Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

PODCAST · religion

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ

  1. 100

    25690318pm--สงบได้เพราะรู้ใจ

    18 มี.ค. 69 - สงบได้เพราะรู้ใจ : คำว่ารู้นี่สำคัญ สงบกับรู้ไม่ได้ขัดแย้งกัน เพียงแต่ว่ารู้ในที่นี้คือรู้อาการของใจ รู้จิต รู้เวทนา ไม่ใช่รู้ข้างนอก รู้ข้างนอกอาจจะทำให้ใจไม่สงบได้ แต่ถึงจะรู้ข้างนอก ถ้าหากว่ารู้ข้างในไปด้วย เวลาตาเห็นรูป ก็มีสติเห็นใจที่กระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลง เวลาหูกระทบกับเสียง ก็มีสติเห็นใจยินดียินร้าย ถ้าทำอย่างนี้ได้ ความสงบก็เกิดขึ้นได้ และความสงบแบบนี้สำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้หมายถึงการตัดการรับรู้ เรายังรับรู้โลกภายนอกได้ แต่ว่าเราไม่ได้แค่รู้นอก เรารู้ในด้วย รู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้น รู้อาการของใจที่ไปต่อสู้ผลักไส รู้สึกลบกับภาพที่เห็นหรือเสียงที่ได้ยิน รู้ทันความอยาก ความคาดหวังที่เกิดขึ้น แล้วก็ไม่ปล่อยให้มันครองใจ   ความเพียรยังทำอยู่ แต่ว่าแยกเอาความอยากหรือความคาดหวังออกไป ของอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องมาคู่กันก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะมาคู่กัน ถ้ายิ่งมีความเพียรเท่าไร ก็ยิ่งมีความอยาก มีความคาดหวังมากเท่านั้น แต่ถ้าเราเพียรโดยที่ปลดความอยาก ความคาดหวัง หรือถึงจะมีก็รู้ทันมัน ถ้าเรารู้เรื่องโลกภายนอก แล้วรู้อาการของใจ ความสงบก็เกิดขึ้นในใจเราได้ ไม่จำเป็นต้องปิดหูปิดตาอย่างลิงสองตัวนั้นก็ได้ ตาก็ยังเห็นรูป หูยังได้ยินเสียง แต่มีสติเห็นใจ เห็นอารมณ์ เท่านี้ก็ทำให้เกิดความสงบในใจขึ้นมาได้ 

  2. 99

    25690317pm--เปิดโอกาสให้สติทำงาน

    17 มี.ค. 69 - เปิดโอกาสให้สติทำงาน : ถ้าเรารู้จักให้สติทำงาน เราไม่ทำงานแทนสติ การปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องง่าย แต่ว่าก็ต้องอดทน อย่าใจร้อน เพราะถ้าใจร้อนแล้วเราก็จะไปทำงานแทนสติ แล้วสติก็จะไม่มีโอกาสได้เติบโต ได้พัฒนาเลย ถ้าเราให้สติทำงาน เราก็จะเหนื่อยน้อย การปฏิบัติก็จะไม่ใช่เรื่องยาก ทำได้ทั้งวัน อาจจะเมื่อยเพราะเดินมาก แต่ว่าไม่เวียนหัว ไม่แน่นหน้าอก ไม่เครียด เพราะว่าเราให้สติทำงาน แต่ที่เวียนหัว แน่นหน้าอก เครียด เพราะว่าเราไปทำงานแทนสติ คือไปตั้งใจมาก ไปห้ามความคิด แทนที่จะมีสติรู้ทันความคิด ก็ไปห้ามความคิดซะ ก็เลยเครียด ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะความคาดหวัง 

