน" สำเร็จได้ด้วยอิทธิบาท 4 [6848-1u]
Q1: การทำหลายอย่างพร้อมกันให้สำเร็จA: ใช้หลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา อาจใช้ข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ โดยแต่ละข้อจะต้องมีสมาธิ+ธรรมเครื่องปรุงแต่ง (งานที่จะต้องทำ) ประกอบอยู่ด้วย กล่าวคือ ต้องเชื่อมอิทธิบาท 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ด้วยสมาธิ เข้ากับงานนั้นๆการทำงานหลายอย่างที่เร่งรีบให้สำเร็จ ต้องมีจิตใจที่มั่นคง (=สมาธิ)ยิ่งเร่งรีบเท่าไร ก็ต้องใจเย็นมากขึ้นเท่านั้น และใจต้องนิ่งหากอารมณ์เสียหรือวุ่นวายใจ นั่นคือ สมาธิหลุดแล้ว ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติขึ้น สมาธิก็จะกลับมาดังนั้น ต้องฝึกสมาธิ จะกี่นาทีก็ได้ ที่ไหนก็ได้Q2: Social Media ขัดขวางสมาธิA: ต้องมีที่โคจรที่เหมาะสม = เช่น ปิดโทรศัพท์มือถือ, เอาไปไว้ห้องอื่น, เปิดโหมดห้ามรบกวน, ลบแอพQ3: วิธีปล่อยวางเมื่อถูกต่อว่าA: ต้องอดทน = แต่ไม่ใช่เก็บกดวิธีการปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่ดีที่เจอมาทั้งวัน ทำได้ด้วย“ทำสมาธิ” ให้จิตนุ่มนวลลง อ่อนเหมาะ เพื่อที่จะให้ความกังวลใจต่างๆที่มี จางคลายไป“เห็นความไม่เที่ยง” พิจารณาคำด่าว่าจริงหรือไม่, พิจารณาว่าคำด่า คือ เสียง คือ ธาตุลม“แผ่กรุณา”“เลือกเอาส่วนดีในคำด่ามาพัฒนา”Q4: ความสุขในงานที่ทำซ้ำๆ หรือไม่มีคนเห็นA: การทำงานซ้ำ ๆ เป็นวิริยะแล้ว ถ้ามีสมาธิใส่ลงไปในงานนั้นก็จะไม่เบื่อ จากนั้นให้พัฒนาฉันทะ (ความชอบ) และวิมังสา (ความไต่ตรองเพื่อพัฒนา) งานนั้นก็จะมีความท้าทายQ5: เข้าใจคนเห็นต่างA: ใช้พรหมวิหาร 4 โดยนึกถึงเรื่องราวที่มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ตั้งไว้ที่ใจเราก่อน แล้วรักษาอารมณ์นั้นไว้ด้วยสติ จากนั้นให้ส่งอารมณ์ที่ติดมากับการนึกถึงเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นั้น ส่งไปให้บุคคลนั้นQ6: การใช้จ่ายอย่างพอดีA: สมชีวิตา = รายรับต้องท่วมรายจ่าย, รายจ่ายอย่าท่วมรายรับการใช้จ่าย 4 อย่างเพื่อการบริโภคในครอบครัวเก็บไว้เผื่อวันฝนตก (ยามยาก), ลงทุนสงเคราะห์ผู้อื่นทำบุญQ7: ความสุขที่แท้จริงที่ไม่ใช่สิ่งของA: ความสุขทั่วไป มี 2 ประเภท คือ ความสุขทางกาม และความสุขจากในภายในความสุขทางกาม = มีคุณน้อย มีโทษมากความสุขจากในภายใน = มีคุณมาก มีโทษน้อย เกิดจากความปล่อยวาง ความสงบ สมาธิอย่างไรก็ตาม ความสุขทั่วไปสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ยั่งยืน ยังมีทุกข์แฝงอยู่ความสุขที่แท้จริง คือ “นิพพาน” อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์Q8: AI แทนที่วัด แทนที่พระA: AI อาจจะแทนที่ได้บางส่วน เช่น ข้อมูลแต่บางอย่าง AI ก็ทำไม่ได้ เช่น การเข้าใจอารมณ์หรือความรู้สึกของคนข้อดี ก็ให้เอามาใช้ ข้อเสีย ต้องระมัดระวังไม่ให้บานปลายแม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เราต้องมีเป้าหมายชีวิตในการพ้นทุกข์ (นิพพาน) ให้มีธรรมะในจิตใจ ปรับตัวตามเส้นทางของมรรค ไม่ประมาท ก็จะพ้นทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
347
"หมอนทองวิทยา" กับ "หลักธรรมสู่ความสำเร็จ" [6847-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: หมอนทองวิทยา- จากข่าวทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้มุมมอง 4 เรื่อง1. แม้ต้นทุนไม่เท่ากัน แต่ก็ประสบความสำเร็จได้ = ความเพียร ความพยายาม ความทุ่มเท ความมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม ความทุ่มเทของผู้ฝึกสอน ปรากฏผลออกมาเป็นความสำเร็จ เกือบคว้าแชมป์2. ชัยชนะแห่งความสำเร็จ ได้รับทีละน้อยตั้งแต่เริ่มตื่นนอนมาเพื่อฝึกซ้อม แข่งขันในทุกนัด3. กัลยาณมิตร = เพื่อนที่นำกัลยาธรรม (ความดี) มาสู่ทีม คือ โค้ช4. นี่คือเส้นทาง ยังไม่ใช่จุดหมาย = แต่ก็ได้เรียนรู้ระหว่างการเดินทาง ถ้าออกนอกเส้นทาง ก็จะไปไม่ถึงจุดหมาย ถ้าทำตามเส้นทาง ยังไงก็ไปถึงจุดหมายช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: หลักธรรมสู่ความสำเร็จ1. หลักอิทธิบาท 4 (1) ฉันทะ = ความชอบ ความพอใจ(2) วิริยะ = ความเพียร ความกล้า(3) จิตตะ = ความเอาใจใส่ ความจดจ่อ(4) วิมังสา = ความไตร่ตรอง ความใคร่ครวญ การปรับปรุงในสิ่งที่เป็นข้อผิดพลาด- เจริญข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าครบทำได้ทั้ง 4 ข้อ จะยิ่งดี พลังจะยิ่งมาก- แต่ละข้อต้องอาศัย “สมาธิ” เป็นตัวกำกับ ทำให้เรื่องที่ตั้งไว้สำเร็จได้2. หลักเสริมความสำเร็จ 9 ประการ(1) ต้องมีสมาธิ = อาศัยฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา จนได้เอกัคคตาจิต จากนั้นให้ประคับประคองให้จิตตั้งไว้ให้ดีในการไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น ทำกุศลธรรมให้เกิดขึ้น พัฒนากุศลธรรมที่มีอยู่(2) ต้องไม่ย่อหย่อนเกินไป = ไม่เกียจคร้าน(3) ไม่ประคับประคองเกินไป = ไม่กังวลใจ ไม่ฟุ้งซ่าน (4) ไม่หดหู่อยู่ในภายใน = ความง่วงซึม เหงาหงอย หดหู่ ท้อแท้(5) ไม่ฟุ้งซ่านออกไปในภายนอก = อย่าฟุ้งซ่านไปตามตา หู จมูก ลิ้น กาย (กามคุณ 5) เช่น อาหาร การละเล่น ชื่อเสียง การสรรเสริญเยินยอ(6) ให้ความสำคัญว่าเบื้องหน้าอย่างไร เบื้องหลังอย่างนั้น = ให้ทำดีอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง(7) ให้ความสำคัญว่าเบื้องบนอย่างไร เบื้องล่างอย่างนั้น = ไม่ส่งจิตออกไปในภายนอกในขณะที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แต่ให้ส่งจิตอยู่ในภายใน ให้จิตเจริญอยู่ในกาย เป็นการเจริญกายคตาสติ (8) ให้ความสำคัญว่ากลางวันอย่างไร กลางคืนอย่างนั้น = เจริญอิทธิบาท 4 โดยไม่เห็นแก่เวลาเลย(9) ทำจิตให้เปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ = รักษาจิตใจให้มีความสว่างสดใสโดยสรุป:- การเจริญอิทธิบาท 4 เป็นการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิต- การรักษาจิตให้สว่างสดใสและตั้งอิทธิบาท 4 ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อเอาจิตไปจดจ่อกับเรื่องใด ก็จะไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ท้อถอย หากทำไปเรื่อย ๆ ก็จะได้รับความสำเร็จตลอดเส้นทาง โดยที่ความสำเร็จนั้นไม่ได้อยู่ในรูปแบบของถ้วยรางวัล แต่เป็นการชนะใจตนเองและผู้อื่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
346
เส้นทางหลังความตาย [6846-1u]
Q1: ปฏิบัติธรรม-รักษาศีล ช่วงเข้าพรรษา A: ช่วงเข้าพรรษา พระสงฆ์มีข้อจำกัด เช่น งดการเดินทาง ฆราวาสจึงเอาคติข้อนี้มาใช้สร้างความเพียรอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น งดเหล้าเข้าพรรษา สวดมนต์ทุกวัน นั่งสมาธิทุกวัน- ให้โฟกัสความสุขในช่วงเวลาที่ทำความเพียรนั้นว่า ได้อยู่ใกล้ชิดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (อริยอุโบสถ)Q2: ทิศทางการตั้งพระพุทธรูปA: พระพุทธรูปมีมาในสมัยหลัง จึงเทียบเคียงกับการจัดเสนาสนะสำหรับพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาลที่มีการบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก- อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้านั่งเทศน์ นั่งสมาธิได้ทุกทิศ ดังนั้น ทิศทางการตั้งพระพุทธรูปจึงไม่ใช่สาระสำคัญ เท่ากับการตั้งใจปฏิบัติธรรมQ3: ตายแล้วไปไหนA: ความตาย เป็นไปตามเหตุและปัจจัย - คนเราจะเกิดได้ ต้องเคยตายมาก่อน และเมื่อเกิดแล้ว ก็ต้องตาย เพราะเหตุแห่งความตายคือความเกิด ได้ทำมาแล้ว- ซึ่งความตายสามารถดับไปได้ ถ้าเหตุและปัจจัยแห่งความตาย คือ ความเกิด นั้นหมดสิ้นไป- หากละตัณหาและกำจัดอวิชชาได้ ก็จะละเหตุแห่งการเกิดได้ ความตายก็จะดับไป (นิพพาน) ซึ่งทำได้ด้วยการปฏิบัติตามมรรค 8 ก็จะพ้นจากความทุกข์ได้- หากกลัวสูญเสียคนรัก ต้องเห็นด้วยปัญญาให้ได้ว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดา มีเกิดก็ต้องมีตาย- ให้รักษาจิตของเราให้ดีตลอด จะได้ไปในที่ที่ดี Q4: สิ่งที่ระลึกได้ก่อนตายA: คนทำไม่ดีมาตลอด แต่จิตสุดท้ายคิดเรื่องดี ก็ไปดี - คนทำดีมาตลอด แต่จิตสุดท้ายคิดเรื่องไม่ดี ก็ไปไม่ดี- อย่างไรก็ตาม ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ย่อมให้ผลแน่นอน อาจเป็นในเวลาต่อไป Q5: เกิดมาเจอกันเพราะบุญบาปA: คนรักกันได้ เพราะความเกื้อกูลกันในปัจจุบันหรือในกาลก่อน- คนเกลียดกันได้ เพราะเหตุในปัจจุบันหรือในกาลก่อน- แต่ความรักความเกลียด สามารถเปลี่ยนแปลงได้ - ให้มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อดทน กรุณา รักษาศีลให้ดี ก็จะเปลี่ยนจากศัตรูเป็นมิตร เปลี่ยนคนเกลียดเป็นคนรักได้- อย่างไรก็ดี ควรทำจิตให้อยู่เหนือรักเกลียด เหนือดีชั่ว เหนือสุขทุกข์ ซึ่งทำได้โดยเริ่มต้นจากมาทางดี คือ มรรค 8 (ศีล สมาธิ ปัญญา) อันเป็นเส้นทางที่จะทำให้จิตของเราอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้นได้ ก็จะหลุดพ้นได้ Q6: ทำบุญขอหวยA: ทำบุญ = ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา- ถ้าทำบุญโดยไม่ปรารถนาอะไรตอบแทน = บุญบริสุทธิ์มากกว่า- ถ้าทำบุญโดยปรารถนาอะไรตอบแทน = บุญมีความเศร้าหมองเจือปน- การทำบุญโดยปรารถนาสิ่งตอบแทน ยังดีกว่าการไม่ทำบุญเลย- ให้อธิษฐานสร้างเหตุ อย่าขอเอาผล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
345
ปาฏิหาริย์ใน 4 เดือนสุดท้ายของปี (Miracle Month) [6845-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ครอบครัวฟังธรรม- ครอบครัวที่หนึ่ง พ่อเปิดธรรมะฟัง แม่และคนอื่น ๆ ในบ้านก็ได้ฟังด้วย ทำให้เกิดปัญญา เกิดการพัฒนา เกิดความก้าวหน้าในชีวิต ทั้งทางโลกและเหนือโลก- ครอบครัวที่สอง พ่อแม่เปิดธรรมะให้ลูกฟังก่อนนอน โดยเฉพาะรายการจิตตวิเวก ทำให้นอนหลับได้ดี- ครอบครัวที่สาม พ่อฟังธรรมะ แม่กับลูกก็ได้ฟังด้วย ช่วงแรกพ่อเกิดความสงสัย ต่อมาได้ความรู้เพิ่มขึ้น ก็หายสงสัย- การฟังธรรม ได้ประโยชน์แน่นอน ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ปาฏิหาริย์ใน 4 เดือนสุดท้ายของปี (Miracle Month)- เมื่อกำหนดเวลาสิ้นปีใกล้เข้ามา วิธีทำงานให้สำเร็จ มีดังนี้(1) กำจัดความกังวลใจ ความฟุ้งซ่าน = ให้หายใจเข้า-ออก ลึก ๆ สัก 2-3 ครั้ง จะคลายกังวลได้(2) อย่าคิดว่าตนเองสำคัญ ที่จะทำงานนั้นได้เพียงคนเดียว = ยังไงก็มีคนมาทำแทนได้(3) สร้างระเบียบวินัย = เป็นทางแห่งความสำเร็จ - ระเบียบ = ตั้งระบบที่ถูกต้องในงานที่ทำ (อิทธิบาท 4 - ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) - วินัย = ความสามารถที่จะลงมือทำ ในสิ่งที่ต้องทำ ในเวลาที่ต้องทำ ไม่ว่าจะอยากทำหรือไม่อยากทำก็ตามโดยสรุป: ในช่วงท้ายของปี ปาฏิหาริย์มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ สิ่งใดที่ปรารถนาก็ขอให้สำเร็จได้ด้วยอิทธิบาท 4 อันเป็นธรรมะแห่งความสำเร็จ การเจริญอิทธิบาท 4 ด้วยกาย วาจา ใจ จะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
344
AI สอนธรรมะ & Buddha Bot [6844-1u]
