ธรรมะเจือด้วยบุญ

PODCAST · religion

ธรรมะเจือด้วยบุญ

ธรรมบรรยายจาก "ธรรมสถานเจือด้วยบุญ" นครปฐม

  1. 19

    ติลักขณาคาถา : เมื่อปัญญาพ้นบ่วงสัญญา - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก | 13 มกราคม 2569 (690113)

    เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมยิ่งสวดมนต์หรือพยายามปฏิบัติ จิตใจกลับยิ่งวุ่นวายและเต็มไปด้วยเรื่องราวไม่จบสิ้น? ธรรมบรรยาย ตอนนี้พาไปเจาะลึกบท "ติลักขณาคาถา" เพื่อเผยความจริงของรูปธรรมและนามธรรมที่มักถูก "ความนึกคิดปรุงแต่ง" ปกปิดไว้ เราส่วนใหญ่มักเห็นโลกผ่าน "สัญญา" หรือความจำได้หมายรู้ ซึ่งเป็นเพียงการแปะป้ายชื่อให้สรรพสิ่ง แต่การจะพ้นทุกข์ได้นั้นต้องอาศัยการ "เห็นด้วยปัญญา" คือเห็นความจริงที่กำลังเกิดดับอยู่ทุกขณะจนจิตเกิดความเบื่อหน่ายและวางการยึดมั่นมาร่วมสำรวจปริศนาธรรมที่ว่า "คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงรู้ แต่ต้องอาศัยคิด" และทำไมการกลับมาที่ "กาย" จึงเป็นทางออกที่เรียบง่ายและซื่อตรงที่สุดในการดึงเราออกจากสนามรบของความคิดที่ตีกันอยู่ในหัว เมื่อใดที่เริ่มเห็นเส้นแบ่งระหว่าง "สมมติ" (เรื่องที่คิด) และ "ปรมัตถ์" (สภาวะการคิด) เมื่อนั้นจะเริ่มสัมผัสถึงอิสรภาพที่แท้จริง ไม่ว่าจะมีจริตแบบไหน หรือมีทุนเดิมมาอย่างไร เส้นทางแห่งวิปัสสนาภูมิทั้ง 6 นี้ กว้างพอสำหรับทุกคนที่พร้อมจะ "ตื่น" และก้าวข้ามความหลงผิดเพื่อไปพบกับความสงบที่เหนือการปรุงแต่ง---ประเด็นที่ควรศึกษา- เห็นด้วยปัญญา ไม่ใช่แค่สัญญา: การรู้แจ้งไม่ใช่การจำชื่อธรรมะได้ แต่คือการเห็นสภาวะจริงจนจิตยอมคลายความกำหนัดยินดีในกองทุกข์- ออกจากนิทานในหัว: ฝึกแยก "เรื่องราว" ออกจาก "กระบวนการปรุงแต่ง" เพื่อไม่ให้เราหลงติดไปกับภาพและเสียงที่จิตสร้างขึ้นเอง- กายคือบ้านที่ปลอดภัย: ใช้การขยับเขยื้อน ลมหายใจ หรือการกะพริบตา เป็นเครื่องมือกระชากจิตที่กำลังหลงคิดให้กลับมาตื่นรู้ในปัจจุบัน- แผนที่วิปัสสนาภูมิ 6: ทำความรู้จัก ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ อริยสัจ และปฏิจจสมุปบาท เพื่อใช้เป็นฐานในการใคร่ครวญความจริง- เปลี่ยนความสงสัยเป็นพลัง: เรียนรู้วิธีการใช้ความสงสัยเป็นสะพานในการสืบค้นและย้อนกลับมาดูสภาวะจริงจนสิ้นสงสัยด้วยตัวเอง---บรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก วันที่ 13 มกราคม 2569---#ธรรมบรรยาย #ติลักขณาคาถา #วิปัสสนา #สติปัฏฐาน #เห็นด้วยปัญญา #ตื่นรู้ #เจือด้วยบุญ

  2. 18

    ตื่นรู้ที่ใจ ไม่ทุกข์ให้โง่: วิถีแห่งสติเพื่อความโปร่งเบา - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก | 7 พฤษภาคม 2569 (690507)