  3. 98

    25690316pm--เพียรแต่ไม่คาดหวัง

    16 มี.ค. 69 - เพียรแต่ไม่คาดหวัง : ก็ให้เราวางใจให้ดี มีความเพียร ก็เต็มที่เลย แต่ว่าความอยาก ความคาดหวัง ลืมมันไปก่อน หรือวางเอาไว้ แต่ถ้ายังเผลอผุดขึ้นมาในใจ ก็ให้แค่รู้ทันมัน อย่าไปห้าม อย่าไปเบรกมัน แค่เห็นว่าตอนนี้มีความอยาก ตอนนี้มีความคาดหวัง แค่เห็นมัน รู้ทันมัน หรือที่เรียกว่ารู้ซื่อ ๆ มันก็จางคลายและถ้าเราวางจิตวางใจได้แบบนี้ การปฏิบัติจะทำได้ทุกที่ ทำได้ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องมาปฏิบัติที่วัด ไม่จำเป็นต้องไปที่ที่สงบ ไปที่ไหน อยู่บนรถ เดินทาง อยู่บนถนน หรือว่าทำงาน อยู่ท่ามกลางผู้คน ก็ปฏิบัติได้ เพราะว่าไม่ได้เรียกร้องความสงบ จิตฟุ้งปรุงขึ้นมาก็รู้ หงุดหงิดก็รู้   เพราะเราไม่ได้มุ่งเอาคุณภาพของจิตว่าต้องสงบ ต้องนิ่ง ฟุ้งก็รู้ นิ่งก็รู้ หงุดหงิดก็รู้ เพราะว่าความรู้ทันความคิดและอารมณ์นี่เอง ที่จะทำให้สติของเราเติบโต เพราะฉะนั้น ที่สำคัญคือ มีความเพียรน่ะดีแล้ว แต่ให้วางความอยากความคาดหวังลง ไม่อย่างนั้น เราก็จะปฏิบัติด้วยความเครียดด้วยความทุกข์  

  4. 97

    25690315pm--ฝึกใจให้เหมือนใบบัว

    15 มี.ค. 69 - ฝึกใจให้เหมือนใบบัว : ถ้าไม่มีโคลนตม ก็ไม่มีดอกบัว No Mud, No Lotus ฉะนั้นเวลาเราเจอความทุกข์หรือเจอปัญหา ลองมองดี ๆ อย่ามัวแต่เศร้าโศกเสียใจ ลองมองดูดี ๆ แล้วจะเห็นธรรมะ ทุกข์อยู่ไหน ธรรมะอยู่ตรงนั้น หรือว่าจะพูดให้ใกล้ตัวหน่อยก็คือ ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมะอยู่ตรงนั้น ฉะนั้นถ้าเรารู้จักมองให้ดี ๆ ทุกข์หรือปัญหาก็ทำให้ใจเราสว่างด้วยปัญญา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถจะเรียนรู้ได้จากดอกบัวและใบบัว ฉะนั้นพุทธศาสนานี้จึงให้ความสำคัญกับใบบัวและดอกบัวมาก หนังสือทำวัตรของเราก็มีแต่รูปใบบัว ดอกบัว พระพุทธรูปก็มีฐานบัว แล้วก็มีการเอาดอกบัวมาเคารพเป็นเครื่องสักการะ 

  5. 96

    25690311pm--กายแบกแต่ใจเบา

    11 มี.ค. 69 - กายแบกแต่ใจเบา : หลายครั้ง เวลาเราทำงาน แล้วเราบ่นว่าทุกข์ บ่นว่าเหนื่อย จริง ๆ ความทุกข์ก้อนใหญ่มันมาจากเสียงบ่น เสียงโวยวายในหัว หรืออารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น เช่น ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ทำไมฉันทำงานหนักคนเดียว ทำไมเจ้านายโยนงานให้ฉันทำคนเดียว ทำไมไม่ทำอย่างโน้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ หรือว่าบางทีก็ไม่พอใจคนอื่นที่เขาอู้งาน ไม่มาช่วยเรา คนเราถ้าหากว่าไม่มีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์ จิตที่ชอบปรุงแต่งในทางลบก็จะทำร้าย หรือซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้เรา​ เพราะฉะนั้น การรู้ใจนี่ช่วยจิตใจเราได้มากเลย มันช่วยทำให้ความทุกข์เบาบางลง เวลามีเสียงบ่นในหัว มีความหงุดหงิดไม่พอใจ ถ้าเรารู้ทันมัน มันก็ทำอะไรจิตใจไม่ได้

  6. 95

    25690306pm--อยู่กับกิเลสเหมือนน้ำกับใบบัว

    6 มี.ค. 69 - อยู่กับกิเลสเหมือนน้ำกับใบบัว : คนที่ไม่ถูกใจเรา คนที่น่าระอา คนเหล่านี้เราหนีไม่พ้น เพราะบางทีก็อยู่ในบ้านของเรา บางทีก็เป็นลูกของเรา บางทีก็เป็นพ่อแม่ของเรา เขาไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง หลายคนก็ทุกข์มากแล้วก็พยายามไปจัดการเปลี่ยนแปลงคนเหล่านั้นซึ่งก็ไม่สำเร็จ เสร็จแล้วก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ และไปโทษว่าเป็นเพราะเขา เป็นเพราะการกระทำ พฤติกรรม หรือคำพูดของคนเหล่านั้น แต่ลืมไปว่าเป็นเพราะใจเราวางไว้ไม่ถูกใจ เราไปรู้สึกลบ ไปมีปฏิกิริยาต่อต้าน เหมือนกับที่เราไปสู้กับกิเลส แล้วเราก็สู้ไม่ได้ ก็ทุกข์ หรือเหมือนกับที่เราไปสู้กับความฟุ้งซ่าน สู้เท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ แล้วเราก็ท้อแท้ แต่ถ้าเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันด้วยการดูแลใจของเราให้ดี ใครจะทำอะไรไม่ถูกต้อง แต่เราก็ดูแลใจของเราให้ปกติเอาไว้ นี่ทำได้แม้จะเป็นปุถุชนก็ตาม   เพราะฉะนั้นศิลปะที่หลวงพ่อชาท่านสอนหรือแนะนำนี่สำคัญมากเลย ที่ท่านแนะนำคือจงอยู่กับมันอย่างมีสติ เหมือนน้ำกับใบบัวแม้อยู่ด้วยกัน แต่น้ำก็ไม่อาจซึมเข้าใบบัวได้ และนี่คือสิ่งที่จะวัดความก้าวหน้าของการปฏิบัติของเรา ตราบใดที่ยังเป็นปุถุชนอยู่ 

