อารามบอย | The Cloud Podcast

PODCAST · history

อารามบอย | The Cloud Podcast

อารามบอย เล่าเรื่องลับที่จะทำให้การเข้าวัดสนุกขึ้น โดย ต้า แฟนพันธุ์แท้วัดไทย

  1. 38

    EP. 37 สแกนพงศาวดารสถานที่ทำยุทธหัตถี พระนเรศ-มังจีชวา

    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาจไม่ใช่เพียงกษัตริย์นักรบที่เราคุ้นชื่อจากตำราเรียน ละคร หรือภาพยนตร์ แต่ยังเป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ถูกสร้างภาพจำผ่านวัด จิตรกรรม และการเล่าเรื่องซ้ำในสื่อไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่คนไทยแทบทุกยุครู้จัก พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระมหาธรรมราชา เคยเสด็จไปอยู่หงสาวดีในฐานะองค์ประกัน ก่อนจะกลับมากอบกู้อิสรภาพให้กรุงศรีอยุธยา เรื่องราวสำคัญในพระประวัติ ไม่ว่าจะเป็นการชนไก่ การประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง การยิงพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง หรือการทำ ‘ยุทธหัตถี’ กับพระมหาอุปราชา มังกยอชวา (Mingyi Swa) ล้วนกลายเป็นฉากสำคัญที่ผู้คนจดจำได้ขึ้นใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภาพจำของสมเด็จพระนเรศวรไม่ได้ถูกส่งต่อผ่านพงศาวดารเพียงอย่างเดียว หากยังเห็นได้ผ่านงานศิลปะ โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังที่วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญในการสร้างภาพจำของพระองค์ในรูปแบบภาพ ที่นี่มีฉากสำคัญหลายฉากที่คนไทยคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นฉากชนไก่ ฉากประกาศอิสรภาพ หรือฉากยุทธหัตถี แต่สิ่งที่น่าดูไม่ได้มีเพียงฉากยอดนิยม เพราะยังมีฉากที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง เช่น การแสดงให้สมเด็จพระนเรศวรเป็นภาคหนึ่งของพระอิศวรตามคติความเชื่อ ฉากพระสุบินเห็นจระเข้ หรือฉากพระอจนะพูดได้ สะท้อนว่า พระนเรศวรในงานศิลปกรรมไทยไม่ได้เป็นเพียงกษัตริย์ผู้ชนะศึก แต่ยังยกระดับให้มีสถานะกึ่งกลางระหว่างมนุษย์ วีรบุรุษ และบุคคลศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดพระนเรศวรจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเล่าอยู่เสมอ คำตอบหนึ่งอาจอยู่ที่พระองค์เป็นกษัตริย์ที่รวมคุณสมบัติหลายอย่างเอาไว้ด้วยกัน ทั้งความกล้าหาญ ชัยชนะทางการทหาร ความสามารถในการกอบกู้เอกราช และการสวรรคตนอกราชอาณาจักร เรื่องเล่าของพระองค์จึงเต็มไปด้วยฉากที่ทรงพลังและเปิดพื้นที่ให้แต่ละยุคตีความใหม่ได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีข้อเสนอว่าการหยิบยกเรื่องความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อยุธยาอย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นมาเล่า อาจสัมพันธ์กับบริบททางการทูตในยุคที่สยามต้องเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก โดยเฉพาะช่วงการเจรจากับ จอห์น เบาว์ริง การเล่าเรื่องเช่นนี้ทำให้สยามปรากฏในฐานะรัฐที่มีอดีตอันรุ่งเรือง มีราชประเพณี และมีความต่อเนื่องของอำนาจตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงราชวงศ์จักรี จึงไม่ใช่เพียงการเล่าประวัติศาสตร์ หากยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ของรัฐในบริบทโลกยุคล่าอาณานิคม เมื่อมองเช่นนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงไม่ต่างจาก ‘แบรนด์เนมทางประวัติศาสตร์’ ที่เพียงเอ่ยพระนาม ผู้คนก็นึกถึงความกล้าหาญ เอกราช และชัยชนะได้ทันที พระองค์จึงเป็นตัวแทนของความหมายบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นอย่างชัดเจนและส่งต่อได้ในทุกยุคสมัย ขณะเดียวกัน เรื่องราวของพระองค์ก็ยังเต็มไปด้วยคำถามที่ชวนถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นพิกัดยุทธหัตถีที่แท้จริงว่าอยู่ที่ใดกันแน่ ระหว่างสุพรรณบุรี กาญจนบุรี หรืออยุธยา ชัยชนะเกิดจากการชนช้างตามตำนาน หรือพระแสงปืนต้นมีบทบาทมากกว่าที่เราเคยเข้าใจ รวมถึงสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพว่าอยู่ที่วัดใดกันแน่ แม้แต่เหตุการณ์สุดท้ายก่อนเสด็จสวรรคต ก็ยังมีข้อเสนอใหม่จากการศึกษาภูมิประเทศ ทั้งหมดนี้ทำให้เรื่องของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชน่าสนใจยิ่งกว่าเดิม เพราะยิ่งดูก็ยิ่งเห็นว่าพระองค์ไม่ได้มีอยู่เพียงในพงศาวดาร แต่ยังมีอยู่ในฝาผนังวัด ในเจดีย์ ในความทรงจำของรัฐ และในสื่อไทยแทบทุกแขนง ตั้งแต่ละคร ภาพยนตร์ การ์ตูน ไปจนถึงซีรีส์ร่วมสมัย ติดตามการถอดรหัสทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และแขกรับเชิญพิเศษ ปู-จิตกร บุษบา พิธีกรและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์

  2. 37

    EP. 36 สงกรานต์ในคติพราหมณ์ และตำนานนางสงกรานต์ทำนายบ้านเมือง

    สงกรานต์มีความหมายดั้งเดิมว่า การเคลื่อนของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วเกิดขึ้นทุกเดือน แต่ช่วงที่ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายน ถูกยกให้สำคัญและเรียกว่า ‘มหาสงกรานต์’ สยามรับแนวคิดนี้เข้ามาภายหลัง เดิมทีการนับปีใหม่ใช้จันทรคติ เริ่มต้นช่วงเดือนอ้ายราวปลายปี ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนมาใช้สงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ และต่อมาจึงกำหนดให้ตรงกับวันที่ 13 - 15 เมษายน เพื่อให้ใช้เป็นวันหยุด โครงสร้างของสงกรานต์ประกอบด้วยวันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก ซึ่งต้องคำนวณใหม่ทุกปีตามคัมภีร์โหราศาสตร์ ขณะเดียวกัน มีเรื่องเล่าอีกชุดหนึ่งที่ใช้ควบคู่กัน นั่นคือตำนานท้าวกบิลพรหมและธรรมบาลกุมาร เล่าถึงการตั้งปริศนา การตัดเศียร และธิดาทั้ง 7 ผลัดกันอัญเชิญเศียรออกแห่ในทุกปี  ธิดาทั้ง 7 นี้คือ ‘นางสงกรานต์’ แต่ละองค์มีชื่อ เครื่องประดับ อาหาร และสัตว์พาหนะต่างกัน รายละเอียดเหล่านี้ใช้เป็นสัญลักษณ์ในการพยากรณ์น้ำฝน ความอุดมสมบูรณ์ และสภาพบ้านเมืองในปีนั้น ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ทราย-กนกพร วิโรจน์จุลศักดิ์ สมาชิกวง V!NX (วง J-POP สไตล์ไทยจากค่าย A Lot Of Tone)

  3. 36

    EP. 35 แกะรอย ‘หิมพานต์มาร์ชเมลโล่’ จากลานวัด สู่อาร์ตทอยสุดไวรัล

    เวลาเดินเข้าวัด หลายคนอาจเดินเข้าพระอุโบสถหลังใหญ่ ชมพระประธานองค์สำคัญ หรือชมจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรตระการตา แต่รายการอารามบอยตอนนี้ อยากชวนให้ลองสังเกตรูปปั้นสัตว์เฝ้าบันไดโบสถ์ที่มีรูปร่างอ้วนกลม ตากว้าง บางตัวตาจุด ปากยิ้มแฉ่ง ดูน่ารักและนุ่มนิ่มคล้ายก้อนขนมมากกว่าสัตว์สยองขวัญในตำนานหรือสัตว์จากป่าหิมพานต์ ตามวัดในภาคเหนือหรือภาคอีสาน นั่นคือผลงานศิลปะพื้นถิ่นที่ชาวเน็ตยุคนี้พร้อมใจกันตั้งฉายาให้ว่า ‘หิมพานต์มาร์ชเมลโล่’ ปรากฏการณ์ไวรัลที่เปลี่ยนภาพจำของวัดไทยให้เข้าถึงง่ายและป๊อปยิ่งขึ้น รูปสัตว์ที่ประดับวัดวาอารามเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต หากมีประวัติย้อนไปไกลกว่านั้นมากตั้งแต่สมัยทวารวดี ทั้งสัตว์จริงและสัตว์ในจินตนาการที่ทำหน้าที่เป็นทวารบาลหรือประดับเจดีย์เพื่อให้สอดคล้องกับคติจักรวาลวิทยา เมื่อก้าวเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 3 สยามได้นำเข้า ‘ตุ๊กตาอับเฉา’ หรือตุ๊กตาศิลาจากจีนเข้ามาประดับวัดอย่างแพร่หลาย ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะเริ่มรับอิทธิพลตะวันตกที่เน้นแนวคิดสัจนิยม ทำให้รูปปั้นสัตว์อย่างช้าง ม้า หรือสิงห์ มีความสมจริงตามธรรมชาติมากขึ้น ทว่าในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวง ศิลปะกลับเติบโตในอีกทิศทางหนึ่ง ในขณะที่งานช่างหลวงเน้นความวิจิตรบรรจงและแบบแผนที่ชัดเจน เช่น สไตล์พระราชนิยมจากพระราชสำนัก แต่งานช่างชาวบ้านกลับเต็มไปด้วยอิสระและความคิดสร้างสรรค์ ช่างท้องถิ่นหรือพระภิกษุสร้างสรรค์ผลงานด้วยวัสดุเท่าที่หาได้ในพื้นที่ อาศัยจินตนาการและความศรัทธาเป็นที่ตั้ง เกิดเป็นการตัดทอนรายละเอียดที่ซับซ้อนออกไป เหลือเพียงรูปทรงที่เรียบง่าย ซื่อตรง และมีบุคลิกเฉพาะตัว กลายมาเป็นเสน่ห์ที่โดนใจคนยุคนี้ เมื่อโลกออนไลน์เข้ามา แฮชแท็ก #หิมพานต์มาร์ชเมลโล่ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมาสำรวจวัดในมุมมองที่ต่างออกไป ภาพถ่ายรูปปั้นหน้าตาตลกแต่น่ารักถูกแชร์ต่อจนกลายเป็นมีม สติกเกอร์ ต่อยอดไปสู่งานศิลปะร่วมสมัย และถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นอาร์ตทอย (Art Toy) สุดฮิต โดย โม่-คมกฤษ เทพเทียน แห่ง MOTMO Studio ที่ดึงคาแรกเตอร์ดีไซน์มาผสมผสาน จนทำให้ศิลปะแขนงนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนของคำว่า Soft Power ที่จับต้องได้จริง เพราะความนิยมในอาร์ตทอยไม่ได้หยุดอยู่แค่การสะสม แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนเดินทางไปตามรอยรูปปั้นต้นฉบับถึงวัดในพื้นที่ห่างไกล ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น พิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องสวยงามตามมาตรฐานเดียว ความสร้างสรรค์ของช่างชาวบ้านยังคงทำหน้าที่ดั้งเดิมในการดูแลศาสนสถาน พร้อมกับสร้างมูลค่าใหม่ให้ชุมชน ติดตามบทสนทนาทั้งหมดและจุดเริ่มต้นของคอลเลกชันอาร์ตทอยสุดน่ารักนี้ได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ โม่-คมกฤษ เทพเทียน ศิลปินและเจ้าของ MOTMO Studio  เรื่องราวความสนุกและเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและศิลปะพื้นถิ่นเหล่านี้รวบรวมและขยายต่ออยู่หนังสือ วัดดูยูมีน ผลงานของ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ที่รวบรวมเสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจากการลงพื้นที่จริง เปิดพรีออร์เดอร์แล้วที่นี่ ตามไปพบ ดร.ต้า ได้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่บูทสำนักพิมพ์ Avocado Books  ส่วนผลงานกาชาปองหิมพานต์มาร์ชเมลโล่ชุดล่าสุดจาก MOTMO Studio ตามไปชมและสะสมได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, Museum Siam และ River City Bangkok ชั้น 3 ร้าน RCB Bookstore 