    ในโลกที่วุ่นวาย หลายคนพยายามวิ่งหาความสุขจากภายนอก แต่แท้จริงแล้วต้นเหตุของความทุกข์และการดับทุกข์นั้นล้วนตั้งมั่นอยู่ที่ "ใจ" ของเราเอง ธรรมบรรยายนี้จะพาคุณย้อนกลับมาสำรวจ "ที่เกิดเหตุ" คือใจที่มักจะถูกเผาลนด้วยเชื้อไฟแห่งความคิดและการปรุงแต่ง การเริ่มต้นปฏิบัติธรรมอาจดูเหมือนการต่อสู้กับความเคยชินเดิม ๆ ที่ใจมักจะต่อต้านในวันแรก ๆ แต่หากเรามีความอดทนเพียงพอ ใจจะเริ่มจำสภาวะการวางตัวและทรงตัวได้เอง เหมือนการฝึกขี่จักรยาน แก่นสำคัญของการภาวนาไม่ใช่การห้ามความคิด แต่คือการฝึก "รู้สึกตัว" ให้รู้ทันเมื่อใจแวบไปปรุงแต่ง แล้วดึงกลับมาอยู่ที่ฐานคือร่างกายและลมหายใจ เมื่อเราฝึกสติจนเข้มแข็ง เราจะเห็นว่าอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง นั้นอาศัยความคิดเป็นเชื้อเพลิง หากเราหยุดส่งเชื้อไฟ ความร้อนรนในใจก็จะดับลงเอง นี่คือบุญขั้นสูงสุดในทางพุทธศาสนาที่ให้ผลยิ่งกว่าการให้ทานหรือรักษาศีลนับร้อยครั้ง เพราะมันคือการยกระดับคุณภาพจิตให้ฉลาดพอที่จะ "ไม่ทุกข์ให้โง่" ไม่ว่าชีวิตจะเผชิญกับโลกธรรมในแง่บวกหรือลบก็ตามประเด็นที่น่าสนใจและศึกษา- การเอาชนะพยศของใจ: ช่วงแรกของการปฏิบัติ ใจจะขัดแย้งและต่อต้านความสงบเพราะความเคยชินกับรูป รส กลิ่น เสียง แต่หากผ่าน 2-3 วันแรกไปได้ ใจจะเริ่มเรียนรู้การวางตัว- ฐานที่ตั้งของสติ: ใช้ร่างกายและลมหายใจเป็นบ้าน เพราะกายไม่เคยโกหกและไม่ต้องใช้การคิด เพียงแค่ "รู้สึก" ถึงการขยับและการหายใจ- ความคิดคือเชื้อเพลิง: ความทุกข์เปรียบเสมือนไฟที่มี "ความคิด" เป็นฟืน หากเรามีสติรู้ทันและไม่ไปต่อกับความคิด ไฟนั้นย่อมดับลงเองโดยธรรมชาติ- กำไรคือความฉลาดทางอารมณ์: ความสงบคือโบนัสหรือการชาร์จแบตเตอรี่ แต่เป้าหมายหลักคือการมีสติเพื่อยอมรับความจริงของโลก ทำให้เราไม่เจ็บนานและวางใจเป็นเมื่อต้องพลัดพราก- บุญสูงสุดคือการภาวนา: การฝึกจิตให้ตื่นรู้เป็นบุญที่มีอานิสงส์มหาศาล ช่วยให้เราใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันได้อย่างมีศักยภาพและไม่หลงไปตามอารมณ์หากกำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ธรรมบรรยายนี้คือคำตอบที่จะช่วยให้กลับมา "ชักสะพาน" ตัดวงจรความทุกข์ และสร้างสุขที่แท้จริงจากภายในใจตนเอง#การเจริญสติ #รู้สึกตัว #ดับทุกข์ที่ใจ #ภาวนา #ไม่ทุกข์ให้โง่ #ฝึกจิต #เจือด้วยบุญ #ธรรมะเตือนใจ #พุทธศาสนาปฏิบัติ #สมาธิวิปัสสนา

  3. 17

    หยุดหลง... มาลงที่ฐาน: ฝึกใจให้ตื่นรู้ในทุกก้าวของชีวิต - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก | 6 พฤษภาคม 2569

