Sangkeat podcast artwork

PODCAST

Sangkeat

Podcast by Sangkeat

  1. 11

    Let It Be - Peter Sang

    ทดลองเพลง มาแนว EDM บ้างนะ Piano แบบ ตึ้ดๆ

  2. 10

    องค์4 สู่สามัญ

    องค์ที่ 4 สู่สามัญ ต้องการแสดงถึงการที่ต้องรู้จักใช้สติในการระงับอารมณ์ที่หยาบกร้าน ก้าวร้าว ให้ใจเย็น ตื่นตัวจากภวังค์ และกลับมาดำรงชีวิตให้เป็นปกติประกอบด้วย 2 ท่อน คือท่อนปี่สงบจิตสงบใจ ใช้ชื่อท่อนว่า “สุดสิ้นโทโสที่โกรธา” เปรียบกับอารมณ์มนุษย์ที่จิตใจสงบนิ่งบริสุทธิ์ไม่ปรุงแต่ง และท่อนปี่ปลุกตื่นคืนสติ ใช้ชื่อว่า “ให้วาบแว่วแก้วหูรู้วิญญาณ” เปรียบกับอารมณ์มนุษย์ที่กลับมาจากภวังค์หรือสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ท่อนที่ 1 สิ้นสุดโทโสที่โกรธา ใจความจากบทกลอนในประเด็นปี่สงบจิตสงบใจ ในเรื่องพระอภัยมณี ท่อนนี้ ผู้วิจัยได้ตีความหมายออกมาคือฟังแล้วทำให้จิตใจสงบ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ดังนั้นเสียงที่ผู้วิจัยได้เลือกมาประพันธ์ได้ประยุกต์เสียงที่มาจากเสียงธรรมชาติ โดยมีแนวคิดว่าเสียงที่มาขัดเกลาให้จิตใจสงบลงได้ คือเสียงที่คนเรานั้นคุ้นเคยกันดี เวลาได้ยินเสียงนั้นจะทำเกิดการหวนกลับไปนึกถึงที่มาของเสียงนั้น ผู้วิจัยจึงใช้ทำนองหลักจากการบรรเลงโดยให้เกิดกลิ่นอายของเสียงธรรมชาติ เพื่อให้ฟังแล้วเกิดความคิดถึงท้องถิ่นคิดถึงธรรมชาติที่ปราศจากความรุนแรง ท่อนที่2 ให้วาบแว่วแก้วหูรู้วิญญาญ มาจากเพลงปี่พระอภัยประเด็นปี่ปลุกตื่นคืนสติ ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้เครื่องดนตรีปี่ใน เป็นเครื่องบรรเลงหลัก โดยเข้าท่วงทำนองต่อเนื่องจากท่อนที่ 1 ด้วยจังหวะกระฉับกระเฉง ร่วมกับเครื่องจังหวะเพอร์คัชชั่นเพื่อให้เกิดความตื่นตัว และกลับมาสู่ภาวะปกติ ทำนองหลักของท่อนมาจากเทคนิคการเป่าเก็บของปี่ใน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผสมผสานหลายเทคนิค เช่นการสบัด การกระทบ ปริบ ควง

