PODCAST · sports
runner's journey
by runner's journey
Podcast by runner's journey
-
322
podcast 336 hoka
จุดกำเนิด HOKA และป้ายยา HOKA รุ่นเด็ด
-
321
EP 335 slow jogging
EP 335 slow jogging by runner's journey
-
320
Ep334 อัพเดท สีใหม่ รองเท้าในรอบสัปดาห์
Ep334 อัพเดท สีใหม่ รองเท้าในรอบสัปดาห์ by runner's journey
-
319
EP 333 MACH 6
EP 333 MACH 6 by runner's journey
-
318
EP 332 podcast GEL nimbus 27
EP 332 podcast GEL nimbus 27 ชอบคู่นี้ อยากให้ใส่กัน
-
317
EP.331 คุยหลังแข่ง กับ 2 โปรไทย ไอรอนแมน คาร์มา
EP.331 คุยหลังแข่ง กับ 2 โปรไทย ไอรอนแมน คาร์มา โปรชอค ศิษย์ โปรจเร การเป็นคนไทยคนแรกในสนาม เบื้องหลังการเก็บตัวซ้อมแบบโปรมืออาชีพ
-
316
EP. 330 คุยกับจเร ก่อนแข่ง IRONMAN KALMAR เป้าหมาย SUB 9
EP. 330 คุยกับจเร ก่อนแข่ง IRONMAN KALMAR เป้าหมาย SUB 9 แผนการซ้อม แผนการแข่ง การกิน การกำหนด pace ในการว่าย ปั่น วิ่ง ความรู้สำหรับนักไตร
-
315
EP 329 นี่แหละ เต๋า สมชาย ไอรอนแมน
EP 329 นี่แหละ เต๋า สมชาย ไอรอนแมน สัมภาษณ์ก่อนแข่ง ไอรอนแมนแรกในชีวิต ว่ายน้ำ 3.8 ปั่นจักรยาน 180 วิ่ง 1 มาราธอน ไอรอนแมน Kalmar sweden
-
314
EP 328 คุยกับดาริกา อีลีทหญิงที่มาแรงที่สุด
EP 328 คุยกับดาริกา อีลีทหญิงที่มาแรงที่สุด
-
313
ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษฺ กับ 100 โลแรก
ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษฺ กับ 100 โลแรก
-
312
EP 326 คืนป้ายยา 5 คู่น่าใช้ 2023
EP 326 คืนป้ายยา 5 คู่น่าใช้ 2023 by runner's journey
-
311
EP 325 คุยกับมนุษย์ตะขาบ
EP 325 คุยกับมนุษย์ตะขาบ by runner's journey
-
310
Podcast เข่าเสื่อมกับนักวิ่ง EP 324
เข่าเสื่อมกับนักวิ่ง
-
309
EP. 323 มาราธอนของ ป๊อก ซีล
EP. 323มาราธอนของ ป๊อก ซีล
-
308
EP 322 Tokyo marathon part II
EP 322 Tokyo marathon part II กิโลเมตรที่ 1-42 แผนการวิ่งให้จบไม่เจ็บ และเจออะไรบ้างระหว่างทาง
-
307
แผนการวิ่ง โตเกียวมาราธอน part 1
เสื้อผ้า ชุดใส่วิ่ง การเตรียมตัววิ่งในอากาศหนาว จากโรงแรมจนถึงเส้นสตาร์ท เล่าประสบการณ์โตเกียวมาราธอน เผื่อใครเตรียมตัวไปปีหน้า
-
306
Ep 320 เอกอัลตร้า กับสนามอัลตร้า ห้าสนามติดต่อกัน
Ep 320 เอกอัลตร้า กับสนามอัลตร้า ห้าสนามติดต่อกัน by runner's journey
-
305
Ep 319 ณัฐ เต้ย รองเท้าวิ่งและอัพเดทชีวิต
Ep 319 ณัฐ เต้ย รองเท้าวิ่งและอัพเดทชีวิต by runner's journey
-
304
EP 318 รองเท้าแห่งปี หมอซายน์ Doc Ken ษะ
EP 318 รองเท้าแห่งปี หมอซายน์ Doc Ken ษะ by runner's journey
-
303
Ep 317 พี่หมุด RD เขาใหญ่ 100
Ep 317 พี่หมุด RD เขาใหญ่ 100 by runner's journey
-
302
Ep 316 แก๊งค์ป้ายยา รองเท้าแห่งปี 2021
Ep 316 แก๊งค์ป้ายยา รองเท้าแห่งปี 2021 by runner's journey
-
301
EP 315 เอ๋นิ้วกลม สร้างนิสัยนักวิ่ง
EP 315 เอ๋นิ้วกลม สร้างนิสัยนักวิ่ง by runner's journey
-
300
EP314. 10 วิธี จบอัลตร้า 60 K ฉบับคนวิ่งช้า
10 วิธี จบอัลตร้า 60 k ฉบับคนวิ่งช้า 1ใจต้องได้ก่อน 2 เห็นขนาดสนามที่แท้จริง ประเมินสนามให้ถูก 3 อย่ากลัว 4 อย่าอายถ้า dnf 5 รู้ส่วนที่ยาก จัดการส่วนที่ง่าย (จัดการเรื่องกินด้วย) 6 วิ่งได้ต้องวิ่ง 7 อย่ากังวลการเดิน 8 กล้ามเนื้อมาก่อน ดูแลให้ไม่เจ็บ 9 หัวใจโซนสอง คุม 10 ความสุขระหว่างทาง หาให้เจอ
-
299
Podcast Ep 313 โค้ชวินและหมอแป๊ป
Podcast Ep 313 โค้ชวินและหมอแป๊ป ถามตอบเรื่องตารางซ้อมและการใช้แอพ
-
298
EP312 คุยกับแอน แชมป์เขาใหญ่ร้อย ฝ่ายหญิง
คุยกับแอน แชมป์เขาใหญ่ร้อย ฝ่ายหญิง วิธีซ้อม เกมการแข่ง และทัศนคติของแชมป์ฝ่ายหญิง
-
297
Podcast EP 311 โทลมาฮอค แชมป์เขาใหญ่ 100
Podcast EP 311 โทลมาฮอค แชมป์เขาใหญ่ 100 การซ้อม การวางแผนวันแข่ง การกิน และทุกเรื่องที่ทำให้เขาได้แชมป์เขาใหญ่ 100 sub 8
-
296
Podcast Ep 310 เบื้องหลังการถ่ายทำคลิปสัญชัย นามเขต
Ep 310 เล่าประสบการณ์การถ่ายทำคลิป การวิ่งกับสัญชัย เทคนิคการถ่ายทำ วิ่ง ปั่น ตามสัญชัย เพื่อให้ได้ภาพการวิ่ง ที่สมบูรณ์ที่สุด
-
295
Podcast Ep 309 กฎ 30 5 แก้ปัญหานั่งนาน ทำลายสุขภาพ
กฎ 30 : 5 แก้ปัญหานั่งนาน "ทำลายสุขภาพ" . พวกเรานั่งกันนานแค่ไหนในแต่ละวันครับ? พนักงานออฟฟิศ คนทำงานนั่งโต๊ะ อาชีพไหนที่นั่งนานกันบ้าง ? เคยนับชั่วโมงการนั่งกันมั้ย ? . มีงานวิจัย พบว่า "การนั่งเป็นเวลานาน" ก่อนให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เป็นอันตรายจากพฤติกรรม ในการใช้ชีวิตประจำวัน อันตรายที่เรา...ทำเอง ทั้งนักวิ่งและคนทั่วไป . จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรานั่งนานเกินไป ? มนุษย์ ถูกสร้างมาให้เดินและยืนตัวตรง . หัวใจหลอดเลือด... ทำงานดีในท่าทางการยืน . ลำไส้... ทำงานมีประสิทธิภาพดีเมื่อยืนตัวตรง ซึ่งผู้ป่วยติดเตียงในโรงพยาบาล มักพบกับปัญหาการทำงานของลำไส้ . เมื่อเราเคลื่อนไหว ระดับพลังงานโดยรวม และความอดทนของเราจะดีขึ้น กระดูกจะแข็งแรง . มนุษย์ถูกสร้างมาให้เคลื่อนไหว แต่เราอยู่ในโลกยุคที่มนุษย์.... "นั่งนานเกินไป" . เมื่อเรานั่งนานเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้น ตามมาก็คือ . 1. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จากการใช้พลังงานที่ลดลง . การเคลื่อนไหวช่วยเผลาผลาญไขมัน และน้ำตาลที่เรากิน ถึงเราจะออกกำลังกายประจำวัน แต่ถ้าเราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่ง เราก็ยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอยู่ดี!!! . 2. สะโพก . เมื่อเรานั่งเป็นเวลานาน ... ทำให้ กล้ามเนื้อ hip flexor ตึง ส่งผลโดยตรงต่อการวิ่ง . 3 หลัง . ถ้าเรานั่งผิดท่าหรือไม่ได้ใช้เก้าอี้ที่เหมาะสมกับสรีรศาสตร์ จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกระดูกสันหลัง เช่น การกดทับของหมอนรองกระดูกสันหลัง . 4 เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ (ตามรายงานของ Mayo Clinic) . 5 ผลกระทบต่อคอบ่าไหล่ . ซึ่งมาจากท่าทางการนั่งทำงานที่ผิด ติดต่อกันเป็นเวลานาน ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์โดย British Journal of Sports Medicine พบว่าการนั่ง... ทำให้เมื่อยล้ามากกว่าการยืน . 6 ขาและกล้ามเนื้อก้น . นั่งนาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อขาและก้น สะโพก ไม่ได้ถูกใช้งาน อ่อนแรง ซึ่งถ้ากล้ามเนื้อสองส่วนนี้อ่อนแรง เรามักจะบาดเจ็บ จากการวิ่ง . (ปัญหานี้เคยเจอกับตัว หมอกายภาพที่ผมเคยไปรับการรักษา บอกว่า อาการบาดเจ็บอาจไม่ได้เกิดจากการวิ่งโดยตรง แต่เป็นผลสะสมจากการนั่งนาน จนก้นตาย . . นานแค่ไหน เรียกว่านาน ? . ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การนั่งนานที่จัดว่าเป็นอันตรายคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน!!! . แต่การยืนเป็นเวลานาน ก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน!!! . สิ่งที่แนะนำคือ ทำทั้งสองอย่างเป็นเวลา สั้นๆ สลับกัน ครับ . กฎ 30: 5 คือสิ่งที่ Gavin bradldy director ของ active working แนะนำ ให้ “นั่ง 30 และยืน 5 นาที” . อาจฟังดูยากๆ ถ้าที่ทำงานเป็นโต๊ะที่ปรับระดับให้สูง เพื่อยืนทำงานไม่ได้ . ก็ให้ set เวลา ทุก 30 นาที เพื่อลุกยืน หรือไปเข้าห้องน้ำ ไปกิจกรรมอย่างอื่น เรียกว่า ทำงานแบบ interval นั่ง 30 นาที / ลุกเดินยืน 5 นาที . การก้าวออกมาจากโต๊ะทำงาน ช่วยให้สมองได้พัก และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน . หัวใจสำคัญคือ "การเคลื่อนไหวที่มากพอ" ในชีวิตประจำวัน นอกเหนือไปจากการออกกำลังกาย . แค่ขยับ ก็เท่ากับการออกกำลังกาย . เช่น - การเดินคุยงานแทนการนั่งประชุม (กรณีคนประชุม 2-3 คน) - ยืนคุยกับเพื่อนแทนการนั่ง - การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ - การทำงานบ้าน แทนการนอนนั่งแช่นานๆ - เดินไปซื้อของระยะใกล้ๆบ้านแทนการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ . นอกจากวิ่งแล้ว การใช้ชีวิตระหว่างวันนั้นก็สำคัญยิ่งครับ . #เจอนี่ ที่มา https://bit.ly/34XwfYM https://bit.ly/3w1p39N
-
294
Podcast Ep 308 6 นิสัย Healthy สำหรับนักวิ่ง
6 นิสัย Healthy สำหรับนักวิ่ง . นิสัย Healthy ที่ว่านี้ไม่ได้เป็นผลดีแค่เรื่องวิ่ง แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วยครับ รันเนอร์เจอนี่ ไปเจอมา และอยากเล่าให้ฟัง ถึง 6 นิสัยเฮลตี้ ว่ามีอะไรกันบ้าง . 1 เป็นนักวิ่งตอนเช้า . จัดตารางวิ่ง(หรือออกกำลัง) เป็นสิ่งแรกของวัน การเป็นนักวิ่งตอนเช้า จะทำให้เราพบความสำเร็จเล็กๆแรก ในทุกๆเช้าที่เราสร้างเองได้ ส่งผลต่อความโปร่งโล่งสบายตลอดวัน เมื่อได้หลั่งสาร Endorphins สร้างตารางที่เป็น routine เข้านอนเร็วเพื่อตื่นเช้าให้ตรงเวลา วางเสื้อผ้ารองเท้าวิ่ง ก่อนเข้านอน เตรียมอุปกรณ์วิ่งให้พร้อมเพื่อตื่นเช้าจะได้พร้อมวิ่ง ไม่ติดเตียง ทำซ้ำ ประจำ ให้กลายเป็นนิสัยใหม่ . 2 ฝึกความแข็งแรงเสริมวิ่ง...ให้เป็นเรื่องปกติ . สร้างกล้ามเนื้อด้วย บอดี้เวท เพื่อสุขภาพ และลดอาการบาดเจ็บ เมื่อไม่เจ็บ...เราจะวิ่งได้ต่อเนื่อง ทำ 2-3 วันต่อสัปดาห์ ให้สม่ำเสมอและทำให้เป็นเรื่องปกติ อาจแบ่งทำเป็น Exercise snacks ว่างๆ ก็ทำเล่น เช่น Plank เมื่อตื่นนอนตอนเช้า push ups ก่อนอาบน้ำ squat ระหว่างพักเบรคทำงานช่วงบ่าย . 3 กินผักให้มาก . ผักมีแคลอลี่น้อยแต่มีสารอาหารที่หลากหลาย ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งนึง ในแต่ละมื้อสำหรับวันธรรมดาหรือซ้อมเบา ยังเป็นคำแนะนำที่คลาสิค เหมาะสำหรับลดน้ำหนัก มีคาร์บคุณภาพและสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย กินผักให้เป็นนิสัยใหม่ . 