  4. 35

    EP. 34 การปั้นจารีตไทยจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของกษัตริย์ไม่แมส แต่ควรแมสได้แล้ว

    วันที่ 31 มีนาคม คือ ‘วันเจษฎา’ วันที่ระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พ.ศ. 2330 คณะรัฐมนตรีประกาศให้เป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านการทำนุบำรุงบ้านเมือง การค้า และการพาณิชย์นาวีไทย หากกรุงรัตนโกสินทร์ในระยะแรกคือช่วงเวลาของการตั้งหลัก รัชสมัยของรัชกาลที่ 3 คือช่วงที่จารีตถูกจัดวางให้ครบถ้วน บ้านเมืองสงบลงหลังศึกสงคราม การค้าสำเภาเฟื่องฟู รายได้หลั่งไหลเข้าสู่พระคลัง สิ่งที่พระองค์เลือกคือการวางรากฐานที่มั่นคงให้เมืองหลวงเติบโตอย่างมีรูปแบบ วัดสำคัญจำนวนมากได้รับการสถาปนาหรือปฏิสังขรณ์ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จากศาสนสถานของสยามยุคหนึ่ง กลายเป็นภาพจำของประเทศไทยในอีกยุคหนึ่ง และยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเยือน สิ่งที่เคยเป็นการลงทุนของสยามในศตวรรษที่ 19 จึงยังส่งผลมาถึงประเทศไทยในปัจจุบัน ในบรรดาวัดเหล่านั้น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารหรือวัดโพธิ์ คือหลักฐานสำคัญของแนวพระราชดำริด้านความรู้ ศิลาจารึกและแผ่นหินอ่อนกว่า 1,360 แผ่น บรรจุเนื้อหาตั้งแต่การแพทย์แผนไทย ตำรายา การนวดไทย วรรณกรรม โหราศาสตร์ ไปจนถึงศิลปศาสตร์แขนงต่าง ๆ ความรู้ที่เคยอยู่ในคัมภีร์และจำกัดอยู่ในหมู่ผู้รู้ปรากฏต่อสายตาสาธารณะอย่างถาวร วัดโพธิ์จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของสยาม และจารึกชุดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยยูเนสโกในเวลาต่อมา ด้านศิลปกรรม พระองค์สร้างสิ่งที่เรียกว่า พระราชนิยมรัชกาลที่ 3 ซึ่งรับอิทธิพลศิลปะจีนอย่างชัดเจน ทั้งลวดลาย เครื่องถ้วย กระเบื้อง และผังวัดแบบฮวงจุ้ย ตัวอย่างเด่นคือวัดราชโอรสารามราชวรวิหารที่สะท้อนการผสมผสานศิลปะจีนกับจารีตไทยจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของยุค ที่วัดเทพธิดารามวรวิหาร รูปภิกษุณี 52 องค์ และพระมหาปชาบดีโคตมีที่ประดิษฐานอยู่ในพื้นที่วัดหลวง สะท้อนการให้คุณค่าบทบาทสตรีในพุทธศาสนา เป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่บอกเล่าทัศนะทางศาสนาและสังคมของยุคนั้น ในรายการยังมีการตีความเพิ่มเติมด้วยว่า บริบทโลกสมัยของรัชกาลที่ 3 ตรงกับช่วงที่จักรวรรษอังกฤษยึดอังกฤษยึดศรีลังกา (ลังกา) ศูนย์กลางเถรวาทดั้งเดิมถูกยึดโดยชนชาติต่างศาสนา การทำนุบำรุงวัดและศาสนสถานจำนวนมากในสมัยรัชกาลที่ 3 อาจสะท้อนความพยายามยกระดับบทบาทของสยามในฐานะศูนย์กลางพุทธเถรวาทของภูมิภาค งานสถาปัตยกรรมสำคัญอย่าง โลหะปราสาท ที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งเริ่มก่อสร้างในรัชกาลที่ 3 และแล้วเสร็จในรัชกาลต่อมา จึงถูกมองว่ามีนัยทั้งทางศาสนาและการเมืองควบคู่กัน ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ วิทยากรด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และทายาทรุ่นที่ 4 ยาดมโป๊ยเซียน ที่จะพาศึกษางานของรัชกาลที่ 3 ผ่านวัด ศิลปกรรม และแนวพระราชดำริ ซึ่งยังส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศมาจนถึงวันนี้

  5. 34

    EP. 33 หลวงพ่อโตคือใคร ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ หลั่งโลหิตและแม่นหวยจนโดนสั่งเย็บปาก

    รายการอารามบอยในตอนนี้ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวน บิว-พิชญวรรณ เลิศล้ำสมบัติ สมาชิกวง V!NX (วิง) วง J-POP สไตล์ไทยจากค่าย A Lot Of Tone มาคุยเรื่อง ‘หลวงพ่อโต’ ช่ื่อฮิตของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในหลายวัดทั่วประเทศ ซึี่งมีหลายตำนาน ในวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (วันมาฆบูชา) บทสนทนาเริ่มตั้งแต่ ‘วันพระใหญ่’ ต่างยังไงกับ ‘วันพระเล็ก’ ซึ่งวันพระใหญ่ใช้เรียกวันขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำของทุกเดือน เป็นวันที่พระสงฆ์ลงอุโบสถสวดปาฏิโมกข์ ทบทวนพระวินัยทั้ง 227 ข้อ ถือเป็นการชำระความบริสุทธิ์ของหมู่สงฆ์ ส่วนญาติโยมก็มักเข้าวัด ถือศีล ฟังธรรม ทำบุญมากกว่าวันอื่น ถ้าขยับจาก วันพระใหญ่ มาสู่ ‘พระใหญ่’ จะเห็นว่าการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีประวัติยาวนานและมีชื่อเรียกลำลองโดยชาวบ้านว่า ‘หลวงพ่อโต’ แล้วต่อท้ายด้วยชื่อวัด เช่น หลวงพ่อโต วัดไชโยวรวิหาร หรือ พระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา แปลตรงตัวว่าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือ พระเจ้าใหญ่ คติการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่พบได้ตั้งแต่ศิลปะอินเดียโบราณ ก่อนจะแพร่เข้ามาสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีหลักฐานตั้งแต่สมัยทวารวดี ต่อเนื่องถึงสุโขทัย อยุธยา และดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน การสร้างพระใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องใช้แรงงาน ทรัพยากร และการจัดการจำนวนมาก จึงมักเกิดขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองมีเสถียรภาพ  หนึ่งในพระใหญ่ที่น่าสนใจมากคือพระอจนะ วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ประดิษฐานในมณฑปสี่เหลี่ยมที่แทบจะพอดีกับองค์พระ มีตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งในสมัยสมเด็จพระนเรศวร เมื่อทหารเกิดความหวาดหวั่น พระองค์ทรงให้คนไปซ่อนตัวด้านหลังองค์พระแล้วกล่าวถ้อยคำให้กำลังใจ เสมือนพระพุทธรูปพูดได้ อีกองค์หนึ่งคือหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีตำนานว่า น้ำพระเนตรไหลเป็นโลหิตก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อเรื่องเล่าผูกเข้ากับเหตุการณ์ทางการเมือง พระพุทธรูปองค์นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชะตากรรมเมือง ไม่ใช่เพียงวัตถุสำหรับกราบไหว้ ในปัจจุบันก็ยังคงมีการสร้างพระใหญ่ เช่น พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษไชยชาญ วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง สูงถึง 95 เมตร ความสูงที่มองเห็นได้จากระยะไกล พระใหญ่จึงยังทำหน้าที่แสดงความศรัทธาของชุมชน

  6. 33

    EP. 32 ทำไมมัสยิดบางหลวงถึงเป็นทรงไทย และประวัติศาสตร์อิสลามพันปีในไทย

    รายการอารามบอยในตอนนี้ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวน สุนิติ จุฑามาศ นักวิชาการด้านอารยธรรมอิสลาม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ผู้เขียนหนังสือ ล่องนาวาเจ็ดสมุทร และเจ้าของคอลัมน์ สลัดแขก คุยเรื่อง ‘มัสยิดบางหลวง’ หรือ ‘มัสยิดกุฎีขาว’ ศาสนสถานอิสลามทรงวัดไทย ริมคลองบางหลวง ฝั่งธนบุรี ในพื้นที่ที่เคยเป็นชุมชนพ่อค้ามุสลิมหรือ ‘แขกแพ’ กลุ่มคนที่อพยพลงมาจากกรุงศรีอยุธยาหลังกรุงแตก และตั้งถิ่นฐานอยู่ตามลำคลองในฐานะพ่อค้า ขุนนาง และแรงงานฝีมือ  ในเชิงประวัติศาสตร์ รายการในตอนนี้พาไล่ตั้งแต่คำถามพื้นฐานที่สุดว่า มุสลิมเข้ามาในไทยเมื่อไหร่ ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี เครื่องแก้ว ภาชนะดินเผา และเหรียญจากโลกอิสลามที่พบทั้งภาคใต้และภาคกลาง ย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 พร้อมอธิบายว่า แรกเริ่มอิสลามไม่ได้เข้ามาเพื่อเผยแผ่ศาสนา แต่เข้ามาทำการค้าในเมืองท่า เป็นพ่อค้าที่พักเรือรอมรสุม และลงหลักปักฐานแต่งงานกับคนท้องถิ่น จนเกิดเป็นชุมชนมุสลิมไทยในเวลาต่อมา รายการยังชวนคลี่ความหมายของคำว่า ‘แขก’ ในบริบทประวัติศาสตร์ ว่าเป็นคำเรียกคนต่างถิ่นหรือผู้มาเยือน (Guest) ไม่ใช่คำเหยียดตามความหมายร่วมสมัย และหากตัดคำนี้ออกไป เราจะอธิบายตัวตนของชาวมุสลิมในประวัติศาสตร์ไทยไม่ได้เลย ทั้งในฐานะพ่อค้า ข้าราชการ และผู้ดูแลระบบการค้าทางน้ำอย่างกรมท่าขวา ขณะที่มัสยิดบางหลวงเองก็มีจุดแปลกตาในเชิงสถาปัตยกรรม จากการใช้ช่างวัดไทย ผู้เชี่ยวชาญการสร้างศาสนสถานในยุคนั้นมาสร้างมัสยิด ภายใต้หน้าบันวัด เสา หน้าต่าง และซุ้มประตูที่ดูเป็นไทย กลับแฝงแนวคิดอิสลามไว้อย่างแนบเนียน ตั้งแต่การใช้อักษรอาหรับแบบ Al-Muthanna การออกแบบเสา 30 ต้นให้สอดคล้องกับบทในคัมภีร์อัลกุรอาน ไปจนถึงจำนวนช่องเปิดที่สัมพันธ์กับขั้นตอนการละหมาด สะท้อนการผสมผสานศิลปะไทยกับหลักศาสนาอิสลามอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ ภายในมัสยิดยังมีหลักฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับชุมชนมุสลิม เช่น โคมไฟสีเขียวซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดจากงานพระบรมศพในรัชกาลที่ 5 ที่พระราชทานแก่มัสยิดต่าง ๆ ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นสถานะของมุสลิมในฐานะพสกนิกรของสยามอย่างชัดเจน

  7. 32

    EP. 28 ไขที่มาของ ‘พระปางแปลก’ จากมีมชาวเน็ต สู่นัยการตีความของผู้สร้าง - The Cloud Podcast

    ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และ บิว-พิชญวรรณ เลิศล้ำสมบัติ ศิลปินวง V!NX แขกรับเชิญพิเศษ ชวนสังเกตพระพุทธรูปปางแปลก พร้อมไขที่มาจากการตีความตามนัยของผู้สร้างซึ่งมีทั้งที่มาจากเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติ และการตีความของพุทธศิลป์ในหลายยุคหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่ปางพระเกศธาตุที่มาจากการประทานเส้นพระเกศาแก่พ่อค้าตปุสสะและภัลลิกะ ปางสนเข็มที่เกิดจากเหตุการณ์ช่วยเย็บจีวรให้พระอนุรุทธ ปางขอฝนที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญของไทย ไปจนถึงปางพยาบาลภิกษุอาพาธซึ่งสะท้อนเมตตาธรรมของพระพุทธเจ้า และปางทุกรกิริยาที่เล่าช่วงค้นหาทางสายกลาง ยังมีปางที่น่าทึ่งอย่างปางโปรดพกาพรหมที่นักวิชาการบางท่านมองว่าเป็นปางโปรดมหิสรเทพบุตร ลักษณะประติมากรรมใกล้เคียงพระศิวะมากกว่าพกาพรหม รวมถึงปางทรมานข้าว พระพุทธรูปพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อพระราชพิธีพืชมงคลโดยเฉพาะ แต่ละปางไม่ได้แปลกเพียงท่าทาง หากเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ช่วยให้เข้าใจผู้สร้าง ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ทางพุทธศาสนาในอีกมุมหนึ่ง ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย ตอนนี้ 

  8. 31

    EP. 31 ครูทองอยู่-ครูคงแป๊ะ การแบตเทิลของ 2 จิตรกรเอกยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์

    ครูคงแป๊ะ และ ครูทองอยู่ คือจิตรกรเอกแห่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 3 - 4 จากแหล่งอ้างอิงใน สาส์นสมเด็จ ของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และในงานศึกษาประวัติศิลปกรรมวัดสุวรรณาราม วัดบางยี่ขัน ฯลฯ ท่านมีชื่อเสียงมากในด้านจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดต่าง ๆ โดยผลงานของทั้งสองมักอยู่ใกล้เคียงหรืออยู่ในอาคารเดียวกัน ได้รับการยกย่องในหมู่ช่างและนักประวัติศาสตร์ศิลป์ว่าเป็นครูช่างฝีมือชั้นสูงในสมัยรัชกาลที่ 3 สไตล์งานและความต่างของฝีมือ - ครูทองอยู่ เขียนภาพตามขนบจิตรกรรมไทยดั้งเดิม มีเส้นสายอ่อนช้อย สมมาตร และรายละเอียดยิบย่อยอย่างชัดเจน  - ครูคงแป๊ะ มีสไตล์ที่แปลกแต่มีพลัง โดยเฉพาะการแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง องค์ประกอบภาพดูมีชีวิต แม้บางครั้งจะผิดขนบแบบเดิม  สไตล์ที่แตกต่างทำให้ทั้งคู่ถูกมองว่าเป็น ‘คู่แข่ง’ ในทางศิลปะ แม้ว่าในความเป็นจริงพวกท่านอาจไม่ถึงขั้นขัดแย้งกัน แต่การประชันฝีมือของพวกท่านนับเป็นเหตุการณ์สำคัญในวงการศิลปกรรมไทยยุคนั้น  ผลงานที่มีชื่อเสียงและสถานที่ ผลงานของครูทองอยู่-ครูคงแป๊ะ ส่วนมากอยู่ในโบสถ์และพระอุโบสถ เช่น วัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย (มีภาพของทั้งสองอยู่ด้วยกัน)  วัดบางยี่ขันและวัดดาวดึงษ์ มีผลงานที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของทั้งสองอยู่ที่วัด  ผลงานเหล่านี้นับเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่สำคัญจากยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น และเป็นหลักฐานว่า ศิลปกรรมไทยไม่ได้หยุดนิ่ง แต่พัฒนาไปตามฝีมือและจินตนาการของศิลปินในยุคนั้น ๆ  เกร็ดเล่าขาน  มีเรื่องเล่ากันว่า ครูคงแป๊ะเคยมีเรื่องวิวาทจนเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิต ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะฝีมือของเขาหาตัวจับยาก แต่เรื่องราวนี้เป็นเพียงการเล่าต่อ ๆ กันมา ไม่มีหลักฐานเป็นเอกสารบันทึกที่ชัดเจน  ‘การแข่งขันเขียนภาพกันกั้นม่าน’ ก็เป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา แต่ไม่ได้มีหลักฐานยืนยันในเอกสารประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ  ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้ กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และ จิรณรงค์ วงษ์สุนทร Associate Editor-in-Chief & Lifestyle Editor ของ The Cloud และผู้ดำเนินรายการ Eat Direction 

  9. 30

    EP. 30 เจดีย์ชเวดากอง พระธาตุประจำปีม้า ทำจากทองคำ? ไม่ได้มาจากอยุธยา? - The Cloud Podcast

    ‘เจดีย์ชเวดากอง’ ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมียนมา เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่เชื่อมโยงทั้งพุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และการเมืองเข้าด้วยกันในที่เดียว  ชื่อ ‘ชเวดากอง’ มาจากคำว่า ‘ชเว’ ที่แปลว่าทองคำ และ ‘ดากอง’ ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มีนักวิชาการบางสายเสนอรากศัพท์ว่าอาจโยงไปถึงชื่อเมืองในภาษาบาลีอย่าง ‘ติกุมพนคร’ ก่อนจะเพี้ยนเสียงผ่านภาษามอญและพม่า จนกลายเป็นชื่อที่เราคุ้นกันในปัจจุบัน ตามตำนานและคติความเชื่อ เจดีย์ชเวดากองเป็นสถานที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า 8 เส้น ได้มาจากพ่อค้าสองพี่น้อง ตปุสสะ และ ภัลลิกะ ในตอนราชายตนะของพุทธประวัติ และยังเชื่อว่าภายในเนินเขาสิงคุตตระแห่งนี้ มีพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องใช้ของพระอดีตพุทธเจ้าอีก 3 พระองค์ ทำให้ชเวดากองเป็นเจดีย์ที่เชื่อมโยงพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ในคติเดียวกัน ในเชิงศิลปกรรม ชเวดากองเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่สะท้อนศิลปะมอญอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฐานที่ผายออก องค์ระฆังที่ต่อเนื่องขึ้นไปโดยไม่มีบัลลังก์คั่น ไปจนถึงยอดฉัตร ปลี และเครื่องประดับที่เต็มไปด้วยความหมายทางศาสนา รูปแบบเหล่านี้ทำให้ชเวดากองแตกต่างจากเจดีย์พม่าแท้ กลายเป็นต้นแบบของเจดีย์อีกหลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงในประเทศไทย ตลอดประวัติศาสตร์ ชเวดากองได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์หลายยุค ตั้งแต่การถวายทองคำเท่าน้ำหนักพระวรกายโดย พระนางชินสอบู กษัตริย์หญิงแห่งราชวงศ์มอญที่ถวายทองคำหนักเท่าพระวรกาย และนำไปหุ้มองค์เจดีย์ชเวดากอง ก่อนที่ขนบนี้จะถูกสืบต่อโดยกษัตริย์รุ่นหลัง จนทำให้ชเวดากองกลายเป็นเจดีย์ทองคำอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ไปจนถึงการถวายอัญมณีและเครื่องราชกกุธภัณฑ์เพื่อประดับยอดฉัตร จนทำให้เจดีย์องค์นี้มีขนาดและรูปแบบอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ชเวดากองยังเป็นพื้นที่ทางการเมืองที่สำคัญ ตั้งแต่ยุคอาณานิคมอังกฤษที่เคยใช้เป็นค่ายทหาร เพราะเชื่อว่าชาวพม่าจะไม่กล้ายิงขึ้นมายังเจดีย์ ไปจนถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมและการเคลื่อนไหวทางสังคมหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ 8888 และการเรียกร้องประชาธิปไตยในเวลาต่อมา สำหรับคนไทย ชเวดากองยังมีความหมายในฐานะ ‘พระธาตุประจำปีมะเมีย’ ตามคติพระธาตุประจำปีเกิดแบบล้านนา สะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม การเมือง และความเชื่อระหว่างพม่า ล้านนา และดินแดนแถบนี้มาอย่างยาวนาน เจดีย์ชเวดากองจึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับการไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องศรัทธา อำนาจ และตัวตนของผู้คนในภูมิภาคนี้ ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และแขกรับเชิญพิเศษ ดร.สุระ พิริยะสงวนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะพม่า และอาจารย์ประจำสาขาพุทธศิลป์ศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผู้เขียนหนังสือ พระพุทธรูปศิลปะพม่า รูปแบบและพัฒนาการ ตั้งแต่สมัยพุกาม - หลังมัณฑเล

  10. 29

    EP. 29 อ่านสัญลักษณ์ในศาสนาคริสต์ที่ใช้เล่าเรื่องความเชื่อในยุคแรก - The Cloud Podcast

    รายการอารามบอย ชวนฟังตอนพิเศษว่าด้วย ‘สัญลักษณ์ในคริสตศิลป์’ โดย ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย ชวน ดร.ตั้ว-ปติสร เพ็ญสุต นักโบราณคดี นักวิชาการอิสระ และกูรูด้านคริสตศิลป์ในไทย เจ้าของคอลัมน์ ครุ่นคริสต์ ใน The Cloud มาร่วมถอดรหัสสัญลักษณ์สำคัญในคริสตศิลป์ ตั้งแต่คนเลี้ยงแกะ แกะ นกพิราบ ไม้กางเขน INRI ดาวแห่งเบธเลเฮม ไปจนถึงอักษร Α และ Ω  ชวนตั้งคำถามว่า ทำไมเครื่องทรมานพระเยซูถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ความศักดิ์สิทธิ์ ทำไมพระเยซูถูกเปรียบเป็น ‘แกะ’ และทำไมศิลปะคริสต์จึงใช้ตัวอักษรแทนพระเจ้า  ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้ 

  11. 28

    EP. 27 พระปฐมเจดีย์ ยุทธศาสตร์ทหารของสยาม และข้อความที่ ร.6 ซ่อนไว้ในพระร่วงโรจนฤทธิ์ - The Cloud Podcast

    ครบรอบ 100 ปีการสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย พาไปวัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมืองทางการทหารสำคัญของต้นศตวรรษที่ 20 และสำรวจคำถามใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในวัดประจำรัชกาล เราจะเล่าเรื่อง ‘พระปฐมเจดีย์’ เจดีย์องค์แรกในแผ่นดินสยามซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงเลือกเป็นสถานที่บรรจุพระราชสรีรังคาร พระองค์ทรงออกแบบภาษาสัญลักษณ์ไว้อย่างประณีต อย่างความหมายสำคัญของ พระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชบูชนิยบพิตร พระพุทธรูปสำคัญซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2456 ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาล บทบาทของนครปฐมในยุคก่อตั้งกองเสือป่าก็น่าสนใจ เมืองนี้เต็มไปด้วยค่ายทหาร ถนนใหม่ และการสร้างชาติยุคใหม่แบบวชิราวุธ มีเกร็ดการปฏิรูประบบการศึกษาไทย อาคารเรียนหลายแห่งถูกออกแบบให้ละม้ายวัด การบริหารราชการแผ่นดินร่วมกันของพระมหากษัตริย์และพระสังฆราช ซึ่งเป็นความสัมพันธ์สำคัญในช่วงสถาปนาระบบใหม่ ยุทธศาสตร์ทางทหารตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 ที่ต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ 6 และเกร็ดที่ทำให้หลายคนสับสนว่า วันสวรรคตรัชกาลที่ 6 ควรเป็นวันที่ 25 หรือ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 กันแน่ แขกรับเชิญพิเศษตอนนี้คือ อาจารย์ชัชพล ไชยพร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (พศ.) และผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณราชประเพณี และเป็นที่ปรึกษาด้านพิธีการ สารบรรณ และกิจการพิเศษ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย ตอนนี้

  12. 27

    EP. 26 ตอบทุกคำถาม ตำนานเจ้าแม่ทับทิม เทพขวัญใจเจนซียุค TikTok - The Cloud Podcast