  3. 9

    JIT LUD LONG จิตหลุดล่อง

    ชื่อผู้แต่ง: นายสังคีต กำจัด Sangkeat Kumjud ชื่อผลงาน: จิตหลุดล่อง Lost Soul ความยาว: 7.25 นาที แนวคิด: ปี่สะกดจิต งานชิ้นนี้ผมได้แรงบรรดาลใจจากงานวรรณกรรมพระอภัยมณี โดยปี่ในเรื่องนี้นับว่ามีความสำคัญทีเดียว มีหลาย เหตุการณ์ที่พระอภัยใช้วิชาปี่แก้ไขสถานการณ์ต่างๆจนสามารถผ่านพ้นไปได้ สำหรับผลงานนี้ ผู้ประพันธ์ได้ จับ ประเด็นหนึ่งจากบทกลอนในเรื่องพระอภัยมณี ซึ่งมีฉากที่พระอภัยใช้เสียงปี่เป่าสะกดทัพ ให้กองทัพหมดสติ ได้เขียน ว่า เปิดสำเนียงเสียงลิ่วถึงนิ้วเอก หวานวิเวกวังเวงดังเพลงสวรรค์ ให้ขึ้นเฉื่อยเจื่อยแจ้วถึงแก้วกรรณ เหล่าพวกฟันเสี้ยมฟังสิ้นทั้งทัพ ยืนไม่ตรงลงนั่งยิ่งวังเวก เอกเขนกนอนเคียงเรียงลำดับ เจ้าละมานหวานทรวงง่วงระงับ ลงล้มหลับลืมกายดังวายปราณฯ เริ่มแรกผมได้เริ่มศึกษาการใช้เสียงต่างๆจากเทคนิคเครื่องดนตรีปี่ และ แนวคิดจากนักปี่ ที่สัมพันธ์กับแนวคิดที่ว่าด้วยอารมณ์ของมนุษย์ที่สับสนงงงวยไร้สติ ประมาณว่าสิ่งที่ปรากฏก็คือ ความพร่ามัว ความไม่มั่นคง การโซเซ สั่นสะเทือน และเมื่อพูดถึงการสะกดจิตในความคิดของผม ในตัวของมนุษย์นั้นมีความวุ่นวายสับสนอยู่ภายในลึกๆ เมื่อหากโดนอะไรบางอย่างไปกระตุ้นสะกิต อาจจะเป็นเรื่องของ รูปรสกลิ่นเสียงในวัตถุ หากเสพเข้าไปโดยไร้สติ ย่อมเกิดความลุ่มหลงมัวเมาและอาจกลายเป็นทาสแก่สิ่งนั้นได้ทีเดียว ในกระบวนการสะกดจิตที่ผมแต่งในงานชิ้นนี้ ในท่อนเปิดของงานเป็นเสียงที่ค่อนข้างฟุ้งเบลอไม่แน่นอน แสดงถึง ความความสับสนที่แฝงข้างในจิตใจในตัวตนของเรา และมื่อถึงจุดหนึ่ง ผมได้เลือกใช้เสียงปี่เป็นตัวกระตุ้นต่อมความ สับสันในตัวตนของผู้ชม ด้วยการ เปิดสำเนียงเสียงลิ่วถึงนิ้วเอก เพื่อให้ผู้ชมได้เสี้ยมฟัง ซึ่งเสียงปี่จะแทนถึงรูปรสกลิ่น เสียงของวัตถุ ที่มากระตุ้น ให้ตื่นขึ้นมาจนเกิดความไร้สติ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการสะกดจิต เริ่มแรกเสียงปี่ทีใช้ จะเป็นเสียงที่นิ่งสงบและสลับการเป่าแบบไม่มีเสียงเพื่อให้ผู้ชมเกิดการจดจ่อ แต่ในความที่ไม่มีเสียงนั้นยังมีเสียงของเสียงลมแผ่วบางๆอยู่ ซึ่งแฝงไปด้วยพลังบางอย่างที่น่ากลัว และสามารถแทรกซึมเข้าไปสู่ภายได้จิตใต้สำนึกได้ ต่อมาคือการบังคับควบคุมจิตใจ จะใช้เสียงปี่ด้วยวิธีการเล่นกับเสียงเอฟเฟ็กเสียงสะท้อน ซึ่งหมายถึงการควบคุมเสียงสะท้อนในจิตใต้สำนึก เมื่อควบคุมได้ถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็จะเริ่มปลุกปั่นจิตใจไปมา ทั้งตบ ทั้งต่อย ทั้งเขย่า กระหน่ำและถาโถมเข้ามาเหมือนแผ่นดินไหวสะเทือนจนไม่สามารถยืนให้ตรง กระทั่งจิตใจได้หลุดล่องไป และลงล้มกายดังวายปราณฯ สำหรับงานชิ้นนี้ ได้มีการผสมผสานระหว่างเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีสากล ซึ่งงานชิ้นนี้ผมได้แต่งให้ ปี่ใน บรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีสากลผ่านเทคนิคการประพันธ์แบบสมัยใหม่และเทคนิดดนตรีอิเล็กทรอนิค ซึ่งผมคิดว่า เสียงที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างอารมณ์และสามารถแสดงให้เห็นถึงอนุภาพพลังของเสียงปี่เป็นอย่างดี ถือเป็นความแปลก แหวกวงการในบ้านเราพอสมควร หวังว่าทุกท่านจะถูกงานนี้สะกดจิตให้ชอบนะครับ

  4. 8

    องค์ที่3 - โศรกสังหาญ(ปี่คร่ำครวญ - ปี่สังหาญ)