4 warm-up และ Stretching ให้ถึง . การคลายกล้ามเนื้อที่ตึงจากการวิ่ง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ (จริงๆ) . Dynamics stretches ก่อนวิ่ง เตรียมกล้ามเนื้อร่างกายให้พร้อมรับการเคลื่อนไหว Static stretching หลังวิ่ง ช่วยให้กล้ามเนื้อกลับไปสู่สภาวะปกติก่อนวิ่ง ไม่ตึงไม่เครียด กลับมายืดหยุ่นดีเป็นปกติ อาจใช้ โฟมโรลเลอร์เป็นตัวช่วยที่ดี หลังวิ่ง . คำแนะนำคือ 10-15 นาที warmup ให้เป็นนิสัยก่อนเริ่มวิ่ง เริ่มด้วย สวิงขาไปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง เดินเร็ว ก่อนเริ่มวิ่งเบาๆ . หลังวิ่ง ยืด 10-15 นาที เริ่มด้วย Hip flexors / hamstrings / quadriceps / น่อง ที่ตึงจากการวิ่ง รวมถึงยืดอกและไหล่ ช่วงบนลำตัวด้วย เพราะเราใช้แขนแกว่งระหว่างวิ่ง เพื่อแก้อาการตึง..หลังวิ่งจบเช่นกัน . 5 นอนให้อิ่ม . การนอนอาจเป็นหัวใจสำคัญในการเป็นนักวิ่งที่ดี เราฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลานอนนี่แหละ 6-9 ชั่วโมงคือค่าเฉลี่ยเวลานอนที่คนส่วนใหญ่ต้องการ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ปิดจอเครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์ โทรทัศน์ เพราะแสงสีฟ้าจากจอจะรบกวนการนอน มันจะไปทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนการนอนหลับ (เมลาโทนิน) ลดลง หาหนังสืออ่านก่อนนอนแทนการเล่นโทรศัพท์ . 6 นั่งให้น้อยลง . นั่งนานมีผลต่อ hip flexors และ hamstrings ตึง ควรลุกจากเก้าอี้เดิน ยืดเหยียดระหว่างช่วงเวลางานทุก 30 นาที Gavin bradldy director ของ active working แนะนำ ให้ “นั่ง 30 และยืน 5 นาที" สลับกันไป . การวิ่งหรือออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ช่วยให้สุขภาพดีแบบยั่งยืน ถ้าพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเรายังนั่งติดเก้าอี้ นาน ปัญหานี้เรียกว่า sitting disease โรคนั่ง (อ่านเรื่องการนั่งได้ที่ https://bit.ly/3iopjKm) นาฬิกา smartwatch บางเรือนจะมีการตั้งเตือนให้เราลุกขยับเมื่อเรานั่งนาน หรือมีโต๊ะทำงานที่ปรับสูงเพื่อให้ยืนทำงานได้ . . 6 นิสัย เฮลทตี้ ที่เรารับมาใช้เป็นนิสัยใหม่ ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม เพราะไม่ใช่แค่วิ่งแล้วทุกสิ่งที่จะดี ยังมีพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ต้องปรับและสร้างให้เป็นนิสัยใหม่ ที่เรียกว่า นิสัย Healthy . 1 วิ่งหรืออกกำลังทุกเช้า 2 ฝึกความแข็งแรงป้องกันการบาดเจ็บ 3 กินผักให้มากพอ 4 ให้เวลากับการ warm up และ Stretching ให้ถึง 5 นอนให้อิ่ม 6 นั่งให้น้อยลง . เรียบเรียงจากบทความ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ที่มา https://bit.ly/3eD3CoO
-
293
Podcast Ep 307 Power Nap งีบหลับ เท่าไหร่ดี
Power Nap งีบหลับ เท่าไหร่ดี . การงีบหลับนั้น ดี หรือ ไม่ดีต่อสุขภาพกันแน่ หลายคนสงสัย รันเนอร์เจอนี่ไปค้นข้อมูล ถึงข้อดีข้อด้อยและวิธีที่ดีที่สุดในการ “งีบหลับ” ให้มีประโยชน์มาฝากกันครับ . มาดูกันที่ประโยชน์กันก่อน . 1 ผ่อนคลาย 2 ลดความเมื่อยล้า 3 เพิ่มความตื่นตัว 4 อารมณ์ดีขึ้น 5 เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตอบสนองไวขึ้น ความจำดีขึ้น . มาดูกันที่ข้อเสียบ้าง . งีบหลับอาจไม่เหมาะกับทุกคน บางคนไม่สามารถงีบหลับระหว่างวันหรือมีปัญหานอนผิดที่ การงีบอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา . 1 ความเฉี่อยจากการนอน ตื่นมาอาจมึนงง สับสัน 2 ทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน . ปกติแล้วการงีบสั้นๆ จะไม่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนของคนส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นคนหลับยาก การงีบกลางวัน อาจรบกวนการนอนตอนกลางคืน ทำให้อาการแย่ลง . . แล้วงีบเมื่อไหร่ดี? . - เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าหรือรู้สึกว่าง่วงผิดปรกติ - ถ้าเมื่อคืนนอนน้อย หรือทำงานดึกกว่าปกติ - หรือต้องการมีให้มีตารางการงีบหลับ ในกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว . ปล. ถ้าเรารู้สึกต้องการนอนมากขึ้นระหว่างวันโดยไม่มีสาเหตุแน่ชัด ให้ลองปรึกษาแพทย์ อาจเกิดความผิดปรกติที่รบกวนการนอนในตอนกลางคืน เช่นการกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ . . เทคนิคการงีบ . ทำสม่ำเสมอเป็นประจำ - หลังเที่ยงไม่เกินบ่ายสาม เพราะจะได้ไม่ไปรบกวนการนอนตอนกลางคืน . ทำสั้นๆ - งีบสั้นๆ 10-20 นาที ถ้านานกว่านี้จะรู้สึกมึนงงมากขึ้น . ทำให้บรรยากาศเป็นใจ – มืด เงียบ สงบ เย็นสบาย ช่วยทำให้หลับง่าย (ใส่ผ้าปิดตา ใส่ earplug เปิดแอร์เย็นๆ ช่วยได้) . ดื่มก่อนนอน – espresso สักช็อตสำหรับคอกาแฟ ดื่มก่อนนอนช่วยให้ตื่นมาสดชื่นได้หลัง 15-20 นาที . . สรุประยะเวลาในการงีบและประโยชน์ที่ได้ . 15-20 นาที เรียกว่า Power nap ทำให้ตื่นมาสดชื่น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (ใช้ในการวิ่งเทรลข้ามคืน/ หรือทำประจำวันช่วงหลังเที่ยงก่อนบ่ายสาม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน) . 30 นาที ตื่นมางัวเงีย ไม่กระปรี้กระเปร่า . 60 นาที ส่งผลต่อคลื่นสมอง มีผลต่อการเพิ่มความจำ แต่ตื่นช่วงนี้จะงัวเงียและตื่นยาก . 90 REM stage ครบวงจรการหลับ ช่วยความคิดคสร้างสรรค์ความจำ ทำให้ร่างกายได้พักเต็มที่ เหมาะกับนักวิ่งนักกีฬา ส่วนตัวจะหลับ 90 นาที หลังวันวิ่งยาว . ที่มา https://wb.md/3wLYULD https://mayocl.in/2TjqvpQ
-
292
Podcast Ep 306 6 วิธี RECOVERY หลังวิ่ง Long Run
6 วิธี Recovery หลังวิ่ง Long run . หลัง วิ่งยาว วิ่งหนัก วิธีดูแลฟื้นฟูกล้ามเนื้อต้องทำยังไง รันเนอร์เจอนี่ไปรวบรวมวิธีมา เล่าให้ฟังแบบนี้ครับ . 1 น้ำและเกลือแร่ . หลังวิ่งหนัก หรือ long run สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทนเหงื่อที่เสียไป ในช่วง 10-15 นาทีหลังวิ่งเสร็จ แม้ว่าร่างกายจะเย็นลงหลัง cool down แต่เหงื่อก็ยังคงออกอยู่ วันวิ่งยาว-วิ่งหนัก โค้ชจึงมักให้จิบน้ำตลอดวันหลังซ้อมเสร็จ *ดื่มให้พอ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังวิ่ง . 2. ยืดเหยียด . จำเป็นและเป็นหัวใจในการฟื้นฟูหลังวิ่ง ช่วงเวลาคูลดาวน์จะช่วยให้กรดแลคติกถูกขับออกสู่กระแสเลือด และออกจากร่างกาย เราควรใช้เวลาอย่างน้อย 10-15 นาทีหลังวิ่งเสร็จ โฟกัสที่กลุ่มกล้ามเนื้อหลัก . -ต้นขาด้านหน้า แฮมสตริง -น่อง สะโพก -รวมถึงส่วนอื่นๆที่รู้สึกตึง ล้า . ใครมีโฟมโลเลอร์ ลองใช้นวดคลายดูจะช่วยได้มาก ในจุดที่เป็นปม พังพืด . 3. แช่ น้ำเย็น - สลับน้ำร้อน . Ice – Heat” แช่น้ำร้อนสลับน้ำเย็น คำแนะนำจากหนังสือ “สุดยอดการฟื้นฟูร่างกาย วิถีสแตนฟอร์ด” เขียนโดย Tomoo Yamada . แช่ น้ำเย็น - สลับน้ำร้อน จะทำให้เส้นเลือดหดและขยายตัวซ้ำๆ หลายครั้ง กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เพื่อนำสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อ ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว . วิธีการคือ (แช่อ่างหรือใช้ฝักบัว) . - ให้แช่น้ำเย็น 2-3 นาที เป็นสิ่งแรก - หลังจากนั้นเริ่มแช่ น้ำร้อน 60 วินาที - ต่อด้วยแช่น้ำเย็น 60 วินาที - นับเป็น 1 เซต ทำแบบนี้ซ้ำๆ 4-5 เซต - ปิดท้ายด้วยการแชน้ำเย็น 2- 3 นาที . (ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ) . 4. กินอะไรหลังวิ่ง . โปรตีน + คาร์บ + เป็นสิ่งจำเป็นหลังวิ่งยาว หนัก คำแนะนำคือภายใน 20 นาทีหลังวิ่ง หรือไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง สัดส่วนคือ คาร์บ 4 ส่วนโปรตีน 1 ส่วน ถ้ากินไม่ลง ลองดื่มนมหรือโปรตีนเชค นมช็อคโกแลตก็เป็นตัวเลือกที่หลายคนแนะนำ . 5. งีบหลับ . วิ่งยาวเสาร์อาทิตย์ หลังทำทุกสิ่ง และจบมื้ออาหารแล้ว ก็ได้เวลาหลับสักงีบ การนอนเป็นการ Recovery ที่ดีที่สุด . 6. active recovery เคลื่อนไหวไร้แรงกระแทก (เดิน ปั่น ว่าย ) ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ด้วยระบบไหลเวียนโลหิต พาอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ การเคลื่อนไหว ช่วยเพิ่มการไหลเวียน และจะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงขา ช่วยเพิ่มการ recovery แต่ต้องไม่วิ่งหนักหรือมีแรงกระแทก . โค้ชมักแนะนำให้ปั่นจักรยานเบาๆ ในวันถัดมา หรือมื้อซ้อม มื้อถัดมา เช่น เช้าวิ่งยาว เย็นปั่นเบาๆ หรือว่ายน้ำ จะช่วยให้เลือดไหลเวียน ฟื้นฟูได้เร็วขึ้น สดชื่นขึ้น อาจใช้การเดินสั้นๆ จ๊อกกิ้งในน้ำก็เป็นตัวเลือกที่ดี การเดิน 15-30 นาทีในน้ำจะไม่มีแรงกระแทก และเลือดไหลเวียนได้ดี ฟื้นฟูได้เร็ว (หาสระเด็กหรือน้ำระดับเอวเดินเร็วใต้น้ำช่วยได้ เหนื่อย...แต่ไม่มีแรงกระแทก ) . . - น้ำและเกลือแร่ เติมกลับไปในร่างกายให้เร็ว และดื่มให้พอตลอดวันหลัง long run หรือวันวิ่งหนัก . -ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลักที่ใช้วิ่ง หรือส่วนที่ตึงล้า อาจใช้โฟมโรลเลอร์ช่วยบริเวณที่ต้องการเน้น . - กินอาหารฟื้นฟูหลังวิ่งสัดส่วน คาร์บ 4 ต่อ โปรตีน 1 ส่วน - แช่น้ำเย็น หรืออาบร้อนสลับเย็น - งีบหลับ ยกขาสูง หรือนวดเบาๆผ่อนคลาย - เคลื่อนไหวด้วย active recovery ไร้แรงกระแทก เช่นเดินเบาๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เดินในน้ำ - สุดท้าย หลับให้พอในคืนนั้น . เทคนิคฟื้นฟูสำหรับวิ่งยาว วิ่งหนัก หรือวันแข่ง (ปีนี้น่าจะไม่มีงานแข่ง) . รวบรวมเรียบเรียงจากการสัมภาษณ์โค้ช และนักวิ่งในรันเนอร์เจอนี่ และข้อมูลเพิ่มเติมจาก . https://bit.ly/3knXULg https://bit.ly/3et2Tqc
-
291
Podcast Ep 305 เทคนิควิ่ง Hill Repeat เพิ่ม Speed