    คนไทยคุ้นเคยกับ ‘เจ้าแม่ทับทิม’ มานาน ขณะเดียวกันคนรุ่นใหมก็รู้จักเจ้าแม่ทับทิมในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมใจกลางเมืองที่ผูกอยู่กับชุมชน ความเชื่อ และพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะ ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง’ ที่ตั้งอยู่บนถนนวรจักร ที่สำคัญคือองค์เจ้าแม่ทับทิม (เจ้าแม่หม่าโจ้ว) จากวัดเหมยโจ เกาะเหมยโจ สาธารณรัฐประชาชนจีน เตรียมจะมาไทยใน พ.ศ. 2569 โดยหอการค้าไทย-จีน จับมือสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย จัดให้มีพิธีถวายสักการะบูชาตามแบบประเพณีโบราณของจีน พร้อมกับจัดขบวนแห่ไปยังซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติที่เยาวราช เพื่อให้ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาได้สักการะ ซึ่งเป็นวาระทางวัฒนธรรมที่น่าจับตาอย่างยิ่ง รายการอารามบอยตอนนี้ ชวนหาคำตอบทำไม ‘เจ้าแม่ทับทิม’ จึงมักถูกเล่าในฐานะเทพผู้คุ้มครองการเดินเรือ ทั้งที่จุดเริ่มต้นจริง ๆ คือหญิงธรรมดาคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนโบราณ โดยแขกรับเชิญพิเศษ อาจารย์เศรษฐพงษ์ จงสงวน นักวิชาการด้านศาสนาและวัฒนธรรมจีน จะมาเล่าความแตกต่างระหว่างเจ้าแม่ทับทิมในแต่ละท้องถิ่น ทำไมบางแห่งเป็นสายเมตตาช่วยชีวิต บางแห่งให้พรค้าขาย และทำไม ‘เจ้าแม่ทับทิมในไทย’ จึงไม่ใช่องค์เดียวกัน แต่มีหลายตำนาน หลายบุคคล หลายภูมิภาค และหลายรูปแบบการบูชา  และคำถามที่คนรุ่นใหม่สงสัยว่าทำไมคนธรรมดากลายเป็นเทพได้ ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย ได้แล้วตอนนี้

  13. 26

    EP. 24 เรื่องจริงในชีวิตพระพุทธเจ้า ผ่านปางพระประจำวันเกิดที่กลายเป็นคติธรรมสอนใจ - The Cloud Podcast

    รายการ อารามบอย ตอนนี้คุยเรื่อง ‘ปาง’ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล แฟนพันธุ์แท้วัดไทย ชวนมองพระพุทธรูปที่เห็นอยู่แทบทุกวัด แล้วตั้งคำถามง่าย ๆ แต่ไม่มีใครถามว่า เหตุใด ‘ปางมารวิชัย’ จึงกลายเป็นพระประธานของวัดไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทำไม ‘ปางห้าม’ ของไทยถึงต่างจากของอินเดีย และเพราะอะไร ‘พระหัตถ์เดียวกัน’ ถึงสื่อความหมายไม่เหมือนกันเลย ‘ปาง’ หมายถึงเหตุการณ์ในพุทธประวัติ ส่วน ‘มุทรา’ หมายถึงท่ามือที่สื่อถึงจิตภาวะหรือพลังในขณะนั้น ในศิลปะอินเดียซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพระพุทธรูป มีเพียง 6 มุทรา 3 ท่านั่ง แต่เมื่อพุทธศาสนาเดินทางไกลผ่านเส้นทางสายไหมเข้าสู่ดินแดนเอเชียอาคเนย์ แต่ละวัฒนธรรมตีความท่วงท่าและเรื่องราวใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทของตนเอง จึงเกิดปางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น ปางห้ามญาติ ปางห้ามสมุทร หรือปางโปรดอสุรินทราหู แปลว่าอะไร สื่อถึงอะไร และทำไมถึงขยายจนมีมากกว่า 80 ปางในปัจจุบัน มาฟังกัน

  14. 25

    EP. 25 ต้อนรับฮาโลวีน เปิดตำนานประตูนรก เปิดทุกความเชื่อช่วงปลายพรรษา - The Cloud Podcast

    The Cloud และรายการอารามบอย ชวนฟังตอนพิเศษรับเทศกาลฮาโลวีน ช่วงปลายพรรษาเป็นเวลาที่หลายศาสนาเชื่อว่าประตูนรกเปิดออก เป็นฤดูกาลแห่งการระลึกถึงผู้ล่วงลับ และในวัฒนธรรมไทยก็มีคติคล้ายกัน ตั้งแต่การกรวดน้ำให้ ‘เปตานัง’ หรือผู้ตายไปก่อน ไปจนถึงการสร้างพระปางต่าง ๆ เพื่ออุทิศบุญให้วิญญาณที่ยังรอการเกิด พร้อมเปิดตำนานตั้งแต่พระยม มนุษย์คนแรกที่ตายและกลายเป็นเทพแห่งความยุติธรรม ขี่ควายสีดำในฐานะพาหนะของความตาย ไปจนถึงผีเปรตวัดสุทัศนฯ แร้งวัดสระเกศ ผีตายโหง ผีเสื้อวัด ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ และคติผีที่อยู่ในทุกวัดทั่วไทย ติดตามทั้งหมดนี้ได้ในรายการอารามบอยตอนนี้ โดย ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และ ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประติมากรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่าง

  15. 24

    EP. 23 อยู่ตรงไหน แปลว่าอะไร ความหมายช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบัน มุข คันทวย พาไล - The Cloud Podcast

    ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ พัชรพงศ์ กุลกาญจนาชีวิน หรือ Pat Kulkan นักวาดภาพประกอบสถาปัตยกรรมสันนิษฐาน จากกลุ่ม ‘คิดอย่าง’ จะมาเล่าและตอบความหมายของศัพท์สถาปัตยกรรมในวัดไทยที่เราเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ไม่เคยรู้หน้าที่และความหมายจริง ๆ ตั้งแต่หน้าบัน ลำยอง (ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์) มุข คันทวย และพาไล ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้

  16. 23

    EP. 22 นวราตรีฉลองอะไร ลำดับพิธี-ความหมายในแต่ละคืน และตำนานเทพฮินดู - The Cloud Podcast

    ในช่วงเดือน 10 ของทุกปี วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่เรารู้จักกันว่า ‘วัดแขก สีลม’ จะจัดงาน ‘นวราตรี’ เทศกาล 9 คืน 10 วัน เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา (Durgā) และพระแม่ปางต่าง ๆ ซึ่งเป็นพลังของพระแม่ศักติ (Shakti) โดยเฉพาะชัยชนะของพระแม่ทุรคาที่มีต่อมหิษาสูร ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน โดยมีขบวนแห่เทพเจ้าบนราชรถ 8 ขบวน เคลื่อนผ่านถนนสีลมอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากพิธีกรรม ที่นี่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอินเดียทั้งเหนือและใต้ในกรุงเทพฯ วัดแขกก่อตั้งเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 โดยพ่อค้าชาวทมิฬ เพื่ออุทิศแด่พระแม่ศรีมหามาริอัมมัน เทพีแห่งสายฝน ความอุดมสมบูรณ์ และการปกป้องโรคภัย  รายการอารามบอยตอนนี้ พาไปรู้จักเรื่องเล่าเบื้องหลังองค์เทพ ตั้งแต่พระพิฆเนศและพระขันธกุมาร มณฑลนพเคราะห์ทั้ง 9 ไปจนถึงตำนานพระแม่ศักติและพระแม่กาลี คำถามชวนคิดอย่างทำไมพระแม่กาลีถึงเหยียบพระศิวะ ทำไมกามเทพถึงไม่มีรูปร่าง โดยเล่าผ่านมุมมองศาสนา ประวัติศาสตร์ และพิธีกรรม รวมถึงเหตุผลเบื้องหลังธนูและศรในพิธีเลือกคู่ ติดตามทั้งหมดนี้ได้ในรายการอารามบอยตอนนี้ โดย ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และ ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประติมากรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่าง

  17. 22

    EP. 21 รวมตำนานในวัดระฆัง วังหลัง ร.5 ยายแฟง และภาพ Iconic สมเด็จโต - The Cloud Podcast

    รายการอารามบอย ในตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล จะพาไปเที่ยว วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระเถระผู้เป็นตำนาน เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในรัชกาลที่ 4 จนมรณภาพในรัชกาลที่ 5 เราเริ่มจากชื่อเดิม ‘วัดบางหว้าใหญ่’ และกลายเป็น ‘วัดระฆัง’ เมื่อครั้งขุดพบระฆังเสียงกังวานไพเราะ จนรัชกาลที่ 1 โปรดฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้ว แล้วสร้างระฆังถวายใหม่อีก 5 ใบ ก้าวสู่พระอุโบสถเพื่อพบพระประธานยิ้มรับฟ้า พระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 5 ถึงกับมีพระราชดำรัสว่า “ไปวัดไหนก็ไม่เหมือนมาวัดระฆังฯ พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที” จากนั้นไปยังหัวใจของตอนนี้ คือหอไตร อดีตเรือนนอนของรัชกาลที่ 1 หอแห่งนี้ถูกยกให้เป็นมณีแห่งรัตนโกสินทร์ และรอดพ้นจากการถูกรื้อเพราะสายตาอันแหลมคมของ ผศ.เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิษย์รุ่นแรกของ อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เห็นคุณค่าและลงมือบูรณะเอง ต่อด้วยเจดีย์ 3 องค์ ที่เล่าเรื่องสายสกุลวังหลัง กรมหมื่นนราเทเวศร์ (ต้นสกุลปาลกะวงศ์) กรมหมื่นนเรศร์โยธี (ต้นสกุล โสณกุล) และ กรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีย์วงศ์) ซึ่งผูกพันกับวัดระฆังฯ และปิดท้ายด้วยร่องรอยของสมเด็จโต ทั้งตำนานความเถรตรงเทศน์ ยายแฟง ผู้สร้าง วัดคณิกาผล อย่างตรงไปตรงมา ภาพถ่ายสมเด็จโตยุครัชกาลที่ 4 หนึ่งในภาพถ่ายพระสงฆ์ไทยยุคแรก ๆ ที่กลายเป็น Iconic จนต่อมาเป็นต้นแบบรูปหล่อของพระทั่วประเทศ รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 6 ฝีมือ พระวันวาดวิจิตร (ทอง จารุวิจิตร) ช่างเขียนคนสำคัญ ที่เขียนทั้งพุทธประวัติและทศชาติ ตอนโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงจากดาวดึงส์และยมกปาฏิหาริย์ รวมถึงพระมาลัยโปรดสวรรค์ พร้อมเซ็นชื่อจริงไว้ในภาพ และพระสมเด็จวัดระฆังฯ ที่บอกเล่าศรัทธาซึ่งสืบต่อมาหลายชั่วคน  ตามไปชมทั้งหมดได้ในรายการ อารามบอย ตอนนี้

  18. 21

    EP. 20 สำรวจเทรนด์ใหม่ในวัดไทยหลังในสยามเปิดประเทศ - The Cloud Podcast

    รายการอารามบอย ตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และแขกรับเชิญพิเศษ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ เจ้าของรายการพอดแคสต์ คอลัมน์ และพ็อกเกตบุ๊ก Business Family พาไปดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสยามเปิดประเทศ และศิลปะตะวันตกเริ่มกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของวัดไทย  เริ่มต้นจากวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของ เซอร์จอห์น เบาว์ริง นักการทูตอังกฤษ ระหว่างการเจรจาสนธิสัญญาเบาว์ริงใน พ.ศ. 2398 ที่กลายเป็นจุดตัดสำคัญของการทูต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และเป็นวัดแห่งแรก ๆ ที่สะท้อนการรับรูปแบบใหม่มาใช้ในองค์ประกอบของวัดไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรั้วเหล็ก น้ำตาลจากโรงงาน หรือรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนไป หลังจากนั้น ศิลปะแบบตะวันตกค่อย ๆ ปรากฏในวัดสำคัญอื่น ๆ เช่น วัดมกุฏกษัตริยาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดราชนัดดารามวรวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดนรนาถสุนทริการาม และ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่ปรากฏ Scenic Wallpaper ภาพพิมพ์ฝรั่งบนผนัง พร้อมถอดรหัสว่าเหตุใดราชสำนักสยามยุค พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงเลือกวัดสื่อสารกับโลกผ่านศิลปะเช่นนี้  หากคุณเคยมองข้ามเสาโรมัน หน้าบันกอทิก หรือบานหน้าต่างกระจกสีในวัดไทย รายการอารามบอยตอนนี้จะชวนไปสำรวจใหม่ เพื่อเข้าใจว่าเบื้องหลังความสวยนั้นมีประวัติศาสตร์ของการปรับตัวทั้งประเทศซ่อนอยู่  