  7. 94

    25690305pm--ด้านลบของความสำเร็จ

    5 มี.ค. 69 - ด้านลบของความสำเร็จ : ใครที่ต้องการปรารถนาความสำเร็จ ความมั่งคั่งร่ำรวย การมีชื่อเสียง อันนี้เป็นเพราะเขายังไม่เห็นโทษของมัน ไม่ได้มองว่าไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่าๆ ตามมาพร้อมกับปัญหาที่มากมาย โดยเฉพาะลาภ ยศ สรรเสริญ เงินทอง ชื่อเสียงความเด่นดัง ถ้าวางใจไม่ถูก เกี่ยวข้องกับมันไม่เป็น ก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน เกิดความขัดแย้งกัน สุดท้ายก็ไปไม่รอด อันนี้ก็ตรงกับที่พระท่านเตือนเอาไว้ว่า โลกธรรมมีขึ้นมีลง ความสำเร็จทางโลกเจือไปด้วยทุกข์เสมอ อันนี้เช่นเดียวกับกามสุข ความสุขจากการมีวัตถุสิ่งเสพ พวกนี้เป็นสุขที่เจือไปด้วยทุกข์ ถ้าเราไม่เท่าทันมัน หวังแต่ชื่อเสียง หวังแต่ความสำเร็จ แม้จะได้มาสมหวัง แต่ว่าอะไรอย่างอื่นก็จะตามมาด้วย ซึ่งถ้ารับมือไม่ถูก ในที่สุดก็ต้องล้มหายตายจากไป หรือไม่ก็ต้องแยกทางกัน 

  8. 93

    25690304pm--ทำดีแต่อย่าเป็นคนดี

    4 มี.ค. 69 - ทำดีแต่อย่าเป็นคนดี

  9. 92

    25690302pm--สามเกลอที่ควรมีในชีวิต

    2 มี.ค. 69 - สามเกลอที่ควรมีในชีวิต : ทำความดีแล้ว มีความรู้ตัว ฝึกจิตจนรู้ความจริง เข้าใจสัจธรรม แม้จะเกิดความผันผวนปรวนแปรในชีวิต ใจก็ไม่ทุกข์ ก็ยังคงความปกติ จิตไม่หวั่นไหว ใจไม่กระเพื่อม อันนี้เป็นความสงบ ที่เรียกได้ว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ความดีทำให้เกิดสุข ความรู้ รู้ตัว รู้ความจริง ก็ทำให้เกิดสุข โดยที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งเสพ ไม่ต้องอาศัยอามิส แต่ขณะเดียวกันความสุขนี้ก็ช่วยทำให้เรามั่นคง ทั้งในความดี และการฝึกตนให้เข้าถึงความจริง หรือเกิดความรู้ คนที่ทำความดีแล้วไม่มีความสุข ยากที่จะทำความดีไปได้ต่อเนื่อง ความสุขช่วยเป็นตัวหล่อเลี้ยง ให้เรามั่นคงในความดี   ทำความดี ซื่อสัตย์สุจริต แม้ไม่มีคนเห็น แม้ไม่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ก็ยังทำดีต่อไป ไม่ท้อถอย เพราะมีความสุขใจ สุขที่เกิดจากสันโดษ สุขที่เกิดจากความภาคภูมิใจในความดี ใครที่ทำความดีแล้วยังท้อ เพราะว่าไม่มีคนยกย่องสรรเสริญ เพราะว่าเห็นคนอื่นเขารวยกว่าเรา เห็นคนอื่นเขามีเงินเดือนมากกว่าเรา นั่นเป็นเพราะว่าเขายังไม่มีความสุขจากการทำความดี 