    องค์ที่3 - โศรกสังหาญ(ปี่คร่ำครวญ - ปี่สังหาญ) แสดงถึง ความผิดหวัง ความเสียใจ จากสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ได้หลุ่มหลงอย่างขาดสติ สามารถที่จะปลุกความหยาบกร้านในจิตใจออกมา ซึ่งอาจนำพาไปสู่ความหายนะได้ ประกอบด้วย 2 ท่อนได้แก่ ท่อนที่ 1 หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพย สร้างจากประเด็นปี่คร่ำครวญ เปรียบกับอารมณ์ของมนุษย์ที่ผิดหวังไม่สมหวัง อารมณ์ท่อนนี้ ผู้ประพันธ์เน้นสร้างให้เกิดท่วงทำนองที่โศรกเศร้า เหงา ว้าเหว่ โดดเดี่ยว อาดูร การสร้างทำนองหลักมาจากการประยุกต์เทคนิคผันเสียงของปี่ ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเศร้าและโหยหวน ร่วมกับเทคนิคการครั่น ที่ลอกเลียนเสียงร้องร่ำไห้ สะอื้น ของมนุษย์ ท่อนที่ 2 ขาดใจบรรลัยลาญ ท่อนนี้เป็นท่อนที่เปรียบกับอารมณ์จิตใจของมนุษย์ที่หยาบกร้าน ก้าวร้าว ผู้ประพันธ์จินตนาการจากตอนที่พระอภัยมณีเป่าปี่ฆ่านางยักษ์ ด้วยคำกลอนบรรยายอารมณ์เพลงปี่ ตอนนี้ไม่ได้บรรยายไว้ให้ผู้อ่านจินตนาการเอง ผู้วิจัยจึงประพันธ์โดยเน้นเสียงที่สร้างให้เกิดอารมณ์ของความ ดุดันโหยหวน ทุรนทุราย และความคุ้มคลั่ง

  5. 7

    ลงล้มหลับลืมกายดังวายปราณฯ(Peg fell down as lifeless)

    ลงล้มหลับลืมกายดังวายปราณฯ(Peg fell down as lifeless) Composer by Sangkeat Kumjud แนวคิด: ปี่สะกดจิต เริ่มแรกว่าด้วยเรื่องของปี่ ในงานวรรณกรรมพระอภัยมณี ปี่ในเรื่องนั้นนับว่ามีความสำคัญทีเดียว มีหลายเหตุการฯที่พระอภัยใช้วิชาปี่แก้ไขสถานการณ์ต่างๆจนสามารถผ่านพ้นไปได้ สำหรับผลงานนี้ ผู้ประพันธ์ได้ จับประเด็นหนึ่งจากบทกลอนในเรื่องพระอภัยมณี ซึ่งมีฉากที่พระอภัยใช้เสียงปี่เป่าสะกดทัพ ให้กองทัพหมดสติ ทั้งนี้ไอเดียการใช้เสียงต่างๆได้จากเทคนิคเสียงของปี่และแนวคิดจากนักปี่ แนวคิดร่วม: ปี่กับความเป็นมนุษย์ ก็คืออารมณ์ของมนุษย์ที่สับสนงงงวยไร้สติ ไม่มั่นคง โซเซ สั่นสะเทือน Concept: Thai Oboe(Pi) in hypnosis. Let's first start . "Pra Api Manee" is One Thai literature . Thai Oboe(Pi) that was quite important. Pra Api Manee is hero. Many events which he has the ability to play Pi for fix situations and finally be gone. For this work. I has. The point Some Poetry of Pra Api Manee. The scene where Pra Api Manee play Pi for hypnotic force until the forces is unconscious . The idea of ​​using a variety techniques from the sound of Thai Oboe(Pi).And the concept of Thai Oboe(Pi) master. Concepts together: Thai Oboe(Pi) in humanity. Is that human emotions confusing ambiguities unconscious insecurity staggering vibration. PS. Google Translate sorry. :)