Q1: AI สอนธรรมะA: รูปแบบการส่งต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เริ่มจากจดจำธรรมะที่ได้ฟัง แล้วนำมาบอกต่อปากต่อปาก ต่อมา ได้บันทึกเป็นตัวหนังสือ (Text) ลงในใบลานหรือกระดาษ เมื่อมีเทคโนโลยี ก็ได้นำข้อมูล Text เข้าสู่ระบบอินเตอร์เนต จนปัจจุบันได้ให้ AI ประมวลผล แล้วพูดออกมา- จุดสำคัญ คือ คำสอนที่เป็น Text นั้น ต้องถูกต้อง เป็นสวากขาตธรรม (ธัมโม) เพื่อไม่ให้เกิดการส่งต่อข้อมูลที่ผิด ส่วนสื่อที่ใช้ในการรับข้อมูลจะเป็นรูปแบบใดก็ได้- การกำหนดบทพยัญชนะในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงเป็นเรื่องสำคัญ จึงมีการตรวจสอบอยู่เสมอในทุกยุคทุกสมัย ในปัจจุบัน การเรียนการสอนของคณะสงฆ์ จะเน้นเรื่องการทรงไว้เพื่อการรักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยศึกษาพระธรรม ทุกอักขระ ทุกบทพยัญชนะ ทุกคำ เช่น การเรียนภาษาบาลี- ข้อมูลจาก AI มีภาวะ AI hallucination ยังให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง จึงยังเชื่อไม่ได้ซะทีเดียว- วิธีตรวจสอบความถูกต้องของธรรมะ1. ต้อง “ปฏิบัติ”(1) ถ้าราคะ โทสะ โมหะ ลดลง = ธรรมะถูกต้อง(2) ถ้าข้อมูลถูก แต่ปฏิบัติยังไม่ถึง = ไม่บรรลุธรรม(3) ถ้าข้อมูลผิด = ไม่บรรลุธรรม2. เปรียบเทียบคำสอนจากแหล่งข้อมูลอื่น เช่น ใบลาน ตำรา คัมภีร์หนังสือ- โดยสรุป : ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ เช่น ใบลาน ตำรา คัมภีร์ หนังสือ เว็บไซต์ ข้อมูลจาก AI และหากปฏิบัติตามข้อมูลนั้นแล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ลดลง นั่นเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้าQ2: AI Buddha Bot A: มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น สร้าง AI Bhudda Bot ให้คุยกับพระพุทธเจ้าได้ตลอดเวลา โดยนำข้อมูลมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บันทึกไว้ - ความจำเป็นของสถานที่ (วัด) ก็จะลดลง เปลี่ยนรูปแบบเป็นออนไลน์ ทั้งการสอน การนั่งสมาธิ การสวดมนต์ - เป็นการเปลี่ยนแปลงใน “รูปแบบ/สื่อการสอนธรรมะ” ส่วน “ธรรมะคำสอน” ไม่ได้เปลี่ยนแปลงQ3: วิธีบริหารทรัพย์สินA: 1. เป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยถูกต้อง2. แบ่งจ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง 4 หน้าที่(1) ใช้ในครัวเรือน ใช้ส่วนตัว(2) เก็บไว้ใช้ในยามฝนตก, ลงทุน(3) ให้เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น(4) ให้เพื่อหวังเอาบุญQ4: Work-Life Integration A: “ธรรมะ” ต้องอยู่ในชีวิตประจำวัน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานต้องสัมพันธ์กัน หลักธรรมจะประสานให้ไปด้วยกันได้ทั้งหมดโดยไม่มีการแบ่งแยกQ5: การถูกต่อว่านินทาA: การถูกนินทา เป็น 1 ในโลกธรรม 8 เป็นเรื่องธรรมดาของโลก แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ถูกนินทา - ให้มองเห็นด้วย “ปัญญา” ของผู้ที่เป็นบัณทิต(1) มองเป็นธาตุ = เป็นเพียงลม เป็นแรงสั่นสะเทือนออกมาเสียง ไม่ได้มีความหมายใด ๆ (2) มองเป็นของไม่เที่ยง = เดี๋ยวก็ด่า เดี๋ยวก็ชม (3) มองว่าผู้ด่า คือ ผู้ชี้ขุมทรัพย์ = ให้เราพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่องให้ดีขึ้น Q6: ทำวิปัสสนา ระหว่างทำงานA: สามารถทำได้ เป็น Work-Life Integration เพราะจิตเรามีดวงเดียว ธรรมะอยู่ที่จิต- ต้องตั้งทัศนคติเอาไว้ให้ถูก โดยให้มีธรรมะทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ไม่แยกกัน- การรักษาอินทรีย์ 5 (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่วัด ย่อมดีQ7: ความรู้สึกผิดในอดีตA: พระพุทธเจ้าสอนว่า “อย่าเป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย” - ควรรู้สึกผิดตั้งแต่ตอนที่ทำไม่ดีนั้น - แต่ถ้ามารู้สึกผิดทีหลัง ก็ยังดี เป็นการรู้สึกตัว ให้ตั้งใจว่าจะไม่ทำผิดอีก ก็จะหยุดความร้อนใจในภายหลังไว้เพียงเท่านี้ - สิ่งที่ทำผิดไปแล้ว มันล่วงไปแล้ว ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงการไม่ทำผิดซ้ำอีก นี่จะเป็นการให้อภัยตัวเองอย่างแท้จริง เป็นการปลดเปลื้องภาระทางใจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
343
"สุขในครอบครัว" เกิดได้ด้วย "ขันติ" [6843-1u]
ปัญหาชีวิตคู่- ปัญหาครอบครัว สามารถปรึกษาพระสงฆ์ได้ แต่จะผิดพระวินัย หากพระสงฆ์สนับสนุนให้คนแต่งงานกัน หรือแนะนำให้หย่าร้างกัน- ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่เมื่อแต่งงานแล้ว จะกลายเป็นเรื่องของสองครอบครัว ซึ่งแต่ละครอบครัวอาจมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน จึงเกิดปัญหาครอบครัวตามมา เช่น ปัญหาลูกสะใภ้กับแม่สามี ปัญหาสามีเข้ากับบ้านภรรยาไม่ได้ ปัญหาพฤติกรรมของลูก ปัญหาการเงินในครอบครัว ปัญหามือที่สาม ปัญหาการหย่าร้าง เป็นต้นวิธีแก้ปัญหาครอบครัว- ถ้าครอบครัวมีปัญหา ไม่รักกันเหมือนตอนแรก วิธีแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมะข้อเดียว นั่นคือ “ตบะ”- การจะรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ให้พิจารณา “ประโยชน์ 3 กาล” และ “ประโยชน์ 3 ที่”ประโยชน์ 3 กาล = ประโยชน์ในเวลาปัจจุบัน ประโยชน์ในเวลาต่อมา และประโยชน์ในเวลาต่อมาต่อมาอีกประโยชน์ 3 ที่ = ประโยชน์เกิดกับตนเอง ประโยชน์เกิดกับผู้อื่น และประโยชน์เกิดกับทั้งสองฝ่าย“ตบะ และ “ขันติ"- “ตบะ” หมายถึง ความอดทนในสิ่งที่อดทนได้ยาก (ขันติ) ซึ่งประกอบด้วยปัญญาในการกำจัดอกุศลธรรมออกไปจากจิตใจให้ได้- ความอดทน ก่อให้เกิดประโยชน์ 3 กาล และประโยชน์ 3 ที่- ความอดทน ก่อให้เกิดความเพียร นำไปสู่การบรรลุธรรมได้- จิตใจของคนที่มีขันติ จะไม่หวั่นไหวสะเทือนไปตามโลกธรรม 8 จะเห็นได้ว่าโลกธรรม 8 เป็นของไม่เที่ยง สุขก็มี ทุกข์ก็มี- คู่ครองที่มีความอดทน (ขันติ) ความอดทนจะค่อย ๆ บ่มเพาะคุณธรรมให้เกิดขึ้น จากนั้น คุณธรรมที่มี ความดีที่มี จะแผ่รัศมี ส่งอานิสงส์ให้คนที่อยู่รอบตัวปฏิบัติคุณธรรมเหล่านั้นได้เช่นกัน เปรียบดั่ง การเอาน้ำดี ไล่น้ำเสีย การเอาผ้าสะอาด เช็ดสิ่งที่สกปรก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
342
บัญชีพระ-บัญชีวัด [6842-1u]
Q1: บัญชีพระ บัญชีวัดA: ตามธรรมวินัย เงินทองไม่ควรแก่สมณะ - จึงให้มีไวยาวัจกร ผู้ที่ทำการแทนพระ ในการจัดการปัจจัยสี่อันควรแก่สมณะจะบริโภค- ถ้าโอนเข้าบัญชีพระรูปเดียว ก็ไม่เป็นไปตามธรรมวินัย- แต่ถ้าเป็นบัญชีวัด/มูลนิธิ ที่ไม่ได้เซ็นคนเดียว แต่ต้องเซ็นร่วมกันหลายคน อันนี้ได้- “การให้ทาน การสละออก เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามรูปแบบ รัดกุม ไม่หละหลวม ก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย”Q2: ข่าวพระมีผลต่อการทำบุญA: ความงมงาย = ตั้งศรัทธาไว้ไม่ถูก เช่น ตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล- ศรัทธาที่ไม่มั่นคง ทำให้เกิดความคลอนแคลน เคลือบแคลงใจ เป็นวิจิกิจฉา- ให้กลับมาตั้งศรัทธาให้ถูกต้องไว้ในพระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (คำสอน) พระสงฆ์ (การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ)Q3: การขอพรA: สุดโต่ง 2 ข้าง 1. ขอพรแล้ว แต่ไม่ทำอะไรเลย 2. ทุกอย่าง ฉันต้องทำเองทั้งหมด อะไรก็ช่วยไม่ได้- ทางสายกลาง = ศรัทธา+ปัญญา+อธิษฐาน+ลงมือทำ- ศรัทธาที่ประกอบด้วยความงมงาย จะไม่เกิดกำลังใจในการลงมือทำจริง- ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา จะรู้ว่าอะไรเป็นเหตุ เป็นผล- การตั้งจิตอธิษฐาน คือ การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง- เมื่อเจออุปสรรค ด้วยอำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้Q4: ทำนายฟัน ดูดวง ดูฤกษ์ยาม เสกคาถา เป่าร่ายมนต์A: หากทำเพื่อเลี้ยงชีพ ก็เป็นมิจฉาอาชีวะ- ศรัทธา มี 3 ระดับ1. ไม่มีศรัทธาเลย2. มีศรัทธา แต่ตั้งไว้ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่ไม่เป็นสัจจะความจริง3. มีศรัทธา และตั้งไว้ในเรื่องที่ถูกต้อง ที่เป็นสัจจะความจริง คือ อริยสัจสี่Q5: ไม่ได้โกหก แต่พูดไม่หมด A: มิจฉาวาจา ได้แก่ 1. พูดโกหก 2. พูดส่อเสียด พูดยุยงให้แตกกัน 3. พูดคำหยาบ 4. พูดเพ้อเจ้อ - ถ้ามีเจตนาพูดไม่หมด เพื่อให้คนอื่นเดือดร้อน แม้ไม่ได้โกหก ก็เป็นมิจฉาวาจาในข้ออื่นได้ และแม้ว่าจะไม่ผิดศีล ก็เป็นบาปทางใจได้Q6: พูดโกหก เพื่อให้รู้สึกดีA: วิธีให้รู้ความจริง อาจไม่ได้บอกในครั้งแรก แต่ต้องหาเวลาบอกในโอกาสต่อ ๆ ไป ในเวลาที่เหมาะสม ที่ผู้ฟังจะรับความจริงได้Q7: AI สอนนิพพานA: ใครก็ตามที่สอนตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ก็สามารถนำไปสู่การบรรลุพระนิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
341
วิธีออกแบบ "แผนของชีวิต" [6841-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เหตุแห่งความสำเร็จ- ผู้ฟังท่านนี้ ก่อนฟังธรรมะ ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายอย่าง เรียนเก่ง ทำงานดี ความสามารถสูง เดิมเข้าใจว่าความสำเร็จเหล่านี้เกิดเพราะความเก่งของตนเท่านั้น ต่อมา ได้ฟังธรรมะ จึงมีความเข้าใจใหม่ว่า ความสำเร็จเป็นเรื่องของการให้ผลของกรรมที่สะสมมาในชาติก่อน ทั้งบุญกิริยาวัตถุ 10 การให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา นอกจากนี้ ยังมีเหตุอันเกิดจากอุตุ เหตุแห่งการเตรียมตัวสม่ำเสมอ เหตุจากสุขภาพ ส่งผลให้เกิดสุขทุกข์ในปัจจุบัน- เมื่อเข้าใจในเหตุเงื่อนไขปัจจัย และความเป็นอนัตตา (ไม่มีตัวตน) แล้ว ทิฏฐิและความยึดถือในตน จึงลดลง - การฟังธรรมะ ทำให้กิเลสและความเศร้าหมองในจิตใจลดลง จิตใจมีความแจ่มใสมากขึ้น ความเครียดจึงลดลง สุขภาพดีขึ้น ผู้ฟังท่านนี้ก็มีจิตใจสบาย ไม่ถือตัว มีเหตุผล การงานก็ดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเกิดความคิดในงานดียิ่งขึ้นช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: วิธีออกแบบ “แผนของชีวิต”- “ถ้าเราไม่มีแผนการดำเนินชีวิตของตัวเอง ก็จะต้องตกอยู่ในแผนการดำเนินชีวิตของผู้อื่น”- “การไม่มีแผน นั่นแหละคือ แผนแห่งความล้มเหลวหรือความผิดพลาดทันที”วิธีออกแบบ “แผนของชีวิต”- เราต้องรู้ให้ได้ว่า เราต้องการอะไร/จะทำอะไร ในชีวิตข้างหน้า 1 ปี 10 ปี 20 ปี ...- “ทางที่ใช่” จะรู้ได้ต่อเมื่อ “ลงมือทำ” โดย“ทำอย่างเต็มที่” จึงจะรู้ว่า “ชอบหรือไม่ชอบ” ในสิ่งนั้น(1) “ทำเต็มที่”- ต้องลงมือทำ = การลงมือทำ คือ ทางที่ใกล้ที่สุด เพื่อไปสู่จุดหมาย เช่น การว่ายน้ำ/ขี่จักรยาน ต้องลงมือทำจึงจะเกิดทักษะนั้น ไม่ใช่อ่านคู่มือ- การเจอปัญหา/อุปสรรค/ความผิดพลาด ไม่ใช่ความล้มเหลว ให้มี Mindset ว่า ปัญหานั้นจะนำไปสู่การพัฒนาและความก้าวหน้า- อย่าไปโฟกัสที่ความล้มเหลวว่าทำไม่ได้ เพราะจะเกิดความกลัวและคิดล้มเลิก แต่ให้โฟกัสจดจ่อในจุดที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะทำได้ สิ่งนั้นจะมีพลัง- ล้มแล้วอย่าเหลว ต้องล้มแล้วลุกให้ได้ นั่นคือ การพัฒนา เป็นความก้าวหน้า เช่น เด็กทารกฝึกเดินด้วยตนเอง- การทำเต็มที่ = ทำด้วยศรัทธา (กำลังใจ) มีความเพียร (ทำจริงแน่วแน่จริง) มีสติ ระลึกได้ จดจ่อในเป้าหมายที่เราต้องการ จะเกิดเป็นสมาธิในงานที่ทำ (อินทรีย์ 5+อิทธิบาท 4) และจะเกิดปัญญา เห็นทิศทางที่ต้องดำเนินต่อไป(2) “ความชอบหรือไม่ชอบ” - ความชอบหรือไม่ชอบในที่นี้ = ไม่ใช่ความพอใจ/ไม่พอใจ (ตัณหา) แต่หมายถึง เห็นด้วยปัญญา ว่าใช่หรือไม่ใช่ ทำให้จิตใจเราตั้งอยู่ได้หรือไม่(3) ขอคำแนะนำจากผู้รู้ - ผู้ที่เคยไปถึงเป้าหมายนั้นมาก่อน เช่น พระพุทธเจ้า บรรลุเป้าหมาย คือ นิพพานแล้ว โดยสรุป:- คนที่จะบอกได้ว่าชีวิตเราต้องการอะไร ไม่ใช่คนอื่น แต่คือตัวเราเอง เราต้องทำจิตใจให้สว่าง ด้วยการมีปัญญา ซึ่งต้องอาศัยสมาธิ และการลงมือทำจริง แน่วแน่จริง (ความเพียร) มีความมั่นใจ (ศรัทธา) มีสติ มีการพัฒนาจากข้อผิดพลาดต่าง ๆ - งานที่ทำเต็มที่ ด้วยหลักอินทรีย์ 5 ประกอบอิทธิบาท 4 จะเกิดปัญญา เห็นช่องทางไปต่อ ความแจ่มแจ้งในใจจะปรากฏขึ้นว่างานนั้น ใช่หรือไม่ใช่ เพียงแค่คิดอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องลงมือทำ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
