วันที่2_06 ฝึกออก ฝึกฝืน พจ.กระสินธุ์ 131063 episode artwork

EPISODE · Dec 21, 2020 · 34 MIN

วันที่2_06 ฝึกออก ฝึกฝืน พจ.กระสินธุ์ 131063

from รู้ขณะเดียว · host พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท

        เมื่อฝึกรู้สึกตัว รู้อารมณ์ รู้เรื่องกายและสิ่งปรุงแต่งกาย รู้เรื่องจิตและสิ่งปรุงแต่งจิต โดยไม่ทำอะไรกับมัน เห็นธรรมชาติทำงานของมันเองแล้ว บางครั้งรู้แล้วมันอดไม่ได้ รู้แล้วหยุดความคิดไม่ได้ ‘รู้บ้าง-หลงบ้าง-เพลินบ้าง’ ก็ต้องเข้ามาสู่ขั้นตอนที่สองคือ ฝึกออกและฝึกฝืน การฝึกออก : คือ ‘การฝึกออกจากอารมณ์..มาอยู่กับ..ภาวะปัจจุบันของกายและใจ’ หรือ ‘การฝึกไม่ให้จิตเสียศูนย์ไปจากการรับรู้..ไม่ให้จิตเข้าไปร่วมกับอารมณ์’ให้จิตรับรู้เพียงปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นแป๊บเดียว->แล้วหาย ทำให้รู้กายชัดขึ้น รู้สิ่งปรุงแต่งกายชัดขึ้น ตัวอย่างเช่น การกระพริบตา ขณะรู้สั้นๆ นั้นภาวะของการเข้าไปร่วมกับอารมณ์ก็หายไป----more---- หากจิตเข้าไปร่วมกับอารมณ์ จะทำให้อารมณ์นั้นๆ รุนแรงขึ้น สิ่งที่ปรากฏชัดคือ ความคิด ซึ่งมีเรื่องของ ‘อดีต’ และ ‘อนาคต’ เรื่องตรงหน้าคือ ‘ปัจจุบัน’ หายไป (ยืน เดิน นั่ง หรือ นอน ->ไม่รู้) อาจมี กายกรรม และ วจีกรรม ร่วมด้วย เช่น เวลาโกรธ เราจะคิดมาก ดึงเรื่องเก่าๆ มาคิด มาสนับสนุน แล้วก็โกรธมากขึ้น มีวจีกรรมและกายกรรมตามมา ดังนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า ‘การฝึกออก’ ก็คือ ‘การฝึกออกจากความคิด’ นั่นเอง วิธีการฝึกออก : ให้หัดรู้ หรือฝึกให้ตัวรับรู้->รู้อารมณ์ปัจจุบันให้มาก เอาจิตมารับรู้กาย และรับรู้สิ่งปรุงแต่งกายให้มาก ให้เห็นอาการของกายชัดขึ้น รูปชัด เสียงชัด กลิ่นชัด รสชัด สัมผัสชัด ยืนรู้ เดินรู้ นั่งรู้ นอนรู้ เมื่อเห็นภาวะของกายชัดเจน ณ ขณะรู้นี้เป็นภาวะที่จิตเริ่มออกจากการเข้าไปข้างใน ออกมาเห็นภาวะข้างนอก รวมทั้งเห็นสิ่งปรุงแต่งกายชัดเจนด้วย เช่น เย็น, ร้อน, อ่อน, แข็ง, ไหว, เคลื่อน หรือ คิด->รู้ ตรงนี้คือ ‘ออก’ แล้ว บางจังหวะจิตมันดื้อ ไม่ยอมออก ชวนก็ไม่ออก ก็ต้องใช้ ‘ภาวะฝืน’ เข้าช่วย การฝึกฝืน : คือ การฝึกรู้แบบไม่สู้ ไม่หนี ฝืนอยู่กับอารมณ์นั้นๆ แต่ไม่ให้อาหารมันแล้วดูว่ามันจะเป็นอย่างไร..