  10. 91

    25690301pm--ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย

    1 มี.ค. 69 - ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย : ถ้าเรามีปัญญา เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ หรือยิ่งมองทะลุไปถึงนั่นว่า ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่อยู่ในอำนาจที่เราจะควบคุมบังคับบัญชาได้ ใจก็จะวาง ก็จะปล่อย เมื่อปล่อย แต่ยังดูแล ยังใช้มัน แต่ไม่ได้ยึดว่ามันเป็นของเรา เพราะถ้ายึดว่ามันเป็นของเราเมื่อไหร่ เราเป็นของมันทันทีเลย คืออยู่ใต้อำนาจของมัน ยอมตายเพื่อมัน ยอมทำชั่วเพื่อมัน หรือว่าทุกข์เพราะมัน แต่พอปล่อย ไม่ยึดว่าเป็นเรา เป็นของเรา ก็เรียกว่าเป็นนายมัน มันจะผันผวนแปรปรวนอย่างไร ก็ไม่ทำให้เราทุกข์ อันนี้เรียกว่าเป็นการปล่อยด้วยปัญญา เพราะเห็นแจ้งในสัจธรรมความจริง​ ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่ว่าภายนอก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส หรือภายใน เช่น ความคิดและอารมณ์ที่เราไม่ชอบเราก็รู้วิชาที่ปล่อย ปล่อยด้วยสติ   สติทำให้รู้ตัว รู้ตัวก็ไม่ไปหลงยึดสิ่งเหล่านี้ เพราะรู้ว่ายึดไปแล้วทุกข์ ส่วนสิ่งที่ชอบ ก็ไม่ยึด เพราะรู้เหมือนกัน อันนี้คือรู้สัจธรรมความจริงว่า มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ ก็ปล่อยเหมือนกัน​ สิ่งที่ไม่ชอบ ปล่อยด้วยสติ สิ่งที่ชอบ หรือให้ความสุขกับเราชั่วครู่ชั่วยาม เราก็ปล่อย ปล่อยด้วยปัญญา ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่มีสติรองรับ​ ดังนั้น ฝึกใจไว้ ให้รู้จักปล่อย หรืออย่างน้อยก็ไม่ยึดติด จนลืมเนื้อลืมตัว ถ้าเรารู้จักปล่อยได้ ทุกข์ก็จะหลุด แต่ถ้าเราปล่อยไม่เป็น หรือหลงยึด ก็ทุกข์ตามมา 

  11. 90

    25690228pm--อยู่ในคอกก่อนจะบินไป

    28 ก.พ. 69 - อยู่ในคอกก่อนจะบินไป : ความเข้าใจผิดของนักปฏิบัติหรือนักภาวนาข้อแรกๆ ข้อต้นๆ เลยก็คือ เข้าใจว่าภาวนาเพื่อหยุดคิด เพื่อดับความคิด ไม่ใช่นะ แต่เพื่อรู้ทันมัน และการภาวนาที่นี่ จะไม่เน้นที่การบังคับจิตให้หยุดคิด หรือทำให้จิตนิ่ง ส่วนใหญ่ที่เราคุ้นกับการปฏิบัติแนวอื่นๆ ก็คือการทำให้จิตนิ่ง อยู่กับลมหายใจบ้าง อยู่กับท้องพองยุบบ้าง โดยมีคำบริกรรมเป็นตัวผูกจิตไว้ คำบริกรรมก็เช่น หนึ่ง สอง พุทโธ พวกนี้เป็นอุบายเพื่อผูกจิตเอาไว้กับลมหายใจ หรือผูกจิตไว้กับท้องที่พองยุบ หรือเท้าที่เคลื่อนไปมา อุบายต่างๆ ก็เพื่อให้จิตนิ่ง ไม่ไปไหน แต่ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นนะ คือไม่มีอุบายที่กำกับหรือบังคับจิตให้นิ่ง หมายความว่าจิตจะไปก็ได้ ไปคือส่งออกไปข้างนอก หรือไหลไปอดีต ลอยไปอนาคตก็ได้ ให้อิสระ แต่ไม่ใช่หาเรื่องคิดนะ ระหว่างที่ปฏิบัติก็เว้นการพูดคุยกัน เพราะว่าถ้าพูดคุยแล้วเดี๋ยวจะฟุ้งมาก เราพยายามสร้างปัจจัยเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งมาก แต่ก็ไม่ถึงกับบังคับจิตไม่ให้ฟุ้ง อนุญาตให้ฟุ้งได้ แต่เราจะฝึกให้พากลับมา   ที่อื่นเขาสอนว่าฝึกให้จิตไม่ไป แต่ที่นี่เราฝึกให้พาจิตกลับมา อาจจะใจลอยเผลอคิดโน่นคิดนี่ แล้วก็รู้ตัว พอรู้ตัวปุ๊บ จิตก็จะกลับมา กลับมาอยู่กับกาย กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เราจะเน้นให้จิตกลับมาเร็วๆ กลับมาเพราะอะไร เพราะมีสติ เพราะมีความรู้ตัว เป็นตัวพาจิตกลับมา 