340
ละความยึดติดในสิ่งสมมติทั้งหลาย [6840-1u]
Q1: ทำบุญแล้ว พระเอาไปใช้ในทางไม่ถูก จะได้บุญหรือไม่A: บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ1. ศรัทธาของผู้ให้ = ทั้งก่อน ในระหว่าง และหลังให้- ศรัทธานั้นไม่ได้ตั้งอยู่กับตัวบุคคล- ศรัทธานั้นไม่ใช่ความงมงาย2. ศีลของผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ มากหรือน้อยQ2: ทำบุญต้องหวังผลA: วิธีทำบุญมี 3 อย่าง คือ การให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา- ทำบุญต้องหวังผล หากผลที่หวังนั้น คือ นิพพานหรือการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ก็ต้องเลือก/พิจารณาการทำบุญนั้นให้ดี เช่น บุญจากการให้ทาน ต้องเลือกผู้รับที่เป็นเนื้อนาบุญ คือ มีราคะ โทสะ โมหะ น้อย โดยดูจากข้อวัตรปฏิบัติ ทางกาย วาจา ใจ ต้องใกล้ชิดและใช้เวลาดู - บุญจากการให้ทาน เกิดได้ 3 ช่วงเวลา คือ ก่อนให้ ระหว่างให้ และหลังให้ ถ้าก่อนให้และระหว่างให้ มีศรัทธา ก็ได้บุญ แต่หากต่อมามีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพระ แล้วเสื่อมศรัทธา บุญที่เกิดหลังให้ก็จะไม่ได้- จึงไม่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล แต่ให้ตั้งศรัทธาไว้ที่สถาบันสงฆ์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงบุคคล แต่คือ การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ- เมื่อตั้งศรัทธาไว้ที่การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อย่างไม่คลอนแคลนแล้ว บุญก็จะไม่ลด ดังนั้น อย่าเอาการที่คนอื่นทำไม่ดี มาตัดกระแสบุญของเราQ3: ตู้ชำระหนี้สงฆ์A: สมัยพุทธกาลไม่มี เพิ่งมีขึ้นในภายหลัง เริ่มจากประเพณีขนทรายเข้าวัด ที่มองว่าไปวัดแล้วเอาของวัดติดมาด้วย จึงต้องใช้หนี้วัดQ4: บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นในวัดA: สมัยก่อนไม่มีพระพุทธรูป การบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จึงทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปวัด แต่การไปวัด คือ การไปรวมตัวกันเพื่อฟังธรรมจากผู้รู้ ไปทำความสงบ - ถ้าจะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ต้องบูชาในคุณธรรม ความดี ไม่ใช่บูชาเพื่อขอผลQ5: เพาะพันธุ์แมวขายA: เป็นการค้าขายสัตว์เป็น- ให้ทำอาชีพอื่นที่ไม่เสี่ยงเป็นบาป และมีเวลาว่างในการปฏิบัติธรรมมากขึ้น จะดีกว่าQ6: ทีฆชาณุสูตรA: ทีฆชาณุสูตร = ประโยชน์ในปัจจุบัน 4 ประการ และประโยชน์ในอนาคต 4 ประการ- ประโยชน์ในอนาคต 4 ประการ คือ ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา Q7: ถวายตั๋วรถไฟให้พระ A: โยมท่านหนึ่งเจอพระที่สถานีรถไฟ ตั้งใจจะถวายตั๋วรถไฟให้พระ แต่พระให้ถวายเป็นเงินแทน จึงไม่ได้ถวายให้- ที่โยมทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามธรรมวินัยแล้ว- การที่ไม่ได้ถวายเงินให้พระ เป็นสิ่งที่ถูกตามธรรมวินัยแล้ว เป็นการช่วยพระรักษาศีล ได้บุญQ8: บูชาบุคคลที่ควรบูชาA: บุคคลที่ควรบูชา ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระสงฆ์ (ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ) ผู้มีศีล มารดาบิดา (ผู้มีอุปการะก่อน) ผู้มีพรหมวิหาร 4 บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เทวดา (ผู้มีศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา)Q9: การยึดติดกับสิ่งสมมติA: การยึดถือ (อุปาทาน) เกิดจาก ความเพลิน ความพอใจ หากมีในสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน- ต้องมีสติ จึงจะไม่เพลิน ก็จะไม่ยึดถือในสิ่งที่สมมติเหล่านั้น- ต้องฝึกการมีสติอยู่เรื่อย ๆ ให้มีกำลังมากขึ้น ความเพลินก็จะค่อย ๆ ลดลง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
339
ปรับชีวิตคู่ ให้อยู่อย่างมีสุข [6839-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาชีวิตคู่- ผู้หญิงท่านหนึ่งแต่งงานเข้าบ้านสามี ไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ 2 ครอบครัว ต้องปรับตัวหลังแต่งงาน มีตัวแปรหลายอย่างเพิ่มขึ้น เช่น แม่สามี คนในครอบครัวสามี ลูก ปู่ย่าตายาย เกิดการกระทบกระทั่งกัน สามีลงไม้ลงมือ ไม่มีความสุขในครอบครัว - อำนาจของกิเลส ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ:เรื่องเล่า “ใครน่ากลัวมากที่สุด”- ประชาชนกลัวพระราชา พระราชากลัวนักรบที่ทรยศ นักรบกลัวโจรที่ไม่มีระเบียบวินัย โจรกลัวภรรยาด่า ภรรยากลัวคนนิ่ง ไม่เถียงกลับ เรื่องเล่า “ครอบครัวอยู่เป็นสุข ด้วยน้ำมนต์คุณยาย”- สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทะเลาะกันมาก เถียงกันวันเว้นวัน เกิดความระอาใจ ต่างคนต่างไม่ยอมกัน คิดว่าอีกฝ่ายเป็นต้นเหตุของปัญหา ภรรยาไปปรึกษาคุณยายว่าทำอย่างไรถึงอยู่กับคุณตาได้อย่างสงบ คุณยายจึงให้น้ำมนต์มา และกำชับว่าเมื่อสามีเข้ามาในเขตบ้านเมื่อไร ให้ภรรยาอมน้ำมนต์ไว้ในปาก จนกว่าสามีจะกินข้าวเสร็จ จึงค่อยบ้วนทิ้ง ให้ทำติดต่อกันเจ็ดวัน - ผลปรากฏว่า สามีภรรยาไม่ได้ต่อคำซึ่งกันและกัน จึงไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกันอีกความนิ่ง- “ความนิ่ง” เป็นทางลัดที่จะนำไปสู่ความสงบ- “ความนิ่ง” เป็นการเอาชนะการโต้เถียงกัน- ชี้แจงได้ แต่ถ้าชี้แจงแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ให้นิ่งเสีย- ให้อดทน ยังไม่พูดขณะเกิดปัญหา รอให้อารมณ์เย็น บรรยากาศเหมาะสม จึงค่อยพูดคุยกัน- “การนิ่ง” เป็น 1 ใน 4 ของฆราวาสธรรม 4 ในเรื่อง “ขันติ” (ความอดทน)ฆราวาสธรรม 4 กับการใช้ชีวิตคู่ฆราวาสธรรม 4 เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงให้ไว้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคนคู่ หรือผู้ครองเรือน1. สัจจะ (ความจริง) = มีความไว้วางใจต่อกัน มีความจริงใจต่อกัน ทั้งทางกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง 2. ทมะ (การฝึกตน) = มีความข่มบังคับใจต่อผัสสะที่ไม่น่าพอใจ 3. ขันติ (ความอดทน) = มีความนิ่ง อดทนต่อสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม- ความอดทน (ละอกุศลธรรมด้วยสติและปัญญา) ไม่ใช่ ความเก็บกด (เก็บอกุศลธรรม ราคะ โทสะ โมหะ)4. จาคะ (ความเสียสละ) = ยอมให้กัน ลดทิฏฐิมานะ ลดความเอาแต่ใจ เสียสละทั้งสองฝ่าย ประนีประนอมกัน- การครองเรือนไม่ใช่งานง่าย ๆ มีภาระมาก ทุกข์ของผู้ครองเรือนมีมากกว่าการออกบวช- ปัญหาครอบครัว เกิดจากการขาดฆราวาสธรรม 4 ข้อใดข้อหนึ่ง- ยิ่งมีคนในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกันมากเท่าไร ยิ่งต้องเพิ่มฆราวาสธรรม 4 ให้มากขึ้นเท่านั้น - หากพยายามปรับตัวแล้ว ให้เวลาแล้ว ไม่ดีขึ้น ก็ลองแยกกันอยู่ ห่างกันสักพัก - ถ้าพิจารณาแล้วครอบครัวไม่มีฆราวาสธรรม 4 อยู่เลย และต้องเลิกกันจริง ๆ เพราะอยู่กับคนพาลไม่ดี ก็ให้เลิกกันด้วยดี ไม่คิดร้าย ไม่พยาบาท Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
338
วิธีทำบุญ ใส่บาตร และการนำของวัดไปใช้ [6838-1u]
Q1: นำของจากวัด มาใช้ส่วนตัว บาปหรือไม่A: ต้องแยกประเด็นก่อนว่าสิ่งของนั้น ถวายให้ “สงฆ์” (หมู่, วัด, ไม่เจาะจงบุคคล) หรือ “ภิกษุ” (เจาะจงบุคคล) - กฎของสงฆ์ = หากญาติโยมจะน้อมลาภปัจจัยอันใดอันหนึ่งถวายเพื่อหมู่สงฆ์ ถ้ามีภิกษุบอกให้ถวายแก่ท่านเพียงรูปเดียว ภิกษุรูปนั้นเป็นอาบัติ (ความผิดน้อมลาภของหมู่เข้าสู่ตัวเอง)- รูปแบบการแบ่งสิ่งของของสงฆ์ = ตักอาหารไล่จากภิกษุผู้มีพรรษามากไปหาน้อย, เก็บสิ่งของไว้ในคลังแล้วไปเบิกเมื่อต้องการใช้, จับสลาก- ดังนั้น หากเป็นสิ่งของของหมู่สงฆ์ ถ้าญาติโยมจะเอาไปใช้ ก็ต้องขออนุญาตหมู่สงฆ์ เช่น เจ้าอาวาสผู้ได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจแทนหมู่สงฆ์, หมู่สงฆ์เกิน 4 รูป ประชุมกันแล้ว ไม่ใช่ขออนุญาตภิกษุรูปเดียว เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว =ไม่เป็นการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ = ไม่บาป, ไม่ผิดศีลQ2: ใช้สิ่งของของคนตาย A: สิ่งของของคนตาย = ไม่มีเจ้าของ - คนตายไปแล้วไม่สามารถเรียกร้องว่าเป็นของตนได้อีกต่อไป ตัวอย่าง พระเจ้าปเสนทิโกศล ชี้ว่าสิ่งของนั้นเป็นของปู่ ของพ่อ ซึ่งตายไปแล้วแต่เอาไปไม่ได้ Q3: พระให้ถังสังฆทานA: สังฆทาน = ทานที่ให้แก่หมู่สงฆ์ ไม่ได้ให้เฉพาะเจาะจงบุคคล ไม่จำกัดรูปแบบว่าต้องเป็นถัง- ถ้าภิกษุนั้นได้รับมอบฉันทะจากหมู่สงฆ์ให้สละได้ เช่น เจ้าอาวาส ผู้ได้รับก็เอาไปใช้ได้ จะเอาไปให้ใครต่อก็ได้Q4: นำของที่ได้รับมาไปถวายต่อให้พระA: ทำได้ ผู้ให้ทอดแรกก็ได้บุญด้วยQ5: ใส่บาตร ไม่ใส่น้ำดื่มA: มีอะไรก็ใส่บาตรได้ ใส่เท่าที่มี - บาตร จะใส่ได้เฉพาะของที่กลืนล่วงลำคอเท่านั้น- ผู้ให้ทานแต่ละคน มีความละเอียดประณีตแตกต่างกัน Q6: ทำบุญไม่เกินตัวA: “คนฉลาดในการให้ทาน จะไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย”- ความบริสุทธิ์ของบุญจากการให้ทานมากน้อย ขึ้นอยู่กับ1. ผู้ให้ = มีศรัทธา มีศีล2. ผู้รับ = มีราคะ โทสะ โมหะ น้อย3. ของที่ให้ = ได้มาโดยบริสุทธิ์- จำนวนเงิน, สิ่งของ ที่ให้ทาน ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักว่าจะได้บุญมากหรือน้อย- การให้ทาน = เป็นไปเพื่อการสละออก ไม่ใช่เพื่อความยึดถือว่าต้องได้ผลของทาน- การสร้างบุญนอกจากการให้ทานแล้ว ยังมีบุญเหล่าอื่น ได้แก่ การรักษาศีล การภาวนา ได้บุญมากกว่าให้ทาน นำไปสู่การอยู่เหนือบุญ เหนือบาป ได้Q7: เรียนภาษาบาลีA: การเข้าใจรูปแบบของภาษาบาลี ทำให้ได้รู้ความคิดของผู้พูด- การเรียน = การฝึกฝนทักษะใหม่ - ถ้าเอื้อเฟื้อรับฟังคำตักเตือนของผู้สอน ด้วยความเคารพหนักแน่น ก็จะสามารถไปได้Q8: ทำงานที่ไม่ชอบ กับคนที่ไม่ชอบA: ต้องตั้งสติไว้ให้มาก เปรียบเหมือนเข้าป่าที่มีหนามเยอะ ต้องระมัดระวังอย่างมาก- ต้องตั้งสติไว้ให้ดี อย่าทำในสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม เพื่อตอบโต้สิ่งไม่ดีที่คนอื่นทำ- ตั้งสติโดยนึกถึงลมหายใจ, พุทโธ, กายคตาสติ เป็นต้น- ความชอบในงาน = ปรับจิตเราได้ = อย่าเพลินไปตามสิ่งที่ชอบใจ (ความสบาย) ก็จะสามารถปรับจิตเพื่อการทำงานทั้งที่ชอบและไม่ชอบได้- หลักธรรมที่ทำให้มีความสุขในการทำงาน คือ สังคหวัตถุ 4 1. ทาน = แบ่งปันสิ่งของให้กัน 2. ปิยวาจา = พูดจาดีต่อกัน3. อัตถจริยา = ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน4. สมานัตตตา = เสมอต้นเสมอปลาย ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่เอาเปรียบ เห็นประโยชน์ส่วนรวมQ9: Social Media กระทบกับการทำงานA: ปิดไปเลย, เอาโทรศัพท์ไปไว้อีกห้องหนึ่ง ให้เข้าถึงไม่ได้ในช่วงเวลานั้น- แบ่งเวลาใช้ Social Media ให้เหมาะสม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
