PODCAST · religion
2 จิตตวิเวก
by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
รูปแบบการปฏิบัติธรรมทางวิทยุ (Guided Meditation) ฟังไปด้วย, นั่งสมาธิไปด้วย เพื่อทำจิตที่ประภัสสรให้ผ่องใส ด้วยการเจริญสมถวิปัสสนา นำธรรมะเข้าสู่จิตใจให้ชุ่มเย็นอ่อนเหมาะควรแก่การงาน. New Episode ทุกวันอังคาร เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
411
ขันธ์ห้าเป็นของหนัก [6920-2m]
จะหาสุขจากสิ่งที่เป็นทุกข์ จะเกิดความเพลิน ยึดมั่น จากการต้องการให้สิ่งที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นแบบนั้นตลอดไป หากแต่เป็นไปไม่ได้ จึงยิ่งทุกข์หนักมากขึ้นการเจริญทุกขสัญญาคือ กำหนดรู้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ โดยพิจารณากายคตา ด้วยจิตที่เป็นสัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง ว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมา เกิดปัญญาเห็นขันธ์ห้าเป็นของหนัก, เห็นซ้ำๆ จะ“วาง”สิ่งที่ทำให้ทุกข์ลงได้ เกิด”สุข”ที่แท้จริงคือนิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
410
สี่การระลึก เพื่อสุขจากภายใน [6919-2m]
ฝึกสติให้มีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมด้วยการระลึกถึงศีล จาคะ เทวดา และกัลยาณมิตร เพื่อให้จิตดำเนินไปตรง ได้ความปีติ มีความสงบสุขจากในภายในสีลานุสติคือระลึกถึงศีลของเราให้มีความปกติ อาศัยกาย วาจา ใจ ในการปฏิบัติ, ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย, จาคะคือการสละออก ปราศจากมณฑิล, เทวตานุสติคือการระลึกถึงความดีของคนดีๆ และกัลยาณมิตรานุสติคือการมีผู้ที่ค่อยตักเตือน ทั้งหมดนี้ จะนำจิตเราให้ดำเนินไปตรง เกิดสติ มีสมาธิ เกิดปีติ ปลาบปลื้ม จิตละกิเลสได้ เหมือนหม้อที่คว่ำ จะไม่สามารถรับน้ำที่หกออกไปแล้วได้อีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
409
ความเบาใจจากอนุสสติสี่อย่าง [6917-2m]
เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติด้วยอินทรีย์ห้าของตน เกิดความปีติสุขอย่างต่อเนื่อง เกิดศีล สมาธิ ปัญญา, มรรคแปด, อริยสัจสี่ และอรรถะ ธรรมะ ต่างต่าง ยังมาซึ่งความเบาใจ ใส่ใจ เย็นใจ เห็นใจในตน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
408
พาลสู่บัณฑิตด้วยมรรคแปด [6916-2m]
บัณฑิตและพาลมีในตน, หากแต่การเพิ่มบัณฑิตในตนคือการสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา, ตัณหาจะไม่เพิ่มรอบด้วยสติ สัมปชัญญะ, เกิดเป็นบัณฑิตในตนด้วยอริยมรรคมีองค์แปด จนไม่เข้าถึงกายอื่นคือ ไม่เกิด แก่ ตาย ทุกข์โศก ร่ำไรรำพัน อีกต่อไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
407
อินทรีย์ห้า ให้แก่กล้า [6915-2m]
สร้างอินทรีย์ห้าด้วยตนเอง เริ่มจากศรัทธา ลงมือทำ(วิริยะ-ความเพียร) จิตปรุงแต่งลดลง เกิดสติ(ความระลึกได้) สมาธิ(ตั้งมั่นได้) และปัญญา เกิดความรู้ ความเข้าใจ รู้ชัด รู้แจ้ง เกิดในช่องทางใจตนเอง, จึงพิจารณากลับไปที่ศรัทธา ปรับให้เกิดศรัทธาจากอินทรีย์ที่ตั่งมั่น เกิดอินทรีย์ทั้งห้าแก่กล้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาบ่อยๆ เป็นทางสู่นิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
406
ดับอวิชชา พ้นจิตปรุงแต่ง [6914-2m]
เรามักเข้าใจผิดว่า จิตคือวิญญาณ จิตคือผู้รับรู้ จิตคือตัวเรา จิตเที่ยงและเกิดใหม่ ในชาติต่อๆไปหากแต่ จิตป็นเพียงสภาวะแห่งการสั่งสม เป็นเพียงกระแส, จิตเกิดจาก การปรุงแต่ง(สังขาร)ที่เกิดจากการกระทำ แล้วทำให้เกิดตัณหา(พอใจ/ไม่พอใจ), ตัณหาต้องมีที่ยึดเกาะ จึงเกิดจิตหรืออาสวะ ว่า เราชอบ/เราไม่ชอบ, หากเมื่อการปรุงแต่งระงับลง ระงับลง เราจะเห็นว่าจิตเป็นพียงสภาวะ เป็นผลพวงของการปรุงแต่ง เห็นความจริงว่าจิตไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา จึงไม่ยึดถือ นั่นคือเกิดวิชชา พ้นจากจิตที่ปรุงแต่งแล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
405
ละความอยาก เพิ่มความเพียร [6913-2m]
ละตัณหา เพิ่มความเพียร ด้วยศรัทธาเป็นแรงผลักดันตัณหาคือความทะยานอยาก ตัณหาร้อยแปดโยงใย ยืดเหนียว ทำจิต ให้เกิดทุกข์, ละตัณหา ด้วยการเจริญมรรคมีองค์แปด, ด้วยสัมมาวายามะ หรือสัมมัปปธานสี่(ความเพียรชอบ) ความเพียรเพื่อการหลุดพ้น, โดยมีแรงผลักดันคือศรัทธาต่อพระรัตนตรัยอย่างแน่วแน่ ลงใจ เป็นการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
404
กิจที่ต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกยังมีอยู่ [6912-2m]
มีสติ สัมปชัญญะ อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา, ศีลคือ มีสติควบคุมทั้งกาย วาจา ใจ อาชีวะ รู้ประมาณในการบริโภค นอนยามเดียว, เพื่อให้ศีลเป็นไปด้วยสมาธิในที่สงัด เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ไม่เที่ยงแม้แต่ กาย แม้แต่จิต, เกิดปัญญาปล่อยวางได้ นี่คือกิจที่ต้องทำ ให้ยิ่งๆขึ้นไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