ฝึก Hill Repeat เพิ่ม Speed . นักวิ่งต่างจังหวัดกับการฝึกขึ้นเขา เป็นของคู่กัน ตอนไปแคมป์ โปรหนำที่เชียงใหม่ หนี่งในกิจกรรมต้องทำคือ hill repeat . จเร เจียรไนย นักไตร ก็มี 1 วันที่ต้องวิ่งอัดขึ้นเนินที่ภูเก็ต ตอนไปถ่ายสัมภาษณ์ อ. กฤตย์ ทองคง ก็ได้มีโอกาสวิ่งตามอาจารย์ลุงกฤตย์ขึ้นเขา พร้อมได้เทคนิคดี ๆกลับมา . ประโยชน์การฝึกวิ่ง Hill Repeats คือ ได้สร้างความแข็งแรง เพิ่ม Speed . ไม่ว่าเขาองศาชันเนิน เขา จะต่างกันแค่ไหนในแต่ละพื้นที่ แต่พื้นฐานการฝึกจะเหมือนกัน คือ “วิ่งขึ้นเขาเร็ว...และวิ่งจ๊อกหรือเดินลงช้าๆ” เพื่อ Recovery . วิธีฝึก 1. นักวิ่งหน้าใหม่เพิ่งเริ่มวิ่งอาจยังไม่แข็งแรงพอที่จะฝึก ให้วิ่งจนมั่นใจว่ากล้ามเนื้อแข็งแรงดี หัวใจดี ค่อยเริ่มฝึก . 2. ใช้ระยะทางสัก 100-200 เมตร ชันพอวิ่งได้ด้วยฟอร์มการวิ่งที่ดีไปตลอดระยะทาง (อย่าให้ชันเกินไปจนวิ่งไม่ไหว) . 3. ก่อนเริ่มต้อง warm up ให้พอ 10-15 นาที วิ่งช้าๆ . 4. อย่ามัวจ้องแต่มองเท้า หรือเงยหน้ามองยอดเนินจนใจเสีย มองแค่ 5-6 เมตรข้างหน้า จะช่วยโฟกัส มีสมาธิกว่า . 5. เริ่มวิ่งด้วยความเร็วแข่ง 5 k คุมจังหวะ ความเร็ว ฟอร์มท่าวิ่ง ดันเนินด้วยความหนักสม่ำเสมอตลอดระยะทาง . 6. แขนแกว่งทำมุมตั้งฉาก การแกว่งแขนไปข้างหน้าและข้างหลัง...ช่วยพาเราขึ้นเขาได้ (หมุนแขนด้วยไหล่ อย่าแกว่งข้ามลำตัวไปมา) . 7. หลังตรง ... ลีน ล้ม โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แต่อย่าให้หลังโก่งหรือหลังค่อม . 8. เมื่อถึงยอดเนิน ควรหอบหนักจนพูดไม่ออก ขาหนัก แสดงว่าถูกแล้ว!!! ให้กลับลงมา recovery ด้วยการ jogging หรือเดินลงเขา . 9. จำนวน repeat ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ประสบการณ์ ความฟิต ผู้เริ่มต้นอาจจะ 2- 3 รอบ ค่อยๆ เพิ่มรอบในสัปดาห์ถัดๆไป สำหรับนักวิ่งที่วิ่งมานาน อาจเริ่มด้วย 6 รอบ และค่อยๆเพิ่มทีละวีค ไม่ควรเกิน 10 รอบ . 10. อย่าวิ่ง hill repeat เกินสัปดาห์ละครั้ง และลองวิ่งขึ้นเนินในรูปแบบผสมกันระหว่าง สูงชันแต่สั้นวิ่งเร็ว หรือวิ่งยาวช้าๆเนินซึม . . ปล. คุมความเร็วทุกรอบให้ใกล้กัน คือหัวใจสำคัญ ด้วยความเร็ว pace แข่ง 5 k หรือวิ่ง โซน 5 การฝึกอีกแบบที่ อ.กฤตย์แนะนำคือ เนิบยาวช้า เป็นการ jogging ขึ้นเขาเนินซึม ยาวๆ ไม่ใช้ความเร็ว แต่ใช้ระยะทางยาว ทำซ้ำกี่รอบก็ว่าไป ตามกำลังของแต่ละคน . รวบรวมจากบทสัมภาษณ์ในคลิป รันเนอร์เจอนี่และจากแหล่งอ้างอิง . https://bit.ly/3B1U8Ny
-
290
Podcast Ep 304 5 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
5 วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย . เป็นวิธีง่ายๆ ที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันเราดี ครับ . 1.กินอาหาร healthy . หัวใจสำคัญที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง เริ่มต้นที่อาหารเมื่อเราทานเข้าไป กินผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช โปรตีนไร้ไขมัน และไขมันดีให้พอ ตัวอย่างอาหารธรรมชาติที่ให้สารอาหาร เพื่อรักษาระบบภูมิคุ้มกันเช่น . • Vitamin B6, ไก่ ปลาแซลมอน ทูน่า กล้วย ผักใบเขียว มันฝรั่ง • Vitamin C, ผลไม้รสเปรี้ยว ส้ม สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ บร็อคโคลี่และผักโขม • Vitamin E, อัลมอนด์ น้ำมันดอกทานตะวันและดอกคำฝอย เมล็ดทานตะวัน เนยถั่วและผักโขม . วิตามินที่เราได้จากอาหาร มีประสิทธิภาพดีพอสำหรับการสร้างภูมิคุ้มกัน . . 2 .ออกกำลังกายสม่ำเสมอ . ไม่ใช่แค่สร้างกล้ามหรือช่วยลดความเครียด การออกกำลังกายยังช่วยสร้างภูมิต้านทานให้เรา ช่วยปรับปรุงการทำงานของภูมิคุ้มกัน โดยการเพิ่มการระบบการไหลเวียนในร่างกาย ทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันและโมเลกุลที่สู้กับการติดเชื้ออื่นๆ สามารถเดินทางไปทั่วร่างกายได้ง่าย คำแนะนำคือออกกำลังกายเพียง 30 นาที ด้วยความเข้มข้นปานกลางทุกวัน จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย . . 3 ดื่มน้ำให้พอ . น้ำคือส่วนที่สำคัญมากสำหรับร่างกาย ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน น้ำเหลืองเป็นของเหลวในระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งมีเซลล์ภูมิคุ้มกันสำหรับต่อสู้กับการติดเชื้อ ร่างกายเราประกอบด้วยน้ำ หากเกิดภาวะขาดน้ำจะทำให้น้ำเหลืองเคลื่อนไหวช้าลง อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ . . 4. นอนให้พอ . ระหว่างนอนมีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายเรามากมาย เช่น โมเลกุลสำคัญในการต่อสู้กับการติดเชื้อจะถูกสร้างขึ้นในระหว่างหลับ นอนไม่พอ ภูมิตก โอกาสติดเชื้อป่วยได้ง่าย การอดนอนนั้นสัมพันธ์กับภาวะเรื้อรังหลายโรคเช่น . โรคหัวใจและหลอดเลือด อาการซึมเศร้า โรคเบาหวาน โรคอ้วน . จำนวนชั่วโมงที่แนะนำคือ 7-8 ชั่วโมง โดยมีจำนวนชั่วโมงหลับลึก รวมกันอย่างน้อยๆ 1.50 ชั่วโมง . . 5 ลดความเครียด . ความเครียดส่งผลต่อร่างกายสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความเครียดเรื้อรังที่เกิดบ่อยครั้งยาวนาน ร่างกายจะตอบสนองต่อความเครียด โดยจะกดภูมิคุ้มกันของเรา เพิ่มโอกาสของการติดเชื้อหรือเจ็บป่วย . คลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย การหายใจ การทำสมาธิ ลดการเสพข่าวสาร หรือหากิจกรรมคลายเครียด . 5 วิธี ที่เราทำได้ด้วยตัวเราเอง อาหารดี / ออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำพอ / นอนอิ่ม /และไม่เครียด . รักษาสุขภาพนะครับ ที่มา . https://bit.ly/3htq5GR https://bit.ly/3htDkHe
-
289
Podcast Ep 303 Squat เด็ด กับ 7 ประโยชน์
Squat เด็ด ! กับ 7 ประโยชน์ . คิดท่าไม่ออกให้ทำ Squat !! ท่าฮิตท่าเด็ดท่านี้ เป็น dynamic strength training exercise . ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน ทำงานร่วมกันในการย่อและลุก เป็นกล้ามเนื้อกลุ่มเดียวกับ ที่ใช้ออกแรงในการเดิน ปีน ขึ้นบันได แบกของหนัก . ซึ่งแน่นอนว่าได้ใช้ในการวิ่งด้วย . เราใช้กล้ามเนื้อส่วนไหนบ้าง ในการ ทำ Squats? . แน่ๆเลยคือ lower body กล้ามเนื้อส่วนล่างของลำตัว กล้ามเนื้อก้น สะโพก กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ขาหนีบ hip flexors น่อง . นอกจาก lower body แล้ว การทำ squat ยังใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวด้วย . มาดู 7 ประโยชน์ ของการทำ squat กัน ว่ามีอะไรกันบ้างครับ . 1. แกนกลางลำตัวแข็งแรง เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง จะทำให้เคลื่อนไหวง่าย กลับตัว หมุนตัว ก้ม ยืน สะดวก ช่วยในการ balance ร่างกาย ลดปัญหาการเจ็บหลังล่าง และทำให้รักษาฟอร์มท่าทางการวิ่งได้ดี . 2. ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เมื่อกล้ามเนื้อส่วนล่าง lower body แข็งแรง เราจะสามารถเคลื่อนไหวทั้งร่างกายได้ในท่าทางที่ถูกต้อง . ฟอร์มท่าวิ่งถูก การทรงตัวดี มีความคล่องตัว การทำ squat เป็นประจำ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับ เอ็น กระดูก ซึ่งตามที่ American council on exercise กล่าวไว้ว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ . 3 เบิร์นแคลอรี่ พูดถึงการเบิร์นแคลอรี่เรามักนึกถึง aerobic exercise อย่างการวิ่งกับปั่นจักรยาน แต่จริงๆแล้ว การทำ strength training exercises ที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วน ในการเคลื่อนไหวร่วมกันอย่าง Squat ก็เผาผลาญไขมัน และเบิร์นแคลอรี่ ได้อย่างจริงจังด้วย . Harvard Medical School รายงานว่า คนที่มีน้ำหนัก 155 ปอนด์ สามารถเบิร์นแคลอรี่ได้ 223 แคลอรี่ ใน 30 นาที ด้วยการทำ weight training หรือ strength training exercises อย่าง Squats . 4 สร้างความแข็งแรงให้กับ กล้ามเนื้อส่วนล่าง Lower body กล้ามเนื้อส่วนนี้ใหญ่สุด และแข็งแรงมีพลังมากที่สุด . เมื่อกล้ามเนื้ออยู่ในสภาพที่ดี แข็งแรง เราจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างดี บาดเจ็บน้อยลง จะเดินหรืออกกำลังกายใดๆ ก็จะง่ายขึ้น . 5 เพิ่มพลังความสามารถในการแข่งขัน ถ้าเราต้องการแข่งกีฬา ต้องการเพิ่ม performance jump squats เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยให้เพิ่มแรงระเบิดพลัง!! เพิ่มความเร็ว!! สร้างความแตกต่างจากการฝึกทั่วไปได้ . 6 squat นั้นมีหลากหลายท่าให้ได้เล่น เมื่อเราทำท่า basic squat ได้ชำนาญ ให้ลองรูปแบบอื่นๆ ดู จะช่วยให้เราสนุกกับการออกกำลังกาย และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ด้วย . Squats ทำแค่ตัวเปล่าก็ได้ หรือจะเพิ่มน้ำหนักด้วย dumbbells Barbells / Kettlebells ก็ได้ . 7. squats ทำได้ทุกที่ เราสามารถทำ bodyweight squats ได้ทุกที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ ใช้แค่ตัวเรา ทำได้ในห้องแคบๆ ใช้แค่สะโพกนั่งลงไปในท่านั่ง เท่านั้น . และถ้าไม่มีเวลา เราอาจแบ่งทำเป็น เช้า 25 ครั้ง เย็น 25 ครั้ง ก็ได้ . การทำ squat แบบหลากหลายจะช่วยเปลี่ยนกล้ามเนื้อใช้งาาน เพิ่มความแข็งแรง แก้เบื่อ ไม่ต้องทำท่าเดิมซ้ำๆ แต่ก่อนทำแบบอื่นๆ ให้มั่นใจว่าเบสิค squat เราถูกต้อง . วิธีทำ Basic squat 1. เท้ากว้างกว่าสะโพกเล็กน้อย . 2. ยืดหน้าอก เกร็งหน้าท้อง ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนส้นเท้า และดันสะโพกไปด้านหลัง เพื่อลงไปอยู่ในท่านั่ง . 3 ลดสะโพกต่ำลงจนต้นขาขนานหรือเกือบขนานกับพื้น . 4 ให้โฟกัส รู้สึกถึงการใช้งานที่ต้นขาและก้น . 5 หายใจออก และดันกลับไปอยู่ในท่าเริ่มต้น . ดูตัวอย่างการทำ squat ได้ที่ หมออีม ทำสควช https://bit.ly/3pBmvNm โปรหนำสอนทำ สควอช https://bit.ly/3pDJ1F5 . ที่มา https://www.healthline.com/.../exercis.../squats-benefits...