เท่านั้น ต้องอดทนไม่เอากายกรรม วจีกรรม ไปร่วมด้วย หรือพูดง่ายๆ คือรักษาศีล อย่าผิดศีล หากเพียงแต่นั่งดูจิตที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอด เห็นการคิดของจิต เห็นพฤติกรรมของจิตในการคิด วางแผนบ้าง อยากจะไปที่โน่นนี่นั่นบ้าง อยากทำโน่นนี่นั่นบ้าง ให้ ‘เรียนรู้เขา->แต่ไม่ทำตาม’ ฝึกจิตให้เป็นอิสระจากอารมณ์ วิธีการฝึกฝืน : ค่อยๆ ถอยตัวเองออกมาเป็นผู้ดู ผู้รู้ ไม่ทำตาม ไม่คล้อยตาม ไม่เอากายกรรมและวจีกรรมไปร่วม ปรับมโนกรรมจาก ‘หลงอารมณ์’ มาเป็น ‘รู้อารมณ์’ เห็นความทุกข์ เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นความไร้สาระของมัน พึ่งไม่ได้ อาศัยไม่ได้ ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย ตัวอย่างเช่น เวลาโกรธ หรือเวลาอยากสูบบุหรี่ หรืออยากกินกาแฟ จิตมีอารมณ์โกรธ มีอารมณ์อยากสูบ อยากกินมากระทบ เกิดภาวะเร่าร้อน กระวนกระวาย อึดอัดขัดเคือง มีความคิดวางแผนสารพัด อยากพูด อยากต่อว่า อยากทำ ย้ำคิด แล้วลืมภาวะปัจจุบัน ดังนั้น ต้องอดทน ไม่เอากายกรรมและวจีกรรมไปทำตามความต้องการของจิตนั้น ให้ฝืนกายกรรม ฝืนวจีกรรม ไม่ทำตามอารมณ์ ใหม่ๆ อาจทรมานบ้าง พอทำไปบ่อยๆ จะชินไปเอง ฝึกออก & ฝึกฝืน เพื่ออะไร : เพื่อให้ภาวะการรับรู้บริสุทธิ์ขึ้น สกัดตัวเองออกมาจากสิ่งปลอมปนมาเป็นตัวของตัวเอง เปิดโอกาสให้มโนกรรมได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ และเกิดปัญญาฉลาดขึ้น เวลาภาวนาก็จะรู้สึกสบาย บางคนภาวนาแล้วง่วง กลัว ปวด เมื่อย ก็ต้องอาศัย ‘ศรัทธา’ และ ‘วิริยะ’ เข้าช่วย ให้มีความกล้า กล้าที่จะเผชิญกับความปวดความทรมาน ให้มีสติ มีสัมปชัญญะ ฝึกให้เกิดบ่อยๆ จนคุ้นชิน ให้ทั้งหมดเป็นเพียงแค่รู้เท่านั้น เขาเกิดเองก็จะหายไปเอง ต่อจากนั้นค่อย ‘ฝึกวาง’ เป็นขั้นตอนสุดท้าย สรุป : ฝึกรู้ ฝึกออก & ฝึกฝืน ฝึกรู้ : ฝึกรู้อารมณ์ที่มากระทบทวารทั้งหก ณ ปัจจุบัน เป็นขณะๆ ไป เพียงแค่รู้->ไม่ต้องทำอะไร ฝึกออก : ฝึกออกจากการเข้าไปร่วมกับอารมณ์ ซึ่งทำให้ภาวะรู้->หายไป ฝึกฝืน : ฝืนกายกรรม & วจีกรรม ไม่ให้ทำตามอารมณ์ ไม่ทำตามมโนกรรมที่เกิดขึ้น รู้อย่างไรเรียกว่ารู้ชัด : รู้อย่างที่มันเป็น ณ ปัจจุบันนั้นๆ ไม่เปรียบเทียบ ไม่เทียบเคียง กับอดีตที่เคยรับรู้มาก่อน ให้อยู่กับปัจจุบัน เช่นการฟังเสียงบรรยายธรรม : ชัดคือชัด หนักคือหนัก เบาคือเบา ดังคือดัง ค่อยคือค่อย นี่คือวิธีการรู้ชัด รู้อย่างชัดเจน ณ ปัจจุบัน ที่เกิดตรงหน้า ที่นี้ เดี๋ยวนี้ เท่านั้น เมื่อเดินจงกรม : อาการเดินเป็นอย่างไร ก็รู้ชัด ณ ขณะนั้น หลงไปคิด->ก็ให้รู้ว่าคิด, ดีใจ->ก็รู้ว่าดีใจ, สงบ-ก็ให้รู้ว่าสงบ, ฟุ้งซ่าน, คิดดี, คิดชั่ว->ก็ให้รู้ไปตามนั้น