403
เวทนานุปัสสนา เห็นเวทนา [6911-2m]
เห็นเวทนา ในเวทนาด้วย สติ สมาธิ ปัญญา จะช่วยกำจัดอนุสัยในจิตได้, สุขเวทนาช่วยกำจัดราคะ, ทุกขเวทนาช่วยกำจัดปฏิฆะ, อทุกขมสุขเวทนาช่วยกำจัดอวิชชา, สัมปชัญญะประกอบกับจิตที่มีสติ สมาธิ ปัญญา อนุสัยต่างๆจะลอกออกได้ นั่นคือเห็นเวทนาในเวทนาแล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
402
หนทางแห่งการไม่เกิดอีก [6910-2m]
การทำให้ไม่เกิดอีก(อชาต) นั้นมีอยู่, เดินตามทางมรรคมีองค์แปด, จนมีอินทรีย์แก่กล้าขึ้น จิตสงบ เกิดปัญญา เข้าสู่สภาวะที่ไม่ปรุง ไม่เกิดอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
401
ความจริงที่แท้จริง อิทัปปจยตา [6909-2m]
ทุกอย่างในโลกล้วนเป็น “อิทัปปัจจยตา คือความที่สิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย แล้วจึงเกิดสิ่งนี้สิ่งนี้ขึ้น ไม่ได้เป็นของตัวมันเอง” นี่คือความจริง เป็นสัจจะ, เราจะเห็นความจริงด้วยสติ สมาธิ เกิดปัญญาว่า แม้จิตของเราก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ไม่ควรที่จะไปยึดถือ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
400
อุบายสู่ความวิเวกตามกาลอันควร [6908-2m]
สร้างวิเวกในจิตด้วยสติ ให้อยู่กับลมหายใจ อย่างสม่ำเสมอเกิดสมาธิ เกิดความสงบในจิต สุขจากในภายใน(ปีติ)อย่างต่อเนื่อง สะสมเรื่อยๆในจิต เกิดกุศล เกิดปัญญาแทงตลอด อินทรีย์ทั้งห้าก็เจริญ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) แก่กล้าขึ้น ฝึกฝนวนไป ตรัสรู้ธรรมเร็วขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
399
ผาสุกเพราะรอบรู้ทุกข์ [6907-2m]
กำหนดรู้ทุกข์ รอบรู้ทุกข์ด้วยปัญญา เราจะอยู่ผาสุกได้ใคร่ครวญตามความเป็นจริง ใช้ สมถะ วิปัสสนา เกิดปัญญาแยกแยะ จากทุกข์, ความเพลิน ความยึดมั่น อุปาทานลดลง, เห็นความไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา, เกิดสติที่มีปัญญา อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
398
ตจปัญจกกัมมัฏฐาน [6906-2m]
เจริญปัญญาด้วยกัมมัฏฐานห้า ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ว่าเป็นของปฏิกูล เป็นรังของโรค ไม่เที่ยง ว่างจากตัวตน ไม่ใช่ของเรา เพื่อละความยึดถือ เพื่อความปล่อยวางในกายนั้นเสีย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
397
มหาบุรุษผู้พ้นด้วยสติปัญญา [6905-2m]
มีสติระลึกอยู่ตลอด, จิตไม่เผลอคือรับรู้เฉยๆ กับผัสสะที่เข้ามากระทบ, ไม่เอานาม ไม่เอารูป, ในขณะนั้นจิตก็ไม่มีอวิชชา, ไม่มีตัณหา ความอยาก, อุปาทาน ความยึดถือก็จางคลาย, ความเป็นสภาวะ ภพ ก็ดับไป, เพราะไม่ไปยึดถือในส่วนสุดสองข้าง, อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ อยู่เหนือการปรุงแต่ง อยู่เหนือนามอยู่เหนือรูป อยู่เหนือวิญญาณ อยู่เหนือสังขาร, อยู่เหนือ อวิชชา, อวิชชาตัณหากิเลสไม่เอา, จิตเราจะเข้าสู่ความเป็นอมตะ คือไม่ตายเพราะ ไม่เกิด นั่นคือเป็นมหาบุรุษ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
396
ปัญญาในอริยสัจสี่ [6904-2m]
กระทำกิจใน อริยสัจสี่ ให้สำเร็จ ด้วยสติ สมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญาใน สัจจญาณ (รู้และเข้าใจในอริยสัจสี่ว่าคืออะไร), กิจจญาณ (ปฏิบัติในกิจที่ควรทำในอริยสัจสี่), กตญาณ (รู้ว่าปฏิบัติสำเร็จแล้ว ในทุกข์ สมุหทัย นิโรธ มรรค) เกิดภาวนามยปัญญา โดยทำให้เจริญในมรรค รอบรู้ในทุกข์(ขันธ์ห้า), ละตัณหาได้แล้ว ทำให้แจ้งในนิโรธได้แล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
395
สมาธิที่มั่นคง [6903-2m]
การเร่งรัดข้ามขั้นตอนเพื่อหวังเข้าถึงความสงบระดับสูง (อุเบกขา) โดยขาดพื้นฐานที่มั่นคง เปรียบเสมือน "โคภูเขาที่โง่เขลา" วางเท้าไม่มั่นคงทำให้ล้มลง สมาธิล้มเหลวและไม่ก้าวหน้า จึงต้องสร้างพื้นฐานด้วย สติสัมปชัญญะ (ศีล, สำรวมอินทรีย์, ความประมาณในการบริโภค, ประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น และการหลีกเร้น) และฝึกสมาธิ สี่ ระดับ คือระดับที่ 1 เริ่มจากความสุขที่อาศัยปีติ ที่เกิดจากวิจาร(ความคิด)ในการทำให้เกิดปีติ ระดับที่ 2 ประคองความสุขที่มีปิติโดยไม่ต้องอาศัยวิตกวิจารระดับที่ 3 ความสุขที่เกิดจากอุเบกขาระดับที่ 4 อุเบกขาจะทำให้จิตตั้งมั่นอย่างยั่งยืนเหมือน "โคที่ฉลาด" สามารถก้าวหน้าไปตามลำดับสมาธิได้อย่างมั่นคง เกิดความสุขจากปีติไปจนถึงสมาธิระดับอุเบกขา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
394
สัมมาคือสลัดแอก [6902-2m]