  19. 20

    EP. 19 สำรวจเศรษฐกิจไทยสมัยรัชกาลที่ 3 ผ่านวัดยานนาวา - The Cloud Podcast

    หากคุณเคยผ่าน ‘วัดยานนาวา’ แล้วสงสัยว่าทำไมถึงมีเจดีย์ทรงเรืออยู่กลางวัด รายการอารามบอยตอนนี้มีคำตอบ โดย ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และแขกรับเชิญพิเศษ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ เจ้าของรายการพอดแคสต์ คอลัมน์ และพ็อกเกตบุ๊ก Business Family จะพาเจาะลึกวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ ในฐานะหลักฐานสำคัญที่สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ไทย-จีน ในสมัยรัชกาลที่ 3 ผ่านการสร้าง ‘เจดีย์ทรงสำเภาจีน’ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระมหากษัตริย์  วัดยานนาวา เป็นเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดคอกควาย ก่อนจะได้รับการบูรณะและสร้างเจดีย์ทรงสำเภาในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อเป็นอนุสรณ์แทนเรือสำเภาที่กำลังจะเลือนหายไปจากระบบการค้าโลก ในยุคนั้น สยามเคยเป็นศูนย์กลางการต่อเรือสำเภาชั้นดีของภูมิภาค เพราะมีไม้คุณภาพสูง ราคาถูก และช่างฝีมือยอดเยี่ยม ขณะที่เรือสำเภาจีนได้รับสิทธิพิเศษทางการค้ากับไทยมากกว่าชาติตะวันตก จนเกิดระบบภาษีเฉพาะ เช่น ภาษีปากเรือ และ ‘อับเฉา’ ซึ่งเป็นของถ่วงเรือ เช่น ตุ๊กตาหิน เครื่องลายคราม และภาพกรอบกระจก ที่ต่อมากลายเป็นองค์ประกอบตกแต่งวัดไทยในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีความเชื่อของชาวมอญว่า สำเภาคือยานพาพระธรรมเข้าสู่สุวรรณภูมิ จึงเกิดเจดีย์ทรงสำเภาในวัดมอญหลายแห่ง เช่น วัดกลาง วัดขนอน และวัดทองนพคุณ ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ยังโยงกับเหตุการณ์สำคัญระดับโลกอย่างสนธิสัญญานานกิง ซึ่งจีนแพ้สงครามฝิ่นให้ตะวันตก เปิดเมืองท่า เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ และทำให้เรือสำเภาค่อย ๆ หายไปจากระบบการค้าโลก หากคุณอยากเข้าใจว่าเศรษฐกิจไทย-จีนในยุครัชกาลที่ 3 เชื่อมโยงกับความเชื่อ การค้า การคมนาคม และศิลปกรรมอย่างไร รายการอารามบอยตอนนี้คือคำตอบ ข้อมูลเพิ่มเติม : วัดยานนาวาเคยชื่อวัดคอกควาย และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 1 เจดีย์ทรงเรือจำลองเรือสำเภาแต้จิ๋ว มีเจดีย์แทนเสากระโดง 2 ต้น สำเภาเคยเป็นหัวใจของการค้าระหว่างประเทศ และได้รับสิทธิพิเศษจากจีนในสมัยราชวงศ์ชิง สินค้าถ่วงเรือ (อับเฉา) อย่างตุ๊กตาหินและกระเบื้องเคลือบ กลายเป็นของตกแต่งวัดไทยในรัชกาลที่ 3 การเดินทางไปวัดยานนาวาทำได้โดยลง BTS ที่สถานีสะพานตากสิน แล้วเดินต่ออีกเพียงไม่กี่นาที  

  20. 19

    EP. 18 ทศชาติชาดก (2/2) ภู จะ นา วิ เว ฉากจำและทริกดูชาดกบนฝาผนังวัด

    ต่อเนื่องจากตอนที่แล้วกับ เต ชะ สุ เน มะ 5 ชาติแรกในทศชาติชาดก รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล พาเข้าสู่ 5 ชาติในชุด ‘ภู จะ นา วิ เว’ ซึ่งเป็นตัวแทนของบารมีขั้นสูง อย่างศีล ขันติ อุเบกขา สัจจะ และทาน ที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญก่อนถึงชาติสุดท้ายคือเวสสันดรชาดก ตอนนี้ชวนสังเกตฉากจำที่ช่างนิยมวาดไว้บนฝาผนัง ไม่ว่าจะเป็นพญานาคถูกจับไปแสดงละครงู ฉากพระอินทร์ลงมาล้มพิธีบูชายัญที่พราหมณ์หลอกใช้คนบริสุทธิ์ ฉากพรหมหน้าเดียวถือสาแหรกทองคำลงมาเตือนสติ ฉากพระวิธุรถูกยักษ์เหาะชนภูเขา หรือฉากพระเวสสันดรยกลูกให้ชูชก และฉากที่ชาลี-กัณหา หนีไปซ่อนในสระบัว  สำหรับใครที่อยากตามรอย นี่คือฉากสำคัญที่ช่างเขียนภาพมักถ่ายทอดไว้บนฝาผนังวัด ภูริทัตชาดก (ภู - ศีลบารมี) : ฉากแสดงละครงู (พญานาค)   จันทกุมารชาดก (จะ - ขันติบารมี) : พระอินทร์ล้มพิธีบูชายัญ นารทชาดก (นา - อุเบกขาบารมี) : พระพรหมถือสาแหรกทองคำ วิธุรชาดก (วิ - สัจจบารมี) : ยักษ์เหาะพาไปฟาดกับภูเขา เวสสันดรชาดก (เว - ทานบารมี) : ยกลูกให้ชูชก / ชาลี-กัณหา หนีซ่อนตัวในสระบัว ติดตามทั้งหมดได้ที่รายการอารามบอยตอนนี้

  21. 18

    EP. 17 ทศชาติชาดก (1/2) เต ชะ สุ เน มะ ฉากจำและทริกดูชาดกบนฝาผนังวัด

    ‘ทศชาติชาดก’ คือเรื่องราว 10 ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนเราดู ‘เต ชะ สุ เน มะ’ 5 ชาติแรกในทศชาติชาดก ชวนสังเกตฉากจำที่มักปรากฏบนจิตรกรรมฝาผนังวัด ไม่ว่าจะเป็นฉากพระเตมีย์ยกราชรถด้วยมือเดียว ฉากพระมหาชนกว่ายน้ำ 7 วันก่อนมณีเมขลาจะมาช่วย หรือฉากพระสุวรรณสามถูกยิงล้มลงท่ามกลางฝูงกวาง พร้อมเรียนรู้เป้าหมายสูงสุดว่า สุดท้ายแล้วเราควรรู้เรื่องทศชาติชาดกไปทำไม และทศชาติชาดกต้องการสอนอะไรเรากันแน่ ติดตามทั้งหมดได้ที่รายการอารามบอยตอนนี้ และในตอนถัดไปจะเป็นทศชาติชาดก 5 ชาติสุดท้ายในชุด ‘ภู จะ นา วิ เว’ ซึ่งว่ากันว่าเข้มข้นและมีพลังทางใจไม่แพ้กัน สำหรับใครที่อยากตามรอย นี่คือฉากสำคัญที่ช่างเขียนภาพมักถ่ายทอดไว้บนฝาผนังวัด เตมิยชาดก (เต - เนกขัมมะบารมี) : ยกราชรถด้วยมือเดียว  มหาชนกชาดก (ชะ - วิริยบารมี) : ว่ายน้ำจนมณีเมขลาช่วย สุวรรณสามชาดก (สุ - เมตตาบารมี) : ถูกยิงด้วยธนู เนมิราชชาดก (เน - อธิษฐานบารมี) : เทศนาแก่เหล่าเทวดา มโหสถชาดก (มะ - ปัญญาบารมี) : ล่อศัตรูลงอุโมงค์แล้วใช้สันติวิธีเจรจา (ซึ่งเป็นฉากสำคัญที่เท่มาก)

  22. 17

    EP. 16 เที่ยวโบสถ์อัสสัมชัญ ศิลปะคริสต์ 200 ปี และห้องฝังศพลับใต้ดิน

    ภายใต้หลังคาโดมสูงของ ‘อาสนวิหารอัสสัมชัญ’ โบสถ์เก่าแก่อายุร่วม 200 ปีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซ่อนเรื่องราวของศิลปะตะวันตกและห้องใต้ดินลับที่ไม่มีใครได้เห็น  รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนแขกรับเชิญพิเศษ ดร.ตั้ว-ปติสร เพ็ญสุต คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ ครุ่นคริสต์ ใน The Cloud พาคุณเดินเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์กลางของคาทอลิกไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 พร้อมถอดรหัสสถาปัตยกรรมตะวันตกหลากยุคที่ฝังแน่นอยู่ในสยามมายาวนานกว่า 2 ศตวรรษ  เรื่องเริ่มต้นในรัชกาลที่ 1 เมื่อ บาทหลวงปาสกาล รวบรวมเงินบริจาคสร้างวัดเพื่อเฉลิมฉลองแม่พระรับยกขึ้นสวรรค์หรือวันอัสสัมชัญ (Assumption) และเป็นโบสถ์หลังแรกที่สร้างขึ้นจึงเป็นอาคารแบบวิลันดา ตกแต่งหน้าบันด้วยลายเครือเถาบาโรก มีวงรีตรงกลางและไม้กางเขนเหนือยอดจั่ว อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์หลังนี้เปรียบเสมือนหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมคริสต์แบบตะวันตกยุคแรก ๆ ที่ปรากฏในแผ่นดินไทย ต่อมาเมื่อโบสถ์เดิมเริ่มคับแคบจึงสร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยออกแบบร่วมกันระหว่าง บาทหลวงหลุยส์ โรมิเออ และวิศวกรนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ ตามาญโญ วิศวกรประจำราชสำนัก R. Gotte วิศวกรชาวเยอรมันผู้เปลี่ยนหลังคาให้เป็นเครื่องก่อทรงประทุนเรือ และ ชาร์ลส์ โบดาต์ วิศวกรฝรั่งเศสผู้รับผิดชอบโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก โบสถ์หลังใหม่จึงผสานศิลปะโรมาเนสก์ในรูปแบบซุ้มโค้งและหอระฆังคู่ ศิลปะกอทิกในกระจกกุหลาบกลางหน้าบัน ศิลปะไบแซนไทน์ในจิตรกรรมปูนเปียกใต้โดม และศิลปะโรมันผ่านหัวเสาแบบโครินเธียนเข้าไว้ด้วยกันอย่างวิจิตร เมื่อคุณก้าวเข้าสู่อาสนวิหารแห่งนี้ สายตาจะถูกดึงสู่หอระฆังคู่ที่ตั้งตระหง่าน ซุ้มอาร์กโค้งขนาดใหญ่ และแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสี ก่อนจะพบกับพระแท่นบูชาที่ประดิษฐานรูปเคารพ ‘แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์’ ซึ่งสอดคล้องกับภาพจิตรกรรมบนโดมด้านบนที่เล่าเรื่องเดียวกัน ทุกองค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนถึงชื่อ Assumption ได้อย่างชัดเจน ทั้งในเชิงความหมายและศิลปะ จุดเด่นที่สุดที่ไม่ควรพลาดคือ Crypt หรือ ห้องใต้ดิน ที่ซ่อนอยู่ใต้พระแท่นบูชา ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฝังศพของพระสังฆราชและบาทหลวงผู้มีบทบาทสำคัญในคาทอลิกไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ที่สำคัญ โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีองค์ประกอบเช่นนี้ โดยปกติไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม เป็นพื้นที่ที่สงบ ลึก และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนกลับ อย่าลืมแวะชมอาคารหอสมุดมิชชันนารีใกล้ ๆ ที่ยังเก็บภาพถ่ายโบสถ์หลังแรก เอกสารโบราณ และบันทึกสำคัญเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาในสยาม ซึ่งช่วยเติมเต็มเรื่องราวเบื้องหลังสถาปัตยกรรมและศรัทธาที่ซ่อนอยู่ในอาสนวิหารแห่งนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาสถาปัตยกรรมยุโรปในเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ อาสนวิหารอัสสัมชัญคือสถานที่ที่เราขอชวนคุณร่วมค้นหาในรายการอารามบอย ตอนนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม : อาสนวิหารอัสสัมชัญเป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกแห่งกรุงเทพฯ โบสถ์หลังปัจจุบันสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2461 โดยตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากฝรั่งเศส อิตาลี และสิงคโปร์ คำว่า Assumption หมายถึงการที่แม่พระมารีได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ทั้งกายและวิญญาณ