  6. 6

    สำเนียงวังเวงแว่วแจ้วจับใจ

    ชื่อเพลง สำเนียงวังเวงแว่วแจ้วจับใจ ประพันธ์โดย สังคีต กำจัด เป็นท่อนโหมโรง หากเปรียบการเป่าปี่ก็จะมีการเกริ่นนำขึ้นต้นเพลง เป็นการหยิบประเด็นของปี่ประโลมจิตใจ ซึ่งเปรียบเปรยกับธรรมชาติของมนุษย์ที่แสวงหาความสุขสบาย อารมณ์ภายในท่อนนี้ ได้สร้างทำนองให้เกิดอารมณ์เพลงที่เคลิบเคลิ้ม เลือกเสียงที่ให้ความรู้สึก ล่องลอย ไม่ชัดเจน เหมือนอยู่ในฝัน กลุ่มโน้ตหลักที่นำมาใช้มาจากลักษณะการบรรเลงในเครื่องดนตรีปี่ ที่เป็นโน้ตเทคนิคของการใช้โน้ตคู่ 4 เป็นกลุ่มโน้ตหลักที่ใช้กับหลายๆบทเพลงปี่ ผู้วิจัยนำมาใช้เป็นวัตถุดิบกระจายไปยังส่วนต่างๆที่อยู่ในบทเพลง ที่มาผลงาน จากบทประพันธ์ในวรรณกรรมพระอภัยของสุนทรผู้ ในตอนที่ 1 พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณเรียนวิชา เป็นตอนที่พระอภัยได้พบกับสามพราหมณ์ และสงสัยในตัวพระอภัยถึงการเรียนปี่ ว่าเรียนไปทำไม พระอภัยจึงตอบแก่สามพราหมณ์ไปว่า “อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์ ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช จตุบาทกลางป่าพนาสิณฑ์ แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์ จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง” แล้วพระอภัยได้ทรงหยิบปี่ขึ้นมาเป่า ให้แก่พราหมณ์ทั้งสามฟัง เพื่อแสดงให้เห็นว่าปี่นี้ดีอย่างไร ผู้ประพันธ์ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงนำมาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า ปี่ดีอย่างไร โดยได้มีการวิเคราะห์ถึงสรรพคุณของปี่ในบทประพันธ์ของสุนทรภู่ในเรื่องพระอภัยมณี ผนวกกับการที่ผู้วิจัยต้องการแฝงข้อคิดและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนของปี่กับตัวตนธรรมชาติของมนุษย์ลงไปด้วย

  7. 5

    แอ้อี้อ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย(Aei ei aoi soifa sumalai)

    แอ้อี้อ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย(Aei ei aoi soifa sumalai) ประพันธุ์ โดย สังคีต กำจัด Sound of Elegant Angel Music by Sangkeat Kumjud แนวคิด: เป็นการหยิบประเด็นของการใช้ปี่เพื่อแสดงความเสน่ห์หา หว่านเสน่ห์ หยอกล้อเกี้ยวพาราศี เน้นอารมณ์กรุ้มกริ่ม ฉอเล๊าะ โปรยเสน่ห์ หวานซึ้ง โดยได้ประเด็นของปี่เกี้ยวสาว เปรียบเปรยกับธรรมชาติของมนุษย์ที่โหยหาความรัก ผู้วิจัยมีแนวคิดด้านความรักที่ว่า ความรักคือสิ่งที่สวยงาม สามารถทำให้จิตใจที่แข็งกร้านกลับอ่อนโยนลงได้ กลุ่มโน้ตหลักได้แรงบันดาลใจจากทำนองเพลงปี่มวย ซึ่งเป็นทำนองที่ให้ความรู้สึกคึกคัก ฮึกเหิม เต็มเปี่ยมด้วยพลัง นำกลุ่มเสียงนั้นมาเชื่อมโยงในแง่ความรัก ดัดแปลงอารมณ์ให้เกิดความอ่อนโยน อารมณ์ภายในท่อนนี้ ผู้วิจัยได้สร้างให้มีความรู้สึกกรุ้มกริ่ม คล้ายหนุ่มสาวกำลังจีบหยอกล้อเล่นกัน