การติดอยู่ใน "แอก"คือ การถูกกิเลสครอบงำ, เกิดความไม่สงบ จิตใจฟุ้งซ่าน เต็มไปด้วยมิจฉา (ความเห็นผิด) และกิเลสที่เพิ่มพูนขึ้น เกิดความทุกข์, ทางแก้ คือการปฏิบัติมรรคมีองค์แปด โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้: สัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ เพื่อสลัดออกจากกิเลส เริ่มจากการเห็นตามจริงในอริยสัจสี่ และแยกแยะให้ออกว่าสิ่งใดทำให้กิเลสเพิ่ม (มิจฉา) หรือกิเลสลด (สัมมา), สัมมาสังกัปปะ ความไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน, สัมมาสติ มีความระลึกชอบ, โดยใช้สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ เกิดความสงบระงับเพิ่มขึ้น, สัมมาวาจา วาจาชอบที่ทำให้สงบระงับ, สัมมากัมมันตะ การกระทำชอบที่ทำให้สงบระงับ, สัมมาอาชีวะ การดำเนินชีวิตที่ชอบ เกิด สัมมาสมาธิ องค์ประกอบแปดอย่างสัมพันธ์กันตั้งต้นจากการมีสัมมาทิฏฐิ เห็นการปฏิสัมพันธ์เกื้อกูลกันในมรรคแต่ละข้อ กิเลสลดลง ความฟุ้งซ่านหายไป ทุกข์จะค่อย ๆ ดับลงไปตามลำดับของการปฏิบัติ จนถึงซึ่งพระนิพพาน คือความสงบดับเย็นอย่างถาวร ไม่ฟุ้งกลับขึ้นมาอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
393
รู้ในตน ด้วยปัญญา [6901-2m]
การขาดความรู้ และไม่ลงมือทำ ทำให้จิตยึดติดในสิ่งต่างๆรอบตัวว่าเที่ยง เป็นของเรา ทางแก้เริ่มต้นจาก ปริยัติ (เรียนรู้ข้อมูล) นำไปสู่ ปฏิบัติ (ลงมือทำ) เพื่อให้เกิด ปฏิเวธ (ผลลัพธ์) โดยใช้เครื่องมือคือ อินทรีย์ 5 และ พละ 5 อันประกอบด้วย:ศรัทธา: เชื่อมั่นในพระรัตนตรัยวิริยะ: เพียรพยายามทำจริงสติ: ระลึกรู้ แยกแยะกุศลและอกุศลสมาธิ: ตั้งจิตมั่นในอารมณ์เดียวที่เป็นกุศลปัญญา: เห็นแจ้งในไตรลักษณ์และอริยสัจสี่ช่วยให้จิตมีกำลังในการประคับประคองตนเองให้ถึงเป้าหมาย เห็นความจริง รู้ในตนเอง ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
392
ปัญญาในทุกข์ [6852-2m]
พิจารณาทุกข์ให้เกิดปัญญา, ทุกข์ เป็น "สังขาร" ที่ถูกปรุงแต่งตามปัจจัย มีความไม่เที่ยง และต้องแตกสลายไปเป็นธรรมดา, ใช้การโยนิโสมนสิการเพื่อสร้าง "ปัญญา" สามระดับ: 1.สุตตมยปัญญา คือทำความเข้าใจว่าทุกข์มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง, 2.จินตมยปัญญา คือยอมรับทุกข์และกำหนดรู้ทุกข์ เพื่อให้ "อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์” 3.ภาวนามยปัญญา: เอาทุกข์มาพิจารณาให้เกิดปัญญา อยู่กับทุกข์โดยทำสิ่งที่ควรทำ เว้นสิ่งที่ควรเว้น อยู่ในองค์ประกอบอันประเสริฐแปดอย่าง จิตที่เป็นสมาธิ จิตและความทุกข์จะแยกออกจากกัน ปัญญาเกิดในทุกข์ เกิดจิตที่เป็นกุศลตลอดเวลา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
391
วิปัสสนาพาพ้นทุกข์ [6851-2m]
วิญญาณเป็นตัวเชื่อมให้จิตใช้เป็นเครื่องมือเพลินและยึดถือในรูป เวทนา สัญญา สังขาร (วิญญาณฐิติ) ผ่านทางอายตนะ ก่อให้เกิดนันทิราคะ (ความกำหนัดด้วยความเพลิน) ซึ่งเป็นเชื้อให้วิญญาณเจริญงอกงาม ทำให้จิตไม่สงบ, อวิชชาบังไม่ให้เห็นรอยต่อของความเพลิน และตัณหาคือเชือกผูกมัด นำไปสู่การยึดถือสิ่งที่ไม่เที่ยง (อนัตตา) ว่าเป็นตัวตน (อุปทาน) และเป็นทุกข์, วิปัสสนาคือการเห็นตามความเป็นจริง โดยเริ่มจากการมีสติอยู่กับการรับรู้ รู้สักแต่ว่า "รู้" สติช่วยให้นันทิราคะอ่อนกำลังลง ปัญญาจะเกิดขึ้น เห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา), อวิชชาระงับ, ละอวิชชาได้ ทำให้พ้นจากทุกข์ ด้วยการเห็นตามความเป็นจริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
390
สมถะเพื่อพัฒนาจิต [6850-2m]
จิตที่ไม่ได้รับการฝึก จิตจะกระเพื่อมไปตามผัสสะที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (ช่องทางหกทาง) ทำให้เกิดความฟุ้งซ่านและขาดสมาธิ, ทางแก้คือ เจริญอานาปานสติ โดยใช้ลมหายใจ เป็นเครื่องมือเปรียบเสมือนการนำจิตไปผูกไว้กับเสาที่มั่นคง ฝึกให้จิตอยู่กับลมหายใจอย่างต่อเนื่องและซ้ำ ๆ ประโยชน์คือ เกิดการระลึกรู้ (สติ) และ สัมมาสติ, เกิดความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ), ความฟุ้งซ่านจะอ่อนกำลังลง, เมื่อสติมีกำลังมากขึ้น สมาธิ จะเกิดขึ้นตามมา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
389
ธรรมเหล่านั้น [6849-2m]
"เหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านั้น เหตุดับแห่งธรรมเหล่านั้น พบทางออกอันประเสริฐ” ธรรมเหล่านั้นคือขันธ์ทั้งห้า(รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ที่ให้เรายึดมั่นถือมั่น เกิดทุกข์, จึงจำเป็นที่เราพิจารณาไตร่ตรองตามหลัก โยนิโสมนสิการ ถึงเหตุแห่งการเกิด และเหตุแห่งการดับของขันธ์ทั้งห้า (ของธรรมเหล่านั้น), ทางดับทุกข์มีแน่นอนคือการเจริญ อริยมรรคมีองค์ 8 หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้เกิด ปัญญา เห็นแจ้งในอริยสัจสี่ และขันธ์ห้า, ด้วย ศรัทธา ที่มั่นคงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (ดังเช่นพระสารีบุตรที่บรรลุโสดาบัน ด้วยธรรมะ ข้อความสั้นๆแต่พิจารณาขยายต่อไปถึงทางอันประเสริฐแปดอย่าง) นำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ได้ในที่สุด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