-
288
Podcast Ep 302 Fartlek วิ่ง “เล่น” กับความเร็ว
Fartlek วิ่ง “เล่น” กับความเร็ว ความสนุก!!! ที่ช่วยให้เร็วและอึด . 1 Fartlek เป็นคำสวีดีชที่แปลว่า speed play . 2 คือรูปแบบหนึ่งของการฝึก interval . 3 ช่วยพัฒนาความเร็วและความทนทาน . 4 ใช้หลากหลาย pace ในการวิ่ง ระหว่างวิ่งเร็วและวิ่ง jogs . 5 ต่างจาก interval แบบปกติที่มีแบ่งความเร็วด้วยเวลา หรือความเร็วเป็นเซตๆ Fartlek จะไร้รูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจน . 6 วิ่งเร็ว ช้า ขึ้นอยู่กับร่างกายเราว่ารู้สึกอย่างไร เราสามารถทดลองความเร็ว ความนาน ฝึกการเปลี่ยน pace ได้ . 7 นักวิ่งหน้าใหม่มักชอบเล่นกับความเร็วแบบ Fartlek เพราะยืดหยุ่นกว่า ไม่เคร่งเครียดเกินไป เหมือนลงคอร์ทปกติที่ต้องเหมือนกันทุกเซต . 8 Fartlek สามารถวิ่งได้ทุกที่ ทุกสภาพผิว ถนน เทรล ขึ้นเขา ฯลฯ . 9 Fartlek จะไปกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว เพื่อเพิ่ม speed พัฒนา Anaerobic threshold . 10 ตัวอย่างการทำ Fartlek Workouts . ลองเริ่มระยะเวลาสั้นๆ ความเร็วไม่มากก่อนในการวิ่งปกติ คุมความเร็วระยะทางให้ได้ เช่น 200 เมตรหรือ 30 วินาที การเล่นกับความเร็วสามารถเลือกจุด landmarks เช่น เสาไฟฟ้า ต้นไม้ . อะไรก็ได้ระหว่างทางเป็นตัวกำหนดจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดความเร็ว (วิ่งหนีน้องหมาก็เป็นอีกหนึ่ง fartlek) . เมื่อจบช่วงวิ่งเร็ว - ช่วง jogs ช้า อาจช้ากว่าการวิ่งปกติ คุมความช้าให้ฟื้นตัวจนหายเหนื่อย ให้ระบบหายใจกลับมาเป็นปกติ ค่อยกลับมาวิ่งด้วยความเร็วปกติ และผสมการการวิ่งเร็วแทรกเพิ่มเข้าไปอีก . ตัวอย่างสำหรับผู้เริ่มต้น . 10 นาที warmup วิ่งสบายๆ 1 นาที (วิ่งเร็ว) 2 นาที (easy) 2 นาที (วิ่งเร็ว) 1 นาที (easy) ทำซ้ำแบบนี้เป็น set 3- 4 ครั้ง 10 นาที cool down วิ่งสบายๆ . ตัวอย่าง Fartlek บนเทรดมิลล์ . ถ้าดูทีวีบนลู่วิ่ง เราอาจเอาเวลาช่วงโฆษณา เป็นช่วง sprint หรือระหว่างฟังเพลง อาจเลือก sprint ช่วงท่อนฮุคของเพลง . การวิ่ง Fartlek หัวใจคือการเล่นกับความเร็ว ด้วยการฟังเสียงร่างกาย พักให้พร้อมแล้วลุยต่อด้วยความเร็ว . อาจเอาการวิ่ง Fartlek ใส่ในท่อนกลางของการวิ่ง easy วันธรรมดา ให้วันนั้นสนุกขึ้น หรือใส่ใน Long run ก็ได้ เห็นนักวิ่งหลายคนที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ก็ชอบวิ่งกัน . หัวใจของการเล่นกับความเร็วแบบ fartlek น่าจะอยู่ที่ความ “สนุก” เพราะขึ้นชื่อว่า “เล่น” กับความ “เร็ว” . Speed play เอาความ “สนุก” เป็นที่ตั้ง ฟังเสียงร่างกายแล้ววิ่งให้สนุกและปลอดภัยครับ . ปล.ควรวิ่งในพื้นที่ปลอดภัย หรือใช้การทำ Fartlek บนเทรดมิลล์แก้เบื่อในช่วงนี้ก็ดีเลยครับ .. ชมคลิปอธิบายเรื่องFartlek https://bit.ly/3q5rm9K ที่มา https://bit.ly/3vnJ6hD
-
287
Podcast Ep 301 5 สัญญาณ อาการ Overtraining
5 สัญญาณ อาการ “Overtraining” . อะไรเกินพอดี นั้นไม่ดีแน่ วิ่งมากเกิน จะทำร้ายร่างกายเราได้ . ความเข้มข้น ปริมาณการฝึก แบบเป็นขั้นเป็นตอนนั้นสำคัญ ถ้าเราข้ามขั้น ใจร้อน อาจเจอได้ 3 สิ่งนี้คือ . - Burnout หมดไฟในการวิ่ง - Overtraining ซ้อมหนักเกินไป - และบาดเจ็บได้ มาดูกันว่าครับกับ 5 สัญญาณ ที่บอกอาการ Overtraining” . . 1 เดินขึ้นบันไดแล้วหอบ . บันไดรถไฟฟ้า บันไดบ้าน ที่ทำงาน บันไดซึ่งปกตินักวิ่งอย่างเราไม่เคยเป็นปัญหา แต่ถ้าวันไหนเราเดินขึ้นธรรมดาแล้วรู้สึกว่า . หอบ รู้สึกเจ็บ Quads หน้าขาร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรง แสดงว่าเราควรพักได้แล้ว . . 2 ไม่มีความสุขขณะซ้อม . ถ้าวิ่งไปอย่างไร้เป้าหมายไม่มีความสุข วิ่งไปท้อไปหรือบ่นกับตัวเองตลอดทาง น่าจะได้เวลาพักแล้วครับ . การวิ่งควรเป็นกิจกรรมที่นำมาซึ่งความสุขให้พลังกับชีวิต ถ้าไม่ใช่...แสดงว่าเราอาจทำมันมากเกินไป จำเป็นต้องมีช่วงพักให้ตัวเองบ้าง อาจลดจำนวนเวลา ระยะทาง ความเร็ว ตัดการซ้อมหนักๆออกไป แค่ออกกำลังกายเบาๆ ให้รู้สึกดี ไม่ต้องคาดหวังกังวลเรื่องความเร็วและระยะทางใด ๆ ปล่อยใจไป วิ่งให้สบายๆ . . 3 weekly mileage มีแต่ วิ่งเร็วและหนัก . สัญญาณอันตรายนี้บอกว่าอาจเจอปัญหา overtraining ได้ ถ้าสัดส่วนของการซ้อมเร็ว มากเกินพอดี เน้นแต่การซ้อมคุณภาพที่เข้มข้น มากกว่าระยะทางสะสมในการสร้าง endurance . กฎ 80-20 คือหลักยึดเพื่อป้องกัน ซ้อม endurance / easy / recovery เป็นหลัก 80 % ซ้อม speed เข้มข้น ซ้อมหนัก วิ่งเร็ว ไม่เกิน 20 % . . 4 อยากนอน มากกว่าอยากออกไปวิ่ง . ความขี้เกียจ - แรงจูงใจที่ลดลงเป็นเรื่องปกติ เกิดกันได้ แต่ถ้าอยากนอน อยากหาอะไรทำที่ชอบมากกว่าออกไปวิ่ง นั่นคือสัญญาณว่าเราอาจกำลังเหนื่อยล้า จากความพยายามมากเกินไปของตัวเอง . เราพยายามลดน้ำหนัก ด้วยการฝึกหนัก (เพราะอยากลดเร็วๆ) . พยายามซ้อมหนัก เพื่อเพิ่มระยะทางตามความคาดหวัง (เพราะลงเก็บระยะทางไว้ วิ่งไม่ทัน) . ให้หยุดพักเมื่อรู้สึกว่าอยากนอน - มากกว่าออกไปวิ่ง ให้รางวัลกับตัวเองด้วยการพักสัก 3-4 วัน ให้ความคิดถึงการวิ่ง พาเรากลับไปหามัน . . 5 heart rate สูงเมื่อวิ่ง easy run . ถ้าวิ่งช้าๆ สบายๆอย่างที่เคยวิ่งแล้ว heart rate พุ่ง แสดงว่าความล้าสะสมมันเยอะเกินไป . Performance ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณว่าเรากำลัง overtraining อย่าฝืน ให้พัก อย่างจริงจัง นอนให้เยอะขึ้น กินดี อาจนวดคลาย ใช้โฟมโรลเลอร์ช่วยยืดน่อง กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองด้วยการพัก การนอนคือตัวเลือกแรกที่สำคัญที่สุด และค่อยๆกลับมาเริ่มวิ่งเบาๆ เมื่อพร้อม . . Too much - too fast - too soon 3 คำสำคัญ ที่ต้องระวัง เยอะไป เร็วไป ใจร้อน คือหลักสำคัญ...ในการหลีกเลี่ยง เพื่อที่จะไม่ทำให้เรา เกิด อาการ “Overtraining” .. เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ ในรันเนอร์เจอนี่และ ที่มาจาก https://bit.ly/3wn5rfB
-
286
Podcast Ep 300 10 Tips วันวิ่งยาว Long Run
10 tips วันวิ่งยาว . รันเนอร์เจอนี่ มี 10 tips กับความสุขทางไกล ใน long run วันวิ่งยาว มาฝากกันครับ . 1 ซอยระยะเป็นท่อนๆ . เช่นวิ่งยาว 20 กิโลเมตร ให้แบ่งทีละ 5 กิโลเมตร ทำ 4 เซต หรือแบ่งครึ่งทาง วิ่งขาไป10 กิโลเมตร ยังไงก็ต้อง วิ่งกลับอีก 10 กิโลเมตร ซอยเป้าหมายเล็ก ๆ ทำได้ง่ายขึ้น . 2 วิ่งช้ากว่าเดิม . ช้ากว่าวันธรรมดา อาจช้ากว่า easy ช้ากว่าที่เคยช้า จะทำให้การวิ่งยาวนั้น...ง่ายขึ้น ไม่สนเวลา และความเร็ว เราสนแค่ระยะทาง . 3 เตรียมใจรับทางไกล . วิ่งไกลมักคิดลบ-คิดแย่ๆ ก่อนจะเริ่มวิ่งด้วยซ้ำ ยาวแน่ ไกลมาก เหนื่อยนะ ความคิดลบมาเต็ม เตรียมใจรับทางไกล บอกตัวเอง เราทำได้ ปลุกใจ เตรียมใจ และหาตัวช่วยระหว่างทาง เช่น เพลงเพราะ podcast สนุกๆ แล้วเตรียมใจวิ่งไปเรื่อยๆ . 4 วิ่ง / สลับเดิน . ถ้าเหนื่อย ไม่ไหว ควรอนุญาตให้ตัวเอง เดินพัก recovery เมื่อจำเป็น กลยุทธ์เดินสลับวิ่งใช้ได้ผลระหว่างทางไกล เช่น . วิ่ง 1 กิโลเมตร เดิน 100 เมตร วิ่ง 500 เมตร เดิน 100 เมตร หรือเอาเวลากำหนดก็ได้ เช่น . วิ่ง 2 กิโลเมตรเดินพัก 2 นาที แล้วไปต่อเรื่อยๆ . 5 เปลี่ยนสถานที่วิ่งเพื่อความตื่นเต้น . (ถ้าเป็นจังหวัดหรือเมือง ที่ออกไปวิ่งข้างนอกได้) . แต่ถ้าอยู่ในกทม หรือเมืองที่ต้องใส่หน้ากากเมื่ออยู่ outdoor ตามประกาศ ก็วิ่งบนเทรดมิล + หาอะไรทำบนเทรดมิล ดูหนัง ฟังเพลง . 6 เตรียมรางวัลให้กับตัวเอง . เมื่อวิ่งจบครบระยะ มอบรางวัลให้กับตัวเอง เป็นการสร้างแรงจูงใจ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เตรียมเครื่องดื่มเย็นๆไว้รอ เตรียมอาหารอร่อยให้ตัวเอง นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะได้กินของอร่อย . เพราะเราใช้พลังงานมาก!!! กินได้ กินเข้าไป!!! . 