  23. 16

    EP. 15 ของแปลกในวัดนิเวศธรรมประวัติ อยุธยา​⁠ ที่ ร.5 ตั้งใจสร้างให้คนไทยเห็น - The Cloud Podcast

    ‘วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร’ ตั้งอยู่บนเกาะทางใต้ของพระราชวังบางปะอิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2419 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชกุศลในคราวเสด็จแปรพระราชฐาน  หากคุณกำลังมองหาวัดที่ไม่เหมือนวัด ทั้งแปลกตา งดงาม และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ รายการอารามบอย โดย ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และแขกรับเชิญพิเศษ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ เจ้าของรายการพอดแคสต์ คอลัมน์ และพ็อกเกตบุ๊ก Business Family จะพาคุณนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังเกาะกลางน้ำซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่สงบสำหรับบำเพ็ญพระราชกุศลของรัชกาลที่ 5  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เป็นวัดพุทธที่หน้าตาเหมือนโบสถ์คริสต์ พระอุโบสถสีเหลืองทรงโกทิก หอระฆังยอดแหลม หน้าต่างกระจกสี และซุ้มประตูโค้งแหลม ล้วนดูคล้ายศาสนสถานตะวันตก หากแต่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปที่วิจิตรงดงาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้เพียงออกแบบวัดให้แปลกตา แต่ยังมีพระราชดำริความตอนหนึ่งว่า เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงชมเล่นเป็นของแปลก ยังไม่เคยมีในพระอารามอื่น แลเป็นของมั่นคงถาวรสมควรเป็นพระอารามหลวงในหัวเมือง อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญภายในพระอุโบสถ คือพลับพลาสไตล์ตะวันตก ซึ่งหน้าบันประดับตราช้างเผือกสามเศียร สัญลักษณ์ของสยามเหนือ สยามกลาง และสยามใต้ พลับพลาองค์นี้เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 ในคราวเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน เป็นอีกสิ่งที่ตอกย้ำสถานะว่าเป็นวัดหลวงโดยแท้ บริเวณด้านในสุดของอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาส พระพุทธรูปกึ่งสมจริงในซุ้มแบบตะวันตกโดย พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ประติมากรหลวงผู้สร้างพระสยามเทวาธิราช รายล้อมด้วยพระสาวกทั้ง 8 ปางจงกรม และปางลอยถาด แต่ละองค์ล้วนมีนัยเชื่อมโยงถึงบูรพกษัตริย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระราชวังบางปะอิน เหนือแท่นพระประธานมีกระจกสีรูปรัชกาลที่ 5 ประทับนั่งในฉลองพระองค์ครุย ด้านล่างมีจารึกภาษาละตินว่า ‘Chulalongkorn Rex Siamensis จุฬาลงกรณ์ กษัตริย์แห่งสยาม’  กระจกสีชิ้นนี้มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย และอาจมีไม่กี่ชิ้นในโลกที่รวมอัตลักษณ์ตะวันออกกับตะวันตกไว้ในบานเดียวกัน ข้างพระอุโบสถเป็นสุสานสวนหินดิศกุลอนุสรณ์ ซ่อนประวัติของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเคยผนวช เคยประทับที่พระตำหนัก และเคยเริ่มต้นงานการศึกษาสมัยใหม่จากห้องเรียนเล็ก ๆ ข้างวัด ท้ายที่สุดก่อนกลับ อย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งจัดแสดงข้าวของเก่าแก่ ภาพกระจกสีต้นฉบับ และทศชาติชาดกแบบที่หาชมยาก  ติดตามทั้งหมดได้ที่รายการอารามบอยตอนนี้

  24. 15

    EP. 14 วัดบวร ศูนย์กลางธรรมยุติ ศูนย์รวมพระสังฆราช และจุดเปลี่ยนพุทธศาสนาไทย - The Cloud Podcast

    วัดบวรนิเวศวิหาร ไม่ได้เป็นเพียงวัดหลวงกลางพระนคร หากแต่เป็นสถานที่ที่หล่อหลอมพุทธศิลป์ ความคิด และการเปลี่ยนผ่านสำคัญของพระพุทธศาสนาไทย โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่วัดแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของธรรมยุติกนิกายในเวลาต่อมา เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงขึ้นครองราชย์ หลังจากที่ทรงสถาปนาธรรมยุติกนิกายขึ้นตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวช ณ วัดราชาธิวาส โดยเน้นความเคร่งครัดในพระวินัย พระบาลี และแนวปฏิบัติอันบริสุทธิ์ วัดนี้ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อรัชกาลที่ 4 โปรดฯ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พรหม) จำพรรษาที่วัดบวรฯ และแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกแห่งธรรมยุติกนิกาย ซึ่งก่อนหน้านั้นตำแหน่งนี้จะผูกโยงอยู่กับวัดมหาธาตุเป็นหลัก ซึ่งเป็นการสลายธรรมเนียมที่เคยผูกโยงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชไว้กับวัดมหาธาตุ จนกลายเป็นแบบแผนใหม่ที่ดำรงอยู่จนปัจจุบัน และไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบาย วัดบวรฯ ยังเป็นที่จำพรรษาของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ที่ประชาชนไทยคุ้นเคยและเคารพบูชา รายการอารามบอยตอนล่าสุด ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ จะพาคุณย้อนรอยความสำคัญของวัดแห่งนี้ผ่าน 9 แง่มุมที่ไม่เพียงบอกเล่าประวัติศาสตร์ หากยังเผยถึงความคิดของผู้สร้าง ช่างผู้ร่วมงาน และพระผู้ปฏิบัติธรรมที่มีบทบาทเปลี่ยนแปลงพุทธศาสนาไทยอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ที่มาอันของวัดที่เคยเป็นพื้นที่ของวังหน้า ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเป็นวัดประจำพระองค์รัชกาลที่ 4 และผูกพันกับพระมหากษัตริย์หลายรัชกาลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปสำคัญจากพิษณุโลก ด้านหลังมีหลวงพ่อโตจากเพชรบุรี และผนังโดยรอบปรากฏภาพปริศนาธรรมโดย ขรัวอินโข่ง ใช้ภาพแบบตะวันตกเปรียบเทียบพระรัตนตรัย เช่น การเปรียบพระพุทธเจ้าเป็นกัปตันเรือ เป็นนายช่าง เป็นสารถี ซึ่งพบได้เพียงไม่กี่แห่งในสยาม พระเจดีย์องค์ประธานของวัดบวรฯ ไม่เพียงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ยังสะท้อนแนวคิดทางจักรวาลวิทยาและการเมืองระหว่างประเทศ ผ่านการเลือกใช้รูปสัตว์ทั้ง 4 ได้แก่ ช้าง สิงโต ม้า และอินทรี เหนือซุ้มประตู สัญลักษณ์แทนสยาม อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ในยุคที่สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากโลกตะวันตก ถัดจากนั้นคือพระวิหารพระศาสดา ประดิษฐานพระศรีศาสดาคู่กับพระพุทธชินสีห์และ พระพุทธชินราชพร้อมด้วยภาพจิตรกรรมเรื่องธุดงควัตร 13 และพุทธประวัติตอนปรินิพพาน และยังมีพระไสยาสน์จากวัดพระพายหลวง สุโขทัย ที่หาชมได้ยากในเขตพระนคร หนึ่งในแง่มุมที่หลายคนไม่รู้ คือภายในวัดบวรฯ มีวัดร้างเก่าแก่ชื่อวัดรังษีสุทธาวาสที่แม้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งแล้ว แต่ยังคงรักษาโบราณสถานดั้งเดิมไว้ ทั้งพระอุโบสถที่ใช้บานประตูร่วมกัน และพระวิหารทรงไทยที่สงบนิ่งอย่างน่าเกรงขาม ปิดท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์ 2 แห่ง ได้แก่ ตึกมนุษยนาควิทยาทาน อาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างถวายกรมพระยาวชิรญาณวโรรส และตึก ภปร. ที่จัดแสดงเครื่องบริขารของอดีตเจ้าอาวาส ตาลปัตร ย่าม เครื่องสังเค็ด รวมถึงพระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระนิรันตราย พระมหานาคชินะ และพระกริ่งปวเรศ ซึ่งเป็นมากกว่าวัตถุโบราณ หากคือสิ่งที่บรรจุความทรงจำของพระผู้ใหญ่แห่งยุคไว้ในนั้น หากจะกล่าวถึงสัญลักษณ์แห่งวัดบวรฯ ที่ผู้คนศรัทธาและจดจำที่สุด คงหนีไม่พ้นพระไพรีพินาศ พระพุทธรูปองค์แรกของวัดที่มีชื่อเสียงด้านปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย องค์จริงยังคงประดิษฐานอยู่ที่ระเบียงเจดีย์ เป็นจุดที่ควรไปกราบสักครั้งในชีวิต หากคุณอยากรู้จักวัดบวรนิเวศฯ ให้ลึกซึ้งกว่าแค่ผ่านตา หรืออยากเข้าใจว่าทำไมวัดนี้จึงเป็นศูนย์กลางศรัทธาและภูมิปัญญาทางพุทธศาสนาไทยมายาวนานกว่าร้อยปี เราขอชวนไปฟังทั้งหมดได้เลยในรายการอารามบอยตอนนี้

  25. 14

    EP. 13 วัดราชาธิวาสฯ จุดกำเนิดธรรมยุติ และต้นแบบพระอุโบสถไทยยุคใหม่ - The Cloud Podcast

    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม’ และเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘สมเด็จครู’ ทรงเป็นบุคคลต้นแบบด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทยที่ส่งอิทธิพลต่อช่างไทยรุ่นหลังตราบจนถึงปัจจุบัน หลังจาก ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ทัน-อธิภัทร แสวงผล พาไปชมและเล่าหนึ่งในผลงานที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงที่สุดอย่าง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ไปแล้วในตอนก่อน วันนี้รายการอารามบอยจะพาคุณไปรู้จักอีกหนึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมของสมเด็จครูใน ‘วัดราชาธิวาสวิหาร’ วัดที่ รัชกาลที่ 4 เคยทรงผนวชเป็น พระวชิรญาณภิกขุ และทรงริเริ่มธรรมยุติกนิกายขึ้นที่นี่ เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมาตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากแนวคิดสมัยใหม่และพระภิกษุฝ่ายรามัญ และวัดนี้เองยังเป็นที่ที่สมเด็จครูออกแบบพระอุโบสถหลังพิเศษที่ผสมผสานศิลปะไทย ขอม และตะวันตกไว้อย่างกลมกลืน กลายเป็นต้นแบบให้กับอุโบสถยุคหลังอีกหลายแห่ง เมื่อคุณเดินเข้าสู่วัดราชาธิวาสวิหาร สิ่งแรกที่สะดุดตาคือพระอุโบสถที่สมเด็จครูทรงออกแบบไว้อย่างวิจิตร ผสมผสานศิลปะไทย ขอม และตะวันตก เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นพระอุโบสถรูปแบบพิเศษที่มีเพียงหลังเดียวในยุคนั้น และมีอิทธิพลให้ในการออกแบบอุโบสถสมัยใหม่ยุคหลังของวัดอีกหลายแห่ง  ส่วนพระพุทธรูปประธาน พระสัมพุทธพรรณี ประดิษฐานภายในซุ้มเสาแบบตะวันตกที่มีพระราชลัญจกรของรัชกาลที่ 1 - 5 เรียงราย ด้านหลังพระประธานยังคงมีพระพุทธรูปดั้งเดิมจากสมัยอยุธยา โดยไม่มีการย้ายออก เพียงแต่กั้นผนังไว้ เพราะถ้าย้ายไปก็เสมือนไล่เจ้าของเดิม ผนังด้านในพระอุโบสถ บรรจงเขียนภาพเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์ โดยฝีมือร่างแบบของสมเด็จครู และลงสีโดย คาร์โล ริโกลี จิตรกรชาวอิตาเลียน ผสมจินตนาการแบบไทยกับเทคนิคแบบตะวันตก  อ้อมไปด้านหลังพระอุโบสถ คือเจดีย์ล้อมสิงห์ ทรงแปลกตา ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียผสมอยุธยา ภายในซุ้มบรรจุพระพุทธรูปศิลปะชวาที่รัฐบาลดัตช์ถวายรัชกาลที่ 5 และไม่ไกลกันคือศาลาการเปรียญที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก วัดใหญ่สุวรรณารามและ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ โดยมีธรรมาสน์ 2 องค์ที่สมเด็จครูออกแบบขึ้นใหม่โดยเฉพาะ อาคารอีกหลังที่น่าสนใจคือพระตำหนักสมเด็จพระพันปีหลวง อดีตพระตำหนักพญาไท ที่ถูกย้ายมาประกอบเป็นกุฏิพระในวัด และยังคงกลิ่นอายสถาปัตยกรรมรัชกาลที่ 6 อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ อย่างแท้จริง โดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญคือเมื่อครั้งถวายงานออกแบบแผ่นศิลาจารึกโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร (ที่ต่อมามีชื่อว่า ศิลาจารึกรูปสุนทรีวาณี) โดยพระองค์ทรงออกแบบลายเส้นขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 5 และทันทีที่พระองค์ทอดพระเนตรแบบที่ 1 ก็ทรงพอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ถึงขั้นไม่ทอดพระเนตรแบบอื่นอีกเลย พร้อมมีพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 17 เมษายน ความตอนหนึ่งว่า ฉันไม่ได้นึกยอเลย แต่อดไม่ได้ว่า เธอเป็นผู้นั่งอยู่ในหัวใจฉันเสียแล้ว นั่นคือความรัก ความไว้วางพระราชหฤทัย และการยอมรับอย่างที่สุดในพระปรีชาของสมเด็จครู และหากคุณอยากรู้จักพระองค์ให้มากขึ้น ผ่านงานศิลป์ งานสถาปัตยกรรม และความคิดเบื้องหลังผลงานที่ยังมีอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน เราขอชวนคุณไปฟังทั้งหมดได้เลยในรายการอารามบอยตอนนี้