  12. 89

    25690227pm--อย่าปล่อยให้ความคิดเป็นนายเรา

    27 ก.พ. 69 - อย่าปล่อยให้ความคิดเป็นนายเรา : การฝึกจิตให้รู้ทันความคิด มันมีประโยชน์มาก มันทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของความคิดตัวเอง ช่วยทำให้ความคิดนี่มันไม่เป็นพิษเป็นภัยกับตัวเรา แต่ทำอย่างนี้ได้มันต้องฝึก เดี๋ยวนี้เราฝึกแต่ว่าให้คิดไว คิดเร็ว คิดพลิกแพลง วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดเชิงระบบ มีประโยชน์ทั้งนั้นแหละ แต่ว่าสิ่งที่มองข้ามไปคือ ฝึกให้รู้ทันความคิด และ ฝึกให้ปล่อยวางความคิด   หยุดความคิดได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มันคิดตะพึดตะพือจนนอนไม่หลับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นลักษณะของการที่ปล่อยให้ความคิดเป็นนายเรา ถ้าเราเป็นนายความคิด ถึงเวลานอน นอน วางความคิดลง ฉะนั้นการฝึกตนให้รู้ทันความคิด มันเป็นวิธีการที่จะช่วยทำให้ความคิดเป็นบ่าวที่ดี ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นนายที่เลว 