7 เตรียมร่างกายให้พร้อม . เตรียมใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องเตรียมร่างกาย นอกจากที่เราจะค่อยๆเพิ่มระยะทาง เป็นขั้นตอน สะสมมาดีพอแล้ว ก่อนวิ่งไกลวิ่งยาวได้ ยังต้องเตรียมความแข็งแรง ของกล้ามทั้งตัวเพื่อรับงานหนัก . การวิ่งไกล จะได้ไม่เป็นการทำร้าย ร่างกายเราเอง . หาคลิปสร้างความแข็งแรงแล้วฝึกตาม กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ช่วงบน ช่วงล่าง ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อเตรียมร่างให้พร้อมกับการวิ่งไกล จะได้ไม่บาดเจ็บ และจบแบบสนุก . 8 เครื่องดื่มและอาหารระหว่างวิ่ง . ดื่มน้ำทั้งก่อน ระหว่าง และหลังวิ่งให้พอ เตรียมเครื่องดื่มเกลือแร่ และอาหาร ระหว่างทาง เพราะเราวิ่งยาว ยังไงก็ต้องเติม เดี๋ยวหมด ส่วนการกินของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ควรทดลองและหาสิ่งที่เหมาะกับเรา บางคนกินกล้วย ขนมปัง สแนค ให้เน้นอร่อย สปอยตัวเอง... แต่เฮลตี้ . กินยังไง? กินก่อนหิว เติมทีละน้อยๆ ซอยมื้อเล็กๆ . เป็นสิ่งที่นักวิ่งอีลีทหลายคนแนะนำ!! . 9 ตั้งเป้าหมายเล็กๆ . สำหรับการวิ่งยาวแต่ละครั้ง เป้าหมายย่อยจะสร้างแรงกระตุ้น ให้วิ่งสนุกขึ้น . - ระยะทางท้าทายไกลกว่าครั้งก่อน - ทำเวลาได้ต้องดีกว่าเดิม - โฟกัสฟอร์มการวิ่งที่ดีตลอดการวิ่งยาว - หรือใช้การวิ่งยาวเป็นการซ้อมกิน . บางคนใช้การวิ่งบำบัด คุยกับตัวเอง เพื่อเข้าใจตัวเอง เห็นตัวดำตัวขาว ในตัวเรา และเอาชนะช่วงเวลาท้อแท้ . 10 หาเหตุผลให้ตัวเอง ว่าวิ่งเพื่ออะไร ? . เราวิ่งยาวเพื่อสะสมระยะไปมาราธอน ยังไงก็ต้องวิ่งยาว . เราอยากอยู่กับตัวเองคุยกับตัวเองยาวๆ ก็ลองวิ่งยาว เราท้าทายระยะทางตัวเอง ไปให้ถึงเป้าหมาย เพื่อพัฒนาศักยภาพตัวเอง ลองวิ่งยาว . เราอยากวิ่งสัมผัสเส้นทาง ท่องเที่ยวด้วยสองเท้า โดยใช้การวิ่งยาว . ตอบตัวเองให้ได้ ว่าทำไมต้องวิ่งยาว . วันเสาร์อาทิตย์ ส่วนใหญ่เป็นวันวิ่งยาว ขอให้มีความสุขยาวๆกับวันวิ่งยาวครับผม . longRUN ลองรัน
-
285
Podcast Ep 299 การหาค่าหัวใจขณะพัก RHR บอกอะไรเรา
หัวใจขณะพัก บอกอะไรเรา ? RHR- Resting Heart Rate #ชวนฟังหัวใจตัวเอง . สุขภาพหัวใจนั้นสำคัญมาก ก็เพราะ ”หัวใจ” คือ “หัวใจ” ของร่างกาย . เราสามารถเช็คสุขภาพหัวใจของเราได้ โดยใช้สองนิ้วเหมือนจอมยุทธ์หนังจีน วัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักนั่นเอง . ตัวเลขค่าหัวใจขณะพัก RHR (Resting Heart rate) คือจำนวนครั้งของหัวใจ ที่เต้นใน 1 นาที ขณะเราพัก . วิธีวัด RHR นอกจากใช้นาฬิกาสมาร์ทวอชแล้ว ยังทำง่ายๆด้วย 2 นิ้ว . 1 วัดเมื่อตื่นลืมตา ก่อนลุกจากเตียง ก่อนขยับทำอะไร . 2 ใช้สองนิ้ว ชี้และกลาง วางบนข้อมือ เพื่อจับชีพจร . 3 เมื่อรู้สึกได้ถึงการเต้นของชีพจร ให้นับจำนวนครั้ง ภายใน 30 วินาที . 4 เอาตัวเลขที่ได้ไปคูณ 2 . 5 ทำซ้ำแบบนี้สัก 3 วัน เพื่อหาค่าเฉลี่ยเพื่อความแม่นยำ . . ตัวเลข RHR ที่ได้ .. 60-100 คือค่าปกติ . ต่ำกว่า 60 นั่นแปลว่าเราฟิต และมีหัวใจที่ทำงานได้ดี . สูงกว่า 100 อาจแปลได้ว่ากำลังเครียด หรือป่วย หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน . ค่า RHR ที่สูงเกินค่าเฉลี่ยปกติเรา อาจกำลังบอกว่าเรา overtraining . ตัวเลขที่เกินกว่าค่าเฉลี่ยพักปกติ 5 bpm แสดงว่าเราควรพักมากขึ้น . ค่าเฉลี่ย RHR จะสูง 1– 2 วันหลังวัน long run หรือวิ่งหนักเข้มข้น เราอาจต้องขยับวันซ้อมเข้มข้นออกไปจนกว่าหัวใจขณะพักจะกลับมาอยู่ในค่าปกติ . เช้าก่อนวิ่งในวันนั้นๆ เราอาจเช็คค่าหัวใจขณะพักว่า เราพร้อมสำหรับวัน interval หรือ tempo มั้ย . ถึงแม้ตารางซ้อมจะบอกยังไง แต่ถ้าหัวใจไม่พร้อม อาจต้องปรับตารางตามสภาพหัวใจ ด้วยการดูค่าหัวใจขณะพักเป็นสำคัญ . ค่าหัวใจขณะพัก ยังเอาไปเป็นส่วนหนึ่ง ในการคำนวณหาค่าโซนหัวใจ ในการออกกำลังกายด้วย สำหรับบางสูตร ไว้จะนำมาเล่าให้ฟังในครั้งต่อๆไปนะครับ . ถ้าวันนี้รู้สึกเหนื่อย บางที ร่างกายอาจกำลังบอกอะไรเรา . เพราะหัวใจไม่เคยโกหกเรา #ฟังเสียงหัวใจตัวเอง . Resting Heart Rate ผู้ชายอายุ 18-25 . Athlete: 49-55 Excellent: 56-61 Good: 61-65 Average: 70-73 Poor: Over 82 . . ผู้ชายอายุ 26-35 Athlete: 49-54 Excellent: 55-61 Good: 62-65 Average: 71-74 Poor: Over 82 . . ผู้ชายอายุ 36-45 . Athlete: 50-56 Excellent: 57-62 Good: 63-66 Average: 71-75 Poor: Over 83 . . ผู้ชายอายุ 46-55 . Athlete: 50-57 Excellent: 58-63 Good: 64-67 Average: 72-76 Poor: Over 84 . . ผู้ชายอายุ 56-65 . Athlete: 51-56 Excellent: 57-61 Good: 62-67 Average: 72-75 Poor: Over 82 . . ผู้ชายอายุ 65 ขึ้นไป Athlete: 50-55 Excellent: 56-61 Good: 62-65 Average: 70-73 . Resting Heart Rate ผู้หญิงอายุ 18-25 . Athlete: 54-60 Excellent: 61-65 Good: 66-69 Average: 74-78 Poor: Over 85 . . ผู้หญิงอายุ 26-35 . Athlete: 54-59 Excellent: 60-64 Good: 65-68 Average: 73-76 Poor: Over 83 . . ผู้หญิงอายุ 36-45 . Athlete: 54-59 Excellent: 60-64 Good: 65-69 Average: 74-78 Poor: Over 85 . . ผู้หญิงอายุ 46-55: . Athlete: 54-60 Excellent: 61-65 Good: 66-69 Average: 74-77 Poor: Over 84 . . ผู้หญิงอายุ 56-65 . Athlete: 54-59 Excellent: 60-64 Good: 65-68 Average: 74-77 Poor: Over 84 . . ผู้หญิงอายุ 65 ขึ้นไป . Athlete: 54-59 Excellent: 60-64 Good: 65-68 Average: 73-76 . ที่มา https://bit.ly/3gg6YOE https://bit.ly/3geOxtB
-
284
Podcast Ep 298 5 โซน นหัวใจที่ใช้วิ่ง
5 โซนหัวใจ ใช้วิ่ง . Heart rate zones ใช้เป็นเครื่องมือวัดความหนักเบา ในการเทรน ที่มีตัวเลขจับต้องได้ มี 5 โซนอ้างอิงกับ Maximum heart rate . ตารางซ้อมเรามักประกอบไปด้วยความหลากหลาย ทั้งความถี่ และระยะเวลา ความหนักเบา รวมถึงการ Recovery . สั้นหนัก ยาวเบา พัก จะช่วยให้การซ้อมมีประสิทธิภาพ . ความถี่ นั้นเข้าใจง่าย คือบ่อยครั้งแค่ไหน กี่วัน- กี่มื้อ ต่อสัปดาห์- ต่อเดือน . ระยะเวลา ก็ดูออก เช่น กี่นาที กี่ชั่วโมง . แต่ความเข้มข้นนั้น อาจจะซับซ้อนนิดนึง . ตรงนี้แหละที่ต้องเอาโซนหัวใจเข้ามาอ้างอิง ซึ่งเป็นค่าวัดความหนักเบาที่ชัดเจนที่สุดค่าหนึ่ง เป็นตัวเลขที่จับต้องได้ . Heart rate zones เรามี 5 โซน วิธีคำนวณก็หลากหลายมาก วันนี้เอาแบบที่เรียบง่าย เบื้องต้น คลาสิคที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ . คิดจาก เปอร์เซนต์ อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ( HRMAX) (ซึ่งการหา HRMAX ก็มีวิธีการหาที่หลากหลายเช่นกัน) ไว้จะมาเล่าในตอนต่อๆไปนะครับ . ขอเริ่มกันที่ . HEART RATE ZONE 1 (50-60% of HRMAX) . Very Light โซนเบาเพื่อการ Recoery ฟื้นฟู ให้เราพร้อมเพื่อเทรนกับวันซ้อมโซนสูงๆ เช่น การเดินเร็ว หรือปั่นจักรยานเบาๆ คลายกรดแลคติก เป็น active recovery . . HEART RATE ZONE 2 (61-70% of HRMAX) . Light โซน 2 ยอดนิยม ดีต่อหัวใจ เราสามารถซ้อมโซนนี้ได้ยาวๆ นานๆ เพื่อพัฒนาความอดทน เผาผลาญไขมัน พัฒนากล้ามเนื้อ เพิ่มความหนาแน่นของเส้นเลือดฝอย . การซ้อมโซนนี้เป็นส่วนสำคัญ ในโปรแกรมการซ้อมที่มีประโยชน์มาก โซนนี้คุยได้เป็นประโยคยาวๆ . . HEART RATE ZONE 3 (71-80% of HRMAX) . Moderate โซน 3 เพื่อการพัฒนาระบบการไหลเวียนเลือด ในหัวใจและกล้ามเนื้อ เป็นโซนที่ กรดแลคติกเริ่มเพิ่มขึ้นมา ในกระแสเลือด พูดคุยได้เป็นประโยคสั้น ๆ เป็นโซนที่ใช้ซ้อมร่วมกับ โซน 2 และมีไว้เพื่อใช้แข่งในสาย endurance . . HEART RATE ZONE 4 (81-90% of HRMAX) . HARD โซน 4 เพื่อพัฒนาความเร็วและความทนทาน ถ้าซ้อม tempo เราจะใช้โซนนี้ โซนนี้จะคุยได้เป็นคำๆ . . HEART RATE ZONE 5 (91 - 100% of HRMAX) . MAXIMUM โซน 5 ถ้าเราเพิ่งเริ่มวิ่ง ยังไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งโซนนี้ เป็นโซนสีแดงที่ซ้อมเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ เช่น การวิ่ง interval ซ้อมเป็น เซตๆ เวลาสั้นๆ ให้หัวใจแตะ 91% ขึ้นไป . . . 1. การซ้อมโซน 4 โซน 5 รวมกัน ประมาณ 15-20 % ของตารางซ้อมต่อสัปดาห์ . 2. นอกนั้น 80 – 85 % จะเป็นการซ้อมโซน 2 -3 . 3. ค่า HRMAX มีหลายวิธีในการหา เช่นอ้างอิงจากอายุ มีบวก- ลบเพิ่มโดยดูสภาพร่างกายและความฟิต / ใช้ค่าหัวใจขณะพักร่วมด้วย หรือวัดจากการวิ่งในสนาม หรือการทดสอบใน Lab ) . 4 . ถ้าเราตั้งต้นจากค่า HRMAX ที่ผิด เราจะได้โซนที่ผิดไปด้วย เช่น ถ้า 220 – อายุ เป็นวิธีหาแบบค่าเฉลี่ย ซึ่งอาจมีปัจจัยเรื่องความฟิต และปัจจัยอื่นๆมาเป็นตัวแปร . ยกตัวอย่าง-ตัวเอง คือถ้าเอา 220- อายุ (49) = 171 HRMAX แต่เมื่อไปเทสต์ที่ lab กลับพบว่า HRMAX คือ 188 นั่นทำให้โซนหัวใจต้องคิดค่าใหม่ โดยเอา 188 แทน 171 ซึ่งธรรมชาติการเต้นหัวใจคนเราแตกต่างกัน . ไว้โอกาสหน้าจะเอาแบบต่างๆในการหา HRMAX และการหา zone หัวใจแบบอื่นๆ มาฝากกันครับ . ที่มา https://bit.ly/2TiV1j9
