EPISODE · May 9, 2025 · 7 MIN
สดแต่เช้า Ep.39 ความไม่มั่นคงทางจิตใจของผู้นำที่ต้องได้รับการเยียวยา!
from Soul Food Podcasts · host Soul Food Ministries
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่39) ความไม่มั่นคงทางจิตใจของผู้นำที่ต้องได้รับการเยียวยา! “ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำสุดท้ายของดาวิด ดาวิดบุตรเจสซีได้กล่าว และชายที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นให้สูงได้กล่าว คือผู้ที่รับการเจิมของพระเจ้าของยาโคบ นักแต่งสดุดีอย่างไพเราะของอิสราเอล ได้กล่าวดังนี้ว่า” ~2 ซามูเอล 23:1 THSV11 ศบ. อันเดรส สไปเกอร์ กล่าวว่า มีอยู่ 3 ประเด็นสำคัญ ที่ผู้นำต้องเผชิญและต้องการรับการเยียวยารักษาเกี่ยวกับความไม่มั่นคงในใจ โดยเราสามารถถอดบทเรียนนี้ได้จากชีวิตของดาวิด 1.ดาวิดเลือกที่จะเน้นความเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งมากกว่าเน้นที่ตำแหน่งสูงสุดที่เขาได้รับ 2.ดาวิดได้ผ่านกระบวนการของการเยียวยารักษาความไม่มั่นคงในใจของเขามาได้ เพราะความมั่นคงของเขาอยู่ในพระเจ้า ผู้นำทุกคนล้วนเผชิญกับ “บาดแผลภายในใจ” แต่หากเราขอพระเจ้าทรงเยียวยารักษา เราจะนำคนอื่นๆต่อไปได้อย่างมั่นคงยืนนาน โยเซฟก็ถูกขายโดยพี่น้องของเขา เพราะพวกเขาอิจฉาและรู้สึกไม่มั่นคง ความรู้สึกไม่มั่นคงของผู้นำปัจจุบันก็อาจขัดขวางคนรุ่นใหม่ไม่ให้ลุกขึ้นมาเฉิดฉาย หรือตัดตอนคนมีศักยภาพโดดเด่นไม่ให้แจ้งเกิดหรือไม่ได้ไปต่อ ก็เป็นได้! ผู้นำที่รู้สึกไม่มั่นคงเป็นภัยคุกคามยิ่งใหญ่นักต่อคริสตจักรหรือองค์กรในยุคนี้ พระเจ้าทรงประสงค์1.ให้เราทำลายความรู้สึกไม่มั่นคงในท่ามกลางพวกเราให้หมดสิ้นลงโดยเร็ว2.ให้เราช่วยกันพัฒนาและเพิ่มพูนจำนวนผู้นำที่มีความรู้สึกมั่นคงในพระเจ้าให้มากขึ้น3.ให้เราลุกขึ้นมาเป็นพรพร้อมกันทั้งในคริสตจักรและต่อชุมชนทั่วโลก 3 ประเด็นซึ่งทำให้ผู้นำเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในใจที่เราต้องเรียนรู้ และรับมือ รีบป้องกันและรักษาเยียวยา โดยขอใช้ชีวิตของกษัตริย์ เป็นกรณีศึกษาดังนี้ 1. ต้นกำเนิด หรือ กำพืด (Origin) ความรู้สึกไม่มั่นคงในชาติกำเนิด เป็นปัญหาใหญ่ของความรู้สึกไม่มั่นคง แต่ดาวิดเอาชนะเรื่องนี้ได้ โดยไม่อายที่จะกล่าวถึงตัวเองว่าเป็นคนธรรมดา เป็นแค่บุตรหรือเชื้อสายของเจสซี โดยไม่ได้พยายามปกปิดอดีต และบอกว่าพระองค์คือกษัตริย์ ดาวิดผู้เลืองนาม เราก็ควรมีความรู้สึกมั่นคง ในตัวเอง ไม่ว่ากำพืดเราจะมาจากไหน คนมากมายพยายามพิสูจน์ว่า ตัวเขา “ดีกว่า” หรือ “คู่ควร”กับเกียรติและศักดิ์ศรี แต่ความรักของพระเจ้า บอกให้เรามั่นใจว่า เรามีคุณค่า ไม่ว่าใครจะเป็นบิดามารดาของเรา เราจะมีพื้นเพมาจากไหน หรือเรามาจากชาติพันธุ์อะไร? เราจึงไม่ควรละอายต่ออดีต หรือภูมิหลังที่เราเลือกไม่ได้ แต่เราควรยอมรับด้วยความภูมิใจว่า นั่นเป็นสิทธิพิเศษที่พระเจ้าทรงให้เราเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของพระเจ้า โดยพระองค์ เป็นผู้ทรงสร้างและออกแบบเราอย่างตั้งใจ ดังนั้น ขอให้เรามีความมั่นคงทางอารมณ์ จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อเราจะพร้อมยอมให้พระเจ้าทรงใช้อย่างเกิดผล และถวายพระเกียรติแด่พระองค์ (สดุดี139:13-14)2.