388
ความจริงที่พระพุทธเจ้าสอน(อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) [6848-2m]
ธรรมชาติของมนุษย์จะหลงเพลินไปตามสิ่งกระทบทางทวารทั้งหก ทำให้จิตเกิดสภาวะขึ้นๆ ลงๆ มีทุกข์, เกิดทุกข์เพราะอวิชชา (ความไม่รู้) เป็นที่ทำงานของตัณหาสร้างภพสร้างชาติ สร้างความยึดถือ(อุปาทาน) ด้วยกิเลส เกิดเป็นตัวตน ขึ้นมา, จึงต้องฝึกสติ ให้สงบลงจนเกิด สมาธิ เมื่อมีสมาธิเป็นพื้นฐาน จึงใช้ ปัญญาพิจารณาเห็นความจริงของ สังขารทั้งปวง (รวมถึงกายและจิต) ว่า ไม่เที่ยง (อนิจจัง), เป็นทุกข์ (ทุกขลักษณะ), ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา), พิจารณาให้เกิด ภาวนามยปัญญา เห็นความไม่เที่ยงแท้ของสังขารทั้งปวงด้วยปัญญาอย่างชัดเจน แม้จิตก็ไม่เที่ยง เกิดความหน่าย ปล่อยวางตัณหา อุปาทาน จนสามารถปล่อยวางจิตได้หมดสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่คือ "ความว่าง" หรือ "ความเย็น" นั่นแหละคือ พระนิพพาน อันเป็นธรรมที่หมดจด ไม่ย้อนกลับมาเกิดความทุกข์อีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
387
สมถะ วิปัสสนา เคียงคู่กัน [6847-2m]
มนุษย์เป็นสภาวะที่มีรูป (กาย, ลมหายใจ) และนาม (วิญญาณ, สัญญา, เวทนา, สังขาร) ซึ่งประสานกันและยึดโยงด้วยกรรม ทำให้จิตปรุงแต่งตามอารมณ์ เกิดเป็นความยึดถือในสิ่งไม่เที่ยง แปรปรวน จนเกิดกิเลส คือ ราคะ โทสะ โมหะ จึงจำเป็นที่เราต้องฝึกสมถะและวิปัสสนาเพื่อคลายความยึดถือในรูปนาม แม้แต่จิตก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ จิตจะค่อยๆแยกตัวออกจากกิเลส จิตคลายความยึดถือ จะเป็นผู้พ้นจากความทุกข์คือนิพพานได้ในที่สุดเจริญสมถะ: ด้วยการเห็นลมหายใจเข้าออก เพื่อให้เกิดสัมมาสติ ในการระลึกถึงลมและสังเกตอาการของนามธรรมต่างๆ (ความคิด, ความหมายรู้, เวทนา, การปรุงแต่งทั้งทางกาย/ใจ)เจริญวิปัสสนา:ใช้ โยนิโสมนสิการ ในการแยกแยะและเห็นสภาวะของจิตว่า จิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)การทำเช่นนี้คือการนำอาสวะกิเลสออกจากจิต และตัดกิเลสเหล่านั้นได้ เป็นการเจริญอริยมรรคมีองค์แปด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
386
มุนี ผู้อยู่กับปัจจุบัน [6846-2m]
ท่านที่ยังติดอยู่กับอดีตหรือกังวลกับอนาคต จนทำให้ไม่มีความสุข, การจมอยู่กับเรื่องราวที่ล่วงไปแล้ว (อดีต) และการมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง (อนาคต) นั้น ทำให้จิตเพลิน ขาดสติ ดังนั้น ทางแก้คือ การมีสติ อยู่กับปัจจุบัน (สัมมาสติ) ฝึกสติให้ระลึกรู้และสังเกตสิ่งที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ โดยไม่ปรุงแต่ง หรือเพลินไปตามอดีต/อนาคต ที่สำคัญ ต้องมีความเพียร มีสติอย่างต่อเนื่อง, "ทำความเพียรเสียแต่วันนี้" เจริญธรรมในปัจจุบันให้ "เนืองๆ ให้ปรุโปร่ง" จนเกิดความเคยชินใหม่ มีสติมั่นคงเหมือนเสาเขื่อน จะเกิดการเห็นแจ้งในธรรมปัจจุบัน นำไปสู่การเกิดกุศลธรรม สติ สมาธิ ปัญญา และเป็นหนทางสู่การระงับความทุกข์ (นิพพาน) ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ" (ผู้มีชีวิตอยู่ด้วยความเพียรไม่เกียจคร้าน) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
385
จากรักของแม่ สู่ใจที่เป็นพรหม [6845-2m]
ตั้งจิตตภาวนา เจริญพรหมวิหาร 4 ถวายเป็นพระราชกุศลน้อมถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง :เมตตา: ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขอย่างไม่มีเงื่อนไขกรุณา: ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ ไม่เบียดเบียนใครมุทิตา: ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีหรือพ้นทุกข์ (ช่วยกำจัดความริษยา)อุเบกขา: การวางเฉยอย่างมีสติ และต้องมาพร้อมกับเมตตา กรุณา มุทิตาตั้งไว้ที่ท่ามกลางอกแล้วแผ่ให้ตนเอง ผ่านไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกทิศทาง, จิตมีความสุข ปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
384
มีปัญญา ปฏิบัติบูชา [6844-2m]
ขณะที่เราเผชิญความพลัดพราก สูญเสีย ความโศกเศร้า เรามาร่วมปฏิบัติบูชา และเข้าใจความจริงให้เกิดปัญญา ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสเตือน “เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจทั้งสิ้น”, ความทุกข์ใจจากการพลัดพราก นั้นเกิดจากความยึดถือ (อุปาทาน ตัณหา) ในสิ่งที่รักและไม่ต้องการสูญเสียหรือเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องมี 1. ปัญญา คือ การเข้าใจว่าทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย (ความไม่เที่ยง) ซึ่งจะช่วยตัดความยึดถือ 2. มีสติ คือ การระลึกถึงความดีของผู้จากไปโดยปราศจากความยึดถือ (ต่างจากการยึดถือความดี), สติจะช่วยลดความเพลิน ลดอุปาทาน และเปลี่ยนความเศร้าโศกเสียใจด้วยการใส่สติเข้าไป คือสลดสังเวช ทำให้เกิดปัญญาเห็นความไม่เที่ยง ดับความยึดถือ ทำให้จิตคลายทุกข์ได้ และการบูชาสูงสุด คือการรีบทำความดี มีความเพียร ปฏิบัติบูชา อุทิศให้ผู้ที่จากไป เป็นการบูชาความดีของพระองค์ท่าน ด้วยการปฏิบัติบูชาที่ถูกต้องตามอริยมรรคมีองค์แปด เกิดปัญญาสูงสุดและเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