  13. 88

    25690226pm--ทำด้วยใจรัก

    26 ก.พ. 69 - ทำด้วยใจรัก

  14. 87

    25690225pm--มั่นคงบนความไร้ตัวตน

    25 ก.พ. 69 - มั่นคงบนความไร้ตัวตน

  15. 86

    25690219pm--เข้าถึงจิตประภัสสร

    19 ก.พ. 69 - เข้าถึงจิตประภัสสร

  16. 85

    25690218pm--ฝึกจิตเหมือนชาวสวน

    18 ก.พ. 69 - ฝึกจิตเหมือนชาวสวน

  17. 84

    25690217pm--อันตรายของความยึดว่าเป็นตัวกูของกู

    17 ก.พ. 69 - อันตรายของความยึดว่าเป็นตัวกูของกู

  18. 83

    25690216pm--ธรรมมีอยู่ทุกหนแห่ง

    16 ก.พ. 69 - ธรรมมีอยู่ทุกหนแห่ง

  19. 82

    25690215pm--งานหนักฆ่าเราไม่ได้

    15 ก.พ. 69 - งานหนักฆ่าเราไม่ได้

  20. 81

    25690213pm--ความสงบพบได้ที่ใจเรา

    13 ก.พ. 69 - ความสงบพบได้ที่ใจเรา

  21. 80

    25690212pm--เจออะไร ก็ได้เรียนรู้เสมอ

    12 ก.พ. 69 - เจออะไร ก็ได้เรียนรู้เสมอ

  22. 79

    25690204pm--สิ่งที่ควรถนอมรักษาอย่างยิ่ง

    4 ก.พ. 69 - สิ่งที่ควรถนอมรักษาอย่างยิ่ง

  23. 78

    25690203pm--ทำอะไรก็เข้าใจจุดมุ่งหมาย

    3 ก.พ. 69 - ทำอะไรก็เข้าใจจุดมุ่งหมาย

  24. 77

    25690202pm--รับมืออย่างไรกับความเครียด

    2 ก.พ. 69 - รับมืออย่างไรกับความเครียด

  25. 76

    25690201pm--มีโอกาสก็ไม่ทำเพราะใจใฝ่ธรรม

    1 ก.พ. 69 - มีโอกาสก็ไม่ทำเพราะใจใฝ่ธรรม

  26. 75

    25690131pm--คุณค่าของความดี ความจริงและความสุข

    31 ม.ค. 69 - คุณค่าของความดี ความจริงและความสุข

  27. 74

    25690130pm--อย่าผูกขาดความจริง

    30 ม.ค. 69 - อย่าผูกขาดความจริง

  28. 73

    25690128pm--มองให้เป็นก็เห็นประโยชน์ต่อทุกสิ่ง

    28 ม.ค. 69 - มองให้เป็นก็เห็นประโยชน์ต่อทุกสิ่ง

  29. 72

    25690127pm--ทำดีต้องมีอุปสรรคเสมอ

    27 ม.ค. 69 - ทำดีต้องมีอุปสรรคเสมอ 

  30. 71

    25690126pm--รักษาใจอย่าให้ไหลตามกระแส

    26 ม.ค. 69 - รักษาใจอย่าให้ไหลตามกระแส

  31. 70

    25690125pm--ฝึกจิตให้นิ่ง ทำใจให้สงบ

    25 ม.ค. 69 - ฝึกจิตให้นิ่ง ทำใจให้สงบ

  32. 69

    25690124pm--แก้ทุกข์ที่ใจ

    24 ม.ค. 69 - แก้ทุกข์ที่ใจ

  33. 68

    25690123pm--ภาวนาอย่างไรในชีวิตประจำวัน

    23 ม.ค. 69 - ภาวนาอย่างไรในชีวิตประจำวัน

  34. 67

    25690122pm--ธรรมที่มีอุปการะมาก

    22 ม.ค. 69 - ธรรมที่มีอุปการะมาก

  35. 66

    25690121pm--ฝึกจิตให้เป็นอิสระจากโลกธรรม

    21 ม.ค. 69 - ฝึกจิตให้เป็นอิสระจากโลกธรรม

  36. 65

    25690120pm--เดินเพื่อสันติภาพ

    20 ม.ค. 69 - เดินเพื่อสันติภาพ 

  37. 64

    25690119pm--อ่านใจตัวเองให้เป็น

    19 ม.ค. 69 - อ่านใจตัวเองให้เป็น

  38. 63

    25690118pm--เห็นต่างกันได้ ไม่ต้องเกลียดกัน

    18 ม.ค. 69 - เห็นต่างกันได้ ไม่ต้องเกลียดกัน 

  39. 62

    25690117pm--เจออะไร ใจก็นิ่งได้ใจสงบ

    17 ม.ค. 69 - เจออะไร ใจก็นิ่งได้ใจสงบ 

  40. 61

    25690108pm--หมั่นระบายขยะออกจากใจ

    8 ม.ค. 69 - หมั่นระบายขยะออกจากใจ : เพราะความโกรธ ความโศก หรืออารมณ์อกุศล นอกจากบงการให้เราทำตามอำนาจของมันแล้ว ก็ยังบงการให้ใจเราหวนคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้โกรธ ทำให้เศร้าอยู่เสมอ เหมือนกับว่าเป็นการเติมเชื้อให้กับอารมณ์เหล่านี้ แล้ววิธีที่จะเติมเชื้อให้อารมณ์เหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็คือเกิดจากการที่ทำตามอำนาจของมัน และการที่หวนนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดความโกรธ ทำให้เกิดโทสะ ทำให้เกิดความเศร้า ลองสังเกตดู คนที่เจ้าอารมณ์ ก็จะชอบจะหวนคิดกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งก็ทำให้จิตใจเราย่ำแย่ ทำให้ขยะเพิ่มพูนมากขึ้น   สติสำคัญตรงนี้ เพราะสติช่วยทำให้ใจไม่ไปหวนนึก เพื่อปลุกอารมณ์ที่เป็นขยะ ให้เกิดขึ้นในใจ หรือหมักหมมสะสมในใจ ในด้านหนึ่งสติหรือความรู้สึกตัว ทำให้เราไม่ตกอยู่ในอำนาจของมัน สั่งให้ด่าเราก็ไม่ทำ สั่งให้ซึมเศร้าดำดิ่ง เราก็กลับกระตือรือร้น ขวนขวาย ไม่ยอมนั่งเจ่าจุกหรือซึมเซา ให้มีความกระฉับกระเฉง สั่งให้ใจหวนไปนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์โกรธ เศร้า เครียด   ก็เพราะสติทำให้เกิดความรู้สึกตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน กลับมาอยู่กับสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน 