337
วิธีกำจัด "ความบ้า" ในตัวทุกคน [6837-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: เป็นประสาท เพราะสามีมีหญิงอื่น- ผู้หญิงท่านหนึ่ง เจอผัสสะที่ไม่น่าพอใจอย่างมาก แบบไม่ทันตั้งตัว จับได้ว่าสามีมีหญิงอื่น เกิดอาการมึน นอนไม่หลับ หัวเราะ ร้องไห้ หลายความคิดเกิดขึ้น คิดวน หาทางออกไม่เจอ จะเป็นประสาทเปรียบเหมือนกับ “ถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ”- ลูกศรอาบยาพิษ = ตัณหา (ราคะ โทสะ โมหะ)- พิษ = อวิชชา - แผล = ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (ต้องใช้สติ เป็นเครื่องมือตรวจหาว่าลูกศรที่แทงอยู่ตรงไหน)- มีดปาดแผลเอาลูกศรออก = ปัญญาที่มีความคม- บีบหนองที่แผลออก = กำจัดสิ่งไม่ดีออก อย่าไปทำอีก เช่น การด่า การคิดไม่ดี การทำร้ายผู้อื่น- ยาใส่แผล = เจริญศีล สมาธิ ปัญญา เมตตา กรุณา อุเบกขา- ไม่ให้แผลกำเริบ ไม่กินของแสลง ไม่ให้แผลโดนลมโดนแดด = อย่าทำสิ่งที่เป็นอกุศลเพิ่ม และอย่าคิด อย่าคุย อยู่ห่าง ๆ สิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดความโกรธนั้นขึ้นมาอีก- ตัวเรา คือ ผู้ที่รู้ว่าเจ็บตรงไหนได้ดีที่สุด พระพุทธเจ้าให้ยาไว้แล้ว ก็ให้ใส่ยาให้ตรงแผลที่สุด ก็จะหายจากโรค (ความเข้าใจผิด) นี้ได้- ธรรมะรักษานี้ แม้จะต้องเจ็บบ้าง แต่ถ้าไม่รีบรักษา เชื้ออาจลุกลาม จนต้องตัดอวัยวะหรือเสียชีวิต- ทางที่ดี ควรป้องกันไม่ให้ถูกแทงด้วยลูกศรอาบยาพิษแต่แรก โดยสำรวมอินทรีย์ รักษาศีล ไม่เพลิน ไม่หลง เห็นตามความเป็นจริงความรักแบบเมตตาหรือราคะ- “ความรัก” อยู่ตรงไหน ภัยอันตรายอยู่ตรงนั้น เพราะสิ่งที่รักที่พอใจ ย่อมเปลี่ยนแปลงไป ไม่เที่ยง นี่คือความจริง - ต้องมีสติ ทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิ จะเกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง แยกได้ว่าเป็นความรักแบบเมตตาหรือราคะ ให้ถอนราคะออก เหลือไว้แต่เมตตา - ความจริงเป็นของดี กุศลธรรมเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าสุขเวทนาหรือทุกขเวทนา ก็ให้เข้าใจว่าสุขทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา และเลือกที่จะสร้างสิ่งที่เป็นกุศลช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: สัญญาณบ่งบอกความบ้า1.ทางด้านพฤติกรรม = นอนไม่หลับ นอนมากเกินไป เบื่ออาหาร กินมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น หาอบายมุขเพื่อให้เกิดความสุขในตอนนั้น เช่น สุรา บุหรี่ ยาเสพติด เล่นโซเซียลมากเกินไป2. ทางด้านอารมณ์ = เพ้อ อาละวาด เครียดตลอดเวลา หวาดระแวง กังวลใจไปหมด3. ทางด้านความคิด = จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ตัดสินใจในเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ คิดว่าจะมีคนทำร้าย เห็นภาพหลอน ได้ยินเสียงแว่ว คิดทำร้ายตัวเองโรคประสาทมีในทุกคน- คนบ้า คือ คนที่ยังมีราคะ โทสะ โมหะ - จะเกิดความวิปลาส 4 อย่าง 1. เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง2. เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข3. เห็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) ว่าเป็นตัวเราของเรา4. เห็นสิ่งไม่งาม (อสุภะ) ว่าเป็นของงามราคะ โทสะ โมหะ ทำให้ไม่เป็นตัวเอง ราคะ = ความหิว ความต้องการโทสะ = ความร้อน ความโกรธ ความไม่พอใจโมหะ = ความไม่เข้าใจ ความมึน ความมืดวิธีการกำจัดราคะ โทสะ โมหะ - ใช้สติ = ตรวจหาลูกศรอาบยาพิษ- ใช้ปัญญา = มีดปาดแผลเอาลูกศรออก- ใช้ศีล สมาธิ ปัญญา เห็นตามความเป็นจริง เมตตา กรุณา อุเบกขา = ใส่ยาที่แผลทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ- แผลหาย = กำจัดอวิชชาซึ่งเป็นรากของราคะ โทสะ โมหะ ออกไปจากจิตได้ ไม่วิปลาสอีกต่อไป เป็นผู้ที่พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
336
หนังสือสุทธิ และการรับเงินของพระ [6836-1u]
Q1: หนังสือสุทธิของพระA: หนังสือสุทธิของพระ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการบวช เช่น วันที่บวช พระอุปัชฌาย์ วัดที่สังกัด สมณศักดิ์ ข้อมูลทะเบียนราษฎรบางส่วน (เลขบัตรประจำตัวประชาชน มารดาบิดา สัญชาติ) Q2: การรับเงินของพระA: พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “เงินและทองไม่ควรแก่สมณะ เงินและทองควรแก่ผู้บริโภคกาม”- พระสงฆ์ยินดีในทองและเงินที่เก็บไว้ให้ไม่ได้ เป็นอาบัติ- วิธีที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ ความบริบูรณ์ ตามธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ และไม่เป็นการขวางทางบุญของผู้ให้ทาน คือ 1. ญาติโยมสามารถให้เงินไว้กับไวยาวัจกร แล้วบอกว่าเป็นเงินสำหรับปัจจัยสี่ของพระในเรื่องใด ให้ไวยาวัจกรเป็นผู้จัดการดูแลให้ 2. เมื่อพระต้องการปัจจัยสี่ใด ก็ไปบอกไวยาวัจกรให้จัดหาให้ แต่จะไปเบิกเป็นเงินไม่ได้ ไวยาวัจกรก็จะนำเงินที่ญาติโยมให้ไว้นำไปจัดหาสิ่งของนั้นให้พระ Q3: นรกสวรรค์ เป็นสิ่งสมมติ A: อยู่ที่มุมมองต่อสิ่งที่มากระทบ- นรก = การได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ในสิ่งที่ไม่น่าพอใจ- สวรรค์ = การได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ในสิ่งที่พอใจ- เมื่อมีผัสสะมากระทบ อาจถูกกิเลสบิดเบือนทำให้การรับรู้ของจิตผิดเพี้ยนไปในทางร้อน ทางหิว ทางมืด ตามอำนาจของราคะ โทสะ โมหะได้ - หากไม่มีกิเลส ก็จะเห็นทุกอย่างตามความเป็นจริงด้วยปัญญาว่า ทุกขเวทนาและสุขเวทนาที่เกิดขึ้น ก็เป็นธรรมดาอย่างนั้น จิตก็จะอยู่เหนือบาป เหนือบุญ เหนือสวรรค์ เหนือนนรก เป็นสภาวะหลุดพ้น (นิพพาน) ซึ่งมรรค 8 เป็นทางที่นำไปสู่ทางหลุดพ้นนี้ได้Q4: ผู้ไม่ถูกนินทา ย่อมไม่มีในโลกA: สุข-ทุกข์ นินทา-สรรเสริญ มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ (โลกธรรม 8) = เป็นของโลก โลกจะหมุนไป เปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้ เดี๋ยวมี เดี๋ยวไม่มี- ถ้าผิดจริงก็ปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็อย่าถือคำด่าคำนินทานั้นเป็นสาระ ให้ทำความดีต่อไปเรื่อย ๆ Q5: ผู้ชี้ขุมทรัพย์A: เรื่องนี้อยู่ในกินติสูตร - ผู้ที่ตักเตือนผู้อื่น เป็นกัลยาณมิตร มีความเป็นผู้นำ มีพรหมวิหาร 4 1. ถ้าพูดเตือน ณ ตอนนั้น แล้วเขาไม่เคือง = ก็พูดตอนนั้นได้เลย 2. ถ้าพูดเตือน ณ ตอนนั้น แล้วเขาจะเคือง = ก็อย่าเพิ่งพูด ให้หาเวลาและวิธีการอื่นที่พูดแล้วเขารับได้ เช่น เวลากินข้าว3. ให้เห็นว่าความขัดเคืองของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการที่เขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ = ก็ต้องพูด4. ถ้าพูดเตือนแล้ว เขาจะเคือง และจะไม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแน่ ๆ = ก็ต้องใช้อุเบกขา- อย่ามีจิตใจที่คิดว่า “เรื่องของเขา เราจะไม่ยุ่ง” อันนี้เป็นโมหะ แต่ให้มีพรหมวิหาร 4 พิจารณาตามลำดับข้างต้น Q6: ไม่ควรไว้ใจในคนไม่คุ้นเคย แม้ในคนคุ้นเคยก็ไม่ควรไว้ใจ A: ไว้ใจ = เพลิน, ประมาท, ถือวิสาสะ ไม่ได้หมายความว่า ไม่เชื่อใจ- ต่อให้เป็นคนคุ้นเคยกัน ก็ต้องระมัดระวัง เกรงใจกัน ไม่ถือวิสาสะ ไม่ประมาท Q7: ลดผลกรรมจากอาชีพฆ่าสัตว์A: ลดผลของกรรม = เพิ่มปริมาณความดี- ให้ทำความดีอย่างอื่น ไม่ประมาทในการให้ทาน ไม่ประมาทในการรักษาศีลข้ออื่น ไม่ประมาทในการเจริญภาวนา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะทำมาหากินอย่างอื่นที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
335
ข้อปฏิบัติที่ไม่มีทางผิด 3 ประการ [6835-1u]
ช่วงไต่ตามทาง:- ผู้ฟังท่านนี้ เคยเป็นคนมีความสงสัยมาก แต่เมื่อได้ฟังธรรมะจากครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ทำให้มีความเข้าใจมากขึ้น จิตใจเย็นลง ความสงสัยในเรื่องต่าง ๆ จางคลายไป ระงับไป ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: วิธีคิดที่ไม่มีทางผิด- อปัณณกสูตร การปฏิบัติที่ไม่มีทางผิด เรื่องที่ 1 อุปมาเหมือนลูกเต๋าที่ปรับแต่งถ่วงน้ำหนักไว้แล้ว ยังไงก็ลงด้านนี้ตลอด ใช้เป็นกลโกงในการเล่นพนัน ก็แต่คนดีก็สามารถนำมาวิธีคิดให้ได้เปรียบมาใช้กับสถานการณ์เพื่อให้ตั้งอยู่ในความดีได้ตลอด ไม่เผลอเพลิน มีสติ ทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย ทั้งในปัจจุบันและในเวลาต่อ ๆ ไปเรื่องที่ 2 พ่อค้าเดินทางด้วยเกวียนไปค้าขายต่างเมือง ต้องผ่านเส้นทางที่มียักษ์คอยหลอกลวงจับพ่อค้ากิน พ่อค้าเห็นว่าถ้าข้ามไปได้จะค้าขายได้กำไรมาก จึงเตรียมตัวบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เตรียมน้ำไปให้เกินพอดีนิดหน่อยสำหรับการเดินทาง สั่งลูกน้องไม่ให้ใช้น้ำเกินและอย่าเชื่อคนที่เจอระหว่างทาง ความเสี่ยงสูง แต่คุ้มที่จะทำ- ในทุกเรื่อง ถ้าไม่มีความรู้ ไม่มีปัญญา ก็จะมีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าจะเกิดผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย และเกิดประโยชน์ทั้งในเวลาปัจจุบันและในเวลาต่อ ๆ ไปอีก แม้จะมีความเสี่ยงมาก แต่ก็คุ้มที่จะทำ โดยสามารถลดความเสี่ยง ด้วยการเพิ่มความรู้ ลดความยาก ด้วยการเพิ่มความเพียรได้วิธีคิดที่ไม่มีทางผิด1. มีระบบที่จะป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า (มีปัญญา โยนิโสมนสิการ)2. มีระเบียบวินัยที่จะทำตามระบบนั้น (มีวิริยะ มีความเพียร)3. หากเกิดความผิดพลาด ให้รีบแก้ไข4. มีความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้ แต่ต้องไม่เสี่ยงจนเกินไปวิธีคิดในการกระทำมี 2 แบบ 1. ยังไงก็ผิด = เป็นความวิบัติ 3 อย่าง คือ ศีลวิบัติ จิตวิบัติ และทิฏฐิวิบัติ2. ยังไงก็ไม่ผิด = เป็นความถึงพร้อม 3 อย่าง คือ ศีลสัมปทา จิตสัมปทา และทิฏฐิสัมปทาข้อปฏิบัติ 3 อย่าง ที่ไม่มีทางผิด 1. การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย = สำรวมอินทรีย์ ระวังอย่าให้บาป อกุศลธรรมเกิดขึ้น2. การรู้ประมาณในการบริโภค = อย่ากินมากเกินไป กินพอระงับเวทนา ไม่กินเพื่อเล่น, มัวเมา, ประดับตกแต่ง3. การประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่เนือง ๆ = ทำความเพียรในการเดินจงกรม นั่งสมาธิ อยู่เป็นประจำ- ถ้ามีความคิดนึกตริตรึกใน 3 เรื่องนี้อยู่เสมอ จะทำให้การปฏิบัติไม่ว่าเรื่องใด มีแต่จะดีท่าเดียว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
334
ความคิดในจิตสุดท้าย [6834-1u]