383
ผู้พ้นบ่วงแห่งมาร [6843-2m]
ธรรมชาติของจิตมัก "ส่งออก" ไปคิดเรื่องต่าง ๆ คล้าย "ลิง"โหนกิ่งไม้ไปมา หาก "เพลิน" ตามความคิด จะมีอารมณ์มาพร้อมกับความคิดนั้นๆเสมอ ถ้าไม่มีสติ จะเกิดการเกลือกกลั้ว นำไปสู่กิเลส ความเศร้าหมอง ราคะ โทสะ โมหะ ทำให้จิตขึ้นลงตามอารมณ์และตกอยู่ในบ่วงของมารการฝึกสติจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรอดพ้นบ่วงของมาร สติคือการระลึกรู้อยู่ที่ "ลมหายใจ" เป็นหลัก (เป็นที่เกาะ ที่จับ หรือเสา) สติจะทำหน้าที่แยกแยะส่วนประกอบต่าง ๆ ในใจ และ "รักษาจิต" ไม่เผลอเพลินไปตามอารมณ์ที่ติดมากับสิ่งนั้น โดยมีศีล สมาธิ ปัญญาเป็นเครื่องฝึกสติเมื่อมีสติรักษาจิต จะทำให้จิตไม่เข้าไปเกลือกกลั้วในอารมณ์ที่มากับผัสสะ ทำให้ไม่เกิดราคะ โทสะ โมหะ จิตจะไม่เศร้าหมอง และเมื่อควบคุมจิตได้ จะสามารถรอดพ้นจากบ่วงของมารได้ในที่สุด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
382
แยกส่วนประกอบในช่องทางใจ [6842-2m]
จิตที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนจะถูกครอบงำด้วยความเคยชิน เปรียบเหมือนสัตว์หกชนิดที่แล่นไปตามอารมณ์และผัสสะ (การกระทบ) และนำมานำมาซึ่งปัญหาและความทุกข์ หากแต่ เราฝึกฝนจิตให้ดีด้วยหลักการ: สัมมาสติ คือฝึกสติ เพื่อ แยกแยะ สิ่งที่มากระทบออกเป็น นาม รูป และวิญญาณ และให้ใช้ กุศลธรรม เป็นเกณฑ์ โดยให้ จดจ่อรู้ลม (ฌาน) แต่ รับรู้แต่ไม่ตามไป กับอารมณ์ รวมถึง เจริญ พรหมวิหาร (เมตตา, กรุณา, มุทิตา, อุเบกขา) ผลจากการแยกแยะจิตด้วยสัมมาสติคือการเข้าถึง สมาธิ และเป็น จิตที่มีมรรคแปดเป็นองค์ประกอบ ซึ่งจะนำมาซึ่งความสุข ความปลอดภัย ความสบาย และความ เกษม (ความหลุดพ้นจากความทุกข์) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
381
มีสติ ทุกที่ ทุกเวลา [6841-2m]
- สติจำปรารถนาในที่ทั้งปวง หมายถึงสติต้องมีในทุกที่ ทุกเวลา- สติมี 2 ประเภทคือ สัมมาสติ กิเลสลด กุศลเพิ่มมิจฉาสติ กิเลสเพิ่ม อกุศลเพิ่มการมีสติต้องมีทุกที่ทุกเวลาโดยเริ่มจากความเพียร การสังเกต รู้ตัวว่าจิตเรากำลังมีความฟุ้งซ่าน หรือ หดหู่ และเลือกใช้ธรรมะให้เหมาะสม สติจึงจำเป็นตลอดเวลา เพราะต้องปรับจิตให้เกิดสมดุล สติต้องรักษาอยู่ตลอด เปลี่ยนมิจฉาสติให้เป็นสัมมาสติ เกิดสมาธิ อุเบกขา ปีติ วิริยะ ธัมมวิจยะ เกิดปัญญา -สติ คือสติปัฏฐานสี่ ต้องมีตลอดเวลา-แตกต่างจากโพชฌงค์ ที่ต้องใช้ให้เหมาะสม ไม่ใช้ตลอดเวลา โดยแบ่งออกเป็น2กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 : ใช้ขณะที่จิตกำลังหดหู่ ซึมเศร้า ไม่ใช้ในขณะที่จิตที่ไม่สงบ จิตฟุ้งซ่าน เพราะยิ่งใส่ลม ใส่ฟืน ไฟก็จะยิ่งโหม ยิ่งฟุ้งซ่าน1.1 ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ คือการไตร่ตรองใคร่ครวญธรรมะ คิดตริตรึก ภายในและภายนอก1.2 วิริยสัมโพชฌงค์ คือ การเร่งความเพียรทางกายและทางจิต การถูกกระตุ้น1.3 ปีติสัมโพชฌงค์ คือ คนอิ่มเอิบใจ ความร่าเริงบันเทิงใจ ปิติมีสองแบบอามิสและนิรามิส กลุ่มที่ 2 : ใช้ขณะจิตที่กำลังฟุ้งซ่าน ไม่ใช้ใน จิตที่หดหู่ไม่แช่มชื่น ซึมเศร้า จิตก็จะยิ่งแย่ เหมือนการโรยขี้เถ้าชุ่มน้ำลงไป ใส่ฟืนเปียก หญ้าเปียกลงไป ในไฟกองน้อยๆ 2.1 ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ความสงบระงับจากในภายใน ไม่ต้องมีวิตก วิจารณ์ -ความสงบระงับทางกาย -ความสงบระงับทางจิต2.2 สมาธิสัมโพชฌงค์ ความที่จิตเป็นหนึ่ง เป็นอารมณ์อันเดียว ในภายใน -มีวิตก วิจารณ์ คือแบบไม่มีอกุศล -ไม่มีวิตก วิจารณ์ ว่างๆ 2.3 อุเบกขาสัมโพชฌงค์ สงบจนจิตตั้งมั่นเป็นอย่างดีจนจิตวางเฉยได้ แม้มีสิ่งมากระทบ ความมีใจเป็นกลาง เพราะเห็นตามเป็นจริง -วางเฉยจากภายนอก -วางเฉยจากในภายใน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
380
การคว่ำลงของอวิชชา [6840-2m]
อวิชชา (ความไม่รู้) เป็นปัญหาหลักและเป็นต้นตอของ เหตุแห่งทุกข์ (สมุทัย) ร่วมกับตัณหา กิเลส และอุปทาน โดยเฉพาะการ ไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 และปฏิจจสมุปบาท อวิชชาปรากฏขึ้นตามปัจจัย และมีอาหารคือนิวรณ์ 5 (วิจิกิจฉา, ง่วงซึม, ฟุ้งซ่าน, โกรธ, พอใจ) ซึ่งเกิดจากการขาดสติและไม่สำรวมอินทรีย์ ทำให้หลงเข้าใจผิดว่าความทุกข์เป็นความสุข ต้องทำให้ วิชชา (ความรู้) เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปฏิบัติ สมถะและวิปัสสนา สมถะ คือการทำสมาธิเพื่อให้จิตมีกำลัง ส่วน วิปัสสนา คือการใช้กำลังจิตนั้นพิจารณาเห็นสิ่งทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ว่า ไม่เที่ยง เมื่อทำสมถะและวิปัสสนาอย่างต่อเนื่อง วิชชาเกิด อวิชชาค่อยๆดับลง เห็นทางออกจากวัฏสงสาร เกิดสัมมาทิฏฐิ มีความเพียร มีสติ และองค์มรรคแปดประการ ทำให้ปัญญาเจริญขึ้น นำไปสู่การ ดับเย็นแห่งทุกข์ คือ นิพพาน ในที่สุด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