  41. 60

    25690107pm--หลงเมื่อไร ทำร้ายใจตนเองเมื่อนั้น

    7 ม.ค. 69 - หลงเมื่อไร ทำร้ายใจตนเองเมื่อนั้น : ฉะนั้นถ้าเราใคร่ครวญเราก็จะรู้เลยว่า เมื่อเรามีความโกรธ มีความน้อยใจ เมื่อได้ยินใครพูดอะไรใส่หูเรา นั่นเป็นเพราะเราฟังอย่างไม่มีสติ เราก็เลยไปรับอารมณ์ของเขามาทำร้ายจิตใจเรา คำพูดของเขาทำร้ายจิตใจเราไม่ได้ หรือแม้แต่อารมณ์ของเขาก็ทำร้ายจิตใจเราไม่ได้ ถ้าใจเราไม่ไปรับอารมณ์ของเขาเข้ามาทำร้ายจิตใจเรา หรือพูดง่ายๆ คือว่า เราจะทุกข์หรือไม่ ไม่ใช่เพราะคำพูดของใคร หรืออารมณ์ของใคร แต่เป็นเพราะเราไปรับเอาอารมณ์ของเขามาทำร้ายจิตใจเรา นั่นก็เพราะเราไม่ได้ฟังอย่างมีสติ   ฉะนั้นการฟังอย่างมีสติมีความสำคัญ และคำพูดเช่นนี้ก็ช่วยให้เราระลึกได้ว่า ถ้าเราฟังอะไรก็ตาม หรือเราได้ยินอะไรก็ตาม ถ้าเราเกิดทุกข์ขึ้นมา เราจะไปโทษคำพูดหรือโทษเสียงนั้นไม่ได้ เราต้องโทษใจเรา อย่างที่หลวงปู่บุดดาเคยเตือนลูกศิษย์ 

  42. 59

    25690106pm--ปฎิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

    6 ม.ค. 69 - ปฎิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม 

  43. 58

    25690105pm--ระวังใจไม่ให้ปรุงแต่ง

    5 ม.ค. 69 - ระวังใจไม่ให้ปรุงแต่ง : มัยนี้เราถูกฝึกให้คิด ๆ ๆ จนกระทั่งวางความคิดไม่ได้ เพราะว่าความคิดมันต่อกันไปยาวเลย เวลาเดินเจริญสตินี่ รู้เลย สังเกตได้ มันคิดสารพัดเลย จากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ จากเรื่องนี้ไปเรื่องโน้น บางทีคิด 10 เรื่อง กว่าจะรู้ตัว แต่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่คิด 10 เรื่อง คิดเรื่องเดียว แต่คิดปรุงยาวไปเลย แล้วแต่ละเรื่องที่คิดนี่ก็ทำร้ายตัวเอง หรือไม่ก็สร้างผลเสีย เกิดโทษแก่ตัวเอง ความที่เราไม่ค่อยใส่ใจกับความคิดในหัว หรือว่าถนัดคิด จนกระทั่งไม่รู้เนื้อรู้ตัว มันสามารถจะซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเราได้ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่อะไรอื่น คือใจของเรา โดยเฉพาะใจที่ไม่ได้ฝึกฝน   พระพุทธเจ้าตรัสไว้ โจรกับโจรทำร้ายกัน ก็ไม่ก่อความเสียหายมากเท่ากับจิตที่วางไว้ผิด จิตที่วางไว้ผิด ก็มีตั้งแต่จิตที่ชอบปรุงแต่ง แล้วปรุงต่อไปยาวเหยียด ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอคติเป็นตัวกระตุ้น   อคติ หรือความหวงแหน หวงลูก ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความกลัว อารมณ์พวกนี้สามารถจะปรุง หรือจะเอาความคิดใดความคิดหนึ่ง เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมาปรุงเป็นสายยืดยาว   ดังนั้น ถ้าหากว่าเราไม่อยากจะทำร้ายตัวเอง ก็ต้องรู้จักรู้ทันความคิด แล้วก็ตระหนักว่า ความทุกข์ก้อนใหญ่ของเรานั้นเกิดจากการปรุงแต่ง ซึ่งปรุงแต่งนั้นมีหลายระดับ แม้กระทั่งปรุงว่ามีตัวกู หรือปรุงว่าของกู ของกู นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่าคนไม่ค่อยตระหนัก เพราะมันลึกมาก เห็นไม่ค่อยชัด

