EPISODE · Oct 25, 2019 · 1H 3M
อุคคคหบดี อุคคตคฤหบดี สูรอัมพัฏฐะ ชีวกโกมารภัจจ์ และนกุลบิดาคฤหบดี
ประวัติความเป็นมาและบุพกรรมในชาติก่อน การบรรลุธรรม ความเป็นเอตทัคคะ และต้นบัญญัติสิกขาบท (ถ้ามี) ของ อุคคคฤหบดี อุคคตคฤหบดี สูรอัมพัฏฐะ ชีวกโกมารภัจจ์ และนกุลบิดาคฤหบดี (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12: อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต เอตทัคควรรค ข้อที่ 253-257) อุคคคฤหบดี ชาวกรุงเวสาลี เอตทัคคะในฝ่ายผู้ให้ของเจริญจิต อุคคะ เกิดในตระกูลเศรษฐีในเมืองเวสาลี ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาและเพียงการเข้าเฝ้าในครั้งแรกเท่านั้น เท่านั้นก็ได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมะที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ที่ถวายสิ่งของที่พอใจ พระพุทธเจ้าจึงตรัสพระคาถาอนุโมทนาทานนี้ว่า "ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ ผู้ให้ของที่ดี ย่อมได้ของที่ดี และผู้ให้ของที่ประเสริฐ ย่อมเข้าถึงสถานที่ประเสริฐ นรชนใดให้ของที่เลิศ ให้ของที่ดี และให้ของที่ประเสริฐ นรชนนั้นจะบังเกิด ณ ที่ใดๆ ย่อมมีอายุยืน มียศ" อุคคตคฤหบดี ชาวหัตถีคาม เอตทัคคะในฝ่ายผู้อุปัฏฐากภิกษุสงฆ์ อุคคตะ เกิดในตระกูลเศรษฐี หมู่บ้านหัตถิคาม ได้เห็นพระพุทธเจ้าครั้งแรกพร้อมด้วยอาการอันมึนเมาสุรา จึงเกิดหิริโอตตัปปะ ความมึนเมาหายไปทันที รวบรวมสติแล้วเข้าไปเฝ้าฯ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรด ก็บรรลุเป็นพระอนาคามี ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมะที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ คล้าย ๆ กันกับ อุคคคฤหบดี ชาวกรุงเวสาลี และยังเป็นผู้ขวนขวายถวายไทยธรรมนภิกษุไม่ว่าจะเป็นผู้มีศีลหรือทุศีลด้วยจิตประกอบด้วยศรัทธาเสมอ ๆ กัน "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ไม่น่าอัศจรรย์ที่เมื่อกระผมนิมนต์สงฆ์แล้วเทวดา ทั้งหลายเข้ามาบอกว่า ดูกรคฤหบดี ภิกษุรูปโน้นเป็นอุภโตภาควิมุต รูปโน้น เป็นปัญญาวิมุต รูปโน้นเป็นกายสักขี รูปโน้นเป็นทิฏฐิปัตตะ รูปโน้นเป็นสัทธา วิมุต รูปโน้นเป็นธัมมานุสารี รูปโน้นเป็นสัทธานุสารี รูปโน้นเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม รูปโน้นเป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรม ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมอังคาส สงฆ์อยู่ก็ไม่รู้สึกว่า ยังจิตให้เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า จะถวายแก่ท่านรูปนี้น้อย หรือ จะถวายแก่ท่านรูปนี้มาก แท้ที่จริง กระผมมีจิตเสมอกัน นี้แลเป็นธรรมที่น่า อัศจรรย์อันไม่เคยมีมาข้อที่ ๖ ของกระผมที่มีอยู่ ฯ" สูรอัมพัฏฐะ เอตทัคคะในฝ่ายผู้มีศรัทธาไม่หวั่นไหว ปุรพันธะ หรือ สูรอัมพัฏฐะ เกิดในบังเกิดในสกุลเศรษฐี ต่อมาเมื่อเจริญวัย ดำรงอยู่ในฆราวาสวิสัย ได้มีความเลื่อมใสและเป็นอุปัฏฐากของเหล่าอัญญเดียรถีย์ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ที่เภสกลาวัน เมื่อปุรพันธะได้เห็นพระพระพุทธองค์ จึงคิดว่าพระสมณโคดมทรงอุบัติในสกุลใหญ่และเป็นผู้อันมหาชนรู้จักกันอย่างดีในโลก ด้วยเหตุนั้นการไม่ไปสำนักของพระองค์นั้นไม่สมควร จึงได้ไปเข้าเฝ้าฯ พระพุทเจ้าทรงแสดงธรรมตามอำนาจจริยาของเขา จนดำรงอยู่โสดาปัตติผล ได้ทรงฝึกเขาแล้ว ก็เสด็จไปพระเชตวันวิหาร สูรอัมพัฏฐอุบาสกผู้ได้รับการแต่งตั้งจากพระบรมศาสดา ให้เป็นยอดของอุบาสกทั้งหลายผู้เลื่อมใสไม่หวั่นไหว แม้เมื่อมารแปลงกายมาเป็นพระพุทธองค์ เพื่อกระทำให้ความศรัทธาที่มีต่อพระผู้มีพระภาคนั้นสั่นคลอนไป แต่ท่านก็มิได้หวั่นไหว ในการกระทำของมารนั้น “มารตั้ง ๑๐๐ ตั้ง ๑,๐๐๐ ก็มาทำศรัทธาของเราให้หวั่นไหว ไม่ได้ดอก พระทศพลมหาโคดม เมื่อทรงแสดงธรรมแก่เรา ก็ทรง แสดงธรรมปลุกให้ตื่นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ท่านอย่ายืนใกล้ประตูเรือนของเรานะ” ชีวกโกมารภัจจ์ เเอตทัคคะในฝ่ายผู้เลื่อมใสในบุคคล หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นลูกชายของหญิงโสเภณี ถูกนำไปวางทิ้งไว้ที่กองขยะ อภัยราชกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสารได้เก็บเอามาเลี้ยงดูแลเป็นบุตรของตน เมื่อเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเรียน ได้ทราบว่าตนเป็นเด็กกำพร้า จึงได้หนีออกจากวังเดินทางไปกับกองเกวียนพ่อค้า จนถึงเมืองตักสิลา ได้เรียนวิชาการแพทย์จากอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ด้วยความที่ท่านเป็นศิษย์ที่มีอัธยาศัยดี มีความเคารพนับถือเชื่อฟังอยู่ในโอวาทของอาจารย์ มีความกตัญญูกตเวที มีศีลธรรม และอัธยาศัยความสุขุมละเอียดเยือกเย็น สุภาพเรียบร้อย มีเชาว์ปัญญาดีเยี่ยม ทำให้เป็นที่รักของอาจารย์ จึงได้รับวิชาการแพทย์พิเศษ หมอชีวกฯ ได้ทำการรักษาโรครายสำคัญหลายครั้ง จนได้ถวายการรักษาแด่พระพุทธเจ้าในคราวที่พระบาทห้อพระโลหิต เนื่องจากเศษหินจากก้อนศิลาที่พระเทวทัตกลิ้งลงมาจากภูเขา เพื่อหมายปลงพระชนม์ชีพ จึงได้เป็นแพทย์ประจำพระพุทธองค์ และได้ถวายสวนมะม่วงสร้างเป็นวัดถวาย เรียกกันว่า "ชีวกัมพวัน" ด้วยความเป็นผู้มีศรัทธาเอาใจใส่เกื้อกูลพระสงฆ์มาก จึงเป็นเหตุให้มีคนมาบวชเพื่ออาศัยวัดเป็นที่รักษาตัวจำนวนมาก จนหมอชีวกต้องทูลเสนอพระพุทธเจ้าให้ทรงบัญญัติ ข้อห้ามมิให้รับบวชคนเจ็บป่วย ด้วยโรคบางชนิดอีกด้วย นกุลบิดาคฤหบดี