Q1: พระสูตรภาษาอังกฤษ A: พระสูตร 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) รับฟังได้ 4 ช่องทาง1. FM 88.00 MHz ทุกวัน เวลา 05.00-05.30 น. 2. Youtube ช่องปัญญาภาวนา รายการ PureDhamma3. Podcast ช่องปัญญาภาวนา รายการ PureDhamma 4. www.panya.org - รายการ Sunday Dhamma talk เดือนละครั้ง ทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน ทาง FM 88.00 MHz เวลา 08.00 น. Q2: ค้าขายอาวุธA: สำหรับอุบาสกอุบาสิกา ที่มีจิตใจน้อมตั้งดิ่งอยู่กับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่ควรค้าขาย 5 อย่าง ได้แก่ 1. อาวุธ 2. สัตว์เป็น 3. สัตว์ตาย (เนื้อสัตว์) 4. สุรา 5. ยาพิษ- แม้การค้าขาย 5 อย่างนี้ จะไม่ผิดศีล แต่เป็นไปเพื่อการสนับสนุนให้มีการทำผิดศีล จึงมีส่วนได้รับบาปนั้นด้วย- เพื่อไม่ให้ได้รับส่วนแห่งบาป อันจะเป็นตัวปิดกั้นทางสู่มรรคผลนิพพาน ให้ค้าขายอย่างอื่นหรือทำอาชีพอื่น- ยุทโธปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันอาวุธเข้ามาโจมตี ถือว่าเป็นอาวุธเช่นกัน เพราะขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะนำใช้ไปทางไหน จึงถือเป็นการค้าขายอาวุธ- การปรับเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ เทคโนโลยี ไปในทางไม่เบียดเบียน เกิดประโยชน์กับตัวเองหรือผู้อื่น คือทางที่ถูกต้องQ3:ค้าขายเนื้อสัตว์A: บุญ บาป เป็นคนละบัญชี- การค้าขายเนื้อสัตว์ ไม่ได้ผิดศีล- คนขายเนื้อสัตว์ อย่าทำผิดศีลและสร้างบุญในรูปแบบอื่น เช่น รักษาศีลให้ดี เจริญสมาธิ ทำทาน ค่อย ๆ ลดการเบียดเบียนลง และตั้งจิตอธิษฐานในการเปลี่ยนอาชีพ Q4: การซื้อหุ้นของบริษัทค้าอาวุธA: แบบแรก ซื้อหุ้นแบบวิเคราะห์สถิติ ซื้อมาขายไป = ไม่เป็นการสนับสนุนการค้าอาวุธแบบสอง ซื้อหุ้นแบบพื้นฐาน มองธุรกิจ ผลประกอบการในช่วงมีการรบ คาดว่าจะได้กำไรจึงลงทุน = เป็นการสนับสนุนการค้าอาวุธQ5: เนื้อวัว VS เนื้อหมูA: การฆ่า ไม่ดีทั้งหมด- สัตว์ที่ฆ่า บาปไม่เท่ากัน ดูจากตัวเล็กตัวใหญ่ มีบุญคุณมากน้อย สัตว์นั้นเบียดเบียนมากหรือน้อย- คนที่ค้าขายเนื้อสัตว์ เมื่อรู้ว่าประมาทแล้วแต่ยังออกมาไม่ได้ ก็ต้องไม่ประมาท อาจลดการฆ่าหรือลดกินเนื้อสัตว์บางประเภทQ6: ละความโกรธA: ไม่ควรโกรธใครเลย1. ใช้ “เมตตา” ช่วยละความโกรธ 2. ใช้ “กรุณา” เพื่อยับยั้งการตอบโต้ของเรา, แนะนำเขาให้ดีขึ้น 3. ใช้ “อุเบกขา” หยุดจิตของเราไม่ให้ไปในทางอกุศล ให้ตั้งจิตวางเฉยต่อผัสสะที่มากระทบว่า “สัตว์โลกมีกรรมเป็นของของตน เขาทำกรรมอย่างไร ก็จะได้รับผลอย่างนั้น เขาเบียดเบียนผู้อื่น เขาก็มีกรรมของเขา ถ้าเราเบียดเบียนเขา เราก็จะมีกรรมของเรา อย่ากระนั้นเลย เราก็จะไม่เบียดเบียนใคร”Q7: ภัยธรรมชาติ เกิดจากกรรมใดA: ทุกขเวทนา เกิดได้ด้วยเหตุ 6 ประการ คือ 1. กรรมเก่าของเรา 2.เหตุแห่งดินฟ้าอากาศ 3.กรรมของคนอื่น 4. สุขภาพของเรา 5. เตรียมตัวไม่สม่ำเสมอ 6. กรรมในปัจจุบัน - วิธีปรับจิตให้อยู่กับเวทนาได้อย่างสบายใจ คือ นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วทำสิ่งที่ควรทำ เว้นสิ่งที่ควรเว้น บุญจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่อยู่กับทุกขเวทนา เช่น ขันติ อุเบกขา- “เห็นทุกข์ จึงเห็นธรรม” เพราะทุกข์สังเกตได้ง่าย ทำให้ไม่ประมาท แต่สุข ทำให้เพลินได้ง่าย ทำให้ประมาท แต่ทั้งสุขและทุกข์ ต่างก็ตั้งอยู่ดับไปเช่นกัน สุขเวทนาและทุกขเวทนาจึงนำมาซึ่งทุกข์พอ ๆ กัน Q8: ความคิดในจิตสุดท้ายA: จิตสุดท้าย ให้นึกถึงสิ่งที่เป็นกุศลธรรมที่เคยได้ทำ จะนำไปสู่สุขคติ เช่น การทำบุญทำทาน รักษาศีล ดูแลพ่อแม่อย่างดี เคยไปบวชไปปฏิบัติธรรม นึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ นึกถึงการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของเรา จะทำให้เป็นผู้มีสติ ไม่ลืมหลง เกิดสมาธิ อย่างน้อยก็ได้เป็นพระอนาคามี มีพรหมโลกเป็นที่ไป- ด้วยจิตสงบ มีสมาธิแล้ว ถ้าพิจารณาให้เกิดปัญญาว่า “ทุกสิ่งเป็นของไม่เที่ยง” ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ ไม่ก่อนไม่หลังความตาย - ขอให้มีสติ ไม่หลง ไม่เพลิน ไม่ประมาท ฝึกจิตให้นึกถึงสิ่งที่เป็นกุศลธรรมอยู่เสมอ นึกถึงความตายวันละหลาย ๆ รอบ เป็นมรณานุสติการนึกถึงความตายด้วยปัญญาอย่างถูกต้อง ก็จะพ้นจากความตายได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
333
อธิษฐานสู่ความสำเร็จ [6833-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: บนบานเพื่อได้ยอดขาย/สอบติด- ผู้ฟังท่านนี้เป็นนักขายประกัน มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ไม่เชื่อว่าการบนบานจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ แต่เพื่อนร่วมวงการไปบนบานแล้วได้ลูกค้าเพิ่ม และลูกค้าของผู้ฟังก็ให้หมอดูก่อนทำประกัน เกิดความลังเลว่าจะไปบนบานบ้างดีหรือไม่ แต่ในใจก็แย้งเพราะมีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย - ผู้ฟังอีกท่าน มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย ลูกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้พาลูกไปบนบานศาลกล่าวที่ใด ต่างกับเด็กคนอื่น- ความมั่นใจอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ สามารถยังประโยชน์ให้ถึงความสำเร็จในชีวิตได้ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: อธิษฐานสู่ความสำเร็จความงมงาย กับ การอธิษฐาน- งมงาย = ศรัทธาที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา- อธิษฐาน = การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็นการ “สร้างเหตุ” ที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ ไม่ใช่อธิษฐานเพื่อขอผลสำเร็จ โดยจะมีเครื่องบูชาหรือไม่ก็ได้ สำคัญอยู่ที่ใจ - การอธิษฐานไม่ใช่การบนบานหรืออ้อนวอนขอร้อง- พระพุทธเจ้าสอนว่า “ถ้าลำพังคนเราจะได้อะไร เพียงจากการอ้อนวอนขอร้องแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” - การอ้อนวอนขอร้องไม่ใช่หลักการของคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ท่านให้ทำ คือ “อธิษฐาน”การบูชาสิ่งที่ควรบูชาเป็นมงคลอย่างยิ่ง - การบูชา ไม่ใช่การอ้อนวอนขอร้อง- การบูชาบรรพบุรุษ หรือเทพเจ้า ให้บูชาในคุณความดีให้เข้ามาอยู่ในจิตใจ เช่น ความเมตตากรุณาที่ท่านเลี้ยงดูมา คุณความดีของเทพเจ้า เช่น ความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ ความเพียร - เครื่องบูชา มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. การให้ทานโดยมีผู้รับ2. การบูชายัญโดยไม่มีผู้รับ- ความเชื่อที่ว่า ยัญที่บูชาแล้วมีผล ทานที่ให้แล้วมีผล เป็นสัมมาทิฏฐิอธิษฐานสร้างเหตุนำไปสู่ความสำเร็จ- ระเบียบวินัย นำไปสู่ความสำเร็จ- วิธีตั้งจิตอธิษฐาน 1. เริ่มต้นให้ตั้งจิตยินดีนึกถึงศีลหรือคุณความดีของสิ่งที่อธิษฐานต่อ เช่น คุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สังฆคุณ 9 ของครูบาอาจารย์ ความดีของเทพเจ้าต่าง ๆ ศีลของพญานาค สังคหวัตถุ 4 ของท้าวเวสสุวรรณ พรหมวิหาร 4 ของท้าวมหาพรหม2. บูชาด้วยสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์3. ให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “เพื่อให้ได้ผลนี้ ฉันจะสร้างเหตุดังนี้ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ก็จะไม่เลิกความเพียรนี้”พระพุทธเจ้าอธิษฐานสร้างเหตุ- การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุด พระพุทธเจ้าอธิษฐานสร้างเหตุที่ใต้ต้นโพธิ์ความมั่นใจและความศรัทธา- กำลังใจในการทำความเพียร (วิริยะ) = ความมั่นใจ = ความศรัทธา = ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผลและปัญญา ไม่ใช่งมงาย- ศรัทธา 4 อย่าง ได้แก่1. ศรัทธาในเรื่องของกรรม = กฎแห่งกรรม2. ศรัทธาในผลของกรรม = ผลของกรรมอาจไม่ได้ให้ผลในทันที แต่จะให้ผลในเวลาต่อไป และให้ผลไม่เท่ากัน มากบ้างน้อยบ้าง3. ศรัทธาว่าสัตว์มีกรรมเป็นของของตน = แต่ละคนต้องรับผิดชอบในการกระทำของตน4. ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า = พุทโธ (ทางพ้นทุกข์มีอยู่) ธัมโม (วิธีปฏิบัติเพื่อให้ถึงความพ้นทุกข์มีอยู่) สังโฆ (ผู้ปฏิบัติแล้วพ้นทุกข์ได้จริงมีอยู่) ให้มีศรัทธาในข้อนี้แบบอจลศรัทธา คือ ศรัทธาเหมือนเสาหินยาว 16 ศอก มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 1 ศอก เป็นเสาหินทั้งแท่งไม่มีรอยต่อ ฝังลงไปในดินลึก 8 ศอก โผล่ขึ้นพ้นดินยาว 8 ศอก ทำมุม 90 องศากับพื้นดิน ตบดินให้แน่นอย่างดี ลมจะไม่สามารถพัดเสานี้ให้สั่นคลอนได้ ผู้ที่มีศรัทธาในข้อนี้อย่างเต็มเปี่ยม สามารถยังประโยชน์ให้ไม่ต้องเกิดอีก เป็นพระโสดาบันเข้าถึงกระแสที่จะเข้าสู่พระนิพพานได้- บุคคลที่มีศีลเต็ม มีศรัทธาเต็ม สามารถยังประโยชน์ในชีวิตนี้ให้สำเร็จได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
332
วิธีเปลี่ยนแปลงความผิดพลาดในชีวิต [6832-1u]
Q1: ชาวพุทธสายมูA: คนมีที่พึ่งดีกว่าคนไม่มีที่พึ่ง เพราะคนมีที่พึ่ง ยังมีความละอายใจกับการทำไม่ดีต่อสิ่งที่นับถือ แต่คนไม่มีที่พึ่งจะทำไม่ดีได้โดยไม่ละอายใจต่อสิ่งใด - คนมีที่พึ่งไม่ถูกต้อง = ขอให้พ้นทุกข์ด้วยการอ้อนวอนขอร้องต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่การอ้อนวอนขอร้องไม่ใช่วิธีที่ทำให้พ้นทุกข์ได้ เพราะถ้าใช่ โลกนี้จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร ไม่มีคนเจ็บป่วย ซึ่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น - คนมีที่พึ่งถูกต้อง = คือ มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แล้วรู้ธรรมะ เห็นธรรมะ ใช้ธรรมะเป็นที่พึ่ง คือ การใช้ตนเป็นที่พึ่ง ทุกข์หนักอยู่ที่ใจ ถ้าจิตใจตั้งไว้ถูกต้อง ก็จะปล่อยวางทุกข์ได้ จิตใจจะเบาลงได้ โดยไม่ต้องอ้อนวอนขอร้องต่อสิ่งใด- อิทธิปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนามีมาก หลายชั้น แต่ไม่ใช่เรื่องการอ้อนวอนขอร้อง ไม่ได้มีสิ่งใดบันดาล แต่เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจที่เกิดจากอำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ - มรรค 8 (ศีล สมาธิ ปัญญา) ที่เกิดจากการมีศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดในชีวิตได้ ทำกรรมดีก็จะได้ผลดี กรรมนั่นแหละ คือ ปาฏิหาริย์ของการกระทำที่จะให้ผลเกิดขึ้นกับตัวเรา หากเข้าใจได้เช่นนี้ นั่นคือ ปัญญา อภินิหารต่าง ๆ จึงจัดอยู่ในส่วนของปัญญาQ2: ทำบุญใส่ซองให้พระ/ใส่ในบาตร/ตู้บริจาคA: พุทธพจน์ = เงินและทองไม่ควรแก่สมณะ เงินและทองควรแก่ฆราวาสเท่านั้น สมณะไม่ควรยินดีในการรับเงินและทอง แต่สามารถรับปัจจัยสี่ที่ควรแก่สมณะจะบริโภคที่เกิดจากเงินและทองนั้นได้ โดยให้มี “ไวยาวัจกร” ผู้ที่ทำการแทนสงฆ์ - ไวยาวัจกร ต้องเป็นอุบาสก หรือคนทำการในอารามนั้นที่ไม่ใช่ผู้หญิง- เมื่อพระต้องใช้ปัจจัยสี่ที่ควรแก่สมณะจะบริโภคสิ่งใด ก็จะไปบอกไวยาวัจกรให้ช่วยจัดหาให้ ไวยาวัจกรก็จะนำเงินที่โยมทำบุญไปจัดหามาให้พระ- การให้ทาน ต้องหวังเอาบุญ จึงต้องทำต่อเนื้อนาบุญ (ผู้ที่มีราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง)Q3: Internet ประตูสู่ความเสื่อมของพุทธศาสนาA: พระพุทธศาสนาเคยเสื่อมจากประเทศอินเดียที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนา ทั้งที่สมัยนั้นยังไม่มี Internet แต่เพราะมีมิจฉาทิฏฐิ ทำให้ความเข้าใจที่ถูกต้องค่อย ๆ หายไป- เหตุแห่งความเสื่อมของพุทธศาสนา คือ พระเถระไม่ใส่ใจในการปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ทรงจำคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างถูกต้องดีงาม ไม่ได้บอกสอนต่อกันไป สนใจแต่เรื่องชื่อเสียง ลาภสักการะ- เทคโนโลยี เป็นผัสสะรูปแบบหนึ่ง มีการสื่อสารข้อมูล ผัสสะจะเป็นตัวกระตุ้นกิเลส จึงต้องสำรวมอินทรีย์ ตั้งสติไว้ให้ดี- Internet เป็นเครืองมือในการเผยแพร่คำสอนได้Q4: พระเล่น InternetA: ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่การละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อกุศลธรรม (กระตุ้นราคะ โทสะ โมหะ) ก็ทำได้ ไม่ผิดศีล ไม่อาบัติ- การผ่อนคลายสำหรับพระสงฆ์ คือ การนั่งสมาธิ ไม่ใช่การดูซีรีส์Q5: ภาระของพระสงฆ์A: ภาระ = ของหนัก - เมื่อบวชเป็นพระ ก็ต้องรับภาระในการทรงจำคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ - สมบัติ/ประโยชน์ที่จะได้รับในพุทธศาสนาก็มีมากเช่นกัน เป็นเรื่องเบาใจ เช่น มีความปล่อยวาง มีจิตสงบ มีปัญญา มีสมาธิ- ต้องมีความคิดแบบม้าอาชาไนย ต่อให้ใครไม่ทำ เราก็จะทำ - เมื่อรับภาระแล้ว ให้มุ่งที่ผลประโยชน์ที่จะได้รับ ก็จะมีกำลังใจในการปฏิบัติQ6: ความผิดพลาดในชีวิตA: ถ้ามองแต่จุดที่ผิดพลาด ก็จะโฟกัสที่จุดนั้น สิ่งนั้นก็จะมีพลัง ทำให้กิเลสเพิ่มขึ้น (ราคะ โทสะ โมหะ เพิ่มขึ้น)- แต่ถ้ามองข้อผิดพลาดนั้นว่า เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง พัฒนาข้อผิดพลาดให้ดีขึ้น = เป็นสัมมาทิฏฐิ (ราคา โทสะ โมหะ เบาบางลง) เกิดสัมมาวายามะ (ความเพียร) เกิดความแน่วแน่จริง การลงมือทำจริง ข้อผิดพลาดนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้ดีขึ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
331
วิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ยากต่อการตัดสินใจ [6831-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ทำงานที่ใหม่/ที่เดิม- ผู้ฟังท่านนี้ได้รับข้อเสนอจากที่ทำงานใหม่ที่ดีกว่าที่เดิม แต่ก็ลังเลใจเพราะที่ทำงานเดิมก็ดีอยู่แล้ว จึงปรึกษาคนรอบข้าง แต่ก็ได้รับความเห็นต่างกัน จึงตัดสินใจไม่ได้- สภาวะกำกวม กังวลใจ ความสับสน ความไม่แน่ใจ ความไม่มั่นใจ ความเคลือบเคลืองสงสัย เห็นแย้ง เรียกว่า “วิจิกิจฉา” ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ปัญญากับสถานการณ์ที่ยากต่อการตัดสินใจตัวเรา คือ คนที่รู้ตัวเราดีที่สุดว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร ต้องการสิ่งไหน จะดำเนินชีวิตไปอย่างไร แต่ที่ตัดสินใจไม่ได้ เพราะจิตของเราไม่ได้ตั้งอยู่ในสถานะที่จะบอกได้ เพราะยังมีความไม่ลงใจ มีความเคลือบแคลงใจ เรียกว่า “วิจิกิจฉา” ซึ่งทางออกของปัญหานั้น คือ “ทางสายกลาง”ทางสายกลาง = มัชฌิมาปฏิปทา องค์ประกอบอันประเสริฐ 8 อย่าง (ศีล สมาธิ ปัญญา)- การตัดสินใจไม่ได้ เป็นมิจฉาสังกัปปะ ยังไม่อยู่ในทางสายกลาง- ความขัดแย้งกันในตัวเอง ต้องใช้ปัญญาเท่านั้นจึงจะเข้าใจ- “ปัญญา” เกิดได้ด้วยการคิดอย่างเป็นระบบตามอริยสัจสี่ (โยนิโสมนสิการ) ด้วยจิตอันเป็นสมาธิ เรียกว่า การพิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วก็จะเกิดปัญญาวิธีทำให้เกิดปัญญา (ทำให้จิตว่าง) 2 วิธีวิธีที่ 1 นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ - จิตจะเกิดความสบายใจ เพราะเมื่อเราตริตรึกเรื่องไหน จิตจะน้อมไปในเรื่องนั้น จิตน้อมไปในเรื่องไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง- เมื่อเรานึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างถูกต้องดีงาม ประกอบด้วยปัญญา อันเป็นศรัทธาที่ใช่แล้ว เราจะมีปีติสุข คือ ความอิ่มเอิบใจ ความสบายใจเกิดขึ้นในภายใน ความเครียด ความกังวลใจ ภายในใจ ก็จะหยุดลงครู่หนึ่ง ณ จังหวะนั้น เราหยุดความกังวลใจได้ หยุดสิ่งที่ไม่ควรทำได้ และเราก็จะสามารถทำสิ่งที่ควรทำ ควรเจริญ ให้เกิดขึ้นได้ ณ จุดนั้น แล้วก็ต้องรักษาสภาวะแบบนี้ไว้ ก็จะไม่กลับไปกังวลใจอีกวิธีที่ 2 เจริญพรหมวิหาร 4 - เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาวิธีพิจารณาสถานการณ์ที่ยากต่อการตัดสินใจ- เมื่อจิตสงบแล้ว ให้ยกเอาสิ่งสถานการณ์ที่เป็นปัญหาขึ้นมาพิจารณา ทีละทางเลือก ด้วยจิตอันสงบ แล้วสังเกตดูจิตของเราว่าแจ่มใสขึ้น หรือเศร้าหมองลง ร้อนหรือเย็น ทำ 3 ครั้ง 3 วัน จดไว้ แล้วตัดสินใจตามนั้น อย่าเปลี่ยนการตัดสินใจอีก เดินหน้าอย่างเดียว- การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ทุกข์ก็มี สุขก็มี ต้องเจอปัญหา ปรับตัว ให้มีการพัฒนา บ่มเพาะให้จิตใจมีความเข้มแข็ง เรียนรู้จากประสบการณ์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
330
พระสงฆ์ สีกา กับ วิกฤตแห่งศรัทธา [6830-1u]
Q1: พระสงฆ์ สีกา กับ วิกฤติแห่งศรัทธาA: พระพุทธเจ้าบัญญัติ “พระวินัย” เพื่อให้คนที่ยังไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธา ให้คนที่มีศรัทธาอยู่แล้ว ให้มีศรัทธามากยิ่งขึ้น เพราะมีพระวินัย พระพุทธศาสนาจึงดำรงมาได้จนถึงทุกวันนี้แง่มุมที่ 1 = เป็นเรื่องที่ดี ที่อุบาสก อุบาสิกา ในปัจจุบัน ยังมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่า พฤติกรรมเสพเมถุนของพระสงฆ์กับสีกาในข่าว เป็นสิ่งไม่ดี ซึ่งเป็นกระบวนการป้องกันการประพฤติมิชอบในศาสนาแง่มุมที่ 2 = ความมหัศจรรย์ของธรรมวินัย จะมีกระบวนการกำจัดคนไม่ดีออกไป คนทุศีล จะอยู่ไม่ได้ พระพุทธเจ้าเปรียบไว้ เหมือนทะเลจะไม่อยู่รวมกับซากศพหรือเศษสิ่งของ ที่จะถูกพัดให้เกยตื้นขึ้นฝั่งเสมอ แง่มุมที่ 3 = การปล่อยให้คนไม่ดีอยู่ในหมู่สงฆ์ ก็จะดึงคนอื่นไปไม่ดีด้วย (อ้างได้ว่าคนอื่นก็ทำ) ดังนั้น การตัดคนไม่ดีออกจากระบบ จะทำให้คนอื่นไม่ถูกดึงไปในทางเสื่อมด้วย - เรื่อง อาบัติ ไม่ได้มีไว้เพื่อเพ่งโทษ แต่เป็นกรอบเพื่อแยกแยะเรื่องดี เรื่องไม่ดี ถ้าไม่ดี ก็ให้แก้ไขปรับปรุง- อาบัติหนัก = การกระทำที่ผิดพลาด ซึ่งมีกระบวนการแก้ไขได้ยาก เช่น อาบัติสังฆาทิเสส (ต้องติดคุกพระ 6 วัน และต้องนิมนต์พระ 20 รูป มาเพื่อรับฟัง และแก้ไข), อาบัติปาราชิก (เช่น เสพเมถุน ขโมยของ ฆ่ามนุษย์ อวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน ต้องขาดจากความเป็นพระ)- แม้อาบัติหนัก จะแก้ไขได้ยากหรือแก้ไขไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ตกนรกเสมอไป ถ้าปรับปรุงตนเองเป็นฆราวาส รักษาศีล 8 อย่างดี หรือบวชเป็นเณร รักษาศีล 10 อย่างดี ก็สามารถบรรลุธรรมได้แง่มุมที่ 4 = คำว่า “สีกา” มาจาก อุบาสิกา, คำว่า “ประสก” มาจาก อุบาสกแง่มุมที่ 5 = จุดเกิดการแก้ไขปรับปรุงตน คือ ตนเตือนตน, คนอื่นเตือนตน, โดนโพสต์ลงโซเซียล, ถูกองค์กรวินิจฉัย, ตกนรกแง่มุมที่ 6 = การทำผิดศีล เกิดจาก “กิเลส” ล่อลวง ด้วยชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ เพศตรงข้าม แง่มุมที่ 7 = โทษของการศรัทธาในตัวบุคคล 5 อย่าง 1. เสียความเลื่อมใส 2. ติเตียน 3. เสียใจ 4. เสื่อมจากสัทธรรม 5. เสื่อมศรัทธา - “ศรัทธา” จึงต้องประกอบด้วย “ปัญญา” เสมอ กล่าวคือ ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (ไม่ใช่ตัวพระพุทธเจ้า) (พุทโธ) ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า (ธัมโม) และศรัทธาในการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ของพระสงฆ์หรือใครก็ได้ (สังโฆ)- ปัจจุบัน พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยังคงมีอยู่ ไม่ได้หายไปไหน หากเห็นด้วยปัญญาเช่นนี้ นั่นคือ อจลศรัทธา เป็นศรัทธาที่ไม่หวั่นไหว ไม่คลอนแคลนQ2: การลาสิกขาA: การลาสิขา จะสำเร็จประโยชน์ต่อเมื่อ มีบุคคลที่เป็นพระสงฆ์ (ที่ไม่ปาราชิก) คนเดียว รับฟังว่า จะไม่อยู่เป็นพระแล้ว ขอลาสิกขา เพียงเท่านี้ ทำที่ไหนก็ได้ - ถ้าอาบัติปาราชิก บวชใหม่เป็นพระไม่ได้ แต่บวชเป็นเณรได้ ถ้าอาบัติอื่น บวชใหม่เป็นพระได้- เรื่องเบาใจในศาสนานี้ยังมีอยู่ เช่น การเจริญเมตตา ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วเจริญพรหมวิหาร 4 แม้ชั่วลัดมือเดียว ก็ได้ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่เหินห่างจากฌานแล้ว จะมีนิพพานเป็นที่สุดจบได้นั่นเองQ3: ข้อปฏิบัติของพระสงฆ์ต่อสีกาA: พระวินัย บัญญัติไว้แล้ว เช่น อย่ามอง, อย่าคุย, ถ้าต้องคุย ให้คุยเรื่องธรรมะ และห้ามเกิน 6 คำ, ถ้าต้องคุยเกิน 6 คำ ต้องมีผู้ชายอื่นอยู่ด้วย, ห้ามอยู่สองต่อสองในที่ลับหู ลับตา, ถ้าต้องอยู่สองต่อสองในที่ลับหู ลับตา หรือไม่ลับตา แต่ลับหู ก็ต้องยืน ห้ามนั่ง - ให้รักษาศีล ตรวจสอบตนเองอยู่เป็นประจำ สำรวมอินทรีย์ ไม่ประมาท ในธรรมวินัยนี้ เป็นคำสอนสำหรับผู้ตั้งเจตนาดี มีปัญญา มีศรัทธา รู้จักแก้ไขปรับปรุงตัว ก็จะไม่เสีย มีแต่เจริญ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
329
วิธีรับมือกับสิ่งไม่น่าพอใจ [6829-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง- ผู้ฟังท่านนี้เป็นข้าราชการ ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง เพราะคนที่อาวุโสน้อยกว่า ความสามารถน้อยกว่า แต่มีเส้นสาย ได้รับการเลื่อนตำแหน่งข้ามตนเองไป แต่ผู้ฟังท่านนี้ก็อดทน ไม่โกรธ ตั้งใจทำงานต่อไปอย่างดี ต่อมา หัวหน้าแผนกอื่นเห็นความสามารถจึงชักชวนไปอยู่ที่ส่วนงานอื่น ท้ายที่สุด ผู้ฟังท่านนี้ก็ได้เลื่อนตำแหน่งและทำงานด้วยความสุขใจ- การที่เราตั้งอยู่ในความดี รักษาความดีของตนไว้อยู่ตลอด ปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีอยู่เสมอ เป็นกุศลกรรม เป็นประโยชน์ แม้จะมีสิ่งที่ไม่น่าพอใจเกิดขึ้นบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ความดีนั้นจะให้ผลแน่นอน แต่อาจออกมาในรูปแบบอื่นที่ไม่คาดคิดได้ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: วิธีรับมือกับสิ่งไม่น่าพอใจ 5 ประการ- เมื่อพบเจอสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ต้อง “มีสติ” รู้ว่าความไม่น่าพอใจเกิดขึ้นแล้ว จากนั้นให้ทำวิธีใดวิธีหนึ่งใน 5 วิธีนี้ เพื่อทำให้จิตใจตั้งอยู่ในกุศลธรรม กำจัดอกุศลธรรมออกไปจากใจ - วิธีที่ 1 คิดเรื่องอื่น = ให้คิดเรื่องอื่นในทางสว่าง ไม่ใช่ทางที่ผิดศีล ตัวอย่าง กรณีนางปฏาจารา กรณีนางวิสาขา - วิธีที่ 2 เห็นโทษของสิ่งที่ไม่น่าพอใจนั้น = ให้ละอกุศลธรรมในใจทันที ด้วยการเห็นโทษของสิ่งนั้น เช่น โทษของความโกรธ คือ ผิวพรรณไม่งาม นอนไม่เป็นสุข ได้รับความเสื่อม มีโภคทรัพย์น้อย ความไม่ดีเกิดขึ้นกับตน เสื่อมจากมิตร - วิธีที่ 3 ไม่นึกถึงเรื่องที่ไม่น่าพอใจนั้นเลย = เอาจิตไปเข้าสมาธิแทน ตัวอย่าง กรณีพระมหาปันถก- วิธีที่ 4 มองแง่มุมอื่นที่เป็นกุศล = ตัวอย่าง กรณีพระปุณณะ ไปอยู่ที่เมืองสุนาปรันตะ กรณีเศรษฐีตีนแมว- วิธีที่ 5 อดทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ = เช่น การนั่งสมาธิ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