379
การฝึกจิตอันข่มได้ยาก [6839-2m]
ทำไมต้องฝึกจิตอันข่มได้ยาก เพราะจิตคือสภาวะที่สั่งสมได้ จิตทำหน้าที่ในการรับรู้, วิญญาณ(การรับรู้)คือกิริยาของจิต เป็นคนละอย่างกัน, จิตอยู่ตรงที่การรับรู้เกิด แต่จิตเป็นคนละอย่างกับการรับรู้ และด้วยความที่จิตไปเร็วมากและมักตกในอารมณ์ที่ไม่ดี จึงเกิดการรับรู้ วนเวียนอยู่ในราคะ โทสะ โมหะ เกิดทุกข์ตลอดเวลา จิตจึงเป็นสิ่งที่ข่มได้ยาก หากแต่การฝึกจิต ด้วยสติการสังเกต แยกแยะ “จิต การรับรู้ ความคิด(ธรรมารมณ์) ผ่านช่องทางใจ(มโน)” ว่าเป็นคนละอย่างกัน ให้แยกออกจากกัน เรียกว่าเห็นจิตในจิต ฝึกให้คล่อง จะเห็นความไม่เที่ยงของจิต เปลี่ยนแปลง เป็นทุกข์ จิตก็ไม่ใช่เรา “จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
378
นัยยะแห่งธาตุหก [6838-2m]
เรายึดมั่นในกาย ในความรู้สึก ว่าเป็นกายเรา เรารู้สึกอย่างนี้ มีเรา มีฉันตลอดเวลา จึงเกิดความทุกข์เพราะยึดมั่น หากแต่ความจริงคือกายและวิญญาณเป็นเพียงธาตุ รู้ด้วยความจริง เห็นด้วยปัญญาว่า ตัวเราเป็นเพียงธาตุทั้งหกที่ประกอบกันขึ้นเป็นชีวิต เกิดการรับรู้ ทุกอย่างทุกสิ่งไม่ใช่ตัวเรา คลายความยึดมั่นในตัวเราด้วยการเห็นความจริง เราจะคลายความทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
377
ชัยชนะของพุทธศาสนา [6837-2m]
ทุกผัสสะที่เข้ามาคือการต่อสู้ในจิตใจของเรา คือการเข้าสู่สงครามในตน ทำอย่างไรให้ชนะ ต้องชนะด้วยการมีกุศลธรรมเพิ่ม อกุศลธรรมลด และไม่ใช่ชนะแค่ครั้งเดียว แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่เพลี่ยงพล้ำ ต่อสู้กับกิเลสมารทั้งสิบในใจตน ชัยชนะของพุทธศาสนา คือ มีความเพียรเอาชนะอุปสรรค อดทนไม่ลดละ นั่นคือชนะแล้ว ไม่ตอบโต้ต่อการถูกป้ายสีคือชนะ ชนะมิจฉาด้วยสัมมา ชนะความชั่วด้วยความดี ด้วยมรรคมีองค์แปด กุศลธรรมเพิ่ม อกุศลธรรมลด Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
376
จุดจบของความตาย [6836-2m]
เหตุปัจจัยของความตายมีมาก แต่ความตายไม่ได้หมายถึงการสิ้นชีวิตเท่านั้น หากแต่ความตายยังซ่อนอยู่ในความมีชีวิต พิจารณาให้ละเอียดหยั่งลึกถึงความตายที่ถูกบังไว้ จากการการเปลี่ยนแปลงสภาวะทุกเสี้ยววินาที ที่เกิดจากความไม่เที่ยง ความตั้งอยู่ไม่ได้ ความไม่มีอยู่จริง พิจารณาให้ละเอียดเพื่อความไม่ตายคือการไม่เกิดอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
375
ปัญญาวิปัสสนา [6835-2m]
ธรรมปฏิบัติเรื่อง “ปัญญาวิปัสสนา” โดยพระครูสิทธิปภากร (หลวงพ่อ ดร.สะอาด ฐิโตภาโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก จ.อุดรธานีฝึกสมาธิให้ชำนาญ จิตที่สงบจากสมาธิ จะมีกำลัง พิจารณาลงที่กายเรา เพื่อให้เกิดปัญญา ให้เห็นว่ากายเรานี้ไม่เที่ยง ไม่ควรไปยึดถือ ให้ละ ให้ปล่อยวาง กายเป็นเพียงธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ประกอบขึ้นมา เกิด-ดับไปตามธรรมชาติของเขา วิธีเดียวที่จะพ้นจากการเกิด-ดับ คือ การมีปัญญาเห็นความจริง กายนี้ ไม่ใช่ของเรา เราควบคุมไม่ได้ พิจารณาให้ปัญญาเกิด เพื่อการไม่เกิดอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
374
วิธีฝึกหัดใจ [6834-2m]
ใจเป็นใหญ่ ทำดี ทำชั่วทางกาย วาจา เริ่มจากใจทั้งสิ้น ดังนั้น การฝึกใจสำคัญอย่างยิ่ง ฝึกหัดใจตัวเราให้ได้ เริ่มจาก การให้ทาน ละความตระหนี่ รักษาศีล ภาวนาให้จิตสงบมีสมาธิ อบรมฝึกใจให้ได้ ด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้า ความดีเกิดขึ้นจากในภายใน กาย-วาจา-ใจเราก็จะดีขึ้น ฝึกหัดใจเราให้พัฒนาดีขึ้น ๆ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
373
พรหมของลูก [6833-2m]
มารดาบิดาคือพรหมของลูก คือผู้ให้ทั้งเมตตากรุณา เป็นบุพการี เป็นผู้อุปการะเราก่อน สิ่งที่เราควรทำคือ ให้เรากตเวทิตา กระทำสิ่งนั้นตอบด้วยการแผ่เมตตาไปยังทุกทิศ ด้วยจิตที่เมตตาไม่มีประมาณต่อกันไป รักษาจิตของเราให้ดี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
372
การเจริญอนิจจสัญญา [6832-2m]
อยู่อย่างมีสติ มีสมาธิ เห็นทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง ไม่ควรที่เราจะไปยึดมั่นถือมั่น ปัญญาจะเกิด ว่า ไม่มีอะไรแม้แต่ตัวเรา แม้แต่จิตก็ไม่ใช่เรา เพราะทุกสิ่ง ไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ควรที่จะยึดถือ มองทุกอย่างอย่างเข้าใจด้วยปัญญาว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง เจริญอนิจจสัญญาตลอดเวลา เพื่อเป็นเหตุเป็นปัจจัยแห่งการหลุดพ้น วางได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