เอตทัคคะในฝ่ายผู้มีความคุ้นเคยในพระพุทธเจ้า นกุลบิดาคฤหบดี เกิดในตระกูลเศรษฐีในเมืองสุงสุมารคิรี แคว้นภัคคะ เมื่อเจริญวัยแล้วบิดามารดาได้จัดหาคู่ครองผู้มีฐานะเสมอกันให้ ได้อยู่ครองเรือนตามฆราวาสวิสัย ครั้งหนึ่งนกุลเศรษฐีและภริยาพร้อมด้วยเหล่าชาวเมืองสุงสุมารคิรีได้พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เสร็จมา ทันทีที่ได้เห็นพระพุทธองค์ก็เกิดความรัก จึงได้กล่าวตู่ว่าพระพุทธองค์เป็นลูกของตน พระพุทธองค์ก็ไม่ได้ตรัสห้าม แต่ทรงเมตตามรอโอกาสเมื่อพวกเขากลับมีสติ วางใจเป็นกลางได้แล้ว จึงทรงแสดงธรรมตามสมควรแก่อัธยาศัย ยังบุคคลทั้งสองให้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วทรงยกเรื่องในอดีตชาติ มาประกาศในท่ามกลางพุทธบริษัท “ในอดีตชาติ เศรษฐีสองสามีภรรยานี้เคยเป็นบิดามารดาของตถาคต ๕๐๐ ชาติ เคยเป็นปู่ เป็นย่า ๕๐๐ ชาติ เคยเป็นลุง เป็นป้า ๕๐๐ ชาติ เคยเป็นอาเป็นน้า ๕๐๐ ชาติ ดังนั้นเพราะความรักความผูกพันที่ติดตามมาตลอดช้านานนี้พอได้เห็นตถาคตจึงสุดที่จะอดกลั้นความรักนั้นไว้ได้” แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:คลังพระสูตร S09E02 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
What this episode covers
ประวัติความเป็นมาและบุพกรรมในชาติก่อน การบรรลุธรรม ความเป็นเอตทัคคะ และต้นบัญญัติสิกขาบท (ถ้ามี) ของ อุคคคฤหบดี อุคคตคฤหบดี สูรอัมพัฏฐะ ชีวกโกมารภัจจ์ และนกุลบิดาคฤหบดี (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12: อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต เอตทัคควรรค ข้อที่ 253-257) อุคคคฤหบดี ชาวกรุงเวสาลี เอตทัคคะในฝ่ายผู้ให้ของเจริญจิต อุคคะ เกิดในตระกูลเศรษฐีในเมืองเวสาลี ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาและเพียงการเข้าเฝ้าในครั้งแรกเท่านั้น เท่านั้นก็ได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมะที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ที่ถวายสิ่งของที่พอใจ พระพุทธเจ้าจึงตรัสพระคาถาอนุโมทนาทานนี้ว่า "ผู้ให้ของที่พอใจ ย่อมได้ของที่พอใจ ผู้ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ ผู้ให้ของที่ดี ย่อมได้ของที่ดี และผู้ให้ของที่ประเสริฐ ย่อมเข้าถึงสถานที่ประเสริฐ นรชนใดให้ของที่เลิศ ให้ของที่ดี และให้ของที่ประเสริฐ นรชนนั้นจะบังเกิด ณ ที่ใดๆ ย่อมมีอายุยืน มียศ" อุคคตคฤหบดี ชาวหัตถีคาม เอตทัคคะในฝ่ายผู้อุปัฏฐากภิกษุสงฆ์ อุคคตะ เกิดในตระกูลเศรษฐี หมู่บ้านหัตถิคาม ได้เห็นพระพุทธเจ้าครั้งแรกพร้อมด้วยอาการอันมึนเมาสุรา จึงเกิดหิริโอตตัปปะ ความมึนเมาหายไปทันที รวบรวมสติแล้วเข้าไปเฝ้าฯ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรด ก็บรรลุเป็นพระอนาคามี ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมะที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา 8 ประการ คล้าย ๆ กันกับ อุคคคฤหบดี ชาวกรุงเวสาลี และยังเป็นผู้ขวนขวายถวายไทยธรรมนภิกษุไม่ว่าจะเป็นผู้มีศีลหรือทุศีลด้วยจิตประกอบด้วยศรัทธาเสมอ ๆ กัน "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ไม่น่าอัศจรรย์ที่เมื่อกระผมนิมนต์สงฆ์แล้วเทวดา ทั้งหลายเข้ามาบอกว่า ดูกรคฤหบดี ภิกษุรูปโน้นเป็นอุภโตภาควิมุต รูปโน้น เป็นปัญญาวิมุต รูปโน้นเป็นกายสักขี รูปโน้นเป็นทิฏฐิปัตตะ รูปโน้นเป็นสัทธา วิมุต รูปโน้นเป็นธัมมานุสารี รูปโน้นเป็นสัทธานุสารี รูปโน้นเป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม รูปโน้นเป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรม ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมอังคาส สงฆ์อยู่ก็ไม่รู้สึกว่า ยังจิตให้เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า จะถวายแก่ท่านรูปนี้น้อย หรือ จะถวายแก่ท่านรูปนี้มาก แท้ที่จริง กระผมมีจิตเสมอกัน นี้แลเป็นธรรมที่น่า อัศจรรย์อันไม่เคยมีมาข้อที่ ๖ ของกระผมที่มีอยู่ ฯ" สูรอัมพัฏฐะ เอตทัคคะในฝ่ายผู้มีศรัทธาไม่หวั่นไหว ปุรพันธะ หรือ สูรอัมพัฏฐะ เกิดในบังเกิดในสกุลเศรษฐี ต่อมาเมื่อเจริญวัย ดำรงอยู่ในฆราวาสวิสัย ได้มีความเลื่อมใสและเป็นอุปัฏฐากของเหล่าอัญญเดียรถีย์ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ที่เภสกลาวัน เมื่อปุรพันธะได้เห็นพระพระพุทธองค์ จึงคิดว่าพระสมณโคดมทรงอุบัติในสกุลใหญ่และเป็นผู้อันมหาชนรู้จักกันอย่างดีในโลก ด้วยเหตุนั้นการไม่ไปสำนักของพระองค์นั้นไม่สมควร จึงได้ไปเข้าเฝ้าฯ พระพุทเจ้าทรงแสดงธรรมตามอำนาจจริยาของเขา จนดำรงอยู่โสดาปัตติผล ได้ทรงฝึกเขาแล้ว ก็เสด็จไปพระเชตวันวิหาร สูรอัมพัฏฐอุบาสกผู้ได้รับการแต่งตั้งจากพระบรมศาสดา ให้เป็นยอดของอุบาสกทั้งหลายผู้เลื่อมใสไม่หวั่นไหว แม้เมื่อมารแปลงกายมาเป็นพระพุทธองค์ เพื่อกระทำให้ความศรัทธาที่มีต่อพระผู้มีพระภาคนั้นสั่นคลอนไป แต่ท่านก็มิได้หวั่นไหว ในการกระทำของมารนั้น “มารตั้ง ๑๐๐ ตั้ง ๑,๐๐๐ ก็มาทำศรัทธาของเราให้หวั่นไหว ไม่ได้ดอก พระทศพลมหาโคดม เมื่อทรงแสดงธรรมแก่เรา ก็ทรง แสดงธรรมปลุกให้ตื่นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ท่านอย่ายืนใกล้ประตูเรือนของเรานะ” ชีวกโกมารภัจจ์ เเอตทัคคะในฝ่ายผู้เลื่อมใสในบุคคล หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นลูกชายของหญิงโสเภณี ถูกนำไปวางทิ้งไว้ที่กองขยะ อภัยราชกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสารได้เก็บเอามาเลี้ยงดูแลเป็นบุตรของตน