EPISODE · Jul 25, 2026 · 1H 5M
5. เจริญรูปฌาน 4 พิจารณากายคตาสติ และน้อมเข้าสู่อนาคตังสญาณ พิจารณามรณานุสสติ และการรู้เห็นอายตนนิพพาน
from การปฏิบัติธรรมตามหลักวิชชาธรรมกาย · host เว็บไซต์ Luangpusodh.com
ผู้บรรยาย: พระเทพญาณมงคล วิ. (เสริมชัย ชยมงฺคโล)สรุปหัวข้อทั้งหมดการเจริญปฐมฌานเพื่อกำจัดนิวรณ์ 5: การใช้ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา ประหารกิเลสลำดับการเจริญฌานสมาบัติโดย "อนุโลม": การเข้าถึงทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน และปัญจมฌาน ตามลำดับกายภายในการเจริญฌานสมาบัติโดย "ปฏิโลม": การลดระดับสมาธิจากชั้นสูงลงมาสู่ชั้นต้นการเจริญกายคตาสติ: การขยาย "เห็น จำ คิด รู้" เพื่อพิจารณาสิ่งปฏิกูลในร่างกายและอวัยวะภายในการเจริญอนาคตังสญาณ: การตรวจดูอัตภาพของตนในอนาคตตาม "สายกำเนิดธาตุธรรมเดิม"การเจริญมรณานุสสติ: การพิจารณา "สังขารนิมิต" ในวันตาย เพื่อเห็นแจ้งในอนิจจังและอนัตตาการดำเนินจิตสู่สุดละเอียด: การปฏิบัติ "ดับหยาบไปหาละเอียด" ของ "กาย เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืช"การเข้าถึง "อายตนะพระนิพพาน": การตกศูนย์ของธรรมกายหยาบ และสภาวะที่สถิตของพระนิพพานธาตุข้อวินิจฉัยสภาวะแห่งพระนิพพานและ "จักรพรรดิ": การรู้เห็น "ธรรมขันธ์ทั้งแท่ง" ที่ปราศจากมหาภูตรูป 4 และรัตนะ 7ผู้บรรยายสอนให้ผู้ปฏิบัติรวมใจ "หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางของกลาง" ของดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์และมนุษย์ละเอียด เมื่อจิตมี "วิตก วิจาร" (ความตรึกตรองประคองนิมิต) จะเกิด "ปีติ สุข และเอกัคคตา" เป็น ปฐมฌาน ซึ่งมีคุณสมบัติในการกำจัด "กิเลสนิวรณ์" เครื่องกั้นปัญญา ได้แก่ วิตกกำจัดถีนมิทธะ, วิจารกำจัดวิจิกิจฉา, ปีติกำจัดพยาบาท, สุขกำจัดอุทธัจจกุกกุจจะ และเอกัคคตากำจัดกามฉันทะจากนั้นให้ผู้ปฏิบัติดำเนินจิต "ดับหยาบไปหาละเอียด" ไปตามลำดับกาย:เมื่อละวิตกวิจารได้ คงเหลือ ปีติ สุข เอกัคคตา ศูนย์กลางจะขยายว่างออก เข้าสู่ดวงธรรมของกายทิพย์ เป็น ทุติยฌานเมื่อละปีติได้ คงเหลือ สุข เอกัคคตา เข้าสู่ดวงธรรมของกายรูปพรหม เป็น ตติยฌานเมื่อละสุขได้ คงเหลือ เอกัคคตา เข้าสู่ดวงธรรมของกายอรูปพรหม เป็น จตุตถฌานและหากเจริญพรหมวิหารธรรมละเอียดเข้าไป จะเข้าสู่ ปัญจมฌาน ที่ประกอบด้วยเอกัคคตาและ "อุเบกขา" (ความไม่ยินดียินร้าย)การดำเนินจากปฐมฌานถึงปัญจมฌานนี้เรียกว่าการเข้าสมาบัติโดย "อนุโลม" จากนั้นผู้บรรยายให้ฝึกถอยระดับสมาธิจากชั้นสูงลงมาสู่ชั้นต้น เรียกว่าการเข้าสมาบัติโดย "ปฏิโลม" โดยให้สังเกตองค์แห่งฌานในแต่ละระดับให้ชัดเจนเมื่อลดระดับสมาธิมาอยู่ที่ทุติยฌานหรือปฐมฌาน ผู้บรรยายให้ขยายดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ให้เต็มกาย แล้วขยาย "ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ คือใจของเราให้โตเต็มส่วน" เพื่อพิจารณาร่างกายตามความเป็นจริง เริ่มตั้งแต่หนังศีรษะ มันสมอง โพรงจมูกที่มีน้ำมูก กระพุ้งปากที่มีขี้ฟันและน้ำลาย โครงกระดูก กระเพาะอาหารที่มีการย่อยและเศษอาหารในลำไส้ผู้บรรยายเน้นย้ำให้เห็นว่า ร่างกายนี้ "ไม่สะอาด เหมือนสุสานที่เก็บศพของสัตว์ทั้งหลายที่เรากินเข้าไป" ตลอดจนการพิจารณาตับ ไต ปอด เลือด ไขมัน เส้นเอ็น และทวารขับถ่าย เพื่อให้เห็นแจ้งว่าเป็นปฏิกูล โสโครก ไม่น่ารักใคร่ยินดี เพื่อให้จิตสงบระงับผู้ปฏิบัติต้องนำใจหยุดนิ่งกลางวิญญาณธาตุ จนเห็น "สายกำเนิดธาตุธรรมเดิม ใสเหมือนใยบัว" แล้วอธิษฐานน้อมจิตไปในอนาคตเพื่อดูอัตภาพของตน (อนาคตังสญาณ) โดยเลื่อนไปทีละ 5 หรือ 10 ปี จนกระทั่งถึงวันตาย เมื่อถึงวันตาย จะปรากฏ "สังขารนิมิต" (ร่างที่ตายแล้ว) ให้พิจารณาทบทวนถึงความเป็น "อนิจจัง" (ไม่เที่ยง มีแก่ เจ็บ ตาย) และความเป็น "อนัตตา" ที่ไม่ใช่ตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา เป็นเพียง "สภาพสูญ ว่างเปล่า ไม่ใช่ตัวตนให้ยึดถือได้" เมื่อเห็นแจ้งด้วยปัญญา ให้ถือเอาเป็น "มรณสติ" ประจำใจ แล้วถอยจิตกลับมาสู่ปัจจุบันผู้บรรยายให้เจริญฌานสมาบัติโดยอนุโลมและปฏิโลมอีกครั้ง แล้วดำเนินจิต "ดับหยาบไปหาละเอียด" จนเข้าถึงสุดละเอียดของ "กาย เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืช" ซึ่งจะพิสดารเป็นธรรมกายอรหัตในอรหัตทับทวีขึ้นมา เมื่อจิตปล่อยวางอุปาทานในเบญจขันธ์ของกายในภพ 3 ได้อย่างเด็ดขาด "ธรรมกายที่หยาบจะตกศูนย์ ที่สุดละเอียดจะไปปรากฏใน อายตนะพระนิพพาน"ณ อายตนะพระนิพพาน ผู้ปฏิบัติจะเห็นพระนิพพาน (ธรรมกายตรัสรู้) ของพระสัพพัญญูพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ขีณาสพ ประทับบนรัตนบัลลังก์ นับไม่ถ้วน ผู้บรรยายให้อธิษฐานซ้อนธรรมกายอรหัตของตนเข้าสู่กลางพระนิพพานของพระพุทธเจ้า เมื่อใช้ญาณทัสสนะมองเข้าไปที่ศูนย์กลาง จะปรากฏ "จักรพรรดิ" ซึ่งเป็นประธานของ "รัตนะ 7" (จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว ฯลฯ)ผู้บรรยายให้ใช้มือของธรรมกายสัมผัสดูที่พระเพลา (ตัก) ของพระพุทธเจ้า เพื่อยืนยันสภาวธรรมว่า พระนิพพานไม่ใช่สภาพว่างเปล่า แต่เป็น "ธรรมขันธ์ทั้งแท่ง" ที่มีความเย็น ใสบริสุทธิ์ ไม่มีมหาภูตรูป (ดิน น้ำ ไฟ ลม) ไม่มีกระดูกหรือลำไส้เหมือนสัตว์โลก และในอายตนะพระนิพพานนั้นไม่มีปราสาทราชวัง ไม่ได้สว่างด้วยแสงอาทิตย์ แต่สว่างไสวด้วย "รังสีของธรรมกาย" ล้วน ๆเว็บไซต์หลัก: Luangpusodh.com
Embed this episode
Ready to play
5. เจริญรูปฌาน 4 พิจารณากายคตาสติ และน้อมเข้าสู่อนาคตังสญาณ พิจารณามรณานุสสติ และการรู้เห็นอายตนนิพพาน
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
No similar episodes found.
Similar Podcasts
No similar podcasts found.