    เคยรู้สึกไหมว่า... ในหนึ่งวันใจของคุณวิ่งวุ่นไปมาระหว่างอดีตที่ผ่านไปแล้วกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง? ธรรมะบรรยายตอนนี้จะพาไปค้นพบ “กุญแจสำคัญ” ของการภาวนาที่ไม่ใช่เพียงการนั่งหลับตา แต่คือการสร้าง “ฐานที่มั่นของใจ” เพื่อเปลี่ยนตัวเองจาก “ทาส” ของอารมณ์ให้กลายเป็น “นาย” ของชีวิตไปเรียนรู้วิธีการ “ตีห้าง” หรือสร้างพื้นที่สังเกตการณ์เพื่อดู “เสือ” ซึ่งก็คือกิเลสและอารมณ์ที่จ้องจะตะครุบใจเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อเรามีฐานที่มั่นคง เราจะเห็นความจริงว่าความทุกข์ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่นั้น แท้จริงเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นและดับไป ไม่ต่างจากพยับแดดที่ไร้ราคา เป็นการถอดรหัสคำสอนของครูบาอาจารย์ให้กลายเป็นเข็มทิศที่เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่กำลังแสวงหาทางพ้นทุกข์ นี่คือบทบรรยายธรรมะที่จะช่วยให้กลับมา “ตื่นรู้” ในทุกขณะจิต และพร้อมจะเปิด “กล่องสมบัติแห่งความจริง” ของชีวิตด้วยความอาจหาญและร่าเริงในธรรม เตรียมใจให้พร้อม แล้วมาเริ่มเดินบนวิถีแห่งการตื่นรู้ไปพร้อมกัน!---หัวข้อที่น่าสนใจและศึกษา- ปัจจุบันคือ "ตัวเห็น": การมีสติไม่ใช่การพยายามบังคับให้อยู่กับปัจจุบัน แต่คือการ “เห็น” จิตที่กำลังหลงไปในอดีตหรืออนาคต- ตีห้างส่องกิเลส: การสร้างฐานของสติ (สติปัฏฐาน) เปรียบเหมือนการสร้างห้างสูงเพื่อเฝ้าดูพฤติกรรมของเสือร้าย โดยที่เราไม่ถูกมันจับกิน- จากทาสสู่นาย: เมื่อเรารู้เท่าทันอารมณ์และกิเลส ใจจะคืนกลับสู่ความเป็นอิสระ ไม่ต้องยอมจำนนต่ออำนาจของความโลภ ความโกรธ และความหลงอีกต่อไป- ความตายคือสมบัติที่ทุกคนต้องเปิด: การระลึกถึงความตาย (มรณานุสติ) ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือการฝึกใจให้ไม่ประมาทและเห็นคุณค่าของลมหายใจในแต่ละขณะ- ปมที่ไร้ราคา: เมื่อเห็นความจริงของกายและใจ ปมปัญหาต่างๆ ในชีวิตจะกลายเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวที่หมดความหมายไปเองโดยไม่ต้องพยายามแก้ไข---บรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโกวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569---#เจือด้วยบุญ #พอดแคสต์ธรรมะ #การภาวนา #สติปัฏฐาน #ตื่นรู้ #ดูจิต #ปล่อยวาง #ปัจจุบันขณะ #ทางพ้นทุกข์ #วิถีพุทธ #ฝึกใจ #สมาธิ #วิปัสสนา #สติปัญญา #ธรรมะคลายทุกข์

  4. 16

    สัมมาทิฐิ: ปักหมุดใจให้ถูกทาง ก่อนย่างก้าวบนเส้นทางพ้นทุกข์ - พระตุ้ม อิสรา อาทโร

    เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมการปฏิบัติธรรมบางครั้งถึงดูเป็นเรื่องยาก? หรือทำไมเราถึงยังวนเวียนอยู่กับความทุกข์เดิม ๆ ไม่จบสิ้น? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่เราเพียรไม่พอ แต่อยู่ที่ "เข็มทิศ" ของเรายังปักหมุดไม่ตรงจุด สัมมาทิฐิ หรือความเห็นชอบ ไม่ใช่แค่หัวข้อธรรมในตำรา แต่มันคือ "กระดุมเม็ดแรก" ที่หากกลัดผิด ชีวิตการภาวนาก็จะหลงทางธรรมะบรรยายนี้ จะมาเจาะลึกว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงทรงวาง "ปัญญา" หรือสัมมาทิฐิไว้เป็นลำดับแรกในอริยมรรค เราจะร่วมกันสำรวจว่าการ "เห็นถูก" ในเรื่องเหตุปัจจัยและเรื่องกรรมนั้น จะเปลี่ยนพฤติกรรม กาย วาจา และใจของเราให้เข้าสู่เส้นทางแห่งศีลและสมาธิได้อย่างเป็นอัตโนมัติได้อย่างไร จากการปฏิบัติที่ต้องฝืน จะค่อย ๆ กลายเป็นความลื่นไหล เมื่อใจเห็นความจริงหากกำลังมองหาทางลัดในการจัดการอารมณ์ที่รบกวนใจ หรืออยากเข้าใจว่า "นิพพาน" สามารถสร้างให้แจ้งได้ในวิถีชีวิตประจำวันผ่านการสร้างอุปนิสัยใหม่ได้อย่างไร ธรรมะบรรยายตอนนี้คือคำตอบที่ห้ามพลาด เพราะโอกาสในการได้พบและศึกษาพระธรรมนั้นแสนสั้นและล้ำค่าอย่างยิ่งในสังสารวัฏนี้มาเริ่ม "เห็นถูก" เพื่อให้ชีวิต "เดินถูกทาง" ไปพร้อมกัน---ประเด็นที่น่าสนใจและศึกษา:- ปัญญาเป็นประธาน: ทำไมต้องเริ่มที่การ "เห็นถูก" ก่อนการรักษาศีล เพราะความเห็นที่ตรงจะทำหน้าที่ถอนความยึดมั่นในตัวตน และเป็นแรงส่งให้ศีลและสมาธิเกิดขึ้นอย่างมั่นคง- ศีลที่หนุนปัญญา: ศีลไม่ใช่แค่ข้อห้ามที่น่าอึดอัด แต่คือเครื่องมือปรับคุณภาพชีวิตให้สะอาด เพื่อให้ใจพร้อมสำหรับการเห็นแจ้งในระดับที่ลึกขึ้น- นิพพานในชีวิตประจำวัน: การฝึกสร้าง "นิสัยแห่งการดับทุกข์" ในทุกขณะที่อารมณ์มากระทบ ไม่ต้องรอชาติหน้า แต่เริ่มได้ทันทีในวิถีชีวิตปัจจุบัน- จากการฝืน สู่ความลื่นไหล: เคล็ดลับการฝึกฝนจากความพยายามตั้งมั่นในช่วงแรก สู่การทำงานของมรรคที่เป็นไปเองอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อทิฐิได้รับการปรับให้ตรง- โอกาสสุดท้ายในกัปนี้: ตระหนักถึงความโชคดีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา และความน่าเสียดายหากเราปล่อยโอกาสในการศึกษาปฏิบัติให้หลุดมือไปบรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระตุ้ม อิสรา อาทโร

  5. 15

    หนักที่แบก หรือ หนักที่มันเป็น: วิถีวางภาระแห่งขันธ์ 5 - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

    เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางวันชีวิตถึงรู้สึก ‘หนัก’ จนก้าวต่อไม่ไหว? ธรรมะบรรยายตอนนี้พาไปสำรวจความจริงของชีวิตผ่านบทเรียน “ขันธ์ 5 เป็นของหนัก” เรามักจะหลงคิดไปว่าชีวิตคือความเบาสบายในยามที่มีความสุข แต่ในความเป็นจริง ‘กายและใจ’ นี้มีสภาพที่หนักโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว อุปมาเหมือนก้อนหินที่ตั้งอยู่ของมันเฉย ๆ มันไม่เคยทำให้ใครเป็นทุกข์ จนกว่าจะมีคนเข้าไป ‘แบก’ มันขึ้นมา นี่จะเป็นการเปิดเผยกับดักทางอารมณ์ที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะอารมณ์ฝ่ายบวกที่มักจะ “กินเนียน ๆ” ทำให้เราเผลอเข้าไปยึดถือและซ่องเสพจนถอนตัวไม่ขึ้น ในขณะที่อารมณ์ลบเรามักจะอยากผลักไส แต่นั่นก็คือการเข้าไปแบกไว้อีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน มาได้เรียนรู้วิธีการ:- เปลี่ยนการ ‘แบก’ เป็นการ ‘รู้’: ฝึกสติสัมปชัญญะเพื่อจับความ ‘เพลิน’ และความ ‘เป็น’ ให้ทันท่วงที- ทำลายภาพลวงตาของความต่อเนื่อง: เรียนรู้ที่จะมองเห็นชีวิตเป็นขณะ ๆ เหมือนม้วนฟิล์มที่ตัดขาดจากกัน เพื่อไม่ให้ใจไหลไปตามกระแสแห่งทุกข์- ใช้ชีวิตเหนือสมมติ: พัฒนาการกระทำจาก ‘กรรม’ ให้กลายเป็นเพียง ‘กิริยา’ ที่ทำกิจตามหน้าที่แต่ไร้การยึดมั่นถ้าเหนื่อยกับการแบกโลก แบกตัวตน และแบกความคาดหวัง...ชวนมาฟังธรรมะบรรยายตอนนี้ เพื่อค้นพบวิธี “วาง” สิ่งที่หนักที่สุดในชีวิตลงเสียที---ประเด็นที่ควรศึกษา- ขันธ์ 5 คือของหนักตามธรรมชาติ: เข้าใจความจริงว่าร่างกายและจิตใจนี้มีภาระในตัวมันเอง การรู้ว่ามันหนักคือจุดเริ่มต้นของปัญญา- กับดักความสุขที่ “กินเนียน ๆ”: ระวังอารมณ์ฝ่ายดีที่ทำให้เราเคลิ้มจนลืมตัว เพราะมันคือเหรียญด้านเดียวกับความทุกข์ที่รอวันพลิกกลับมา- สติคือการ ‘ทัก’ จิต: เมื่อใจเริ่มปรุงแต่งหรือหลงเข้าไปแบกของหนัก เพียงแค่มีสติ ‘ทัก’ ขึ้นมา จิตจะคืนสู่สภาพผู้รู้ที่เป็นอิสระทันที- พรหมวิหาร 4 เกราะป้องกันใจ: ใช้เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เป็นเครื่องมือรักษาความรู้สึกตัวในขณะที่ต้องสัมพันธ์กับโลกภายนอก- วิถีแห่งพระอริยเจ้า: คือการดูแลธาตุขันธ์ไปตามหน้าที่ “แบ่งรับแบ่งสู้” แต่ไม่ร่วมหัวจมท้ายไปกับกองทุกข์อีกต่อไปบรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