371
ธรรมสมาธิ [6831-2m]
แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ด้วยธรรมสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา ด้วยระลึกถึงคุณพุทโธ ธัมโม สังโฆ ตามด้วยการเจริญพรหมวิหารสี่ แล้วพิจารณาปัญหา ปัญหานั้นๆจะค่อยๆถูกแก้ออกด้วยปัญญาที่เกิดจากธรรมสมาธิ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
370
การบูชาไฟ [6830-2m]
มีไฟที่ควรละ สาม ประการ คือ ไฟแห่ง ราคะ โทสะ โมหะ และไฟที่ควรบูชา สามประการคือ อาหุไนยบุคคล คหบดี ทักขิไณยบุคคล, อาหุไนยบุคคลได้แก่ มารดา บิดา, คหบดี คือคนรอบข้างตัวเรา คู่ครอง ครอบครัว ญาติและ ทักขิไณยบุคคลคือสมณพราหมณ์ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บูชาด้วยอะไร บูชาด้วยกาย วาจา ใจ ประคับประคองไฟ ทั้งสามประการนี้ เมื่อเราประคับประคองบูชาไฟที่ถูก จิตของเราจะเป็นอารมณ์อันเดียว นี้คือสมาธิ เกิดเป็นสัมมาสมาธิ เมื่อครบองค์ประกอบอันประเสริฐแปดอย่าง จิตสว่าง สงบ แม้จิตสงบก็ไม่เที่ยง ไม่ควรที่เราจะไปยึดถือ เห็นด้วยปัญญา วิชชาเกิด, อวิชชาดับ, นิพพานคือความเย็นก็เกิดขึ้น. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
369
ตัดวงจรแห่งทุกข์ [6829-2m]
ทุกข์เกิดจากอะไร และจะดับทุกข์ได้อย่างไร, จะดับทุกข์ต้องดับที่การเกิด, ทำอย่างไรไม่ให้มีการเกิด, ต้องเห็นด้วยปัญญา เกิดความรู้คือ วิชชา รู้ในอริยสัจสี่ ว่าการเกิดเป็นทุกข์, การเกิด เกิดขึ้นได้เพราะจิตมีอวิชชาและการปรุงแต่งให้เกิดวิญญาณและนามรูป จึงเกิดสฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ เกิดทุกข์วนไปวนไป, หากแต่จิตที่สงบ ตั้งมั่นอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา มรรคมีองค์แปด จะทำให้จิตมีกำลัง พิจารณาใคร่ครวญธรรมให้เกิดปัญญาว่า ต้นตอของการเกิดคือ อวิชชาและสังขารการปรุงแต่ง, ดังนั้นเมื่อปัญญาที่รู้แจ้งเกิด จิตจะปราศจากอวิชชาและการปรุงแต่ง วิญญาณดับ นามรูปดับ สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ ก็ดับนั่นคือ ตัดวงจรการเกิด ความทุกข์จึงดับตลอดไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
368
ศรัทธาได้ด้วยปัญญา [6828-2m]
ทำอย่างไรให้เรามีศรัทธาที่ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ไม่ยึดติดในบุคคล แม้บุคคลเปลี่ยนแปลง ศรัทธาที่เกิดจากปัญญาเราก็ยังตั้งมั่นอยู่ได้ ไม่เปลี่ยนแปลงตามบุคคลหรืออื่นๆ, คือให้เรามีความศรัทธายึดมั่นต่อระบบ ศรัทธาต่อการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า, ศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ เริ่มจาก การเห็นทุกข์ “เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม” เลือกออกจากทุกข์ให้ถูกต้อง ด้วยการมีกัลยาณมิตรเพื่อให้ได้ฟังธรรม ศึกษาธรรม แล้วน้อมเข้ามาปฏิบัติ พิจารณาโดยแยบคาย เกิด “โยนิโสมนสิการ” ด้วยตนเอง จึงเกิดปัญญา นั่นคือ เกิดศรัทธาที่ตั้งมั่นต่อพุทโธคือการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ศรัทธาต่อธัมโมคือนำธรรมเข้ามาสู่ใจ ศรัทธาต่อสังโฆ คือศรัทธาแล้ว ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า, ทั้งสามอย่างนี้ คือ ทุกข์, กัลยาณมิตร และ ปัญญา จะทำให้เรามีศรัทธาที่ตั้งมั่น เหมือนแผ่นดินที่ไม่หวั่นไหว เกิดจากการปฏิบัติของตนเองเพื่อให้เกิดปัญญา คือ “ศรัทธาที่เกิดจากปัญญา” นั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
367
ศรัทธาเกิดได้ด้วยปัญญาสาม [6827-2m]
ศรัทธาที่เกิดได้ด้วยปัญญามีอยู่สามระดับ ดังนี้ ปัญญาที่เกิดจากการฟังเรียกว่า สุตมยปัญญา แม้จะเลือกฟังจากผู้เป็นกัลยาณมิตรแต่ศรัทธาในชั้นนี้ยังคลอนแคลนอยู่ อาจกลายเป็นความงมงาย จึงควรเพิ่มปัญญาส่วนที่สอง คือ ปัญญาที่เกิดจากการใคร่ครวญคิดพิจารณาเรียกว่า จินตามยปัญญา มีวิมังสา ตรวจสอบ พิจารณาเหตุผลคือมีมูลราก ก่อให้เกิดศรัทธา ความเชื่อ ความมั่นใจ ความเลื่อมใส ที่มั่นคงกว่าสุตมยปัญญา แต่ก็ยังไม่มั่นคงถึงที่สุด จึงควรเพิ่มปัญญาส่วนที่สาม คือ ปัญญาที่เกิดจากการพัฒนา เห็นแจ้งด้วยตัวเองจริงๆ เรียกว่า ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการภาวนา ลงมือทำความเพียร สติระลึกถึงแต่สิ่งที่เป็นกุศล เกิดโวสสัคคารมณ์ คือ จิตที่มีการปล่อยวางอารมณ์ มีอารมณ์อันเดียว เกิดปัญญาขั้นสูงจนไม่ต้องเชื่อตามศาสดาตน เพราะเป็นปัญญาที่เห็นแจ้งด้วยตน ศรัทธาที่เกิดนี้เป็นศรัทธาที่มั่นคง มีมูลรากแล้วลงมือทำ จนเกิดวิชชา เกิดปัญญา จาก “ภาวนามยปัญญา” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
366
ทางออกจากคุก [6826-2m]