-
283
Podcast Ep 297 วิธีหา Maximum Heartrate 3 วิธี
3 วิธี หาค่าหัวใจสูงสุด MAXIMUM HEART RATE . การหาค่า Maximum heart rate สำหรับนักวิ่ง ที่ซ้อมวิ่ง...ด้วยการใช้โซนหัวใจสำคัญมาก ถ้าค่านี้ถูก..โซนหัวใจที่ใช้เทรนก็ถูก . แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ค่านี้เป็นค่าเฉพาะตัวของแต่ละคน สูงหรือต่ำไม่ได้แปลว่า ดีหรือแย่ แค่เราเกิดมา...มีค่านี้เฉพาะตัว และเปลี่ยนไปตามวัยและความฟิต มาดูวิธีแรกกันครับ . 1 วิธีใช้สูตรคำนวณ (maximum heart rate formula) . - 220 – Age สูตรอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ที่ใช้กันทั่วไปมากที่สุด . - 207 – ( 0.7 x Age ) สำหรับคนอายุเกิน 40 . - 211 – (0.64 x Age) เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายประจำ . . 2. หาค่าด้วย Laboratory Test การทดสอบวิ่งในลู่วิ่งใน lab เพื่อหาค่า Vo2max ซึ่งจะได้ค่า maximum heart rate ด้วย ทดสอบโดยวิ่งบน treadmill ที่ค่อยๆ เพิ่มความเร็วและความชัน จนถึงความเหนื่อยสูงสุด . ค่าที่ได้ค่อนข้างละเอียดแม่นยำ ได้ค่าโซนหัวใจเพื่อใช้เทรนได้อย่างแท้จริง . ยกตัวอย่างตัวผมเองที่ไปเทสต์กับหมอแอร์ ถ้าใช้สูตรคำนวณทั่วไป เช่น . 220-อายุ (49) จะได้ค่า HRmax = 171 หรือใช้สูตร 211 – (0.64 x Age) ได้ตัวเลข HRmax = 179 แต่เมื่อไปเทสต์ใน lab ได้ 188 . ก็ยังต่างจากตัวเลขที่ได้จาก lab การเทสต์ใน lab จึงได้ตัวเลขที่ค่อนข้างแม่นยำ . . 3 คำนวนจากการวิ่งในสนาม field test . เหมาะสำหรับนักวิ่งที่เป็นนักกีฬา มีประสบการณ์ วิ่งมานาน และอยู่ในตารางฝึกซ้อมเป็นประจำ . ไม่แนะนำสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่นะครับ เพราะต้องวิ่งด้วยความหนักต่อเนื่อง 20 นาที อาจทำให้เจ็บและอัตรายต่อหัวใจ ในกรณีมีโรคแฝง . ก่อนเทสต์แบบนี้ ให้งดซ้อมหนัก 2 วัน และพักผ่อนให้พอ เริ่มด้วยการ warm up 10 นาที ต่อด้วย jog + stride10-15 นาที . แบบที่ 1 20-minute test . 3 นาทีแรกวิ่งจนหัวใจเพิ่มจนถึง 90 % 10 นาทีสุดท้ายพยายามวิ่งให้ถึง 95 % กิโลเมตรสุดท้ายเพิ่มความเร็วขึ้นอีก แบบที่ทนไม่ไหว 200 เมตรสุดท้าย ใส่หมด เราก็จะได้ตัวเลข HRmax แบบเหนื่อยโคตรๆ . แบบที่ 2 test 4*2 . เป็น speed interval ที่พักระหว่างเซตน้อยกว่าปกติ ทำ 2 นาที วิ่งเต็มกำลัง / พัก 1 นาที ทำ 4 เซต (เซตที่ 3-4 จะได้ค่า max ที่ค่อนข้างใกล้เคียง) . แบบที่ 3 assisted stress test . คล้ายเทสต์ใน lab แต่แทนที่จะใช้อุปกรณ์ เราใช้เพื่อนลาก อาจใช้เพื่อนปั่นจักรยานนำ ให้เราใส่ Heart rate monitor แบบสายรัดคาด..อก ส่วนเพื่อนใส่นาฬิกาคอยดูตัวเลข อัตราการเต้นหัวใจ . วิธีการเหมือน เทสต์ใน lab เริ่มจาก เบาๆ ค่อยๆเพิ่ม อัตราการเต้น 5 beat ทุก 15 วินาที . เพื่อนเราจะคอยคุมและเร่งทุกๆ 15 วินาที วิ่งจนเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจต่อไปไม่ไหว สัก 2 ครั้ง (จากทุกรอบ 15 วินาที ) จึงหยุด . ค่าสุดท้ายที่ได้คือ อัตราการเต้นหัวใจสูงสุดนั่นเอง . ปล . การหาค่าในสนามแบบนี้ ไม่เหมาะกับนักวิ่งหน้าใหม่ . การคำนวณหาค่าที่ได้ คือจุดเริ่มต้นของการนำไปหาโซนการซ้อมต่อไป ซึ่งบางสูตรจะใช้หัวใจขณะพักมาคำนวณร่วมด้วย ไว้จะนำมาเล่าและมาฝากให้โอกาสต่อๆไปนะครับ . เข้าไปดู + ใส่ข้อมูลคำนวณใน link นี้กันได้เลย https://bit.ly/2SrON0t . ที่มา https://bit.ly/3cA1gpR
-
282
Podcast Ep 296 กฎ10 เปอร์เซ็นของการเพิ่มระยะทาง
กฎ 10 % ของการเพิ่มระยะทาง . 1. กฎ10% ในการเพิ่มระยะทางสะสมต่อสัปดาห์ บอกไว้ว่าไม่ควรเพิ่มเกิน 10 % ในสัปดาห์ถัดไป . . 2 ตัวอย่างเช่น..เราเคยวิ่งสะสมระยะทางอยู่ที่ 50 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ หากต้องการเพิ่มระยะทาง ก็ไม่ควรเพิ่มเกิน 55 กิโลเมตร ในสัปดาห์ถัดไป . . 3 การฝืนกฎ 10 % จะทำให้กล้ามเนื้อ ใช้งานมากเกินไป เกิดการบาดเจ็บ ที่เรียกกันว่า overuse มักเป็นสาเหตุหลัก ที่มักพบในกลุ่มนักวิ่งที่บาดเจ็บ . สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การละเลยกฎคือ เรายังรู้สึกดีที่จะเพิ่มระยะทางมากขึ้นเรื่อยๆ สะสมความรู้สึกดีกับระยะทางที่วิ่งได้เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ จนสะสมการใช้งานแบบเกินกำลัง โดยไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็เจ็บ และต้องหยุดพัก เพื่อกลับมานับหนึ่งใหม่ . . 4. คำว่า..."ค่อยเป็นค่อยไป" คือความหมาย ของกฎ 10 % เราทุกคนสามารถวิ่งมาราธอนได้ วิ่งอัลตร้าได้ แต่ต้องผ่านการฝึกอย่าง "ค่อยเป็นค่อยไป" . ตัวเลข 10 % อาจไม่ใช่ตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน อาจปรับตัวเลข เพิ่มหรือลดได้ ตามพื้นฐานความฟิตของร่างกาย บางคนเล่นเวทเล่นกีฬาชนิดอื่นระหว่างสัปดาห์ หรือวิ่งสะสมระยะทางมานาน อาจไม่พบปัญหา ถ้าเป็นนักวิ่งหน้าใหม่ ไม่เคยออกกำลังกายใดๆ ก็ควรยึดตัวเลขนี้ไว้ไม่ให้เกิน 10 % . หรือถ้าเป็นนักวิ่งหน้าเก่าที่กลับมาเริ่มวิ่งใหม่ ตัวเลข 10 % คือความปลอดภัย ที่ควรยึดเป็นหลักไว้ . . 5. ไม่ควรเพิ่มระยะทางสะสมต่อเนื่องกันทุกๆ สัปดาห์ นักวิ่งหน้าใหม่อย่างเราควรวิ่งในระยะทางสะสมต่อสัปดาห์ เป็นระยะทางเท่าเดิม ให้ต่อเนื่อง สัก 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว เมื่อเรารู้สึกวิ่งได้สบายแล้ว ค่อยเพิ่มระยะทางในสัปดาห์ถัดไป . เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์นักวิ่ง และส่วนหนึ่งจากแหล่งที่มา Ref. https://bit.ly/2Tu4apQ https://bit.ly/3qQ9XC7
-
281
Podcast Ep 295 After Burn
Afterburn คืออะไร? . คือออกกำลังจบ แต่การเบิร์นพลังงานยังไม่จบ . Afterburn คือช่วงที่ร่างกายยังคง เผาผลาญพลังงาน สูงกว่าอัตราปกติต่อไปได้ แม้ว่าจะหยุดออกกำลังกายไปแล้วก็ตาม เราก็จะได้ประโยชน์จาก afterburn ในการลดน้ำหนัก . แล้วเราจะมี afterburn ได้ยังไง . 1 ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย แนะนำให้ซ้อมวิ่งแบบหรือ workout แบบ HIIT High-intensity interval training บ้างในระหว่างสัปดาห์ . 2 strength training ก็ช่วย ทำให้เกิด afterburnได้ พวกยกน้ำหนัก บอดี้เวท . 3 ระดับความฟิต คนที่มีความฟิตจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่า เพราะใช้ความเข้มข้นและเวลาในการออกกำลังกายที่มากกว่า . 4 afterburn ไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการลดน้ำหนัก เพราะแคลอรี่ที่เผาผลาญส่วนใหญ่จะใช้ในช่วงที่กำลัง workout ผลของ afterburn เป็นผลพลอยได้ . และแน่นอนว่า อาหาร การพัก การใช้ชีวิตระหว่างวันก็มีส่วนสำคัญ สำหรับการลดน้ำหนัก . วันนี้ลองเอาตัวอย่าง cardio workouts เพื่อสร้าง afterburn มาฝากกัน . 1 Rolling Interval . ฝึกวิ่งด้วยความหนักปานกลาง ค่อยเพิ่มไปที่ความหนัก และเพิ่มไปที่หนักมาก . ด้วยการใช้ speed และความชัน (ใช้ลู่วิ่งซ้อมจะสะดวกมาก) ทำซ้ำเป็นเซต . เช่น ทำ 3 set (มี jog พักระหว่างเซต) . set 1 เล่นกับความชัน ค่อยๆ ไล่ความหนักความชัน จาก 5 ไป 7 ไป 9 (ระดับความหนักจาก 0-10) ความหนักคือ incline หรือความชัน หนักใครหนักมัน แต่ค่อยๆเพิ่มทีละ step . Set 2 ปรับ speed ค่อยๆ ไล่ความหนัก (ความเร็ว) จาก 5 ไป 7 ไป 9 (ระดับความหนักจาก 0-10) . set 3 เล่นกับความชัน ค่อยๆ ไล่ความหนัก จาก 5 ไป 7 ไป 9 (ความหนักจาก 0-10) . . 2 Tabata training ถ้าไม่มีที่วิ่งหรือไม่สะดวกวิ่ง การทำ HIIT ที่เรียกว่า Tabata training ก็ช่วยให้มี afterburn . หลักการฝึกคือ ฝึกหนักเข้มข้นสุดๆ 20 วินาที และพัก 10 วินาที ทำซ้ำ 8 ครั้ง (ใช้เวลาทั้งหมด 4 นาที) . ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ สามารถโหลดแอป Tabata ได้ที่ Tabata Pro App, ตัวอย่างท่าที่ใช้ทำเช่น . 1. Push-ups (4 minutes) 2. Bodyweight Squats (4 minutes) 3. Burpees (4 minutes) 4. Mountain Climbers (4 minutes) . Push up 20 วินาที พัก 10 วิ ทำซ้ำ จนครบ 8 set (รวม 4 นาที) พัก 1 นาที . ต่อด้วย squat 20 วินาที พัก 10 วิ ทำซ้ำ จนครบ 8 set (รวม 4 นาที) พัก 1 นาที . ต่อด้วย purpees 20 วินาที พัก 10 วิ ทำซ้ำ จนครบ 8 set (รวม 4 นาที) พัก 1 นาที . จบด้วย mountain climbers 20 วินาที พัก 10 วิ (ทำซ้ำ จนครบ 8 set) . เป็นการ workout ที่ใช้เวลาน้อย ได้ผลเรื่องความทนทาน และพัฒนาความเร็วได้ . ปล. ความหนักเบาขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ปรับให้เหมาะสมกับตัวเรา . . ที่มา . https://bit.ly/3gmkqAj https://bit.ly/3gprxIC https://bit.ly/3ionbnD https://bit.ly/3ctBSSn