ทั้งหมดคืออารมณ์ ไม่ใช่ใจ ไม่ใช่จิต จิตเป็นเพียงตัวรู้ ทำไมอารมณ์เหล่านี้จึงเกิด : เพราะเป็นวิบากของชีวิต หากเข้าไปร่วมก็จะทุกข์ หากเป็นอิสระจากมันได้ก็จะสบาย ฝึกรับรู้ขณะรับประทานอาหาร : ขณะรับประทานอาหารก็ให้ฝึกไปด้วย หัดรับรู้กายรับรู้ใจ รับรู้สิ่งปรุงแต่งกาย และสิ่งปรุงแต่งใจ จากสิ่งที่มากระทบทวารทั้งหก ตา – รับรู้สี ลักษณะ ของอาหาร หู – รับรู้เสียงจานชาม ช้อนส้อม กระทบกัน เสียงเคี้ยวอาหาร จมูก – รับรู้กลิ่นของอาหารชนิดต่างๆ ลิ้น – รับรู้รสของอาหาร (เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม) กาย – รับรู้อาหารร้อน เย็น หยาบ ละเอียด ใจ – รับรู้ความคิด อร่อย ไม่อร่อย ชอบ ไม่ชอบ ให้เห็นทีละอย่างๆ ไป หัดรับรู้เมื่อมันหายไปด้วย หาก ‘หลง’ ก็จะไม่รู้เรื่องทั้งหมดข้างต้นอย่างครบถ้วน ส่วนใหญ่จะรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ก็ให้ฝึกไป ฝึกตรงนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้จึงค่อยฝึก. ช่วงนาทีของเนื้อหา 01:19 จิตที่เข้าไปเป็นกับอารมณ์ 04:48 ฝึกออก 08:10 ฝึกฝืน 12:39 วิธีแก้นิสัย 19:59 ฝึกออก ฝึกฝืน เพื่ออะไร 21:49 สรุป ฝึกรู้ ฝึกออก ฝึกฝืน 25:05 รู้อย่างไรเรียกว่ารู้ชัด 30:05 ฝึกรับรู้ในขณะรับประทานอาหาร ธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท คอร์ส"พ่อแม่พาธรรม"  วันที่ 13 ตุลาคม 2563 เช้า ณ บ้านจิตสบาย ช่องทางอื่นๆในการรับสื่อธรรมะ YouTube, FaceBook พระอาจารย์กระสินธุ์ Podcast : รู้ขณะเดียว ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ติดตามรับฟัง..สาธุ

Episode metadata supplied by the publisher feed · Published Dec 21, 2020

Embed this episode

Ready to play

วันที่2_06 ฝึกออก ฝึกฝืน พจ.กระสินธุ์ 131063

0:00 34:14

No transcript for this episode yet

We transcribe on demand. Request one and we'll notify you when it's ready — usually under 10 minutes.

No similar episodes found.

No similar podcasts found.

Frequently Asked Questions

How long is this episode of รู้ขณะเดียว?

This episode is 34 minutes long.

When was this รู้ขณะเดียว episode published?

This episode was published on December 21, 2020.

Can I download this รู้ขณะเดียว episode?

Yes. Use the download control on the episode player to save the publisher-provided media file.
URL copied to clipboard!