EPISODE · Jan 25, 2026 · 7 MIN
สดแต่เช้า Ep.301 Hey Jude!
from Soul Food Podcasts · host Soul Food Ministries
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 301) Hey Jude! “พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามวาระของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจมนุษย์ด้วย แต่มนุษย์ยังค้นไม่พบว่า พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาล จนกาลสุดท้าย” ~ปัญญาจารย์ 3:11 THSV11 ทุกเหตุการณ์ในชีวิตมี “เวลา” และ “จังหวะ” ในสายพระเนตรของพระเจ้า แม้แต่ สิ่งที่ดูยุ่งเหยิง เจ็บปวด หรือไม่สวยงามก็อาจ “เป็นวาระ” หรือ ยัง “ไม่ถึงวาระ” ที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ อย่างดังเรื่องต่อไปนี้ พอล แม็กคาร์ทนีย์ เขียนเพลง “Hey Jude” อันโด่งดังขึ้นมาเพื่อปลอบใจ จูเลียน เลนนอน วัยห้าขวบ ที่ถูกพ่อคือ จอห์น เลนนอน(แห่งวง เดอะ บีทเทิลส์)ทอดทิ้ง ในปี 1968 พร้อมกับซินเธีย เลนนอนผู้เป็นแม่ ในขณะที่กำลังหย่าร้างกัน เพื่อไปอยู่กับกับโยโกะ โอโนะ จูเลียนสับสน เจ็บปวด และโลกทั้งใบของเขากำลังพังทลาย ในแบบที่เด็กอายุห้าขวบแทบไม่อาจเข้าใจได้ พอล แม็กคาร์ทนีย์ เป็นเพื่อนกับจอห์นมานานกว่าสิบปี พวกเขาเป็นสมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์ เขียนเพลงด้วยกัน และเปลี่ยนแปลงโลกดนตรีไปด้วยกัน แต่ในเวลานั้น สิ่งที่จอห์นทำกำลังก่อความเจ็บปวด ทั้งต่อซินเธียและต่อจูเลียนเกินบรรยาย พอลจึงตัดสินใจไปเยี่ยมซินเธียและจูเลียน เดินทางจากลอนดอนไปเวย์บริดจ์ใช้เวลาขับรถ ประมาณหนึ่งชั่วโมง พอลในวัย26ปี เห็นจูเลียน เด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเผชิญกับการถูกพ่อทอดทิ้ง เขาก็อยากช่วยอะไรสักอย่าง ในระหว่างขับรถกลับลอนดอน พอลเริ่มคิดจะแต่งเพลงๆหนึ่ง ตอนแรกเขาตั้งชื่อเพลงนั้นว่า “Hey Jules” หรือ “เฮ้ จูเลียน” แต่พอลเปลี่ยนชื่อจาก “Jules” เป็น “Jude” เพราะฟังดูไพเราะกว่า เนื้อเพลงค่อย ๆเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของเขาว่า “Hey Jude, don’t make it bad. Take a sad song and make it better…” (เฮย์ จูด อย่าทำให้มันแย่ไปกว่านี้ ใช้เพลงเศร้าๆ เพลงนั้น และทำให้มันดีขึ้น) เนื้อเพลงนี้ ไม่ใช่บทกวีซับซ้อน แต่เป็นการการปลอบโยน เด็กชายวัยห้าขวบคนหนึ่งว่า ตอนนี้เขาอาจเจ็บปวด แต่อย่าทำให้มันแย่ลง แต่เขาจะผ่านมันไปได้ ขอให้เอาความเจ็บปวดนั้นมาแปรเปลี่ยนให้ดีขึ้น เพลง “Hey Jude” ได้รับการบันทึกเสียงในช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม 1968 และกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขึ้นอันดับหนึ่งทั่วโลก และเป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดของปี 1968 คนนับล้านร้องเพลงนี้ แต่น้อยคนที่รู้ว่าเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อ ลูกชายของจอห์น เลนนอน เด็กชายวัยห้าขวบ ในวันที่พ่อของเขาจากไป จอห์นและโยโกะมีลูกชายด้วยกันชื่อว่าฌอนในปี 1975 และจอห์นก็ห่างจากวงการดนตรีเพื่อเป็นพ่อเต็มเวลาให้กับฌอน