  44. 57

    25690104pm--สร้างนิสัยใหม่ให้ใจ

    4 ม.ค. 69 - สร้างนิสัยใหม่ให้ใจ 

  45. 56

    25690103pm--รู้จักฉุกคิด ชีวิตเปลี่ยน

    3 ม.ค. 69 - รู้จักฉุกคิด ชีวิตเปลี่ยน 

  46. 55

    25690102pm--จุดหมายชีวิตของผู้ใฝ่ธรรม

    2 ม.ค. 69 - จุดหมายชีวิตของผู้ใฝ่ธรรม 

  47. 54

    25690101pm--บทเรียนชีวิตสำหรับปีใหม่

    1 ม.ค. 69 - บทเรียนชีวิตสำหรับปีใหม่ 

  48. 53

    25681231pm--เป้าหมายอยู่ไกลใจอยู่กับปัจจุบัน

    31 ธ.ค. 68 - เป้าหมายอยู่ไกลใจอยู่กับปัจจุบัน : ถ้าใจอยู่กับปัจจุบัน เผลอแป๊บเดียวครบปีแล้ว เผลอแป๊บเดียวถึงเป้าหมายแล้ว ในขณะที่ถ้าใจคอยมองหาเป้าหมาย ก็จะรู้สึกท้อรู้สึกเหนื่อย เมื่อไหร่จะถึงๆ เหมือนกับเวลาเราเดินทาง ถ้าเราใส่ใจกับการเดินทาง ใส่ใจกับสองข้างทาง วางเป้าหมายหรือจุดหมายปลายทางไว้ก่อน เราพบว่าประเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว  ในทางตรงข้าม ถ้าใจไปจดจ่ออยู่ที่จุดหมายปลายทาง ก็จะเครียด จะท้อ จะเหนื่อย เมื่อไหร่จะถึงๆ ฉะนั้นแม้เราจะมองไกล แต่ใจเราอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้เราเห็นความสำคัญของการก้าวไปทีละนิดๆ ข้อสำคัญคืออย่าหยุด ทำบ่อยๆ ทำทุกวัน แล้วเป้าหมายที่ไกลก็จะถึงได้ไม่ยาก 

  49. 52

    25681230pm--เปลี่ยนผิดให้เป็นถูก

    30 ธ.ค. 68 - เปลี่ยนผิดให้เป็นถูก : แต่ว่าคนส่วนใหญ่ พอผิดครั้งแรกแล้วก็มักจะผิดครั้งที่ 2 แล้วครั้งที่ 2 มักจะหนักกว่าครั้งแรกเสมอ คนในสังคมก็ไม่ชอบคนที่ทำผิดแล้วปฏิเสธ ไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมขอโทษ แต่พอตัวเองเจอแบบนั้นบ้าง ก็ทำเหมือนกับคนอื่น ที่ตัวเองเคยประณามเอาไว้ เพราะว่าอัตตาพาไป  ต้องมีสติ ถ้ามีสติจะเห็นเลยว่า หลงเชื่ออัตตาไม่ได้ มันจะล่อหลอกยังไง ให้เป่าคดี ให้ปฏิเสธ แต่ถ้ามีสติมากพอ ก็กล้าที่จะขัดขืน ทำผิดก็ขอโทษ แม้ว่าจะเสียหน้า แต่ที่จริงที่เสียหน้าคืออัตตาเสียหน้า แต่ว่ากลับกลายเป็นดีสำหรับเรา เพราะทำให้คุณธรรมในใจงอกงามมากขึ้น  เพราะฉะนั้นเตือนใจอยู่เสมอ ผิดครั้งแรกยังไม่เท่าไหร่ อย่าผิดครั้งที่ 2 ต้องทำให้มันถูก แล้วชีวิตก็จะเจริญ ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวข้องกับผู้คน เกี่ยวข้องกับทรัพย์สมบัติ สุขภาพร่างกาย หรือว่าในการภาวนา การปฏิบัติธรรมก็ตาม 

  50. 51

    25681229pm--รักษาใจให้ปลอดภัยจากอารมณ์

    29 ธ.ค. 68 - รักษาใจให้ปลอดภัยจากอารมณ์ : ถ้าเราเวลาทำอะไร วางอย่างอื่นไว้ก่อน ให้มีสติอยู่กับสิ่งที่ทำ แน่นอน มันจะไม่ได้อยู่กับสิ่งที่ทำไปตลอด เดี๋ยวก็เผลอแวบไปโน่น คิดไปนี่ บางทีก็มีอารมณ์เกิดขึ้น ก็ประเดี๋ยวก็รู้ พอใจไหลไปตามความคิดและอารมณ์ ประเดี๋ยวก็เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน  อันนี้เป็นวิธีที่จะช่วยทำให้ใจเรารู้สึกตัว มีสติ มีสมาธิกับสิ่งที่ทำ และต่อไปก็จะมีวิธี มีอุบาย ในการรับมือกับอารมณ์อกุศลต่าง ๆ ที่เราเรียกว่านิวรณ์ มีความฟุ้งซ่าน ความง่วงเหงาหาวนอน มีความโกรธ หรือว่าการโหยหาสิ่งเสพ สิ่งเร้า หรือความเบื่อ ความเซ็ง ความลังเลสงสัย พวกนี้จะไม่อาจรบกวนจิตใจได้ถ้าเรามีสติรู้ทัน ไม่ปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้เข้ามารบกวนรังควาน หรือว่ามาบีบคั้นใจ 

Type above to search every episode's transcript for a word or phrase. Matches are scoped to this podcast.

Searching…

No matches for "" in this podcast's transcripts.

Showing of matches

No topics indexed yet for this podcast.

Loading reviews...

ABOUT THIS SHOW

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ

HOSTED BY

watpasukato

URL copied to clipboard!