  8. 4

    Getting To Know

    YungThai 2012 Music Composition Piano & String Quartet Getting To Know composer : Sangkeat สิ่งแรกที่ผู้ประพันธ์คิดคือ จะคิดสร้างผลงานเพลงออกมาอย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมากับความสงสัยนี้มาพร้อมกับกลุ่มโน๊ตกลุ่มหนึ่ง โน๊ตกลุ่มนี้คือสิ่งแรกที่ผู้ประพันธ์รับรู้และรู้สึก จึงทำให้ผู้ประพันธ์พยายามที่จะสร้างงานที่เกิดจากกลุ่มโน๊ตนี้โดยอิงความรู้สึกจากกระบวนการคิดพื้นฐานของคนเราเมื่อได้เริ่มรู้จักกับบางสิ่งที่ไม่เคยเห็นเคยพบมาก่อน ซึ่งจะมีเรื่องของความสงสัย การค้นหา ความคิดที่กระจัดกระจาย และการรวบรวมเพื่อให้เกิดความชัดเจน เหล่านี้จึงเป็นที่มาของบทเพลง แรกรับรู้ จากความสงสัยแรกของผู้ประพันธ์ ได้เกิดกลุ่มตัวโน๊ตจากความสงสัย โดยมีโน๊ตสำคัญคือ A D# G A# F# จากนั้นผู้ประพันธ์ได้ทำการลงมือในการค้นหาความสงสัยนี้ ทำให้เกิดเป็นจังหว่ะ Rhythm ขึ้น ซึ่งจังหว่ะ นี้หมายถึงการลงมือค้นหา เมื่อพอเราลงมือค้นหาอะไรอยู่นั้น เราก็จะพบกับข้อมูลที่มีอยู่มากมาย ผู้ประพันธ์แทนข้อมูลที่มีมากมายไม่ชัดเจน โดยการกระจาย กลุ่มโน้ตจังหว่ะที่ไม่คงที่ ไปยังเครื่องดนตรีชิ้นต่างๆ ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ข้อมูลต่างๆที่เรารวบรวมก็มีมากขึ้นเริ่มมีความชัดเจนบ้าง จากที่ผู้ประพันธืได้ซ้อนกลุ่มตัวโน๊ต สัดส่วนจังหว่ะ ในแต่ละเครื่องดนตรีที่ไม่คงที่ เมื่อมีการเล่นที่ซ้อนทับกันมากขึ้นซ้ำกันมากขึ้นะทำให้ได้ยินเสียงจังหว่ะใหม่ที่เกิดความชัดเจนและเคลื่อนไหวอยู่ เสียงที่เกิดขึ้นมานี้ก็หมายถึงการรวบรวมข้อมูลที่กระจายตัวจนเริ่มมีความชัดเจนยิ่งขึ้น และมีท่อนเพลงหนึ่งที่ได้มีการหายไปของจังหว่ะ แล้วเปลี่ยนเน้นไปที่การลากยาวหนักเบาและการขยี่ของเสียง ตรงนี้ผู้ประพันธ์ได้หมายถึงการเพ่งเล็ง โฟกัสไปที่บางสิ่งบางอย่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดข้อมูลบางอย่าง หรือว่าการใช้สมาธิอย่างจดจ่อ จนทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดทำนองใหม่ที่หลุดออกมาจากเพลงนั่นหมายถึงข้อมูลใหม่การการสรุปจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการค้นหานั่นเอง

  9. 3

    Can world (sound art)

    record with one soft drink can .

  10. 2

    Walk Alone

    ในวันหนึ่งที่มาถึงจุดที่พบกับความผิดหวังปวดร้าว ขอจงรวมพลังกำลังที่เหลือแม้มันจะน้อยนิด ก็ให้ค่อยๆก้าวเดินต่อไปทีละเล็กละน้อย เมื่อวันเวลาที่ผ่านเลยไป หากกลับมามองย้อนจะรู้ว่าเราเองก็ยังสามารถผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นออกมาได้ เป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งให้กับตัวเองเพื่อสร้างสรรค์วันใหม่ข้างหน้าให้สดใส

  11. 1

    Me @ MRT (Sound art)

    Me @ MRT (Sound art) by Sangkeat

Type above to search every episode's transcript for a word or phrase. Matches are scoped to this podcast.

Searching…

We're indexing this podcast's transcripts for the first time — this can take a minute or two. We'll show results as soon as they're ready.

No matches for "" in this podcast's transcripts.

Showing of matches

No topics indexed yet for this podcast.

Loading reviews...

ABOUT THIS SHOW

Podcast by Sangkeat

HOSTED BY

Sangkeat

Frequently Asked Questions

How many episodes does Sangkeat have?

Sangkeat currently has 11 episodes available on PodParley. New episodes are automatically indexed when they're published to the podcast feed.

What is Sangkeat about?

Podcast by Sangkeat

How often does Sangkeat release new episodes?

Sangkeat has 11 episodes. Check the episode list to see recent publication dates and frequency.

Where can I listen to Sangkeat?

You can listen to Sangkeat on PodParley by clicking any episode. We provide an embedded audio player for direct listening, and you can also subscribe via your preferred podcast app using the RSS feed.

Who hosts Sangkeat?

Sangkeat is created and hosted by Sangkeat.
URL copied to clipboard!