กำเนิดของสัตว์ ๔ ประเภท episode artwork

EPISODE · Jan 5, 2022 · 5 MIN

กำเนิดของสัตว์ ๔ ประเภท

from คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ · host 072

กัณฑ์๑๗ ศีลเบื้องต่ำ และศีลเบื้องสูง คำที่เรียกว่าสัตว์น่ะ   ผู้ข้องอยู่ในภพ แปลว่าผู้ข้องอยู่ ลคฺคตีติ แปลว่าข้องอยู่   สัตว์ที่ข้องอยู่มีกำเนิดถึง ๔ คือ อัณฑชะ สังเสทชะ ชลาพุชะ อุปปาติกะ นี่กำเนิด   ๔    อัณฑชะ สัตว์ที่เกิดด้วยฟองไข่ สัตว์ชนิดอะไรไม่ว่าที่เกิดด้วยฟองไข่แล้วก็ฟัก   เป็นตัวอีกหนหนึ่ง เรียกว่าอัณฑชะทั้งนั้น นี่เราก็ระวังยากนะ ไข่เป็ด ไข่ไก่   ระวังยาก เหมือนกัน ไข่มด ไข่เหา ไข่เรือด ไข่เล็น ไข่เหล่านี้ระวังยากทั้งนั้น   มีไข่ทั้งนั้น สัตว์พวกนี้ นี่เรียกว่าอัณฑชะ ต้องเว้นกันจริงๆ    สังเสทชะ สัตว์ที่เกิดด้วยเหงื่อไคล เหา เล็น เรือด ไร ที่กัดเราอยู่ทุกวันนี้   อ้ายนั่นสำคัญอีกเหมือนกัน ยุงไม่ได้เกิดด้วยเหงื่อไคล   ถ้าว่าพวกสังเสทชะเกิดด้วยเหงื่อไคล เหา เล็น เรือด ไร เหล่านี้ทุกชนิด   อาศัยเหงื่อไคลเป็นแดนเกิดละก็ เรียกว่า สังเสทชะทั้งนั้น ชลาพุชะ   สัตว์อาศัยน้ำบังเกิดขึ้น ถ้าไม่มีน้ำเกิดไม่ได้ ต้องมีน้ำจึงบังเกิดขึ้น   นั่นเรียกว่า ชลาพุชะ มนุษย์เป็นอันมากก็เรียกว่าชลาพุชะทั้งนั้น แพะ แกะ วัว   ควาย ช้าง ม้า อาศัยน้ำเป็นแดนเกิดทั้งนั้น สัตว์เกิดในน้ำเป็นอเนกประการ   เกิดในน้ำก็อาศัยไข่บ้าง อาศัยเหงื่อไคลบ้าง มนุษย์ก็เกิดด้วยเหงื่อไคลได้   มนุษย์นี่แหละที่เรียกว่าชลาพุชะ นี่มีเหงื่อไคลเป็นแดนเกิดได้เหมือนกัน   เหมือนพระปัจเจกโพธิ ๕๐๐ อาศัยคัพภมลทิน คลอดออกมาคนเดียว   อาศัยคัพภมลทินเหงื่อไคลของคัพภ์นั้น ด้วยของ สกปรกโสโครกเหล่านั้น เกิดเป็น ๔๙๙   นี่ เกิดด้วยเหงื่อไคลเหมือนกัน มนุษย์เรียกว่า สังเสทชะเหมือนกัน    อุปปาติกะ ลอยขึ้นบังเกิด เกิดขึ้นละอายุ ๑๔-๑๕ ทีเดียว   นั่นก็เป็นสัตว์อีกพวกหนึ่ง เช่นนี้เราจะฆ่าเขาไม่ค่อยได้หรอก   แต่ว่าได้เหมือนกัน เช่น นางอัมพปาลีเกิดในค่าคบต้นมะม่วง   แล้วอยู่ร่วมด้วยมนุษย์ราชกุมาร ๕๐๐ เป็นสามี ๕๐๐ ต้องผลัดกัน อยู่ร่วมคนละ ๗   วันไป ๕๐๐ นี่ก็เต็มที่ไม่มีเวลา สร้างปราสาทขึ้นไว้ในสวนมะม่วงนั้น   ไม่ให้เป็นของใคร ถ้ามิฉะนั้นราชกุมารจะเกิดทะเลาะกัน   จะเกิดฆ่าฟันทะเลาะบาดหมางกันขึ้น นี่พราหมณ์ตัดสินให้เป็นไปดังนั้น   นี่นางอัมพปาลีอาศัยค่าคบมะม่วงเกิดขึ้น นี่ ก็เป็นมนุษย์ เกิดเป็นอุปปาติกะ   แปลกไหมล่ะ เป็นอุปปาติกะ กำเนิดทั้ง ๔ นี้ มนุษย์มีทั้งสิ้น พระเถระ ๒ รูป   ลูกนางกุลตีกินรีไข่ออกมา ออกมาเป็นไข่ พอกะเทาะออกมาเป็นมนุษย์ เป็นชาย ๒ คน   เป็นชายด้วยกันทั้ง ๒ คนนั่นแหละ นี่ก็เกิดด้วยฟองไข่ เกิดด้วยฟองไข่ก็มี   เกิดด้วยเหงื่อไคลก็มี เกิดเป็นอุปปาติกะก็มี เกิดเป็นชลาพุชะก็มี กำเนิดทั้ง ๔   มนุษย์มีพร้อม