-
280
Podcast Ep 294 เดินแค่ไหน ลดน้ำหนักได้
เดินแค่ไหนถึงลดน้ำหนัก? . โปรแกรมเดินเร็วเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักที่ผู้เชี่ยวชาญมักให้คำแนะนำ ปลอดภัย ได้ผล มาดูกันว่าจริงๆแล้วเดินแบบไหน ...เวลาเท่าไหร่ ที่เหมาะสมในแต่ละวัน? . เดินนานแค่ไหนต่อวัน? . เป้าหมายการเดินควรอยู่ระหว่าง 30-90 นาที เราสามารถปรับให้เดินมากนั้นหรือน้อยกว่าน้อยได้ในบางวัน แต่เวลารวมต่อสัปดาห์ ไม่ควรน้อยกว่า 150 นาที (หรือคิดเฉลี่ยเป็น 30 นาทีต่อวัน / 5 วันต่อสัปดาห์) . . ควรเดินเร็วแค่ไหน? . เราควรเดินในระดับความเหนื่อยที่ 6 -7 เต็ม 10 (หรือ 60-70 % ของ maximum heart rate) เราควรหายใจหอบมากกว่าปกติเล็กน้อย พูดเป็นประโยคได้แต่ไม่ใช่เดินร้องเพลงสบาย แนะนำให้ใช้นาฬิกาวัดค่าหัวใจระหว่างเดิน ตั้งเป็นโซน 2 . . ความสม่ำเสมอ? . ไม่ควรหยุดเกิน 1 วัน ให้ทำต่อเนื่องจะดีต่อการเบิร์นและพัฒนาระบบ metabolism และดีต่อการสร้างนิสัยให้เคยชินกับการเดิน วันที่หยุดหรือพักเดิน ให้ทำ strength training เช่น bodyweight ถ้าเหนื่อยล้าสะสมหรือร่างกายเตือนให้พัก ให้หยุดพัก 1 วัน และพยายามกลับไปเดินในวันถัดไป . . ลดน้ำหนักได้แล้ว ไงต่อ? พยายามรักษามันไว้ CDC (ศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา) แนะนำให้ใช้เวลา 60-90 นาที ในการออกกำลังกายระดับเข้มข้นปานกลาง (เหนื่อย 6-7 เต็ม 10) และไม่กินแคลอรี่มากกว่าที่เราใช้ . . ถ้าไม่มีเวลาเดิน 30 นาทีล่ะ? . งานรัดตัว ชีวิตที่ยุ่งยาก อาจแบ่งเป็น 10 นาที 2-3 ครั้งต่อวัน ด้วยการเดินเร็ว เข้มข้นขึ้น แต่ต้อง warm up 5 นาที ด้วยการเดินสบายๆ ทุกครั้ง . เราสามารถเพิ่มความเข้มข้น ด้วยการเดินขึ้นบันไดหรือเดินเร็วขึ้น การใช้ความหนัก เข้มข้นสูง สั้นๆ ก็ดีพอๆกับ การออกกำลังกายปานกลางแบบต่อเนื่อง เป็นตัวเลือกสำหรับคนไม่มีเวลา ปรับให้เข้ากับตารางชีวิตได้เช่นกัน
-
279
Podcast Ep 293 ทาบาตะเทรนนิ่ง กับ 7 เรื่องน่ารู้
7 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับการฝึกแบบนี้กันครับ . . 1. tabata ถูกคิดค้นโดยชาวญี่ปุ่น นั่นคือ Dr. Izumi tabata . . 2. Tabata นั้นเป็น HIIT (High-Intensity Interval Training) ชนิดหนึ่งที่มีเป้าหมายการฝึกให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในเวลาสั้นๆ . . 3. การฝึกแต่ละรอบจะอยู่ที่ 4 นาที แบ่งเป็น ออกกำลังแบบเข้มข้น 20 วินาที สลับกับการพัก 10 วินาที . ทำ 8 รอบ ต่อ 1 ท่า รวมเป็น 4 นาที . . 4. โดยปกติจะทำ tabata ใช้เวลาประมาณ 16-20 นาที แต่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความแข็งแรง ของแต่ละคน . . 5 ตัวอย่างการทำ Tabata workout . ท่าละ 20 วินาที พัก 10 วินาที 8 เซต รวม 4 นาที . . เริ่มต้นด้วยการ warmup . 1. burpees (4นาที ) 20 วินาที พัก 10 วินาที (8 เซต) พัก 1 นาที . 2. squats (4นาที ) 20 วินาที พัก 10 วินาที (8 เซต) พัก 1 นาที . 3.mountain climbers (4นาที ) 20 วินาที พัก 10 วินาที (8 เซต) พัก 1 นาที . 4.pushups (4นาที ) 20 วินาที พัก 10 วินาที 8 เซต . Cooldown . 6. ประโยชน์ของ tabata training . 1. เพิ่มระบบ metabolism 2. ใช้เวลาน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แค่ 4-20 นาที 3. ได้ทั้ง aerobic และ anaerobic 4. เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ 5. เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ (โซนสูง) . . 7. ข้อดีของ tabata สำหรับมือใหม่คือ ทำสั้น ๆ 20 วินาที พัก 10 วินาที สามารถปรับความยากง่ายของท่า ตามกำลังเรา . เพิ่มจำนวนท่า เพื่อเพิ่มระยะเวลาได้ เมื่อแข็งแรงขึ้น . . ข้อควรระวัง ต้อง warmup ให้ถึง และเป็นการฝึกที่โซนหัวใจสูง ควรเริ่มต้นด้วยท่าง่ายๆ และฟังเสียงร่างกายตัวเอง . ที่มา . https://bit.ly/3wKrGNy https://bit.ly/3cV6xse
-
278
Podcast Ep 292 5 ประโยชน์กระโดดเชือก ตัวอย่างการฝึก
5 ประโยชน์กระโดดเชือก ตัวอย่างการฝึก . 1 Burns calories กระโดดเชือก 15 นาที เบิร์นได้ 200-300 แคลอรี่ มากกว่าการวิ่งหรือปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เนื่องจากเราใช้กล้ามเนื้อกลุ่มหลักในการกระโดดเชือก สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มกระโดดเชือก แค่ 2 นาทีจะเห็นได้เลยว่า อัตราการเต้นของหัวใจเต้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว . 2 กระโดดเชือกช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำงานร่วมกันได้ดี เพราะเราใช้ทุกส่วนในร่างกาย ทำงานสอดประสานกัน . เท้ากระโดด แขนออกแรง ข้อมือหมุนเชือก แกนกลางลำตัวทำหน้าที่ทรงตัว ได้ใช้ upper body - lower body . 3 ลดการบาดเจ็บ เมื่อกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำงานร่วมกันได้ดี เราจะบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายน้อยลง กระโดดเชือกบังคับให้เราต้องมีการเคลื่อนไหว ทั้งส่วนล่างและส่วนบน ทำงานสอดประสานกัน มีการรับรู้ของร่างกาย และมีความคล่องตัวดีขึ้น . การทำงานประสานกันของทุกส่วนในร่างกาย จะทำให้เราบาดเจ็บน้อยลง . 4 ดีต่อสุขภาพหัวใจ กระโดดเชือกทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี ส่งผลต่อสุขภาพระบบหลอดเลือดหัวใจ สามารถเพิ่ม Vo2 Max เพิ่มความฟิตและความทนทาน . การศึกษางานวิจัยพบว่า คนที่กระโดดเชือก วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ จะทำให้ค่า Vo2 Max สูงขึ้นมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายตามปกติ . 5 เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก กระโดดเชือกช่วยให้กระดูกเราแข็งแรงได้ ความหนาแน่นของกระดูกคือตัวชี้วัดสุขภาพกระดูก . คำแนะนำคือ 10 นาทีต่อวัน เมื่อเรากระโดดเชือก จะมีแรงกระแทก ร่างกายเรียนรู้ที่จะตอบสนองแรงที่กระทำ ปรับเปลี่ยนให้กระดูกแข็งแรงและหนาแน่นมากขึ้น . ปล. ผู้มีปัญหาเรื่องข้อต่อกระดูก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทำ . (ส่วนตัวเองมีปัญหากระดูกบาง ก็ได้รับคำแนะนำให้ ออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทก เช่น วิ่ง กระโดดเชือก) . ตัวอย่างการฝึกกระโดดเชือกในตารางซ้อม . 1 กระโดดเชือก 10 นาที เป็นการวอร์มก่อนออกกำลังกายกีฬาหลัก เช่น ก่อนวิ่ง ก่อนปั่น ก่อนว่าย . 2 กระโดดเชือก 3 นาที ระหว่างรอบของการฝึกแบบ resistance training (การออกกำลังแบบแรงต้าน) . 3 กระโดดเชือก 60 วินาที แบบ speed jump ระหว่างการฝึก exercises เช่น push-up หรือ sit-ups . . ตัวอย่างโปรแกรมกระโดดเชือก 10 นาที แบ่งเป็น 2 Block . Block A (5 นาที) 30 วินาที basic jump (กระโดดสองขา) 30 วินาที พัก 30 วินาที กระโดดสลับขา 30 วินาที พัก ปล. ทำจนครบ 5 นาที แล้วต่อด้วย Block B . Block B (5 นาที) 40 วินาที basic jump (กระโดดสองขา) 20 วินาที พัก 40 วินาที กระโดดสลับขา 20 วินาที พัก . ข้อดีต่อสุขภาพ นอกจาก 5 ประโยชน์นั้นแล้ว กระโดดเชือกยังใช้อุปกรณ์ราคาถูก พื้นที่น้อย สามารถทำได้ทุกที่ และแทรกอยู่ในการออกกำลังกาย เป็นทั้งการวอร์มอัพ หรือทดแทนการทำคาร์ดิโอ ในวันที่ออกไปวิ่งนอกบ้านไม่สะดวกและปลอดภัย
