EPISODE · May 2, 2026 · 5 MIN
สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่32) คุณเชื่อทุกสิ่งที่มีคนเล่าให้ฟัง และรีบพูดต่อหรือไม่?
from Soul Food Podcasts · host Soul Food Ministries
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่32)คุณเชื่อทุกสิ่งที่มีคนเล่าให้ฟัง และรีบพูดต่อหรือไม่?“พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงเข้าใจในเรื่องนี้ คือให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ” ~ยากอบ 1:19 THSV11“My dear brothers and sisters, understand this: Everyone should be quick to listen, slow to speak, and slow to anger,” ~James 1:19 CSBพี่น้องที่รักอย่าให้เรารีบเชื่อเรื่องราว ข่าวลือ หรือเรื่องซุบซิบใดๆ!ดังนั้น หากเราได้ยินเรื่องอะไรมาเกี่ยวข้องกับผู้หนึ่งผู้ใด ก็ขอให้เราไปหาผู้นั้นโดยตรง เพื่อค้นหาความจริง โดยอย่าฟังบุคคลที่ 3 แล้วเชื่อเลย!แต่หากว่าคุณใช้วิจารณญาณและแยกแยะได้ว่า เรื่องที่คุณได้ยินมานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ และไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อคุณหรือต่อผู้ใดหรือต่อส่วนรวม.... คุณก็จงออกห่าง อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงแสดงความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หรือส่งต่อเรื่องนั้นอีกไปเลย จะดีกว่า!เหมือนกรณีของ เอวา ซึ่งอยู่กันดี ๆ ในสวนเอเดนกับอาดัมผู้เป็นสามี แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดมีเวลาไปนั่งพูดคุยและฟังคำพูดของซาตานที่มาในรูปของงู ที่วิพากษ์วิจารณ์พระเจ้าให้เธอฟังและผลที่ตามมาจากการที่เอวาได้รับข่าวสารนั้นมา เอวาก็เริ่มสงสัยในพระดำรัสของพระเจ้า และสั่นคลอนความเชื่อมั่นในพระองค์มารฉลาดในการใช้คำพูดและคำถามต่าง ๆ เพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพระเจ้า ดังเช่น “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า..........”“เจ้าจะไม่ตายจริงดอก.......”“เพราะพระเจ้าทรงทราบอยู่ว่า..........” ฯลฯ (ปฐมกาล 3:1-7)ทุกถ้อยคำเหล่านั้น ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่แท้จริงแล้ว เชื่อถือไม่ได้!เพราะว่ามีการบิดเบือนถ้อยคำหรือเจตนาของถ้อยคำของพระเจ้าแต่น่าเสียดายที่เอวาหลงเชื่องูโดยไม่ได้ไปถามความจริงจากพระเจ้า!ผลก็คือ เอวา จึงทำบาปโดยไม่รู้ตัวและไปพูดและชักนำให้สามีของตนทำบาปตามไปด้วย โศกนาฎกรรมแรกของโลกจึงเกิดขึ้น!พระคัมภีร์มีคำเตือนมากมายไม่ให้เชื่อในทุกเรื่องที่เราได้ยิน หรือได้ฟังมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการกล่าวโทษพี่น้องของตนเอง!พระเจ้าทรงเตือนไว้ว่า...“อย่าให้พยานปากเดียวยืนยันกล่าวโทษผู้หนึ่งผู้ใด......แต่ต้องมีพยานสองหรือสามปากคำยืนยันนั้นจึงจะเป็นที่เชื่อถือได้!”บางทีพอฟังแล้ว เราเชื่อ และบอกต่อๆไป เราก็เลยจะกลายเป็นพยานเท็จไปโดยไม่รู้ตัว!ดังนั้น แทนที่จะรีบเชื่อ เราต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา และจัดการกับคนกล่าวหาและคนที่เป็นพยานเท็จดังที่พระวจนะของพระเจ้าบัญชาไว้ดังนี้“ก็ให้ทั้ง 2 ฝ่าย ที่ต่อสู้คดีกันนั้นเข้าเฝ้าพระเจ้า.....ผู้พิพากษาจะอุตสาห์ไต่สวน ถ้าพยานนั้นเป็นพยานเท็จ กล่าวปรักปรำพี่น้องของตนเป็นความเท็จ ท่านจงกระทำต่อพยานคนนั้นดังที่เขาตั้งใจจะกระทำแก่พี่น้องของตน ดังนั้นแหละ ท่านจะกำจัดความชั่วจากท่ามกลางท่านเสีย คนอื่น ๆ จะได้ยินได้ฟังและยำเกรงไม่กระทำผิดเช่นนั้นท่ามกลางพวกท่านทั้งหลายอีก” ~ฉธบ.19:15-20ดังนั้น พี่น้องที่รักเมื่อเราฟังคนอื่นพูดอะไรมาหรือไปอ่านสิ่งที่เขาเขียน หรือโพสต์ ไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่3เราอย่าด่วนเชื่อถ้อยคำเหล่านั้น และรีบเข้าไปร่วมในกระบวนการตัดสินพิพากษาผู้ใดมิฉะนั้น เราเอง1).อาจจะรับทุกข์เดือดร้อนโดยไม่จำเป็น และ2).อาจจะกระทำผิดโดยไม่เจตนา และมานั่งเสียใจในภายหลังดังนั้น คำไทยโบราณยังคงใช้ได้อยู่ นั่นคือ เวลาฟัง จงฟังแบบฟังหูไว้หูให้เราไวในการฟัง แต่ให้เราช้าในการพูดออกไป(นอกจากจำเป็น)ใช่ครับ อย่าเผยแพร่สิ่งที่ได้ยินออกไป จนกว่าพระเจ้าจะทรงบัญชาให้เรากระทำ!เพื่อว่าชุมชนของเราจะอยู่อย่างสงบสุขเสมอไป! …จะดีไหม?………………………………ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 2พฤษภาคม2026(ตอนที่32ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
Embed this episode
NOW PLAYING
สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่32) คุณเชื่อทุกสิ่งที่มีคนเล่าให้ฟัง และรีบพูดต่อหรือไม่?
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
No similar episodes found.
Similar Podcasts
No similar podcasts found.