Episode metadata supplied by the publisher feed · Published Jan 5, 2022

กัณฑ์๑๗ ศีลเบื้องต่ำ และศีลเบื้องสูง คำที่เรียกว่าสัตว์น่ะ   ผู้ข้องอยู่ในภพ แปลว่าผู้ข้องอยู่ ลคฺคตีติ แปลว่าข้องอยู่   สัตว์ที่ข้องอยู่มีกำเนิดถึง ๔ คือ อัณฑชะ สังเสทชะ ชลาพุชะ อุปปาติกะ นี่กำเนิด   ๔    อัณฑชะ สัตว์ที่เกิดด้วยฟองไข่ สัตว์ชนิดอะไรไม่ว่าที่เกิดด้วยฟองไข่แล้วก็ฟัก   เป็นตัวอีกหนหนึ่ง เรียกว่าอัณฑชะทั้งนั้น นี่เราก็ระวังยากนะ ไข่เป็ด ไข่ไก่   ระวังยาก เหมือนกัน ไข่มด ไข่เหา ไข่เรือด ไข่เล็น ไข่เหล่านี้ระวังยากทั้งนั้น   มีไข่ทั้งนั้น สัตว์พวกนี้ นี่เรียกว่าอัณฑชะ ต้องเว้นกันจริงๆ    สังเสทชะ สัตว์ที่เกิดด้วยเหงื่อไคล เหา เล็น เรือด ไร ที่กัดเราอยู่ทุกวันนี้   อ้ายนั่นสำคัญอีกเหมือนกัน ยุงไม่ได้เกิดด้วยเหงื่อไคล   ถ้าว่าพวกสังเสทชะเกิดด้วยเหงื่อไคล เหา เล็น เรือด ไร เหล่านี้ทุกชนิด   อาศัยเหงื่อไคลเป็นแดนเกิดละก็ เรียกว่า สังเสทชะทั้งนั้น ชลาพุชะ   สัตว์อาศัยน้ำบังเกิดขึ้น ถ้าไม่มีน้ำเกิดไม่ได้ ต้องมีน้ำจึงบังเกิดขึ้น   นั่นเรียกว่า ชลาพุชะ มนุษย์เป็นอันมากก็เรียกว่าชลาพุชะทั้งนั้น แพะ แกะ วัว   ควาย ช้าง ม้า อาศัยน้ำเป็นแดนเกิดทั้งนั้น สัตว์เกิดในน้ำเป็นอเนกประการ   เกิดในน้ำก็อาศัยไข่บ้าง อาศัยเหงื่อไคลบ้าง มนุษย์ก็เกิดด้วยเหงื่อไคลได้   มนุษย์นี่แหละที่เรียกว่าชลาพุชะ นี่มีเหงื่อไคลเป็นแดนเกิดได้เหมือนกัน   เหมือนพระปัจเจกโพธิ ๕๐๐ อาศัยคัพภมลทิน คลอดออกมาคนเดียว   อาศัยคัพภมลทินเหงื่อไคลของคัพภ์นั้น ด้วยของ สกปรกโสโครกเหล่านั้น เกิดเป็น ๔๙๙   นี่ เกิดด้วยเหงื่อไคลเหมือนกัน มนุษย์เรียกว่า สังเสทชะเหมือนกัน    อุปปาติกะ ลอยขึ้นบังเกิด เกิดขึ้นละอายุ ๑๔-๑๕ ทีเดียว   นั่นก็เป็นสัตว์อีกพวกหนึ่ง เช่นนี้เราจะฆ่าเขาไม่ค่อยได้หรอก   แต่ว่าได้เหมือนกัน เช่น นางอัมพปาลีเกิดในค่าคบต้นมะม่วง   แล้วอยู่ร่วมด้วยมนุษย์ราชกุมาร ๕๐๐ เป็นสามี ๕๐๐ ต้องผลัดกัน อยู่ร่วมคนละ ๗   วันไป ๕๐๐ นี่ก็เต็มที่ไม่มีเวลา สร้างปราสาทขึ้นไว้ในสวนมะม่วงนั้น   ไม่ให้เป็นของใคร ถ้ามิฉะนั้นราชกุมารจะเกิดทะเลาะกัน   จะเกิดฆ่าฟันทะเลาะบาดหมางกันขึ้น นี่พราหมณ์ตัดสินให้เป็นไปดังนั้น   นี่นางอัมพปาลีอาศัยค่าคบมะม่วงเกิดขึ้น นี่ ก็เป็นมนุษย์ เกิดเป็นอุปปาติกะ   แปลกไหมล่ะ เป็นอุปปาติกะ กำเนิดทั้ง ๔ นี้ มนุษย์มีทั้งสิ้น พระเถระ ๒ รูป   ลูกนางกุลตีกินรีไข่ออกมา ออกมาเป็นไข่ พอกะเทาะออกมาเป็นมนุษย์ เป็นชาย ๒ คน   เป็นชายด้วยกันทั้ง ๒ คนนั่นแหละ นี่ก็เกิดด้วยฟองไข่ เกิดด้วยฟองไข่ก็มี   เกิดด้วยเหงื่อไคลก็มี เกิดเป็นอุปปาติกะก็มี เกิดเป็นชลาพุชะก็มี กำเนิดทั้ง ๔   มนุษย์มีพร้อม

PodParley-generated summary based on available episode metadata and transcript content.

NOW PLAYING

กำเนิดของสัตว์ ๔ ประเภท

0:00 5:30

No transcript for this episode yet

We transcribe on demand. Request one and we'll notify you when it's ready — usually under 10 minutes.

Frequently Asked Questions

How long is this episode of คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ?

This episode is 5 minutes long.

When was this คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ episode published?

This episode was published on January 5, 2022.

What is this episode about?

กัณฑ์๑๗ ศีลเบื้องต่ำ และศีลเบื้องสูง คำที่เรียกว่าสัตว์น่ะ   ผู้ข้องอยู่ในภพ แปลว่าผู้ข้องอยู่ ลคฺคตีติ แปลว่าข้องอยู่   สัตว์ที่ข้องอยู่มีกำเนิดถึง ๔ คือ อัณฑชะ สังเสทชะ ชลาพุชะ อุปปาติกะ นี่กำเนิด   ๔    อัณฑชะ สัตว์ที่เกิดด้วยฟองไข่...

Can I download this คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ episode?

Yes, you can download this episode by clicking the download button on the episode player, or subscribe to the podcast in your preferred podcast app for automatic downloads.
URL copied to clipboard!