  6. 14

    ผู้ชักใยอยู่หลังโลง - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

    บรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก ท่ามกลางโลกที่กำลังร้อนระอุด้วยวิกฤตและอารมณ์ที่เผาไหม้ใจเราอยู่ทุกวัน เคยสงสัยไหมว่า "ความเย็น" ที่แท้จริงซ่อนอยู่ที่ไหน? ธรรมะบรรยายตอนนี้จะพาคุณไปค้นพบปริศนาธรรมที่ฟังดูย้อนแย้งแต่ทรงพลังยิ่งนัก นั่นคือ "ที่ที่เย็นที่สุดนั้น อยู่ใจกลางเตาหลอมเหล็ก" เมื่อความร้อนคือความจริงของโลก และใจคือ "ตัวรู้" ที่เข้าไปสัมผัส หากเราสามารถแยก "ใจ" ออกจาก "อาการ" ได้ เราจะพบกับความสงบที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้ แม้อยู่ท่ามกลางกองไฟแห่งปัญหา ไปทำความรู้จักกับ "ผู้ชักใยอยู่หลังโลง" ซึ่งก็คือ "จิต" ของเรานั่นเอง ที่คอยบงการชีวิตให้สุขหรือทุกข์ไปตามความหลง หากปราศจากสติที่เท่าทัน เราจะถูก "นาย" คนนี้ดึงไปทำกรรม ไม่ว่าดีหรือชั่ว และต้องวนเวียนรับผลของมันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่เมื่อใดที่เริ่มมี "ความรู้สึกตัว" จะเริ่มเห็นความจริงที่ว่า "ทางเข้าคือทางออก" การเห็นความโกรธโดยไม่เป็นผู้โกรธ การเห็นความร้อนโดยไม่เร่าร้อน คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกใจให้เป็นอิสระ เรียนรู้วิธีการ "สับรางใจ" เปลี่ยนจากอกุศลที่กัดกินใจให้กลายเป็นกุศลด้วยความเท่าทัน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานที่เหนื่อยล้า หรือใครก็ตามที่กำลังแบกภาระหนักอึ้ง ธรรมะบรรยายนี้ชวนให้กลับมา "ดูตัวเอง" เพื่อเห็นว่าความจริงที่ปรากฏตรงหน้า ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน หากเรายอมรับและเห็นตามจริงด้วยสติปัญญา ใจที่เคยปกติจะกลับมาเป็นที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด เตรียมใจให้พร้อม แล้วมาค้นหา "จุดที่เย็นที่สุด" ในใจไปพร้อมกัน... เพราะความจริงที่สว่างแจ้งนั้น รู้ได้เฉพาะตน!---หัวข้อที่น่าสนใจ- จุดที่เย็นในเตาหลอม: การฝึกใจให้แยกออกจากเวทนา แม้กายจะร้อนหรือใจจะวุ่นวาย แต่หาก "ตัวรู้" ไม่เข้าไปกระโดดร่วมวง ใจนั้นก็เย็นได้เสมอ- ผู้ชักใยอยู่หลังโลง: เผยตัวตนของ "จิต" มายาภาพเบื้องหลังที่คอยปั่นหัวให้รัก ให้โกรธ หรือให้หลงไปกับสมมติต่าง ๆ- สติคือทางออก: เรียนรู้ว่าทางออกจากความทุกข์ไม่ได้อยู่ไกล แต่ซ่อนอยู่ใน "จุดเดียวกับที่ทุกข์เกิด" เพียงแค่มีสติเห็นมันในปัจจุบันขณะ- เทคนิคการสับรางอารมณ์: วิธีรับมือกับอกุศลกรรมที่เข้ามาทักทาย ด้วยการไม่เข้าไปยุ่ง แต่เปลี่ยนไปอยู่ในพื้นที่ของกุศลด้วยความรู้สึกตัว- เลิกเฆี่ยนตีตัวเอง: เตือนสติสำหรับคนที่ชอบซ้ำเติมตัวเองเมื่อทำผิด การมีสติคือการ "รู้" ไม่ใช่การมานั่งเสียใจซ้ำซ้อน- ความจริงคือที่พึ่งที่แท้: เลิกพึ่งพาสิ่งภายนอกที่แปรปรวน แล้วกลับมาใช้สติปัญญาเป็นที่พึ่ง เพื่อยอมรับทุกความจริงที่ไหลผ่านเข้ามา

  7. 13

    ภาวนา... อย่า 'แทรกแซง': เคล็ดลับดึงสติกลับสู่กายใจในโลกที่วุ่นวาย - พระตุ้ม อิสรา อาทโร

