ปฏิจจสมุปบาท (3/3) พลิกอวิชชาเป็นวิชชา วัดสระกะเทียม 19 มี.ค. 67 episode artwork

EPISODE · Mar 21, 2024 · 59 MIN

ปฏิจจสมุปบาท (3/3) พลิกอวิชชาเป็นวิชชา วัดสระกะเทียม 19 มี.ค. 67

from ฟังธรรมจากพระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม (พระกิตติวิมลเมธี)

หลวงพ่อเจ้าคุณพระกิตติวิมลเมธี (สุชีพ สุธมฺโม) วัดบุปผาราม วรวิหารบรรยายธรรมหัวข้อ "ปฏิจจสมุปบาท" ให้แก่คณะสงฆ์ผู้มาอบรมในโครงการฝึกอบรม พระคณาจารย์ด้านกรรมฐานทุนเล่าเรียนหลวง ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ ณ วัดสระกะเทียม นครปฐม วันอังคารที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗อานาปานสตินั้นเมื่ออบรมแล้วทำให้มากแล้ว จะถึงซึ่งวิชชาและวิมุตติ อานาปานสตินั้นจะเป็นทางแห่งโพธิปักขิยธรรมทั้ง ๓๗ ประการ อานาปานสติ คือ ลมหายใจอย่างเดียวได้ทุกอย่างพระสารีบุตรท่านขยายความไว้ว่า ทีฆํ อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตา อวิกฺเขโป สมาธิ แปลว่า ความที่แห่งจิตมีอารมณ์อันเดียวด้วยอำนาจแห่งลมหายใจออกยาว ไม่กระสับกระส่าย เป็นสมาธิ คือ เป็นความตั้งมั่น เพราะฉะนั้นตัวรู้ที่ตรงเข้าไปสู่ลมกระทบที่ออก ลมกระทบที่เข้า ตั้งแต่ต้นลม กลางลม ปลายลม จนสุดลมหายใจออก จบ สติที่เกิดขึ้น เกิดสติเป็นเจตสิก มันเกิดแล้วก็ดับ เมื่อมันตรง จิตผู้รู้ที่เข้าไปรู้ เป็นสติ สติที่เข้าไปรู้ เป็นสติปาริสุทธิ เป็นสติบริสุทธิ์ สติบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นทุกขณะ จะบ่มความตั้งมั่นให้กับจิต ความตั้งมั่นที่เกิดขึ้นจะมีกําลังให้กับตัวผู้รู้ ผู้รู้จะมีอุเบกขาเป็นวิหาระ ผู้รู้จะมีความตั้งมั่นเป็นวิหาระ มีกําลังขึ้นไปเรื่อยๆจนเรียกว่าอุเบกขาสติปาริสุทธิ ตัวรู้จะนิ่งเฉยอยู่อย่างอิสระอันมีอุเบกขาเป็นฐาน นี่คือตัวพลิกเกม เพราะพอรู้นิ่งเฉยอยู่ มันรู้ตรงเข้าไปสู่ลม ตัวรู้ที่รู้ตรงสู่ลม พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็น อนิสฺสิต แปลว่า ไม่เป็นที่อาศัยของตัณหา มานะและทิฏฐิเป็น อญฺญมเหฐยาน เป็นสภาวะที่ไม่ว่าร้ายใครเป็น น อุปวเทยฺย กญฺจิ ไม่ติเตียนใครตัวรู้ที่ออกจากฐานตัวผู้รู้ตรงต่อลมที่กระทบ ในขณะจิตที่มันรู้ มันเป็น อนิสฺสิต เมื่อท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลายเข้าใจลงใจอย่างนี้แล้ว ท่านทําหน้าที่แค่รู้ลมตรงๆให้ถูกต้องอย่างนี้ ลมกระทบออกรู้ ลมกระทบเข้ารู้ จิตจะเกิด เอวํ ตสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย แปลว่า จิตจะเกิดการน้อมไปเพื่อ อาตปฺปาย ความเพียรที่แผดเผา เพื่อ อนุโยคาย การประกอบบ่อยๆ เพื่อ สาตจฺจาย การยืนประกอบเนืองๆต่อเนื่อง เพื่อ ปธานาย เพื่อความตั้งมั่น ไม่เป็นไปอย่างอื่น เป็นไปเพื่ออย่างนี้ ท่านจึงไม่ต้องทําอะไร วางตัวผู้รู้ไว้บริเวณนิมิตนี้แล้วก็รู้ลมไป รู้ลมที่เป็นลมกระทบ ลมกระทบเป็นแบบไหนรู้แบบนั้น ของพระพุทธเจ้านี้ถูก ตรง จบ แต่ละขณะบ่มเป็นความตั้งมั่นขึ้นมา ความตั้งมั่นที่เกิดขึ้นนี้เป็นตัวพลิกเกม ถ้าความตั้งมั่นที่มีสติแลอยู่ มีกําลัง ๒๕% หมายถึง ทำให้จิตเกิดการรู้อยู่เห็นอยู่ซึ่งความเป็นจริงของรูปนามนี้ ด้วยกําลังของความตั้งมั่น ๒๕% เครื่องร้อยรัด ๓ ข้อขาดสะบั้น ถ้าความตั้งมั่นที่ถูกบ่มขึ้นมาจนมีกําลัง ๕๐% เครื่องร้อยรัดของจิตที่มีอยู่ ๓ ข้อขาดสะบั้น พร้อมทั้งราคะ โทสะ โมหะ จะเบาบางลง ถ้าความตั้งมั่นนี้ถูกบ่มด้วยความเพียรของท่านทั้งหลาย จนจิตเกิดการตั้งมั่นขึ้นมา ๗๕% ตัวที่รู้อยู่เห็นอยู่ซึ่งกายใจนี้ตามความเป็นจริง จะทําให้เกิดการขาดสะบั้นของเครื่องร้อยรัดไป ๕ ตัว ถ้าท่านบ่มไปเรื่อยๆด้วยความเพียรอย่างต่อเนื่อง ไม่วอกแวก บ่มความตั้งมั่นจนมีกําลังอันมีความตั้งมั่นที่มีสติแลอยู่ มีกําลังถึง ๑๐๐% เครื่องร้อยรัดทั้ง ๑๐ ตัวจะถูกกระชากออกไปด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า อานาปานสติ ภิกฺขเว ภาวิตา พหุลีกตา มหปฺผลา โหติ มหานิสํโส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติอันบุคคลใดอบรมแล้วทําให้มากแล้ว ย่อมมีอานิสงส์มากความตั้งมั่นที่มีอยู่โดยธรรมชาติ ถูกใช้ด้วยอำนาจของอวิชชาและโมหะ พระพุทธเจ้าบอกให้ใช้สติที่บริสุทธิ์บ่มความตั้งมั่นขึ้นมา ให้ความตั้งมั่นมีกําลังอันมีสติแลอยู่ คือ ความตั้งมั่นที่บ่มด้วยสติที่บริสุทธิ์ สติที่บริสุทธิ์ คือ สติที่เข้าไปตรงสู่ลมที่เป็นจริง คือ ลมที่กระทบออก ลมกระทบเข้า ถูก ตรง จริง จบ แต่ละขณะ จึงจะตกมาเป็นความตั้งมั่นได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า มิจฉาทิฏฐิย่อมเกิดแก่บุคคลผู้ไม่รู้แจ้งอันประกอบด้วยอวิชชา หรือ ผู้ที่ใช้อํานาจของอวิชชาย่อมไม่มีความรู้จึงเกิดทําให้มิจฉาทิฏฐิเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในขณะที่เราอยู่ในอํานาจของอวิชชา เรามีความเห็น มีความคิด มีการกระทํา มีการพูด มีการพยายาม มีการดํารงชีวิต มีการระลึก มีความตั้งใจ องค์ประกอบตั้งแต่ที่เคลื่อนไหวในกิริยาชีวิตอยู่ในอํานาจของอวิชชามันกลายเป็นมิจฉาไปหมดเลย แล้วท่านตรัสต่อไล่ไปเป็นลําดับ มิจฉาสังกัปปะยอมเกิดแก่ผู้ที่มีมิจฉาทิฏฐิ จนครบองค์ประกอบมรรค เพราะฉะนั้นตัวธรรมชาติสายของอวิชชานี้ ทําให้กิริยาชีวิตของเราทุกๆกิริยาเป็นมิจฉาหมด จึงไปสุดที่ทุกข์ ส่วนธรรมชาติของสายวิชชา สัมมาทิฏฐิย่อมเกิดมีขึ้นแก่บุคคลผู้รู้แจ้งด้วยอํานาจของวิชชา และสัมมาสังกัปปะย่อมเกิดมีขึ้นแก่ผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิ คือ ไล่เป็นองค์มรรค จะเป็นองค์ประกอบล้อกันอยู่อย่างนี้ ธรรมชาติ ๒ สาย

Episode metadata supplied by the publisher feed · Published Mar 21, 2024

Embed this episode

NOW PLAYING

ปฏิจจสมุปบาท (3/3) พลิกอวิชชาเป็นวิชชา วัดสระกะเทียม 19 มี.ค. 67

0:00 59:20

No transcript for this episode yet

We transcribe on demand. Request one and we'll notify you when it's ready — usually under 10 minutes.

No similar episodes found.

No similar podcasts found.

Frequently Asked Questions

How long is this episode of ฟังธรรมจากพระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม (พระกิตติวิมลเมธี)?

This episode is 59 minutes long.

When was this ฟังธรรมจากพระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม (พระกิตติวิมลเมธี) episode published?

This episode was published on March 21, 2024.

Can I download this ฟังธรรมจากพระอาจารย์สุชีพ สุธมฺโม (พระกิตติวิมลเมธี) episode?

Yes. Use the download control on the episode player to save the publisher-provided media file.
URL copied to clipboard!