  26. 13

    EP. 12 วัดเบญจมบพิตรฯ ชมสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ของชาติโดยนายช่างใหญ่แห่งสยาม - The Cloud Podcast

    ในวันที่ 28 เมษายน เรารำลึกถึง ‘วันนริศ’ หรือวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้ได้รับยกย่องให้เป็น ‘นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม’ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สมเด็จครู หนึ่งในผู้สร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของชาติ หนึ่งในนั้นก็คือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ซึ่งถือเป็นผลงานที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงที่สุด วันนี้รายการอารามบอย กับ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และ ทัน-อธิภัทร แสวงผล แอดมินเพจ สมเด็จครู จะพาคุณไปสัมผัสความงามของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และเล่าถึงความสำคัญในเชิงสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ เมื่อคุณเดินทางมาถึงวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สิ่งแรกที่คุณจะพบคือพระอุโบสถ ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบไว้อย่างประณีตและงดงาม ภายนอกอุโบสถมีหลังคาซ้อนลดหลั่นถึง 4 ชั้นเรียงรายสวยงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของไทย  ภายในพระอุโบสถยังเต็มไปด้วยศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างศาสนาและศิลปะไทย เช่น กระจกสีลวดลายเทพนมในสไตล์ตะวันตก เสมาหินอ่อนที่ออกแบบมาอย่างลงตัว ภายในยังมีพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในไทย ยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้กับสถานที่แห่งนี้ จุดเด่นที่ไม่ควรพลาด คือการเจาะช่อง 8 ช่องภายในพระอุโบสถ บรรจุภาพเจดีย์สำคัญ จากทั่วประเทศ เช่น พระปฐมเจดีย์ วัดใหญ่ชัยมงคล พระธาตุพนม เพื่อรำลึกถึงขอบเขตพระราชอำนาจและอาณาเขตของราชอาณาจักรสยาม นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปแห่งแรกของไทย รวบรวมพระพุทธรูปจากหลากหลายยุคสมัย รวมทั้งพระพุทธรูปต่างประเทศที่สะท้อนถึงการเดินทางของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินสยาม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามจึงเป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาติ และเราอยากชวนทุกคนตามไปเยี่ยมชมทั้งหมดในรายการอารามบอยรอบนี้    ข้อมูลเพิ่มเติม : วัดเดิมชื่อ วัดแหลม ก่อนได้รับการปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดเบญจมบพิตร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ความงามของพระอุโบสถทำให้วัดนี้ได้รับชื่อเล่นว่า วัดหินอ่อน

  27. 12

    EP. 05 ไหว้พระรับโชคช่วงตรุษจีนที่วัดเล่งเน่ยยี่ และเรื่องเข้าใจผิดของเทพเจ้ากับการแก้ชง - The Cloud Podcast

    เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่ชาวไทยเชื้อสายจีน (และไทยแท้) นิยมเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการไปวัดเพื่อไหว้พระ ขอพรให้ชีวิตราบรื่น และเสริมโชคดี โดยเฉพาะที่ ‘วัดเล่งเน่ยยี่’ หรือ วัดมังกรกมลาวาส วัดจีนที่มีความสำคัญในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเยาวราช ศูนย์กลางของชุมชนชาวจีนในไทย ภายในวัดเล่งเน่ยยี่นอกจากจะมีศิลปกรรมแบบจีนที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (เถียน โชติกเสถียร) เจ้ากรมท่าซ้ายผู้ดูแลการค้าขายทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับชาวจีนซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนนิกายมหายาน โดดเด่นด้วยรูปแบบวัดที่แบ่งออกเป็น 3 วิหาร คือวิหารท้าวจตุโลกบาล วิหารพระประธาน (พระศากยมุนีพุทธเจ้า) และวิหารบูรพาจารย์ ที่ยังมีเทพเจ้าหลายองค์ เช่น ไท้ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ คนจึงนิยมมาขอพรและแก้ชงกันในช่วงต้นปี รายการอารามบอยตอนนี้จะพาไปเยือนวัดเล่งเน่ยยี่ เรียนรู้เรื่องศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ศิลปกรรมและพิธีกรรมแบบจีน เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับบทบาทของเทพเจ้าและการแก้ชง พร้อมเจาะลึก 7 เรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้เกี่ยวกับวัดจีนอายุนับร้อยปีแห่งนี้  ดำเนินรายการ : ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

  28. 11

    EP. 11 พระธาตุพนม ย้อนประวัติ-ตำนานพระธาตุเก่าแก่ที่สุดในอีสาน - The Cloud Podcast

    ต้อนรับวันมหาสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ตามคติไทยโบราณ ช่วงเวลาที่ใครหลายคนเดินทางกลับบ้าน เพื่อรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่และทำบุญไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับใครที่มุ่งหน้าไปทางภาคอีสาน รายการอารามบอย และ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนคุณแวะที่ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของภาคอีสาน ศูนย์รวมศรัทธาที่ผูกโยงความเชื่อเรื่อง ‘พญานาค’ ตำนานสมัยพุทธกาล และศิลปะจากหลายยุคสมัย ‘พระธาตุพนม’ คือหนึ่งในพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของไทย เชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุส่วนไหปลาร้าของพระพุทธเจ้า และยังเป็นหนึ่งในจอมเจดีย์แห่งสยามที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เลือกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีตำนานปรากฏใน ตำนานอุรังคธาตุ เล่าถึงในรัชกาลของ พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช กษัตริย์องค์สำคัญของล้านช้าง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมายังภูกำพร้า และมีพุทธทำนายว่า พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์จะบรรจุอยู่ที่นี่พร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในอดีตที่บรรจุอยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่พระศาสดาปรินิพพาน พระมหากัสสปะจะนำพระบรมสารีริกธาตุส่วนไหปลาร้า (อุรังคธาตุ) มายังภูกำพร้าจริง ๆ ในคราวนั้น พระยาทั้ง 5 จากแคว้นรอบ ๆ เสด็จมาและร่วมกับสร้าง ‘อูบมุง’ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมสิ่งของมีค่ามากมาย ดังนั้น ผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงจึงเชื่อกันว่าพระธาตุพนมมีอายุเก่ากว่าตามตำนานอุรังคธาตุนั้น ความพิเศษอีกอย่างที่น้อยคนนักจะรู้ คือการที่พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีวอก หรือ ปีสัน ตามภาษาเหนือ ถือเป็นองค์เดียวในภาคอีสาน เชื่อกันว่าเกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างลุ่มน้ำโขงกับดินแดนล้านนา และสะท้อนถึงสถานะศูนย์กลางแห่งศรัทธาของกลุ่มวัฒนธรรมลาว-ล้านช้าง พระธาตุพนมจึงไม่ใช่แค่สถูปโบราณ แต่คือผลรวมของการเดินทางข้ามกาลเวลาผ่านศิลปะจามปา ล้านช้าง และการบูรณะครั้งใหญ่ในยุครัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ทำให้พระธาตุสูงถึง 57.5 เมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชาติและศาสนา แต่ใน พ.ศ. 2518 หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน พระธาตุพนมถล่มลงมา ชาวบ้านจากทุกสารทิศจึงร่วมแรงร่วมใจรวมบูรณปฏิสังขรณ์จากเศษซากเดิม และใน พ.ศ. 2522 ได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอีกครั้ง โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด คือการชมพระธาตุพนมในช่วงงานนมัสการประจำปี จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 8 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักไปด้วยขบวนแห่ รำบูชา การห่มผ้าพระธาตุ และพิธีกรรมเก่าแก่ ทำให้เห็นว่าความศรัทธาไม่เคยหายไปจากที่แห่งนี้ ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนล่าสุด

  29. 10

    EP. 10 โลหะปราสาทแห่งสุดท้าย และศิลปะพุทธ-พราหมณ์-ฮินดู ในวัดราชนัดดาราม - The Cloud Podcast

    วัดราชนัดดารามวรวิหาร คือที่ตั้งของ ‘โลหะปราสาท’ อาคารที่สร้างขึ้นตามต้นแบบจากอินเดียและศรีลังกา ซึ่งทั่วโลกมีเพียง 3 แห่ง  แห่งแรก อยู่ที่อินเดีย ปัจจุบันเหลือเพียงซาก  แห่งที่ 2 อยู่ที่ศรีลังกา แต่โครงสร้างไม่ใช่โลหะ  แห่งที่ 3 อยู่ที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร และเป็นแห่งเดียวที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ โลหะปราสาทเป็นอาคาร 3 ชั้น มียอด 37 ยอด แทนโพธิปักขิยธรรมหรือคุณธรรม 37 ประการที่นำไปสู่การตรัสรู้ เดิมทีตั้งใจให้เป็นกุฏิ แต่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เสน่ห์ของวัดราชนัดดารามไม่ได้มีแค่โลหะปราสาท หากเดินเข้าไปด้านใน คุณจะพบกับศิลปะที่ผสมผสานทั้งพุทธศาสนา ดาราศาสตร์ และความเชื่อแบบฮินดู ตั้งแต่ บัณเฑาะว์ (เสมาหิน) ที่ตรงกลางมีภาพเทพนพเคราะห์ ไปจนถึงจิตรกรรมฝาผนังที่วาดกลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่มตามตำราดาราศาสตร์ไทย ซึ่งมีไม่กี่วัดที่มีศิลปะแบบนี้ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าฮินดูประดับอยู่บนบานหน้าต่าง และพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามสมุทรประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร และอย่าลืมแวะไปที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อชื่นชมพระราชานุสาวรีย์ของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า  วัดราชนัดดารามจึงไม่ใช่แค่วัดเก่าแก่ แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้งในชีวิต! ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย ได้แล้วตอนนี้ 

  30. 9

    EP. 08 สำรวจวัดไทยกลิ่นอายโบสถ์ยุโรปและจุดห้ามพลาดในวัดราชบพิธฯ - The Cloud Podcast

    รายการอารามบอย และ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนเที่ยว ‘วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร’ พระอารามหลวงที่สวยจับตา โดดเด่นด้วยศิลปะไทยผสานตะวันตก และเคยเป็นสถานที่ยอดนิยมในการถ่ายภาพของคู่บ่าวสาว (ก่อนมีประกาศห้ามจัดงานแต่งงานและถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง) สำรวจพระประธานที่เปลี่ยนรัศมีได้ พระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนพระพุทธรูปนาคปรกไว้ด้านใน และสุสานหลวงแห่งเดียวในไทย ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิและพระสรีรางคารของพระมเหสีและเชื้อพระวงศ์ เรียนรู้เรื่องราวในอดีตผ่านรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร พร้อมทำความเข้าใจข้อปฏิบัติที่ควรรักษาเมื่อมาเยือนศาสนสถานแห่งนี้พร้อมกันในรายการอารามบอยตอนนี้ 