328
งานสำเร็จด้วยจิตเป็นสุข [6828-1u]
Q1: หลักธรรมนำองค์กรสู่ความสำเร็จA: หัวหน้าต้องมีสังคหวัตถุ 4 = ธรรมะที่จะประสานหมู่ชนให้สามัคคีกันได้ 1. ทาน = ให้ เสียสละ แบ่งปัน 2. ปิยวาจา = พูดจาดีต่อกัน ไม่ทิ่มแทง ไม่พูดคำหยาบ 3. อัตถจริยา =ประพฤติประโยชน์ ช่วยเหลือกัน 4. สมานัตตตา = มีตนเสมอกัน นัยแรก เสมอต้นเสมอปลายในทาน ปิยวาจา และอัตถจริยา นัยสอง มีเป้าหมายร่วมกัน นัยสาม มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรเช่นเดียวกับผู้อื่น- หัวหน้าต้องมีพรหมวิหาร 4 = ธรรมะเพื่อการรักษาความเป็นผู้ใหญ่ของตน (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)- บุคคลในองค์กรต้องมีอิทธิบาท 4 = ธรรมะเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา)Q2: ทำงานอย่างไรให้จิตใจเป็นสุขA: งานทุกอย่างสามารถสร้างกุศลธรรมให้เกิดขึ้นในงานนั้นได้ (ยกเว้นงานที่ทำผิดศีล) เช่น สร้างความดี รักษาศีล ทำสังควัตถุ 4 เจริญอิทธิบาท 4 มีพรหมวิหาร 4 เป็นต้น ให้ตั้งความพอใจไว้ตรงนี้ ก็จะเกิดสันตุฏฐี = ความสันโดษ (พอใจในสิ่งที่มี ไม่ไปตามอำนาจความอยาก) ทำให้รักษาจิตให้เป็นสุขได้ ส่งผลให้เจริญอิทธิบาท 4 ได้ดียิ่งขึ้น ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ Q3: การทำงานเป็นทีมA: นอกจากสังคหวัตถุ 4 แล้ว ต้องมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นด้วย- หัวหน้าต่อลูกน้อง (ตามหลักทิศ 6) = ให้ของที่มีรสประหลาด ให้ทำงานตามกำลัง มีรางวัลวันหยุด ดูแลยามเจ็บไข้- ลูกน้องต่อหัวหน้า (ตามหลักทิศ 6) = ทำงานเต็มที่ ไม่ถือเอาทรัพย์ที่เจ้านายไม่ได้ให้ มาทำงานก่อน เลิกงานทีหลัง Q4: ธรรมะสำหรับชีวิตคู่A: ฆราวาสธรรม 4 = ธรรมะสำหรับผู้ครองเรือน1. สัจจะ (ความจริง) = นัยแรก ให้ความจริงต่อกัน นัยสอง เห็นความจริงของโลก (อริยสัจ, อนิจจัง, อนัตตา)2. ทมะ (การฝึกตน)) = ฝึกข่มบังคับใจตน ปรับเปลี่ยนตนเอง3. ขันติ (ความอดทน) = อดทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ พฤติกรรมที่ไม่ชอบ 4. จาคะ (ความเสียสละ) - ความรักด้วยราคะ = ต้องการเงื่อนไขตอบแทน- ความรักด้วยเมตตา = ไม่ต้องการเงื่อนไขใดตอบแทน ไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต- ความอดทนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของราคะซึ่งอยู่ไม่นิ่ง ความอดทนนั้นจะอยู่ได้ไม่นาน ทนได้แค่ไหน ก็อยู่ด้วยกันได้เท่านั้น - แต่ความอดทนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเมตตา ความอดทนนั้นจะตามมาด้วยพรหมวิหาร 4 ข้ออื่น รวมถึงอุเบกขา- สามีภรรยาไม่สามารถเปลี่ยนอีกฝ่ายให้เป็นในแบบที่ “อยาก” ให้เป็นได้ จึงต้องฝึกจิตใจให้มีความมั่นคง จึงจะอดทนได้มาก หากมีความอยากมาก จิตใจก็จะไม่มั่นคง Q5: ภรรยา 7 ประเภท และหน้าที่ของสามีA: ภรรยา 7 ประเภท1. ภรรยาเสมอด้วยเพชฌฆาต = จ้องทำร้ายสามี2. ภรรยาเสมอด้วยโจร = ขโมยของสามี, มีชู้3. ภรรยาเสมอด้วยเจ้านาย = ชอบออกคำสั่งกับสามี4. ภรรยาเสมอด้วยแม่ = คอยดูแล เตือนสามี 5. ภรรยาเสมอด้วยพี่สาวน้องสาว 6. ภรรยาเสมอด้วยเพื่อน7. ภรรยาเสมอด้วยทาสี- ข้อ 1-3 ไม่ดี ทำให้จิตใจตั้งอยู่ในทางอกุศล- ข้อ 4-7 ดี ทำให้จิตใจตั้งอยู่ในทางกุศล- หน้าที่ของสามีต่อภรรยา 5 ประการ1. ยกย่องภรรยา 2. ไม่ดูหมิ่นภรรยา 3. ไม่ประพฤตินอกใจ 4. มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้ 5. ให้เครื่องประดับ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
327
AI กับ Mindset สู่ความสำเร็จ [6827-1u]
Mindset ที่นำไปสู่ความสำเร็จ1. แยกแยะประโยชน์และโทษ = ทุกสิ่งล้วนมีทั้งประโยชน์และโทษ มากน้อยไม่เท่ากัน ต้องเรียนรู้ให้ทัน ลงมือทำให้เร็ว ปรับเปลี่ยนให้ไว อย่ากลัวความผิดพลาด เพราะความผิดพลาดจะนำไปสู่การแก้ไขให้เกิดการพัฒนาได้ และต้องลงมือทำบ่อย ๆ อย่าคิดว่าทุกอย่างต้อง Perfect จึงไม่ลงมือทำ การปรับปรุงตนเองเพียงวันละ 1% นำไปสู่การพัฒนาตัวเองได้ - ตัวอย่าง พิษของงู นำมาทำเป็นเซรุ่ม - ตัวอย่าง AI มีโทษทำให้มนุษย์ไม่ได้ใช้ความคิดและมีปัญหาปฏิสัมพันธ์กับคน แม้ AI จะมีโทษ แต่ถ้าเข้าใจโทษของมันแล้ว อยู่กับโทษของมันให้ได้ พยายามลดโทษและพยายามสร้างประโยชน์จาก AI ก็จะได้รับประโยชน์2. อย่ารักใครมากเกินไป อย่าเกลียดใครมากเกินไป = คนเราเปลี่ยนแปลงได้ อย่าไปยึดติด ความรักเป็นราคะ ความเกลียดเป็นโทสะ ต้องมีสติสัมปชัญญะ พิจารณาให้เห็นด้วยปัญญา เจริญพรหมวิหาร 4 3. รู้จักปฏิเสธ = งานมาก ทางเลือกมาก ต้องเลือกให้ดี รู้จักปฏิเสธบ้าง จัดลำดับความสำคัญของงานให้ถูกต้อง ให้จิตใจมาจดจ่ออยู่กับงานที่สำคัญ4. กินอาหารพอประมาณ = อย่ากินอาหารเต็มที่ ให้กินแค่ 80% ของท้อง อย่ากินบ่อย เพราะมีสารพิษในอาหารมาก มีเมนูมาเชิญชวนมาก ทำให้เกิดความมัวเมา เป็นทาสของอาหาร นำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมการกิน เช่น โรคกลุ่ม NCDs (เบาหวาน ความดัน หัวใจ ฯลฯ) เป็นต้น 5. นอนเป็นเวลา = ตั้งเวลาเข้านอน ดีกว่าตั้งเวลาตื่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
326
รักษาศีลแล้ว จะกินอะไร? [6826-1u]
Q1: แก้ความขัดแย้ง ด้วยสันติวิธี A: ต้องทำลายข้อจำกัดของแต่ละฝ่าย ด้วยการอยู่เหนือข้อจำกัดเหล่านั้น - สันติวิธี คือ 1. ตั้งสติ = ไม่เผลอเพลินไปตาม “อารมณ์” ชอบใจหรือไม่ชอบใจ มีความอดทนไม่ไปตามการยั่วยุ จะทำให้การตัดสินใจเป็นไปด้วย “เหตุผล” 2. มีพรหมวิหาร 4 = โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เมตตา” และ “อุเบกขา” 3. ไม่ทำผิดศีล = เช่น ไม่ฆ่า ไม่พูดโกหก- การพูดปลุกกระแสให้มีความสามัคคีกัน เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ถ้าพูดเพื่อให้เกลียดอีกฝ่ายหนึ่ง จะเป็นวาจาที่ยุยงให้แตกกัน อย่าให้เป็นอย่างนั้นQ2: รักษาศีลแล้ว จะกินอะไร?A: คนเรามักจะอ้างว่าจำเป็นต้องทำผิดศีล ถ้าไม่ทำผิดศีลแล้ว จะเอาอะไรกิน? - คำตอบคือ ก็กินศีลที่คุณรักษานั่นแหละ - วิธีกินศีลให้อิ่ม คือ ให้ศีลที่รักษาไว้ออกผล 1. ถ้าเรารักษาศีล ศีลจะรักษาเรา = เช่น มีความสุขกาย สุขใจ ไม่ทุกข์ในโรคภัยไข้เจ็บ ครอบครัวไม่แตกแยก 2. เมื่อมีศีล จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง = แม้เจอผัสสะที่ไม่น่าพอใจ (เช่น ยอดขายตก) แต่เมื่อนึกถึงศีลแล้ว การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ จะดีขึ้น จิตใจจะดีขึ้น เมื่อจิตใจดี มีความมั่นคงแล้ว จะสามารถตัดสินใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งการตัดสินใจนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของชีวิต เช่น ได้อาชีพใหม่ที่ไม่ผิดศีล ปัญหาในครอบครัวก็จะดีขึ้น ปัญหาต่าง ๆ ก็จะคลี่คลาย Q3: ลืมแก้บน A: หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ไม่มีการอ้อนวอนขอร้อง หรือการบนบานศาลกล่าว มีแต่การตั้งเจตนา ตั้งอธิษฐาน ตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดความสำเร็จ การตั้งเจตนาต่อหน้าพระพุทธรูปหรือสิ่งที่เคารพ ก็เพื่อให้เกิดความละอายที่จะล้มเลิกการสร้างเหตุนั้นกลางทาง- ถ้าเคยบนบานศาลกล่าวไว้แต่จำไม่ได้ แล้วไม่สบายใจ ก็ทำตามที่บนในจุดที่สบายใจ ณ เวลานั้น แล้วกลับมาอยู่ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ถูกต้องว่าไม่มีการอ้อนวอนขอร้องหรือบนบานศาลกล่าว แต่ให้ตั้งเจตนา อธิษฐานสร้างเหตุในการที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ- มีศรัทธา มีความเพียรแล้ว ต้องมีปัญญาด้วย ก็จะไม่งมงาย ไม่ถูกหลอกQ4: ชอบเช่าพระเครื่อง A: เช่าพระมาหลายองค์ มีคนถามว่าตอนนี้ห้อยพระกี่องค์ แล้วองค์ที่เหลือจะห้อยตอนไหน คิดได้ จึงเลิกเช่าพระ = เกิดปัญญา เพราะมีกัลยาณมิตรให้เกิดกัลยาธรรมQ5: ทุกสิ่งในโลก เป็นสิ่งสมมติA: ทุกสิ่งในโลก เป็นสิ่งสมมติ - สิ่งสมมติทั้งหลาย เกิดจากการปรุงแต่งของจิต - เมื่อเกิดความเพลิน ความพอใจ ในสิ่งสมมตินั้นแล้ว จะเกิดอุปาทาน (ความยึดถือ) - เมื่อสิ่งที่ยึดถือนั้นเกิดเปลี่ยนแปลงไป ก็จะเกิดความทุกข์ทันที - ดังนั้น ความทุกข์จึงเกิดจากความยึดถือ ยึดตรงไหน ทุกข์ตรงนั้น- ทางแก้ = ไม่ใช่การกำจัดกองทุกข์ แต่ต้องกำจัดความยึดถือ ด้วยการเจริญศีล สมาธิ ปัญญา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
325
ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน [6825-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: สุนัขตาย- ความรัก ความชอบใจ ในสิ่งใด เป็นความเพลิน เป็นอุปาทาน (ความยึดถือ) จิตที่ยึดถือไว้กับสิ่งใด สิ่งนั้นจะเป็นตัวตน (อัตตา) ขึ้นมาทันที เมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไป ต้องพลัดพรากจากสิ่งนั้น จิตจะถูกฉีกออก แหวกออก กระชากออก จึงเกิดความรู้สึกที่เป็นความทุกข์ขึ้น- ความยึดถือที่เป็นผลจากความทะยานอยาก อันเกิดจากความกำหนัดด้วยอำนาจแห่งความเพลิน ซึมซาบเข้ามาสู่จิต โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะถูกอวิชชาบังไว้ ทำให้ตัณหาคืบคลานเข้ามา ทำให้จิตมีทุกข์- อวิชชา เปรียบเหมือนยาพิษ ตัณหา ความทะยานอยาก ความยึดถือ เปรียบเหมือนลูกศร แทงเข้ามาในใจ- ทางแก้ คือ ต้องถอนลูกศรออก ด้วยการตั้งสติไว้อยู่กับพุธโธ ธัมโม สังโฆ ลมหายใจ พิจารณากาย เป็นต้น และถอนยาพิษ ด้วยวิชชา (ความรู้) โดยใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกคนต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่พอใจ ทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมมีการแตกดับไปเป็นธรรมดา เมื่อเกิดปัญญาเช่นนี้ อวิชชาจะคลายลง ความทุกข์ ความเศร้าโศกก็จะลดลง ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน- หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อเราถูกกระทำ (ด้วยอกุศลธรรม) อย่ากระทำต่อ (ด้วยอกุศลธรรม) เราจะแย่กว่า เพราะเปลี่ยนจากดีกลายเป็นไม่ดี การเอาความชั่วเข้าห้ำหั่นกับความชั่วมันง่าย แต่จบยาก ความชั่วจะยิ่งเพิ่มขึ้น เหมือนทำความสะอาดพื้นสกปรก ด้วยสิ่งสกปรก- ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน1. ให้เรารักษาเขตแดนทั้งภายนอก (แผ่นดิน) และเขตแดนภายใน (จิต) ของเราไว้ให้ดี กล่าวคือ ให้รักษากุศลธรรมทางกาย (ไม่ฆ่า) ทางวาจา (พูดจาดี) ทางใจ (ไม่พยาบาท) ตัวอย่าง พระเจ้าวิฑูฑภะรบกับพวกเจ้าศากยะ โดยพวกเจ้าศากยะฝึกซ้อมรบไว้เพื่อป้องกันแต่จะไม่ฆ่า เช่น ยิงธนูป้องกัน หรือฟันไม่ตาย2. เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร ด้วย “สังคหวัตถุ 4” คือ 1. ทาน 2. ปิยวาจา (พูดจาดี) 3. อัตถจริยา (ประพฤติประโยชน์แก่กัน) 4. สมานัตตตา (วางตนสม่ำเสมอ)3. ใช้พรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เพื่อหาทางออก - สงครามทั้งหลายที่ลงกันไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างถือในเหตุผลของตน แต่หากยอมลดเงื่อนไขลงหรือไม่มีเงื่อนไขเลย สถานการณ์ก็จะคลี่คลายได้ ทางออกของปัญหาก็จะปรากฏขึ้น- พรหมวิหาร 4 ให้ได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีประมาณ และไม่มีขอบเขต จะทำให้จิตใจของอีกฝ่ายอ่อนลง จะมองเห็นทางออกของปัญหาได้ แต่ต้องระวังเรื่อง "เมตตาเสือตกบ่อ" ที่เมตตาต้องมาพร้อมกับอุเบกขาด้วย 4. “ไม่ประมาท” ในเรื่องข่าว (ตามกระแสเกินไป, ปล่อยชะล่าใจเกินไป) การเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตัว (คน, สิ่งของ, อาหาร, ยุทโธปกรณ์)5. ใช้วิธีทางการทูตมากกว่าวิธีทางการทหาร (รบราฆ่าฟัน) ถ้าคุยกันไม่ได้ให้หยุดไว้ก่อน อย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์ (ราคะ โทสะ โมหะ) หากทั้งสองฝ่ายเจรจากันด้วยจิตที่มีราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง มีสติสัมปชัญญะ ประกอบด้วยเมตตาและอุเบกขาแล้ว จะรักษาทั้งสองฝ่ายได้ เปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นความสามัคคีได้ เปลี่ยนทางตันให้เป็นทางออกได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายก็จะตกเป็นเครื่องมือของกิเลส ไม่มีใครชนะ แพ้ทั้งคู่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