ตำแหน่ง (Position) ดาวิดไม่ได้พยายามผลักดันตัวพระองค์เองให้มีตำแหน่งสูงขึ้น( Promotion) ดาวิดไม่ได้ไล่ล่าหาตำแหน่ง ไม่ได้พยายามจะเป็นกษัตริย์ด้วยตัวเอง ดาวิดกระทำตามเสียงของพระเจ้าด้วยความเชื่อฟังในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้นำหลายคนตกหลุมพรางของ “การโปรโมตตัวเอง” ที่เห็นชัดคือการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโชว์ตัวเอง หรือพยายามสร้างชื่อเสียง ซึ่งอาจ สะท้อน “ความไม่มั่นคงในตำแหน่ง”ออกมา บทเรียนสำคัญคือ “การโปรโมตที่แท้จริงไม่ใช่มาจากเราดันตัวเองขึ้น แต่มาจากการเชื่อฟังเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์” เราจึงควรถ่อมใจลงถามว่า “พระเจ้าต้องการให้เราทำอะไร?” มากกว่าจะถามว่า “ฉันจะก้าวหน้าได้อย่างไร?” เพราะว่าพระเจ้าคือผู้ที่จะให้เราก้าวหน้าหรือลดเราลง! (สดุดี 75:6–7;ยากอบ 4:10) หัวใจที่แท้จริงของ Promotion ก็คือ “พระวิญญาณบริสุทธิ์ประสงค์ให้เราทำอะไร เราก็จงพร้อมที่จะทำสิ่งนั้น ไม่ว่าจะยาก เสี่ยง หรือดูหนักหนาสาหัสมากสักเพียงใด! โดยที่เราพร้อมจะทำเป็นผู้นำที่เต็มใจกระทำพันธกิจหรือภารกิจดังกล่าวนี้ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ3.ความสำเร็จ (Success) ดาวิดสำนึกอยู่เสมอว่าความสำเร็จที่แท้จริงของเขามาจากการเจิมหรือการมอบหมายจากพระเจ้า แม้การเจิมนั้นจะทำให้เขานั้นเจอกับการโจมตีของศัตรูหรือต้องประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เขาก็ผ่านไปได้ ดังนั้น หากเราได้รับการเจิมโดยพระเจ้าจริงๆ เราก็จะผ่านไปได้ในทุกสถานการณ์เช่นกัน เราจึงไม่มีอะไรต้องกลัว ดาวิดผ่านด่านเหล่านี้นมาได้ เพราะรู้จัก อัตลักษณ์(Identity)ของตัวเขาดี เขารู้ว่าเขาเป็นใคร เขาไม่ใช่เป็นแค่ดาวิดผู้ฆ่ายักษ์ แต่เขารู้จักตัวตนของเขาในพระเจ้าดี แท้จริง เขารู้ว่าเขาเป็นนักนมัสการพระเจ้า ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กษัตริย์ของมนุษย์ ตัวตนของเราที่อยู่ในพระคริสต์ จึงไม่ใช่สิ่งที่เรา“ทำ” แต่เป็นบุคคลที่เราถูกเรียกให้“เป็น” ดังนั้น ขอให้เราเชื่อฟังและลุกขึ้นทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาให้ทำ (เยเรมีย์ 1:17 บทสรุป: 1.อย่าให้ความรู้สึกไม่มั่นคงมาปิดกั้นการเรียกทรงเรียกของพระเจ้าในชีวิตคุณ2.อย่าให้ความรู้สึกไม่มั่นคงมาผลักดันตัวคุณให้มุ่งแต่จะทำให้ตัวเองขึ้นสูงขึ้นเท่านั้น3.จงยอมให้พระวิญญาณทรงนำชีวิต4.จงเชื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์5.จงยอมเป็นบุคคลอย่างที่พระเจ้าเจิมให้เป็น6.จงมีชีวิตอยู่และตายเพื่อทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าก้าวหน้าหรือสำเร็จ7.จงสัตย์ซื่อในการเป็นคนอย่างที่พระเจ้าเจิมให้เป็น และมีความรู้สึกมั่นคงในจิตและวิญญาณ 8.จงพร้อมรับการเยียวยารักษาในทันที หากว่า คุณเป็นผู้นำที่ขาดความรู้สึกมั่นคงในใจจงระลึกไว้เสมอว่า *แม้ว่าคุณจะไม่เป็นที่รู้จัก และไม่อยู่ในสายตาของคนในโลก แต่ถ้าคุณซื่อสัตย์ พระเจ้าจะทรงยก คุณขึ้นในเวลาของพระองค์!
Embed this episode
NOW PLAYING
สดแต่เช้า Ep.39 ความไม่มั่นคงทางจิตใจของผู้นำที่ต้องได้รับการเยียวยา!
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
No similar episodes found.
Similar Podcasts
No similar podcasts found.