พิจารณาลงมาในกายเริ่มจากด้านนอกไล่เลาะเข้าด้านใน ล้วนประกอบด้วยธาตุทั้ง 6 มีอายตนะเป็นช่องทาง มีวิญญาณเป็นตัวเชื่อมนามและรูป มีการ lock กันขึ้น มีความเพลินความพอใจมีความยึดถือเกิดความเป็นตัวตนขึ้นมา ทำให้เมื่อตายยังคงมีการหมุนวนไปในวัฏฏะ จะวนไปเกิดในที่ใดขึ้นกับเหตุปัจจัยที่เข้าไปยึดถือ เปรียบเหมือนการติดคุกติดในวัฏฏะ จะพ้นจากคุกได้ก็ด้วยการปฏิบัติมาตามมรรคแปด ศีล สมาธิ ปัญญา เหตุนี้ควรทำสติและปัญญาให้เกิดจนเห็นว่าทุกสิ่งไม่มีค่าให้ควรยึดถือ เป็นอนัตตา ทำนิพพานให้แจ้งได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
365
แยกแยะความคิดเพื่อกำจัดอวิชชา [6825-2m]
ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย ขุยอ้อฆ่าต้นอ้อ ฉันใด เช่นเดียวกัน กิเลสที่จากจิต เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ทำลายตัวจิตนั้นเอง เราจึงจำเป็นต้องรู้ถึงกระบวนการในการแยกแยะสิ่งที่อยู่ในจิตอยู่ในความคิด เพราะความคิดนั้นมีทั้งสัมมาและมิจฉา ไม่ว่าจะถูกหรือผิดไปตามโลก เราควรแยกความคิดที่เกิดในระหว่างวันนั้นว่ามีราคะ โทสะ โมหะแอบแฝงอยู่หรือไม่ ในความคิดนั้นอาจมีมุมที่ซับซ้อนเป็นได้ทั้งสองทาง แยกแยะด้วยสติและความเพียร ปฏิบัติมาตามมรรคแปด เพื่อการปล่อยวางอัตตาตัวตน เพื่อกำจัดอวิชชา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
364
สร้างสติผ่านอปัณณกปฏิปทา [6824-2m]
อปัณณกปฏิปทา 3 คือข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด, ปฏิปทาที่เป็นส่วนแก่นสารเนื้อแท้ ซึ่งจะนำผู้ปฏิบัติให้ถึงความเจริญงอกงามในธรรม เป็นผู้ดำเนินอยู่ในแนวทางแห่งความปลอดพ้นจากทุกข์อย่างแน่นอนไม่ผิดพลาด เราสามารถสร้างสติผ่านอปัณณกปฏิปทาสามนี้ได้ โดย1) มีสติผ่านอินทรียสังวร การสำรวมอินทรีย์ คือระวังไม่ให้บาปอกุศลธรรมครอบงำใจ เมื่อรับรู้อารมณ์ด้วยอินทรีย์ทั้ง 6 รับรู้แต่ไม่ตามไป จิตสติลมอยู่ด้วยกัน2) มีสติผ่านโภชเน มัตตัญญุตา ความรู้จักประมาณในการบริโภค รู้จักพิจารณารับประทานอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายใช้ทำกิจให้ชีวิตผาสุก มิใช่เพื่อสนุกสนาน มัวเมา พิจารณาทั้งด้านสุภะและอสุภะ3) มีสติผ่านชาคริยานุโยค การหมั่นประกอบความตื่น ไม่เห็นแก่นอน คือขยันหมั่นเพียรตื่นตัวอยู่เป็นนิตย์ ชำระจิตมิให้มีนิวรณ์ พร้อมเสมอทุกเวลาที่จะปฏิบัติกิจให้ก้าวหน้าต่อไป*ที่น่าสังเกตคือทั้งสามข้อนี้ไม่ใช่สมาธิ เป็นส่วนของศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ เป็นข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด ที่เมื่อทำแล้วเป็นไปมีแต่เจริญโดยท่าเดียว เป็นปัญญาเพื่อละอาสวะและเป็นไปเพื่อความดับเย็น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
363
อุปสมานุสติเพื่อพิจารณาทุกข์ [6823-2m]
พิจารณาทุกข์ พิจารณาการดับให้เกิดปัญญาได้อย่างไรอุปสมานุสติคือการระลึกถึงคุณของพระนิพพาน พระนิพพานคือความดับเย็น เพียงเรามีสติ สังเกตการเกิด สังเกตการดับของทุกๆสิ่งที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เราจะเห็นว่า สิ่งใดมีความเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมมีความดับไป เป็นธรรมดา, สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ดับ ไม่มี. นั่นคือเราเห็นความไม่เที่ยงในสิ่งนั้นแล้ว เห็นว่าสิ่งนั้นมีความทุกข์ซ่อนอยู่ เกิดปัญญาว่าสิ่งนั้น เป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน ไม่ควรที่เราจะยึดไว้ เกิดปัญญาแล้วด้วย การยอมรับ เข้าใจสิ่งนั้น. Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
362
คนมีสติย่อมมีความสุข [6822-2m]
สติทำให้เรามีความสุขได้อย่างไร?ฝึกสติ เริ่มจากจิตจดจ่อที่ลมหายใจ จนจิตตั้งมั่นด้วยสัมมาทิฏฐิ มีความเพียรสัมมาวายามะเป็นฐาน จนเกิดเป็นสัมมาสติ การปรุงแต่งลดลง จึงเกิดขึ้นพร้อมกับสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ และสัมมาสังกัปปะ ไม่พยาบาท เบียดเบียน ความเมตตาเกิดขึ้น เกิดกุศลทั้งทางกาย วาจา ใจ นั่นคือเกิดสัมมาสมาธิแล้ว ความสุขจากในภายในจึงเกิดขึ้น เป็นสุขที่ละเอียดปราณีตอย่างยิ่ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
We're indexing this podcast's transcripts for the first time — this can take a minute or two. We'll show results as soon as they're ready.
No matches for "" in this podcast's transcripts.
No topics indexed yet for this podcast.
Loading reviews...
ABOUT THIS SHOW
รูปแบบการปฏิบัติธรรมทางวิทยุ (Guided Meditation) ฟังไปด้วย, นั่งสมาธิไปด้วย เพื่อทำจิตที่ประภัสสรให้ผ่องใส ด้วยการเจริญสมถวิปัสสนา นำธรรมะเข้าสู่จิตใจให้ชุ่มเย็นอ่อนเหมาะควรแก่การงาน. New Episode ทุกวันอังคาร เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
HOSTED BY
ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
CATEGORIES
Loading similar podcasts...