เมื่อเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเรียน ได้ทราบว่าตนเป็นเด็กกำพร้า จึงได้หนีออกจากวังเดินทางไปกับกองเกวียนพ่อค้า จนถึงเมืองตักสิลา ได้เรียนวิชาการแพทย์จากอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ด้วยความที่ท่านเป็นศิษย์ที่มีอัธยาศัยดี มีความเคารพนับถือเชื่อฟังอยู่ในโอวาทของอาจารย์ มีความกตัญญูกตเวที มีศีลธรรม และอัธยาศัยความสุขุมละเอียดเยือกเย็น สุภาพเรียบร้อย มีเชาว์ปัญญาดีเยี่ยม ทำให้เป็นที่รักของอาจารย์ จึงได้รับวิชาการแพทย์พิเศษ หมอชีวกฯ ได้ทำการรักษาโรครายสำคัญหลายครั้ง จนได้ถวายการรักษาแด่พระพุทธเจ้าในคราวที่พระบาทห้อพระโลหิต เนื่องจากเศษหินจากก้อนศิลาที่พระเทวทัตกลิ้งลงมาจากภูเขา เพื่อหมายปลงพระชนม์ชีพ จึงได้เป็นแพทย์ประจำพระพุทธองค์ และได้ถวายสวนมะม่วงสร้างเป็นวัดถวาย เรียกกันว่า "ชีวกัมพวัน" ด้วยความเป็นผู้มีศรัทธาเอาใจใส่เกื้อกูลพระสงฆ์มาก จึงเป็นเหตุให้มีคนมาบวชเพื่ออาศัยวัดเป็นที่รักษาตัวจำนวนมาก จนหมอชีวกต้องทูลเสนอพระพุทธเจ้าให้ทรงบัญญัติ ข้อห้ามมิให้รับบวชคนเจ็บป่วย ด้วยโรคบางชนิดอีกด้วย นกุลบิดาคฤหบดี เอตทัคคะในฝ่ายผู้มีความคุ้นเคยในพระพุทธเจ้า นกุลบิดาคฤหบดี เกิดในตระกูลเศรษฐีในเมืองสุงสุมารคิรี แคว้นภัคคะ เมื่อเจริญวัยแล้วบิดามารดาได้จัดหาคู่ครองผู้มีฐานะเสมอกันให้ ได้อยู่ครองเรือนตามฆราวาสวิสัย ครั้งหนึ่งนกุลเศรษฐีและภริยาพร้อมด้วยเหล่าชาวเมืองสุงสุมารคิรีได้พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เสร็จมา ทันทีที่ได้เห็นพระพุทธองค์ก็เกิดความรัก จึงได้กล่าวตู่ว่าพระพุทธองค์เป็นลูกของตน พระพุทธองค์ก็ไม่ได้ตรัสห้าม แต่ทรงเมตตามรอโอกาสเมื่อพวกเขากลับมีสติ วางใจเป็นกลางได้แล้ว จึงทรงแสดงธรรมตามสมควรแก่อัธยาศัย ยังบุคคลทั้งสองให้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วทรงยกเรื่องในอดีตชาติ มาประกาศในท่ามกลางพุทธบริษัท “ในอดีตชาติ เศรษฐีสองสามีภรรยานี้เคยเป็นบิดามารดาของตถาคต ๕๐๐ ชาติ เคยเป็นปู่ เป็นย่า ๕๐๐ ชาติ เคยเป็นลุง เป็นป้า ๕๐๐ ชาติ เคยเป็นอาเป็นน้า ๕๐๐ ชาติ ดังนั้นเพราะความรักความผูกพันที่ติดตามมาตลอดช้านานนี้พอได้เห็นตถาคตจึงสุดที่จะอดกลั้นความรักนั้นไว้ได้” แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists:คลังพระสูตร S09E02 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
NOW PLAYING
อุคคคหบดี อุคคตคฤหบดี สูรอัมพัฏฐะ ชีวกโกมารภัจจ์ และนกุลบิดาคฤหบดี
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
Nov 18, 2023 ·14m
Nov 18, 2023 ·10m
Nov 18, 2023 ·10m
Nov 18, 2023 ·10m
Nov 18, 2023 ·12m
Nov 18, 2023 ·12m