  31. 8

    EP. 09 เที่ยวปราสาทหินพนมรุ้ง ชมทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และแสงอาทิตย์ส่องผ่าน 15 ช่องประตู - The Cloud Podcast

    หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะอันวิจิตร และบรรยากาศสุดขลัง รายการอารามบอย และ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล จะพาเดินขึ้นไปบนยอดภูเขาไฟเก่าที่สงบนิ่งมานับพันปี เปิดตำนาน ‘ปราสาทหินพนมรุ้ง’ ปราสาทหินทรายที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดของไทย ปราสาทหินพนมรุ้ง คืออนุสรณ์แห่งศรัทธาของ เจ้าชายนเรนทราทิตย์ เชื้อพระวงศ์ของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (ผู้สร้างนครวัด) ผู้สร้างปราสาทเพื่อประดิษฐานรูปเคารพ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่สรวงสวรรค์ เมื่อก้าวไปตามเส้นทางที่ขนาบข้างด้วย ‘เสานางเรียง’ คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศราวกับกำลังก้าวเข้าสู่ ‘วิมานของพระศิวะ’ ก่อนจะพบกับหนึ่งในขุมทรัพย์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ และยังเป็นไฮไลต์สำคัญของที่นี่ นั่นคือ ‘ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์’ งานแกะสลักที่แฝงไปด้วยศรัทธาและคติทางศาสนา แต่ครั้งหนึ่งเคยถูกโจรกรรมและนำไปจัดแสดงที่ Art Institute of Chicago จนเกิดกระแสเรียกร้องทวงคืนจากคนไทย และกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนพลังในการปกป้องสมบัติชาติ อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่ทำให้ปราสาทหินพนมรุ้งไม่เหมือนที่ไหนในโลก คือ ‘ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องผ่าน 15 ช่องประตู’ โดยแสงจะสาดส่องทะลุแนวประตูของปราสาทอย่างพอดิบพอดี เกิดขึ้นเพียงปีละ 4 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นหลักฐานทางภูมิปัญญาของช่างโบราณที่ออกแบบสถาปัตยกรรมให้สอดรับกับธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ ติดตามเรื่องราวทั้งหมดในรายอารามบอยตอนนี้ แล้วคุณจะเข้าใจว่า ทำไมปราสาทหินพนมรุ้งจึงเป็นหนึ่งในมรดกล้ำค่าที่สุดของไทย!

  32. 7

    EP. 07 ตำนานวัดอรุณฯ พระปรางค์ ยักษ์ และโลโก้ของประเทศ - The Cloud Podcast

    รายการอารามบอย และ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล กลับมากันที่วัดไทยอีกครั้ง รอบนี้ชวนไปเยือน ‘วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร’ หรือ วัดแจ้ง หนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน ร่วมย้อนตำนานประวัติศาสตร์ของวัดอรุณฯ ตั้งแต่พระปรางค์วัดอรุณฯ ชมตุ๊กตาศิลาจีนอันโดดเด่น ยักษ์วัดแจ้งที่เลื่องลือ พระอุโบสถที่เคยถูกไฟไหม้ โบสถ์น้อยและวิหารน้อยซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญจากสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน และพระแท่นวิปัสสนาของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไปจนถึงเรื่องราวสุดลึกลับที่มีคนเคยเผาตัวเองเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่หาชมได้ยาก  พร้อมด้วยคำแนะนำในการไปเที่ยววัดอรุณราชวราราม ทั้ง เวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด จุดถ่ายรูปสวยที่ไม่ควรพลาด สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือน มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัดอรุณราชวราราม พร้อมเกร็ดความรู้ในรายการ อารามบอย ตอนนี้เลย ดำเนินรายการ : ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล 

  33. 6

    EP. 06 Jubilee Year 2025 : ปีศักดิ์สิทธิ์ที่คนบาปได้คืนดีกับพระเจ้า - The Cloud Podcast

    รายการอารามบอยตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนแขกรับเชิญพิเศษ ดร.ตั้ว-ปติสร เพ็ญสุต คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ ครุ่นคริสต์ ใน The Cloud ร่วมเจาะลึกทุกมุมมองของ ‘Jubilee Year 2025 : Pilgrims of Hope’ อีเวนต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับโลกของคริสตชนที่จัดขึ้นทุก 25 ปี หรือบางปีอาจมีการประกาศปีพิเศษ (Extraordinary Jubilee) โดยพระสันตะปาปา เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น ปีแห่งพระเมตตาในปี 2016 ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 (Jubilee Year 2025) เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม ปี 2024 (วันคริสต์มาสอีฟ) และสิ้นสุดในวันที่ 6 มกราคม ปี 2026 (วันฉลองพระคริสต์ทรงแสดงองค์) มาในธีมของ ‘บรรดาผู้จาริกแห่งความหวัง’ (Pilgrims of Hope) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพระเจ้าและการมองไปสู่อนาคตที่สดใสผ่านการร่วมแสวงบุญ ซึ่งจะมีการเดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ 4 บานในกรุงโรม อย่างมหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter’s Basilica) มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน (St. John Lateran) มหาวิหารนักบุญมารีย์ใหญ่ (St. Mary Major) และมหาวิหารนักบุญเปาโลนอกกำแพงเมือง (St. Paul Outside the Walls) รวมถึงสถานที่สำคัญพื้นที่ของตนเอง โดยในกรุงเทพมหานครกำหนดวัดแสวงบุญ 4 แห่งสำหรับ Jubilee Year 2025 เพื่อให้ผู้ศรัทธาเข้าร่วมและรับพระคุณการุณย์ วัดทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ อาสนวิหารอัสสัมชัญ (เขตบางรัก) วัดคอนเซ็ปชัญแห่งพระแม่เจ้า (บางกอกน้อย) วัดซางตาครู้ส (กุฎีจีน) และวัดนักบุญเปโตร สามพราน (นครปฐม) การแสวงบุญจะเปิดโอกาสให้คริสตชนเข้าร่วมพิธีกรรม ขอสาสนสารภาพบาป และรับพระคุณการุณย์ เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองทั้งภายในและภายนอก เตือนให้ทุกคนหยุดคิดและหันกลับมาสำรวจตัวเอง เรียนรู้ที่จะให้อภัยทั้งตัวเองและผู้อื่น ปีศักดิ์สิทธิ์ 2025 (Jubilee Year 2025) จึงมีความหมายลึกซึ้งมาก ไม่ว่าคุณจะยึดโยงกับศาสนาใด Jubilee Year คือการเชื้อเชิญให้ทุกคนสำรวจเส้นทางชีวิตของตัวเองอีกครั้ง และเราอยากชวนคุณไปเฉลิมฉลองการให้อภัยครั้งสำคัญนี้ในรายการอารามบอย

  34. 5

    EP. 04 ไหว้พระแก้วมรกตช่วงปีใหม่ ชม 9 ไฮไลต์ห้ามพลาดและเคล็ดลับการเที่ยววัดพระแก้ว - The Cloud Podcast

    The Cloud และรายการ ‘อารามบอย’ อยากชวนเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ ด้วยการพาไปเที่ยว ‘วัดพระแก้ว’ หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สถานที่ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล มีทั้งความอลังการของสถาปัตยกรรม เป็นสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ ศิลปะ และความศักดิ์สิทธิ์ไว้ครบถ้วน  พร้อมปักหมุด 9 จุดไฮไลต์ห้ามพลาด ไขความลับพระแก้วมรกตทำจากอะไร ความพิเศษของพระแก้วมรกตที่ไม่เหมือนพระพุทธรูปองค์อื่น ๆ ชมงานศิลป์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมะและอธรรม และจิตรกรรมฝาผนังยาวที่สุด ก่อนแวะปราสาทนครวัดจำลองที่เกิดจากความพยายามของรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีพระราชประสงค์ให้นำปราสาทนครวัดมาไว้ที่นี่  พาทัวร์โดย ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล แฟนพันธุ์แท้วัดไทย และเขาเตรียมเคล็ดลับการไปเที่ยววัดพระแก้วเพื่อให้เดินชมความงามได้แบบสบาย ๆ มาฝากด้วย

  35. 4

    EP. 03 ถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสบรรยากาศหมู่บ้านในยุโรปที่ชุมชนกุฎีจีนและ 5 เรื่องลับวัดซางตาครู้ส - The Cloud Podcast

    รายการ ‘อารามบอย’ ตอนนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวนไปถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาส ปักหมุดชมที่สุดของบรรยากาศคริสต์มาสในกรุงเทพฯ อย่าง ‘ชุมชนกุฎีจีน’ ซึ่งพร้อมใจกันประดับด้วยไฟระยิบระยับ เหมือนเดินเข้าไปในหมู่บ้านที่ยุโรปแต่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดคือ ‘โบสถ์ซางตาครู้ส’ (วัดซางตาครู้ส) หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า ‘วัดกุฎีจีน’ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยวิถีชีวิตของคริสต์ศาสนิกชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นวัดคาทอลิกเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนที่ดินพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สถาปัตยกรรมผสมผสานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงยุคเรอเนสซองส์ ภายในมีกระจกสีที่เล่าเรื่องราวของศาสนาคริสต์ และในเทศกาลนี้คือโอกาสพิเศษที่จะได้ฟังระฆังการิย็อง ระฆังชุดอายุนับร้อยปีซึ่งจะบรรเลงบทเพลงเสริมบรรยากาศให้รื่นเริงมากยิ่งขึ้น 

  36. 3

    EP. 02 ยักษ์วัดโพธิ์หาย (ยังหาไม่เจอ) และ 9 เรื่องลับที่รู้แล้วจะเที่ยววัดโพธิ์สนุกกว่าเดิม - The Cloud Podcast

     ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล แฟนพันธุ์แท้วัดไทย พาเที่ยว ‘วัดโพธิ์’ วัดแลนด์มาร์กแห่งการนวด สถานที่จารึกมากกว่าแค่ตำรายา แต่รวบรวมความรู้ไว้มากที่สุด จนเปรียบเสมือนแหล่งความรู้ของไทย และมีพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ  จากนั้นพาสืบเสาะเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์ แนะนำสถานที่มูฯ ขอลูกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และนี่คือ 9 เรื่องลับที่จะทำให้เที่ยววัดโพธิ์สนุกกว่าเดิม ในรายการอารามบอยตอนนี้  

  37. 2

    EP. 01 ชวนเที่ยวงานภูเขาทองและ 9 สิ่งที่หลายคนไม่รู้และไม่ควรพลาดเมื่อมาวัดสระเกศ - The Cloud Podcast

    ‘อารามบอย’ รายการที่ต่อยอดจากคอลัมน์ยอดนิยมบนเว็บไซต์ The Cloud เราชวน ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล แฟนพันธุ์แท้วัดไทย และเจ้าของคอลัมน์ มาพาทัวร์เล่าเรื่องลับที่จะทำให้การเข้าวัดของทุกคนหลังจากนี้สนุกขึ้น ประเดิมตอนแรกกับ ‘วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)’ ที่จะมีเทศกาลงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุหรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘งานวัดภูเขาทอง’ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี และปีนี้จัดตั้งแต่วันที่ 8 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 โดยผู้คนจะนิยมขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทอง ซึ่งความพิเศษไม่ใช่เพราะพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ภายในถูกอันเชิญมาจาก ‘อินเดีย’ เท่านั้น แต่พระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่นั้นยังเป็นของพระโคตมพุทธเจ้าจริง ๆ และนี่คือ 9 สิ่งที่ไม่ควรพลาดที่วัดสะเกศที่เราอยากชวนทุกคนมาติดตามในตอนนี้

Type above to search every episode's transcript for a word or phrase. Matches are scoped to this podcast.

Searching…

We're indexing this podcast's transcripts for the first time — this can take a minute or two. We'll show results as soon as they're ready.

No matches for "" in this podcast's transcripts.

Showing of matches

No topics indexed yet for this podcast.

Loading reviews...

ABOUT THIS SHOW

อารามบอย เล่าเรื่องลับที่จะทำให้การเข้าวัดสนุกขึ้น โดย ต้า แฟนพันธุ์แท้วัดไทย

HOSTED BY

tata-aramboy

CATEGORIES

URL copied to clipboard!