-
277
Podcast Ep 291 ขยับเป็นยา แนวคิดชาวฟินแลนด์ 10 ข้อที่น่ารู้
ขยับเป็นยา คือแนวคิดชาวฟินแลนด์ จากหนังสือ finding sisu ที่นำมาเล่าให้ฟังกันครับ . . 1 บิดาแห่งแนวคิด “ขยับเป็นยา" คือ ศาสตราจารย์กิตติคุณ อิลก์กา วุโอริ (Ilkka Vuori) ผู้สร้างงานวิจัยและกำหนดนโยบายสาธารณสุข ทั้งในฟินแลนด์และต่างประเทศ . 2 Physical activity - การเคลื่อนไหวร่างกาย จะช่วยรักษาสุขภาพ ความอยู่ดีมีสุขโดยรวมเอาไว้ได้ . 3 องค์การอนามัยโลกระบุว่า การขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นสาเหตุการป่วยอันดับสี่ของโลก . 4 การขยับในชีวิตประจำวัน ช่วยส่งผลที่ดีต่อกล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระดูก ระบบไหลเวียน . 5 การขยับจะช่วยป้องกันอาการ คอบ่าไหล่ตึง ซึ่งเกิดจากการนั่งนานๆ นำไปสู่สาเหตุที่ทำให้หลายคนปวดหัว . 6 "ขยับ" ด้วย "การเดินทาง" เลือกการเดินใกล้ๆ แทนการใช้พาหนะ เลือกการใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ . 7 ขยับ ช่วยหลับสบาย การเคลื่อนไหวทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในช่วงกลางวัน ช่วยให้ร่างกายเพลียโดยอัตโนมัติ ในเวลากลางคืน เสมือนยานอนหลับอ่อนๆ ตามธรรมชาติ . 8 การเคลื่อนไหวเป็นการป้องกัน แทนการรักษาด้วยการกินยา ซึ่งยาจะส่งผลข้างเคียงมีสารตกค้าง ที่ต้องแก้ปัญหาตามมากันเป็นทอดๆ . 9 ต้องใช้ทุกโอกาส แม้จะช่วงสั้นๆ ในการขยับ-เคลื่อนไหว ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ระหว่างเดินทาง หรือในช่วงเวลาว่างๆ . 10 การใช้เครื่องนับก้าวจาก Smart phone ช่วยติดตามความเคลื่อนไหวได้ในแต่ละวัน เป็นเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาสุขภาพได้ต่อเนื่อง . . ชวน"ขยับ"กันครับ ขยับในชีวิตประจำวัน ให้เหมือนการ "ออกกำลังกายโดยไม่ตั้งใจ" .. ที่มา หนังสือ finding sisu (Katja Pantzar)
-
276
Podcast Ep 290 เทคนิคฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการอาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็น
Podcast Ep 290 เทคนิคฟื้นฟูร่างกาย ด้วยการอาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็น ฟื้นฟูหลังวิ่ง เทคนิค "อาบร้อนสลับเย็น" . เทคนิคการฟื้นฟู สำคัญมากพอๆ กับเทคนิควิธีวิ่ง วันนี้รันเนอร์เจอนี่เอาวิธีการฟื้นฟูหลังวิ่งวิธีหนึ่ง จากหนังสือ “สุดยอดการฟื้นฟูร่างกาย วิถีสแตนฟอร์ด” เขียนโดย Tomoo Yamada มาฝากกัน . เป็น การอาบน้ำเพื่อบำบัด “Ice – Heat” แช่น้ำร้อนสลับน้ำเย็น .. . วิธีการคือ . หลัง วิ่ง มาเสร็จ (หลัง cooldown ยืดเหยียดเรียบร้อย) . - ให้แช่น้ำเย็น 2-3 นาที เป็นสิ่งแรก - หลังจากนั้นเริ่มแช่ น้ำร้อน 60 วินาที - ต่อด้วยแช่น้ำเย็น 60 วินาที - นับเป็น 1 เซต - ทำแบบนี้ซ้ำๆ 4-5 เซต - ปิดท้ายด้วยการแชน้ำเย็น 2- 3 นาที . (ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ) .. . ประโยชน์ที่เรา..นักวิ่งจะได้คือ . 1 กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เส้นเลือดจะหดและขยายตัวซ้ำๆ หลายครั้ง กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เพื่อนำสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อ ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว ความเหนื่อยล้าสะสมในเซลล์จะหายไป . 2 ระบบประสาทอัตโนมัติเกิดความสมดุล เมื่อร่างกายได้รับความร้อนสลับเย็น จะทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติตื่นตัวครับ ร่างกายจะผ่อนคลายความเมื่อล้าและความเครียดจากสมอง . . ปล1. เราสามารถใช้การอาบฝักบัว ทดแทนการแช่อ่างอาบน้ำได้ เพื่อความสะดวก . ปล 2. เพื่อลดภาระที่เกิดกับหัวใจ นักวิจัยส่วนใหญ่แนะนำให้แช่ครึ่งตัว เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด . ปล 3. ดื่มน้ำทดแทนคืนกลับไปให้เพียงพอและไม่ควรแช่นานเกิน 12 นาที เพราะจะทำให้เพลียจากการสูญเสียน้ำในประมาณมากเกินไป . ที่มา หนังสือ The Stanford Method
-
275
Podcast Ep 289 ตื่นและนอนแบบ หมาป่า หมี สิงโต โลมา
Podcast Ep 289 ตื่นและนอนแบบ หมาป่า หมี สิงโต โลมา หมาป่า (นอนดึกตื่นสาย) . เราชาวหมาป่ามักตื่นตัวเวลาค่ำคืน นอนดึกและงัวเงียที่จะตื่นในเวลาเช้าๆ 15-20 % ของประชากรเป็นชาว "หมาป่า" เราจะ Productive สุดๆ ยามบ่ายและช่วงเย็น . ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนแนะนำให้ชาวหมาป่า ตั้งนาฬิกาปลุก 7 โมงเช้า ตั้ง snooze สัก 30 นาที เพราะงัวเงียตื่นยาก และแนะนำให้เข้านอนตอนเที่ยงคืน . . สิงโต (ตื่นเช้าตรู่นอนแต่หัวค่ำ) . เราเหมือนแมวป่า ตื่นตัวในตอนเช้าตรู่ สดชื่นทันทีเมื่อลืมตา เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความสดใส แต่สิงโตมักง่วงงัวเงียยามบ่าย หมดแรงในช่วงเย็น . อาจงีบได้ช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างบ่าย 2 ถึง 4 โมงเย็น 15 % ของประชากรอยู่ในกลุ่มสิงโต . ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนแนะนำให้ตื่น ตี 5 ครึ่ง และเข้านอนตอน สี่ทุ่มครึ่ง . . หมี (ตื่นและนอนตามแสงของพระอาทิตย์) . เราคือหมีที่ตื่นและหลับตามวัฎจักรของแสง หมีตื่นตัวกลางวันและต้องการ 8 ชั่วโมง สำหรับนอนหลับสนิทในแวลากลางคืน 50-55% ของประชากรอยู่ในกลุ่มหมี และ Productive ในตอนเช้า นั่งหาวในตอนบ่าย . ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนแนะนำให้ตื่น 7 โมงเช้า และเข้านอนตอน ห้าทุ่ม . . โลมา (นอนน้อย) เราชาวโลมามักจะนอนไม่สนิทยามค่ำคืน 10 % ของประชากรเป็นชาวโลมา ซึ่งตื่นมางัวเงีย เพลีย และมักกระฉับกระเฉงในตอนสาย Productive ช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่ายสอง . ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนแนะนำให้ตื่น 6 โมงเช้า และเข้านอนประมาณ เที่ยงคืน
-
274
Podcast Ep 288 Easy Run สำคัญยังไง
Podcast Ep 288 Easy Run สำคัญยังไง 15 ข้อดีของEasy run . 1.สร้าง aerobic fitness 2 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก 3 พัฒนาและสร้างเส้นเลือดฝอย 4 ช่วยเบิร์นแคลอรี่ 5 ช่วยฟื้นฟูหลังการซ้อมหนัก 6 ช่วยให้ร่างกายได้พัก 7 คลายกังวลระหว่างวิ่งช้าๆ สบายๆ 8 ไม่เครียดกับความเร็วที่ต้องคุมให้ได้ วิ่งง่ายและสนุก 9 ยิ่งสนุกยิ่งเพลิน ยิ่งวิ่งได้นานก็จะช่วยเพิ่ม Endurance ได้ด้วย 10 เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ไม่เข้มข้นจนเข็ดขยาด 11 Easy Run ไม่ใช่ Junk Miles หรือการวิ่งที่สูญเปล่า 12 วิ่งอยู่ในโซน 2 หรือการวิ่งไปพูดคุยไปได้เป็นประโยคยาวๆ 13 ช่วยฝึกการใช้พลังงานจากไขมัน แหล่งพลังงานใหญ่ที่สุด 14 Easy Run ของเราไม่เท่ากัน แต่ความสุขเราได้เหมือนๆ กัน 15 วิ่งช้าไม่ใช่เรื่องน่าอาย เรากำลังสร้างฐานร่างกายเราอยู่ . Easy Run ของเราไม่เท่ากัน แต่ความสุขเรามีได้เหมือนๆกัน จากการวิ่ง Easy Run
-
273
Podcast Ep 287 โปรแกรมวิ่งสลับเดิน 10 สัปดาห์
Podcast Ep 287 โปรแกรมวิ่งสลับเดิน 10 สัปดาห์ สัปดาห์ที่ 1-------วิ่ง 2 นาที สลับ เดิน 4 นาที (ทำซ้ำเป็นเซตจนครบ 30 นาที) . สัปดาห์ที่ 2-------วิ่ง 3 นาที สลับ เดิน 3 นาที สัปดาห์ที่ 3-------วิ่ง 4 นาที สลับ เดิน 2 นาที สัปดาห์ที่ 4-------วิ่ง 5 นาที สลับ เดิน 3 นาที สัปดาห์ที่ 5-------วิ่ง 7 นาที สลับ เดิน 3 นาที สัปดาห์ที่ 6-------วิ่ง 8 นาที สลับ เดิน 2 นาที สัปดาห์ที่ 7-------วิ่ง 9 นาที สลับ เดิน 1 นาที สัปดาห์ที่ 8-------วิ่ง 13 นาที สลับ เดิน 2 นาที สัปดาห์ที่ 9-------วิ่ง 14 นาที สลับ เดิน 1 นาที สัปดาห์ที่ 10------วิ่ง 30 นาที
No matches for "" in this podcast's transcripts.
No topics indexed yet for this podcast.
Loading reviews...
Loading similar podcasts...