ในแบบที่เขาไม่เคยเป็นอย่างนั้นให้แก่จูเลียน แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในวันที่ 8 ธันวาคม 1980 จอห์น เลนนอน ถูกลอบสังหารหน้าอาคารดาโกตาในนิวยอร์ก จูเลียนอายุ 17 ปี (ในตอนนั้น)ไม่มีโอกาสในการปรับความเข้าใจกับพ่อตลอดกาล จูเลียนก้าวเข้าสู่เส้นทางดนตรี หนึ่งนั้นเป็นเพราะพรสวรรค์ และอีกหนึ่งเป็นเหมือนมรดกจากพ่อ เขาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ในอัลบั้มเปิดตัว Valotte ในปี 1984 ซึ่งทำผลงานได้ดี ส่วนเพลง Too Late for Goodbyes ได้กลายมาเป็นเพลงฮิต แต่เขาก็ยังคงอยู่ใต้เงาพ่อ เป็น “ลูกชายของจอห์น เลนนอน” อยู่เสมอ เวลาผ่านไปหลายทศวรรษ จูเลียนยังคงทำดนตรีควบคู่ไปกับการเป็นช่างภาพ ผู้สร้างภาพยนตร์ และนักการกุศล เขาสร้างชีวิตให้อยู่นอกกรอบของการเป็นลูกชายของจอห์น เลนนอน จนกระทั่ง ในปี 2022 เมื่อ จูเลียนอายุ 59 ปี เขาตัดสินใจทำอัลบั้มใหม่ และตั้งชื่อว่า “Jude” เขาเลือกเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเปลี่ยนเรื่องเล่าจาก “เด็กชายแสนเศร้าที่พอลเขียนเพลงให้” เป็น “ผู้ชายที่สร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเองขึ้นมา” เขาเอาความเจ็บปวดมาแปรเป็นศิลปะ และ เอาความเศร้ามาเปลี่ยนเป็นความงาม อัลบั้มเพลงออกจำหน่ายในเดือนกันยายน 2022 เป็นงานส่วนตัวอันลึกซึ้ง เกี่ยวกับการเยียวยา การจัดการกับความเจ็บปวด และการก้าวต่อไปข้างหน้า และในช่วงเวลานั้นเอง จูเลียนได้พบกับพอล แม็กคาร์ทนีย์ ในวัย80ปี จูเลียนเล่าถึงการพบกันนั้นในโซเชียลมีเดีย มีภาพเซลฟี่ของชายสองคน ต่างวัย ภาพเซลฟี่ที่เขาโพสต์ แสดงให้เห็นชายสองคนยิ้มให้กัน พอลในวัย 80 จูเลียนในวัย 59 เชื่อมโยงกันด้วยประวัติศาสตร์ ดนตรี และเพลงที่เขียนขึ้นเมื่อคนหนึ่งอายุ 26 และอีกคนอายุ 5ปี(ในขณะที่เขียนนี้ เป็นปี2026 ปัจจุบันพอลอายุ 84 ปี และจูเลียนอายุ 63 ปี!) นี่คือเส้นทางการเยียวยาที่ยาวนาน การพบกันในปี 2022 คือจุดสรุปของการ “อยู่ตรงนั้น” ในจุดเริ่มต้นของเพลง “ Hey Jude" ของ พอล แม็กคาร์ทนีย์จนถึงวันที่ จูเลียนได้ออกอัลบั้มชื่อ “Jude” นี่คือ เรื่องราว ของ 54 ปี จาก “Hey Jules” (Hey Jude) สู่ “Jude” จากการถูกทอดทิ้ง สู่ศิลปะ จากความเจ็บปวด สู่ความสมบูรณ์!! ชีวิตของเราแต่ละคนก็เช่นกัน เราอาจมีวาระแห่งการถูกทอดทิ้ง วาระความเจ็บปวด วาระสร้างสรรค์ และ วาระแห่งความสำเร็จ ทุกอย่างที่โศกเศร้าและสุขสันต์ อาจขึ้นกับเราได้ทุกเวลา ดังนั้น จงเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ของชีวิต โดยไม่แตกตื่น จงติดสนิทกับพระเจ้า และให้สันติสุขครองจิตใจของเรา จงกิน ดื่ม และทำสิ่งที่ควรทำ มีคุณค่า ด้วยความชื่นชมยินดีอยู่เสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิดไป ขอให้เราจะพึ่งพิงพระคุณของพระเจ้า และ เปลี่ยนจาก “Hey Jude" เป็น "Jude"ในบั้นปลาย! …จะดีไหมครับ?
Embed this episode
NOW PLAYING
สดแต่เช้า Ep.301 Hey Jude!
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
No similar episodes found.
Similar Podcasts
No similar podcasts found.