EPISODE · Sep 11, 2026 · 57 MIN
อกุศลพึงละด้วยปัญญา [6937-6t]
หมวดธรรม 10 ประการใน มหาวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องใหญ่ข้อที่ 21 สีหนาทสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาท พระสูตรนี้เน้นย้ำถึงกำลังญาณ10 ประการ (ทศพลญาณ) ที่ทำให้พระพุทธองค์ทรงปฏิญญาฐานะอันองอาจ บันลือสีหนาท และประกาศพรหมจักร (กงล้อแห่งธรรม) ในบริษัททั้งหลาย ได้แก่ฐานาฐานญาณ: รู้จักสิ่งที่เป็นไปได้ (ฐานะ) และสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (อฐานะ) ตามเหตุปัจจัยกัมมวิปากญาณ: รู้จักผลของกรรม ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต อย่างแม่นยำสัพพัตถคามินีปฏิปทาญาณ: รู้จักทางปฏิบัติที่นำไปสู่สุคติ ทุคติ หรือพระนิพพานนานาธาตุญาณ: รู้จักอัธยาศัยและองค์ประกอบที่แตกต่างกันของโลกและสิ่งมีชีวิต (ธาตุต่างๆ)นานาธิมุตติกญาณ: รู้จักอธิมุติ คือความน้อมใจเชื่อและความสนใจที่แตกต่างกันของสัตว์ทั้งหลายอินทริยปโรปริยัตตญาณ: รู้จักความหย่อนและความแก่กล้าแห่งอินทรีย์ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ของผู้อื่นฌานาทิสังกิเลสาทิญาน: รู้จักความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว และการออกจากฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติปุพเพนิวาสานุสสติญาณ: ระลึกชาติในอดีตได้หลากหลายระลึกชาติไม่สิ้นสุดจุตูปปาตญาณ: รู้เห็นการจุติ (ตาย) และอุบัติ (เกิด) ของสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรมอาสวักขยญาณ: รู้จักความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย บรรลุเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะในปัจจุบัน ข้อที่ 22 อธิมุตติปทสูตร ว่าด้วยอธิมุตติบท พระผู้มีพระภาคทรงตรัสถึง "ตถาคตพละ 10 ประการ" (ดูข้อธรรมใน สีหนาทสูตร) ซึ่งเป็นกำลังที่ทำให้พระองค์ทรงปฏิญญาฐานะที่องอาจ บันลือสีหนาท และประกาศพรหมจักรในบริษัททั้งหลายได้ โดยข้อที่เกี่ยวข้องกับชื่อพระสูตรนี้โดยตรงคือ กำลังญาณในการรู้ชัดถึง "อธิมุตติ" (การหยั่งรู้อัธยาศัย) ของหมู่สัตว์ทั้งหลาย ข้อที่ 23 กายสูตร ว่าด้วยธรรมที่พึงละทางกาย พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงจำแนกธรรมที่พึงละออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้ธรรมที่พึงละทางกาย แต่มิใช่ทางวาจา: การละ "กายทุจริต" (ทุศีล)ธรรมที่พึงละทางวาจา แต่มิใช่ทางกาย: การละ "วจีทุจริต"ธรรมที่บุคคลพึงละด้วยกายไม่ได้ ด้วยวาจาไม่ได้ แต่ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาแล้วจึงละได้: กิเลสภายในจิตใจที่ผู้ปฏิบัติต้องใช้ปัญญาภายในของตนเองเข้าไปเพ่งพินิจ เห็นตามความเป็นจริง (รู้แจ้งด้วยปัญญา) จนกระทั่งจิตตัดละกิเลสเหล่านั้นได้ด้วยตนเองกิเลสภายในจิตใจ 10 ประการ ได้แก่1. โลภะ – ความโลภ ความอยากได้2. โทสะ – ความโกรธ ความคิดประทุษร้าย3. โมหะ – ความหลง ความไม่รู้จริง (อวิชชา)4. โกธะ – ความโกรธ ความขัดเคืองใจ5. อุปนาหะ – ความผูกโกรธ การเก็บความโกรธไว้ฝังลึก6.มักขะ – ความลบหลู่คุณท่าน การแกล้งทำลายคุณความดีของผู้อื่น7. ปฬาสะ – ความตีเสมอ การยกตนเทียมท่าน ไม่ยอมอ่อนน้อม8. มัจฉริยะ – ความตระหนี่ หวงแหน9. อิสสาอันชั่วช้า – ความริษยา10. ปาปิจฉตา – ความปรารถนาลามก การโอ้อวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน ข้อที่ 24 มหาจุนทสูตร ว่าด้วยพระมหาจุนทะ มีสาระสำคัญ 2 ส่วนหลัก คือ การละกิเลสทางปัญญา และ ข้อปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันของนักปฏิบัติธรรมข้อปฏิบัติในการละกิเลส 10 ประการด้วยปัญญา (ดูจาก กายสูตร) ท่านพระมหาจุนทะระบุว่า "ความปรารถนาอันชั่วช้าและกิเลสทั้งหลาย บุคคลจะละทางกายหรือทางวาจาก็ไม่ได้ แต่ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาแล้วจึงละได้ หากใครก็ตามประกาศตนว่าเป็นผู้รู้ธรรม (ธรรมวาที) หรือเป็นผู้ฝึกฝนตนเองมาดีแล้ว (ศีลบ่มครบบริบูรณ์) แต่ยังคงถูกกิเลสทั้ง 10 ข้อนี้ครอบงำอยู่ ย่อมถือว่าเป็นการประกาศที่ไม่เป็นความจริง"ข้อปฏิบัติในการอยู่ร่วมกัน (ภิกษุผู้เจริญฌาน vs ภิกษุผู้ประกอบธรรม) ต้องไม่ลบหลู่รุกราน หรือเพ่งโทษกันและกัน ควรมีความเข้าใจอันดีต่อกัน ควรสรรเสริญกันและกัน พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต มหาวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Embed this episode
Ready to play
อกุศลพึงละด้วยปัญญา [6937-6t]
No transcript for this episode yet
Similar Episodes
No similar episodes found.
Similar Podcasts
No similar podcasts found.