324
การถวายเงินให้พระสงฆ์ [6824-1u]
Q1: การถวายเงินให้พระA: การถวายเงินให้วัด หากตั้งจิตเจาะจงให้กับหมู่สงฆ์ (หมู่แห่งผู้ฟังคำสอน ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ) ถือเป็นการตั้งเจตนาไว้ดีแล้ว แม้พระสงฆ์ผู้รับไว้แทนจะเป็นพระทุศีล อานิสงส์ผลบุญที่เกิดจากการให้ทานนั้น ยังให้ผลเท่าเดิม- พระพุทธเจ้าทรงเปรียบศาสนาพุทธเหมือนทะเลด้วยอุปมา 8 ประการ หนึ่งในนั้น คือ อุปมาเหมือนทะเลจะไม่อยู่ร่วมกับซากศพ เศษซากต่าง ๆ จะถูกพัดขึ้นฝั่งทั้งหมด คนที่ทำไม่ดีในคำสอนนี้จะอยู่ไม่ได้ จะต้องถูกซัดออกจากศาสนาQ2: ทำบุญชาตินี้ หวังผลชาติหน้าA: การมองการณ์ไกลด้วยปัญญา คือ การมองเห็นอนาคตว่ายังต้องเจอทุกข์จากความแก่ เจ็บ ตาย รวมถึงชาติหน้ายังต้องเกิดแล้วเจอแบบนี้อีก ไปอีกหลายชาติ เมื่อเห็นดังนี้จะคิดต่อไปว่า วันนี้จะทำอะไร เพื่อให้เมื่อความแก่ เจ็บ ตาย มาถึงแล้ว จะยังเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ จะทำอย่างไรไม่ให้ไปเกิดในชาติหน้าอีก- ให้สร้างเหตุปัจจัยในการทำความดี (ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา) แล้วตั้งจิตอธิษฐาน (ตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำเหตุนั้น ไม่ใช่การอ้อนวอนขอร้อง) ทั้งนี้ การให้ผลของบุญอาจใช้เวลา ระหว่างนั้นให้สร้างเหตุในการทำความดีต่อไปเรื่อย ๆ Q3: การเล่นหวยA: หลักในการใช้จ่ายทรัพย์ (สมชีวิตา) รายรับต้องท่วมรายจ่าย อย่าให้รายจ่ายท่วมรายรับ โดยใช้จ่ายใน 4 อย่าง 1. เลี้ยงตน เลี้ยงครอบครอบครัวให้เหมาะสม 2. ใช้จ่ายเพื่อการรักษา (เปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อย่างอื่นที่ไม่สูญหาย, ลงทุน) 3. แบ่งปันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น 4. แบ่งปันเพื่อหวังบุญ (ทำบุญกับเนื้อนาบุญ)- อบายมุข (รูรั่วของทรัพย์) ได้แก่ 1. นักเลงสุรา 2. นักเลงการพนัน 3. นักเลงเจ้าชู้ 4. มีเพื่อนชั่ว- ซื้อหุ้นต่างกับซื้อหวย เพราะซื้อหวย ตอนออกรางวัลเราควบคุมไม่ได้ แต่การซื้อหุ้น เราควบคุมผลตอบแทนได้ว่าจะขายเท่าไรQ4: ตู้ชำระหนี้สงฆ์A: ตู้ชำระหนี้สงฆ์ = เพิ่งมีในสมัยนี้ มีที่มาจาก ญาติโยมไปวัด ใช้ของวัด ดินทรายติดเท้าออกมา เหมือนเอาของวัดออกจากวัด จึงอยากชำระคืนวัด - ญาติโยมไม่ควรยินดีกับการถวายเงินให้พระสงฆ์โดยตรง เพราะจะทำให้ศีลหรือคุณธรรมของท่านลดลง ไม่ถูกต้องตามพระวินัย พระสงฆ์รับเงินเองไม่ได้ จะทำให้ศีลของพระรูปนั้นเสื่อมลง ผู้ทำบุญก็จะได้บุญลดลง แต่ควรยินดีให้พระรูปนั้นมีศีลบริบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมอบให้ไวยาวัจกร ผู้ทำหน้าที่แทนในการจัดทำปัจจัย 4 ให้ควรแก่สมณะที่จะบริโภคต่อไป บุญก็จะเกิดขึ้นกับผู้ทำบุญ Q5: การวางตัวของผู้หญิงกับพระA: ศีลของพระเพื่อป้องกันผู้หญิง เช่น พระสงฆ์จะอยู่สองต่อสองกับผู้หญิงไม่ได้ ต้องมีตาคู่ที่สามอยู่ด้วย ถ้าจะแสดงธรรม ต้องมีบุรุษผู้รู้เดียงสาอยู่ด้วย และแสดงธรรมได้ไม่เกิน 6 คำ แตะต้องกายหญิงไม่ได้- การอยู่ในที่ลับหู เช่น โทรศัพท์ ก็ควรให้มีหูคู่ที่สามอยู่ด้วย หรือบันทึกเสียงเอาไว้ หรือเปิด speaker phone ให้อีกคนฟังด้วย- ดังนั้น เพื่อเป็นการจรรโลงรักษาศาสนา เวลาผู้หญิงไปหาพระ ไม่ควรไปคนเดียว แต่ให้มีผู้ชายไปด้วย หรือให้มีพระอีกรูปอยู่ด้วย เพื่อช่วยในการรักษาศีลของพระได้Q6: ดูหนังฟังเพลง กับ การละความเพลินA: ผู้ที่ถือศีล 8 ต้องละการดูหนังฟังเพลง เพราะเป็นการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อกุศลธรรม (ทำให้ราคะ หรือโทสะ เพิ่มขึ้น)- ผู้ที่ถือศีล 5 ยังดูหนังฟังเพลงได้ แต่ถ้าระดับความเพลินนั้น จะทำให้ผิดศีล (เช่น ข้อ 3) ก็ต้องหยุด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
323
วิธีออกจากวังวนของ Second-Guess [6823-1u]
ช่วงไต่ตามทาง: ความคับข้องใจจาก Second-Guess- การตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเห็นการกระทำของคนอื่นแล้ว เกิดความคิดที่สองแทรกขึ้นมาทันที ซึ่งหักล้างกับความคิดแรก อาจเป็นได้ทั้งเรื่องดีหรือไม่ดี ทำให้เกิดความคิดคับข้องใจในเรื่องต่างๆ เป็นลักษณะที่เรียกว่า Second Guessing ซึ่งความคับข้องใจนั้น อาจสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมหลายแบบในบุคคลคนเดียวกัน เป็น Multiple Personality - ความคับข้องใจ เป็นการเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย - ผู้ฟังท่านนี้เป็นนักธุรกิจ เกิดคำถามในใจตนว่าสินค้าบางอย่างขายแพงเกินไป ได้กำไรเกินไป คิดจะลดราคา ถ้าลดราคาแล้วลูกค้าจะรับได้หรือไม่ เกิดเป็นความคับข้องใจในความคิดของตน คิดวนไป ตัดสินใจไม่ได้ เกิดเป็นความเครียด อยู่เป็นประจำ รวมถึงข้องใจในการกระทำของบุคคลอื่นด้วย บางครั้งก็พูดความคิดของตนออกมา จิกกัดคนอื่น แต่บอกว่าหวังดี คนอื่นก็เครียดตามไปด้วย - แต่เมื่อได้ฟังรายการธรรมะรับอรุณ ได้รู้จัก “การตั้งสติ” ด้วยการสังเกตและแยกแยะความคิดที่เป็น second-guess ในแต่ละเรื่องที่โผล่ขึ้นมา ว่าเป็นสังกัปปะ (ความดำริ) ที่ไม่ดี ทำให้เครียด จึงแยกตัวออกจากความคิดนั้น ด้วยการคิดเรื่องอื่น เช่น ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ลมหายใจ ความเมตตา หมวดธรรมะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความคิดไม่ดีก็ค่อย ๆ อ่อนกำลังลง ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: วิธีออกจากวังวนของ Second-Guess- เราอย่าเอาเวทนาเป็นเกณฑ์ในการดำเนินชีวิตว่า ให้หลีกหนีความทุกข์ แล้วเอาความสุขเป็นหลัก แต่ให้เอากุศลหรืออกุศลเป็นเกณฑ์ กุศลบางอย่างอาจมีทุกขเวทนาแฝงมา อกุศลบางอย่างอาจมีสุขเวทนาแฝงมา แต่ในที่สุดแล้ว กุศลจะให้สุขเวทนาที่มีค่ามากกว่า และอกุศลจะให้ทุกขเวทนาที่หนักหน่วงมากกว่า- ทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) คือ ทางที่เอากุศลเป็นเกณฑ์ เป็นทางออกจากความทุกข์ทั้งปวง ตัวอย่าง สัมมาวาจา ตัวอย่าง การทำงาน - ด้วยฉันทะตัวอย่าง การช่วยเหลือผู้อื่น - ด้วยเมตตา กรุณา และอุเบกขาตัวอย่าง การตั้งราคาสินค้าและบริการ – ไม่ขูดรีด ไม่เบียดเบียนตัวอย่าง การลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง - ด้วยอิทธิบาท 4 ด้วยความสันโดษ มักน้อย ไม่ขี้เกียจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
322
ถูกบีบคั้นให้ทำไม่ดี แก้อย่างไร [6822-1u]
Q1: กิจกรรมทำบุญในวัดA: การทำบุญ กระทำได้ 3 รูปแบบ คือ ทางกาย (ให้ทาน) ทางวาจา (ศีล) ทางใจ (ภาวนา)- การบูชาบุคคล: - พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ควรบูชาสูงสุด ให้ถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด เพื่อการพ้นทุกข์ - การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นสิ่งที่ควรกระทำ โดยบูชาในคุณความดีของบุคคลเหล่านั้น เช่น พ่อแม่ คุณความดีของเทพเจ้า- การอธิษฐาน: - การอ้อนวอนขอร้อง = ปรารถนา “เอาผล” โดยไม่สร้างเหตุที่ถูกต้อง - การอธิษฐาน = ไม่ใช่การอ้อนวอนขอร้อง แต่เป็นการตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นการ “สร้างเหตุ” เพื่อหวังเอาผล Q2: ทางออกจากวงจรอุบาทว์ของจิตA: จิตมีความเป็นประภัสสร แต่ธรรมชาติของจิตจะไหลไปตามกระแสของสิ่งต่างๆ ที่มากระทบ ทำให้จิตผ่องใสได้ เศร้าหมองได้- การพัฒนาจิต = ผู้ที่มีปัญญาจะทำความเข้าใจให้ถูกต้องตามทางสายกลาง (มรรค 8) จิตจะผ่องใสได้ โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งแวดล้อมภายนอก - กิเลสทำให้จิตไม่สงบ เมื่อจิตไม่สงบก็จะทำให้เกิดกิเลส เป็นเช่นนี้วนไป เป็นวงจรอุบาทว์ของจิต (Vicious Cycle) - วิธีออกจากวงจรอุบาทว์ของจิต = เริ่มจากเปลี่ยนคำถามว่า "ทำไมจิตถึงเป็นอย่างนั้น" เป็น "ใครหนอจะรู้ทางออกของความทุกข์นี้ สักหนึ่งหรือสองวิธี?" จิตก็จะเปลี่ยนโฟกัสทันที สัมมาสติเริ่มเกิดขึ้นแล้ว (พุทโธ) จากนั้นให้นึกถึงพระสงฆ์ผู้ที่เคยแก้ปัญหาความทุกข์ในจิตได้แล้ว (สังโฆ) โดยมีพระธรรมเป็นกระบวนการในการแก้ปัญญานั้น (ธัมโม) เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว จะเกิดความมั่นใจ (ศรัทธา) และเมื่อมีศรัทธาแล้วจะเกิดการลงมือทำจริง แน่วแน่จริง ได้ผลเป็นจิตที่ผ่องใส เมื่อจิตผ่องใส ก็ยิ่งมีความมั่นใจความศรัทธามากขึ้น ก็จะยิ่งทำจริง แน่วแน่จริง มากยิ่งขึ้น (ความเพียร) จิตก็จะพัฒนายิ่งขึ้น Q3: ถูกบีบคั้นให้ทำไม่ดี แก้อย่างไรA: การรู้ว่าสิ่งไหนควรทำ (กุศล) หรือไม่ควรทำ (อกุศล) อันนี้ดี เป็นสัมมาทิฏฐิแล้ว แต่ที่ยังลงมือทำสิ่งที่ควรทำไม่ได้ เพราะยังมีความเพลิน ยังไม่มีสัมมาสติและสัมมาวายามะ (การทำจริง แน่วแน่จริง) แก้ได้โดยระลึกถึงคนที่เคยถูกบีบคั้นเรื่องเดียวกัน แต่เขาฝืน ทวนกระแสแล้ว ทำได้แล้ว เช่น พระพุทธเจ้า ปูชนียบุคคลอื่น ก็จะมีพลังใจขึ้น (สัมมาสติ) นำไปสู่การลงมือทำในสิ่งที่เป็นกุศล (สัมมาวายามะ) ต่อไปได้Q4: การพูดโกหก VS การเลี่ยงบาลี A: โกหก = พูดไม่ตรงตามความเป็นจริง เช่น เห็น บอกไม่เห็น, ทำ บอกไม่ได้ทำ, ได้ยิน บอกไม่ได้ยิน- การเลี่ยงบาลี ไม่ผิดศีลQ5: พระสงฆ์ฉันอาหารเวลาใด A: ห้ามพระสงฆ์ฉันอาหารนอกกาล = หลังเที่ยง (พระอาทิตย์ตรงศีรษะ) (วิกาล)- สิ่งที่ฉันได้หลังวิกาล = ยา (ต้องมีเหตุป่วยจึงจะฉันได้), น้ำ+ดิน, ปานะ (น้ำผลไม้ที่ผ่านการกรอง ไม่เติมน้ำตาล ไม่ผ่านความร้อน เช่น น้ำมะม่วง)- หากพระสงฆ์รับอาหารหลังวิกาลแล้ว ถือว่าอาหารนั้นจะฉันไม่ได้อีก - การถวายสังฆทานซึ่งมีอาหารรวมอยู่ด้วย หลังเที่ยง มีวิธีการแก้ปัญหา คือ ให้มีผู้จัดการแทน (เช่น ไวยาวัจกร) แยกส่วนที่เป็นอาหารไว้ โดยที่พระยังไม่ได้รับ แล้วให้มีผู้ประเคนถวายให้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
No matches for "" in this podcast's transcripts.
No topics indexed yet for this podcast.
Loading reviews...
ABOUT THIS SHOW
ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
HOSTED BY
ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
Loading similar podcasts...