    เคยสงสัยไหมว่าทำไมยิ่งพยายามสงบ ใจกลับยิ่งวุ่นวาย? ธรรมบรรยายตอนนี้จะพาไปค้นพบว่า “การภาวนาที่แท้จริง ไม่ได้อยู่แค่บนเบาะนั่งสมาธิ แต่อยู่ในทุกอริยาบถของชีวิต”พระตุ้มท่านได้ให้แง่คิดที่พลิกมุมมองว่า "นิวรณ์" หรือความฟุ้งซ่านที่รบกวนเรา ไม่ได้เกิดจากการภาวนา แต่เป็นขยะอารมณ์ที่เราสะสมมาจาก "วิถีชีวิต" ในระหว่างวัน ยิ่งเราชอบเข้าไป "แทรกแซง" หรือปรุงแต่งต่อเมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง ใจก็ยิ่งปั่นป่วน หัวใจสำคัญคือคาถาสั้น ๆ ว่า “อย่าเสือ(ก)” ซึ่งหมายถึงการกลับมาสู่สภาวะ “สักแต่ว่ารู้” ไม่เข้าไปตัดสินหรือจัดการกับธรรมชาติที่ปรากฏตรงหน้าไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน ผู้ที่ "ได้เปรียบ" ที่สุดในทางธรรม คือคนที่สามารถดึงความรู้สึกตัวกลับมาสู่กายและใจได้บ่อยที่สุดในหนึ่งวัน มาเรียนรู้วิธีเปลี่ยนทุกความวุ่นวายให้เป็นโรงเรียนฝึกจิต เพื่อให้อยู่เหนืออารมณ์และพบความสงบที่แท้จริงในโลกแห่งความเป็นจริงประเด็นเด่นที่ควรศึกษา• หยุดแทรกแซงอายตนะ: ฝึก "สักแต่ว่ารู้" เมื่อตาเห็นหรือหูได้ยิน เพื่อหยุดวงจรปรุงแต่งที่เป็นต้นเหตุของความทุกข์• นิวรณ์คือเงาสะท้อนชีวิต: ความง่วงหรือความฟุ้งซ่านบนเบาะ คือผลลัพธ์จากการใช้ชีวิตที่ขาดสติในระหว่างวัน• ดึงสติบ่อยคือแต้มต่อ: ใครดึงใจกลับมารู้สึกตัวได้บ่อยกว่า คือคนที่มีกำลังในการภาวนามากกว่า• ธรรมะคือความจริงตรงหน้า: ไม่ต้องแสวงหาที่ไหนไกล สิ่งที่เกิดกับกายและใจตอนนี้แหละคือบทเรียนที่ดีที่สุด⎮บรรยายธรรม ณ ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⎮ธรรมบรรยายโดย พระตุ้ม อิสรา อาทโร

  8. 12

    สติคือไม่ลืม สัมปชัญญะคือไม่หลง - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

    บรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโกสติคือไม่ลืม สัมปชัญญะคือไม่หลง: เข้าถึงความจริงของกายและใจสำรวจความจริงของชีวิตที่วนเวียนอยู่กับเรื่องเกิดและเรื่องตาย หรือการได้พบและการจากพราก ธรรมบรรยายตอนนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ปุถุชนถึงยังคงวิ่งไล่ตามความสุขเหมือนการไล่จับเงาของตัวเอง และทำไมความสุขเหล่านั้นจึงไม่สามารถทำให้เกิดความสุขได้จริงเนื้อหาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกจิตเพื่อหยุดและเห็นความจริง โดยมีหลักการสำคัญคือ "สติคือไม่ลืม สัมปชัญญะคือไม่หลง" สติมีหน้าที่ระลึกรู้ ไม่ลืมกายไม่ลืมใจ ในขณะที่สัมปชัญญะช่วยให้เราตื่นรู้ ไม่หลงไปกับกระแสของความเคยชินและการปรุงแต่งของความคิดมาร่วมเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนจากการ "วิ่งตามอารมณ์" (ตาม) หรือ "ต่อต้านอารมณ์" (ต้าน) มาเป็นการกำหนดรู้ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับกายและใจ เพื่อให้จิตใจเข้มแข็งและก้าวข้ามความทุกข์ที่เกิดจากความไม่รู้ไปสู่ความสงบและปัญญาที่แท้จริง

  9. 11

    หมั่นโคจรภายในกายใจ - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

    บรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

  10. 10

    สนุกกับการป่วย - พระตุ้ม อิสรา อาทโร

    บรรยายธรรม ณ ⁠⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระตุ้ม อิสรา อาทโร

  11. 9

    องค์ประกอบความรู้ "ทางใจ" - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

    บรรยายธรรม ณ ⁠⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

  12. 8

    พิจารณาประโยชน์จากปัจจัยสี่ - พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

    บรรยายธรรม ณ ⁠ธรรมสถานเจือด้วยบุญ⁠ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

  13. 7

    พรปีใหม่ 2569 จากพระอาจารย์สุรวุฒิ

    บรรยายธรรม ณ ธรรมสถานเจือด้วยบุญธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์ สุรวุฒิ ขันติโก

Type above to search every episode's transcript for a word or phrase. Matches are scoped to this podcast.

Searching…

No matches for "" in this podcast's transcripts.

Showing of matches

No topics indexed yet for this podcast.

Loading reviews...

ABOUT THIS SHOW

ธรรมบรรยายจาก "ธรรมสถานเจือด้วยบุญ" นครปฐม

HOSTED BY

ธรรมสถานเจือด้วยบุญ

URL copied to clipboard!